หลังจากเขาเปิดไลฟ์ยอดผู้เข้าชมก็เด้งขึ้นมาอย่างรัวๆ 50,000... 100,000... 200,000...
ตัวเลขผู้เข้าชมพุ่งทะยานราวกับจรวดติดลมบนทันทีที่หน้าไลฟ์ปรากฏขึ้น ใบหน้าหวานใสไร้เครื่องสำอางจัดจ้าน ดวงตากลมโตเป็ประกาย ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ และรอยยิ้มอ่อนโยนที่ไม่เคยเห็นจากอัณณ์คนเก่า...
"สวัสดีครับทุกคน" เสียงหวานใสเอ่ยทักทายอย่างเป็กันเอง แตกต่างจากภาพลักษณ์อัณณ์ที่เคยดูเข้าถึงยากและเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ... สบายดีกันไหม?"
เขายื่นมือไปลูบหัวเ้ายุ้งข้าวเบาๆ ท่าทางอ่อนโยนที่ชวนให้คนดูรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เ้ายุ้งข้าวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง มันเอนหัวเข้าหาฝ่ามืออัณณ์ คลอเคลียเบาๆ แล้วหาววอดอย่างน่ารัก ช่างเป็ภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูเสียจนคนดูพากันคอมเมนต์รัวๆ
“กรี๊ดดดดด คุณอัณณ์ คิดถึงมากกกก”
“น่ารักมากเลยค่ะ พี่อัณณ์กับน้องแมว”
“น้องแมวชื่ออะไรอะะะะะะะะ โคตรน่ารัก”
“คุณอัณณ์ดูสดใสขึ้นมากเลยค่ะ”
“ภาพนี้คือถูกต้อง น่ารักจนอยากจะเป็แฟนกับคุณอัณณ์”
คิรัญเหลือบมองคอมเมนต์รัวๆ ด้วยรอยยิ้มบางๆ
'หึ... กระแสการเปิดตัวไม่เลวเลย ภูวเดชฉันจะทำให้แกต้องเสียดายฉันคนนี้' เขาหันไปพูดคุยกับแฟนคลับต่อทันที
"เ้าตัวนี้ชื่อยุ้งข้าวน่ะครับ" คิรัญเอ่ยแนะนำเสียงนุ่ม
"มันขี้อ้อนสุดๆ เลยครับ" เขาหยิบของเล่นที่เป็ลูกบอลเล็กๆ ขึ้นมาโยน เ้ายุ้งข้าวก็ะโตะครุบอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางขี้เล่นของทั้งสองทำให้บรรยากาศในไลฟ์เต็มไปด้วยความสดใสและรอยยิ้ม
แสงไฟนวลตาที่จัดไว้อย่างดีขับให้ผิวพรรณของอัณณ์ดูผ่องใสราวกับเทพบุตรที่หลุดมาจากภาพวาด ยิ่งตอนที่เขายิ้มหรือหัวเราะ ดวงตาเรียวสวยก็จะหยีลงเป็สระอิ เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ดูน่าเอ็นดู... ทันใดนั้นกล้องแพนไปในห้อง แฟนๆ เห็นมีกีตาร์อยู่
ผู้ชมในไลฟ์เริ่มพากันคอมเมนต์ไม่ขาดสาย หัวใจลอยฟุ้งเต็มหน้าจอ Vizzta กระแสแสงชมพูวิ่งพาดผ่านจากคำพูดสดใสของแฟนคลับ
“คุณอัณณ์คะ ขอเพลงหน่อยค่ะ”
“อยากเห็นคุณอัณณ์เล่นกีตาร์จังเลยค่ะ”
“ร้องไห้ฟังหน่อยค่าาา”
คิรัญเงยหน้าขึ้นจากการอ่านคอมเมนต์แววตาวูบหนึ่งเป็ประกาย…ลึก รอยยิ้มบางคลี่ขึ้นที่มุมปาก 'ฉันรู้แล้วว่าจะจัดการกับไอ้แฟนเก่า และไอ้เพื่อนสารเลวยังไงดี' เขานึกในใจอย่างสุขุม
แม้ในโลกก่อน เขาจะมีชื่อเสียงในฐานะสไตลิสต์ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารักไม่แพ้แฟชั่นเลยก็คือ ดนตรีเขาสามารถเล่นทั้งกีตาร์และเปียโนได้ทั้งหมด เขาเอ่ยกับแฟนคลับที่รับชมอยู่
"ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเล่นกีตาร์ให้ฟังนะครับ... แต่ขอป้อนขนมเ้ายุ้งข้าวก่อน"
เขาหยิบขนมแมวเลียขึ้นมา ค่อยๆ บีบขนมออกจากซองให้เ้ายุ้งข้าวเลียกินอย่างละมุนละไม ภาพของริมฝีปากอิ่มๆ ที่เผยอเล็กน้อยยามที่เขาตั้งใจมองเ้ายุ้งข้าว... และนิ้วเรียวยาวที่ถือขนม... ช่างเป็ภาพที่เย้ายวนและชวนให้คนดูจินตนาการไปไกล ความน่ารักแบบบ้านๆ ที่ดูเข้าถึงง่าย ผสมผสานกับเสน่ห์ที่ซ่อนเร้น... มันคือสูตรสำเร็จที่ทำให้ผู้คนหลงใหล
“โอ๊ยยย น่ารักเกินไปแล้ว”
“คุณอัณณ์คือเมนของฉัน จากนี้ไปจะซัพพอร์ตแค่คุณอัณณ์”
“ยอมแล้วค่ะ เป็ทาสแมวก็ต้องเป็ทาสคุณอัณณ์ด้วย”
คิรัญยิ้มมุมปากขณะวางซองขนมลง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมา นิ้วเรียวที่ดูบอบบาง เมื่อััลงบนสายกีตาร์ กลับกลายเป็คลื่นพลังที่นุ่มนวล เขาลองดีดสายเบาๆ เป็คอร์ดง่ายๆ เสียงใสๆ ของกีตาร์ก็กังวานไปทั่วห้อง ทำให้เ้ายุ้งข้าวที่กำลังซบอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมองอย่างสนใจ
"ผมจะขอเล่นเพลงที่ผมแต่งให้ทุกคนฟังนะครับ... พอดีผมแต่งไว้เล่นๆ ยังไม่เคยร้องไห้ใครฟัง" อัณณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากยิ่งเพิ่มความน่าค้นหา
แล้วเขาก็เริ่มบรรเลงเพลง... เมโลดี้ที่ไหลออกมาจากปลายนิ้วนั้นแปลกใหม่ มันเป็เพลงดังจากโลกก่อนของเขา ก่อนที่วันโลกาวินาศจะมาถึง เพลงนี้เป็บทเพลงแห่งความเ็ปกับการอกหักโดยคนรักและการทรยศหักหลังจากเพื่อนสนิท... ช่างเป็เพลงที่เหมาะเจาะกับการร้องเพลงเพื่อส่งสารไปยัง ภูวเดช และ ชยางกูร อย่างเหลือเกิน
เสียงกีตาร์ทอดนำพาอารมณ์ดิ่งลึกลงไปในห้วงแห่งความรู้สึก ก่อนที่เสียงหวานใสของคิรัญจะร่ายมนตร์ผ่านถ้อยคำที่บาดลึก...
ดวงใจที่เคยภักดี... ถูกย่ำยีด้วยมือที่ไว้ใจ...
รอยยิ้มที่เคยเคียงข้าง... กลับกลายเป็คมมีดกรีดแทง...
บทละครที่เธอสร้าง... ให้ฉันเป็เพียงตัวตลกที่ถูกหลอกใช้...
แล้วน้ำตา... ก็หลั่งรินในความมืดมน...
ทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มนั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เ็ปรวดร้าว ความผิดหวัง และการถูกทรยศหักหลัง... มันเป็ความจริงที่อัณณ์คนเก่าเคยเผชิญ ผู้ฟังต่างรู้สึกคล้อยตามไปกับอารมณ์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหมดเปลือก... บางคนถึงกับน้ำตาซึม บางคนก็กำมือแน่นด้วยความรู้สึกโกรธแค้นแทน
“เพลงนี้มันกินใจมาก ใครแต่งคะคุณอัณณ์”
“เหมือนเพลงที่ระบายความในใจเลย... คุณอัณณ์มีเื่อะไรอยากระบายรึเปล่าคะ?”
“ถ้ามีใครโดนแบบในเพลงจริง... โคตรน่าสงสารเลยอะ”
“น้ำเสียงเศร้าแต่ทรงพลังมากค่ะ”
“ฉันััได้ถึงความเ็ปของเพลงนี้... คุณอัณณ์เก่งมาก”
คิรัญเหลือบมองคอมเมนต์ที่ไหลรินไม่หยุดด้วยรอยยิ้มบางๆ
'หึ... แค่นี้ก็รับรู้ถึงความเ็ปฉันแล้วงั้นหรือ?' เขารู้ดีว่าหากเพลงนี้ถูกขุดคุ้ยที่มาที่ไป... หรือมีใครที่รู้เื่ราวในอดีตของอัณณ์ที่นำไปเชื่อมโยงกับเนื้อหาของเพลง... ภูวเดชและชยางกูรจะต้องโดนสังคมประณามและกระหน่ำซ้ำอย่างแน่นอน นี่คือหมากตัวแรกที่เขาโยนลงไปในกระดาน... เพื่อสร้างกระแสและความสงสัย เพื่อให้ผู้คนเริ่มตั้งคำถาม
เสียงเพลงยังคงดำเนินต่อไปจนจบ ทุกตัวโน้ตเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะส่งสาร...แห่งการเอาคืน...เมื่อเพลงจบลง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือรัวๆ และคอมเมนต์ชื่นชมจะถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
อัณณ์ถอนหายใจแ่เบา... เป็การถอนหายใจที่บ่งบอกถึงการปลดปล่อยอารมณ์ที่อัดอั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกล้องด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่... เป็รอยยิ้มของนักล่าที่เพิ่งจะหย่อนเหยื่อล่อลงไปในบ่อน้ำ
“คุณอัณณ์ เพลงนี้ชื่อเพลงอะไรคะ อยากฟังอีกค่ะ”
“มีลงในไหนบ้างไหมคะ? อยากโหลดเก็บไว้”
“เนื้อหาเพลงมันลึกซึ้งมากเลยค่ะ อยากรู้ว่าใครแต่ง มีเื่ราวเื้ัไหมคะ?”
“คุณอัณณ์ทำหน้าเศร้าตอนร้องด้วย... เ็ปมากใช่ไหมคะ ส่งกำลังใจให้รัวๆ เลย”
คำถามเกี่ยวกับเพลงและเื่ราวเื้ัหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด อัณณ์มองดูคอมเมนต์เ่าั้ช้าๆ รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป... ดวงตาเรียวสวยที่เคยเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อครู่ บัดนี้กลับหม่นแสงลงเล็กน้อย คล้ายมีม่านหมอกบางๆ มาปกคลุม แววตาของเขาดูเศร้าสร้อยลงอย่างเห็นได้ชัด... เป็ความเศร้าที่ถูกควบคุมไว้อย่างแเี
เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง แ่เบากว่าเดิม ราวกับกำลังใช้พลังงานอย่างมากในการระบายความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลง ทุ้มนุ่มกว่าเมื่อครู่... แต่กลับแฝงด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยว...
"เพลงนี้... ไม่มีชื่อครับ" อัณณ์เอ่ยช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่กล้องตรงๆ แต่กลับมองเลยผ่านออกไป ราวกับกำลังมองย้อนไปยังห้วงความทรงจำที่เ็ป "มันเป็แค่เพลงที่ผมแต่งขึ้นมา... ในวันที่รู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด... และไม่รู้จะระบายความรู้สึกนั้นกับใคร"
เขานิ่งไปชั่วขณะ นิ้วเรียวเลื่อนไปลูบขนเ้ายุ้งข้าวเบาๆ ราวกับกำลังหาที่ยึดเหนี่ยว เ้ายุ้งข้าวเองก็เงยหน้าขึ้นมองอัณณ์ด้วยดวงตากลมโต ราวกับรับรู้ถึงความรู้สึกที่มนุษย์กำลังแผ่ออกมา มันเอาหัวมาถูกับมืออัณณ์เบาๆ อย่างปลอบโยน... ภาพนั้นยิ่งทำให้คนดูที่เฝ้ามองอยู่รู้สึกเ็ปไปตามๆ กัน
"บางครั้ง... การที่เราได้ระบายมันออกมาเป็เพลง... มันก็ช่วยได้นะครับ" อัณณ์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเป็เสียงกระซิบ ดวงตาของเขาแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีน้ำตาให้เห็น มันเป็ความเศร้าที่ถูกกลั่นกรองจนเหลือเพียงความว่างเปล่า... ความเศร้าที่คนดูเห็นแล้วอยากจะเข้าไปปลอบโยน
“โอ๊ยยยยยยย สงสารคุณอัณณ์มากเลยค่ะ”
“ใครทำคุณอัณณ์คะ บอกมาเลยฉันจะไปถล่มมัน”
“เพลงนี้คือประหนึ่งบันทึกความรู้สึกจริงๆ ค่ะ คุณอัณณ์เข้มแข็งไว้นะคะ”
“ร้องไห้เลยค่ะ... เข้าใจความรู้สึกคุณอัณณ์เลย”
“คุณอัณณ์ไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วนะคะ พวกเราอยู่ตรงนี้เสมอ”
คอมเมนต์แสดงความเห็นใจและให้กำลังใจถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง อัณณ์คลี่ยิ้มบางๆ อีกครั้ง... รอยยิ้มที่ดูเศร้าหมอง... แต่กลับเต็มไปด้วยชัยชนะ เขากุมหัวใจผู้คนได้อย่างง่ายดาย... เพียงแค่แสดงด้านที่บอบบางออกมา... โดยไม่ต้องเอ่ยชื่อใครแม้แต่น้อย ปล่อยให้ความสงสัยและความเ็ปในบทเพลงทำงานด้วยตัวมันเอง

คือขอโทษนะคะ พวกผีในอดีต...ทั้งแฟนเก่า ทั้งเพื่อนหักหลัง
ยัยน้องเขาไม่ได้แค่ “กลับมา” เฉย ๆ นะ เขาคือคัมแบคแบบะเิตูม
เปิดไลฟ์แมว? เปล่าเลยค่ะ นั่นมันแค่พร็อพ...ตัวจริงคือ “ยัยแมวตัวแม่ที่ตามล่าหัวใจคนดู”
น้องมาในโหมดใส ๆ เปิดนิดเปิดหน่อย แฟนคลับนี่แทบช็อก จะวายกันทั้งแอป!
ยังไม่พอ มีช็อตป้อนขนมแมวแล้วหันมายิ้มตัดพ้อเบา ๆ โอ้โห...คนดูน้ำตาทะลักไปทั้งไทม์ไลน์
ทุกคนพากันตกหลุมรักยัยอัณณ์ อยากโดนน้องขยี้หัวใจให้แหลกไปเลย
แล้วพอร้องเพลงจบ...แทนที่จะพัก น้องยังกล้าทำหน้าเศร้าอีก ยอดฟอลโล่ก็พุ่งทะลุล้านแบบไม่ปรานีใคร
ไรท์ได้แต่ถอนหายใจแรง ๆ ... สงสารคนดูค่ะ นี่มันกับดักน้ำตาแห่งวงการบันเทิงชัด ๆ
ส่วนภูวเดช กับชยางกูรคะ... เตรียมตัวหนาวได้เลยค่ะ
เพราะยัยน้องเตรียมแผนแก้เกมไว้หมดแล้ว และไม่มีใครรอดจ้า