ขวัญข้าวแวะมาที่ร้านบ่อยขึ้นอย่างผิดสังเกตเพราะความกังวลใจเื่ภาพลักษณ์ที่เธอแอบทำแอคล็อคแบบไม่เปิดหน้าเอาไว้และดันถูกเจ๋งรู้ความลับเข้าโดยบังเอิญในตอนนั้น
แม้ทั้งคู่จะได้คุยกันไปบ้างแล้วแต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะระแวงว่าเขาอาจจะแอบเก็บรูปหรือคลิปเ่าั้ไว้แบล็กเมล์เธอได้ทุกเมื่อถ้าหากเขานึกอยากจะแกล้งขึ้นมาจริงๆ
การพยายามเข้าหาเจ๋งบ่อยๆจึงกลายเป็วิธีที่เธอใช้สังเกตท่าทีของเขาไปในตัวเพื่อให้แน่ใจว่าความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้จะไม่ถูกเผยแพร่ออกไปทำลายชีวิตหน้าที่การงาน
เจ๋งสังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาวได้อย่างชัดเจนเขาแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและพยายามต้อนรับเธอด้วยท่าทีที่ปกติที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ในขณะนั้นเพื่อลดความตื่นกลัว
เขามักจะชวนขวัญข้าวเข้าไปนั่งคุยในพื้นที่ด้านหลังร้านเพื่อความเป็ส่วนตัวโดยอ้างว่าการตรวจสอบเครื่องที่มีความลับแบบนี้ควรทำในที่มิดชิดจะดีกว่าการนั่งคุยอยู่หน้าร้าน
เมื่อร้านปิดสนิทและไร้เงาผู้คนอื่นเจ๋งค่อยๆ ขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ขวัญข้าวมากขึ้นจนไหล่ของทั้งคู่แทบจะชนกันบรรยากาศเงียบรอบกายยิ่งทำให้ความใกล้ชิดนั้นดูชัดเจน
"ตรงนี้ต้องเช็กไฟล์ให้ละเอียดหน่อยนะ"เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ในมือเธอมาถือไว้โดยตั้งใจให้ปลายนิ้วหนาบดเบียดลงบนหลังมือเนียนนุ่มของหญิงสาว
ขวัญข้าวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเธอรับรู้ถึงััจงใจนั้นแต่กลับไม่กล้าชักมือหนีเพราะกลัวว่าการปฏิเสธในตอนนี้อาจจะทำให้เขารู้สึกไม่พอใจจนเผลอทำเื่รุนแรงกับความลับเธอ
เจ๋งแอบลอบมองปฏิกิริยาของคนข้างกายเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้หลีกเลี่ยงเขาก็ขยับมือข้างที่ว่างไปวางไว้บนพนักพิงเก้าอี้ของเธอคล้ายกับการโอบล้อมเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ
เขาก้มหน้าลงไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดตรงขมับของขวัญข้าวความตึงเครียดที่ปนไปด้วยความอยากรู้อยากลองทำให้เธอเริ่มทำตัวไม่ถูกได้แต่ปล่อยให้เขาคุมเกมต่อไป
เจ๋งค่อยๆเลื่อนมือจากพนักพิงลงมาวางบนไหล่บางเบาๆััอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนขวัญข้าวต้องลอบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นไหว
"เกร็งขนาดนี้เลยเหรอ"เขาเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ พลางใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงวนที่ลาดไหล่ของเธออย่างเชื่องช้า"หนูไม่ได้เกร็งนะคะ… แค่ไม่ค่อยชิน"
ขวัญข้าวพยายามไม่หลบสายตาคมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมายเธอเริ่มชินกับการถูกแตะเนื้อต้องตัวทีละนิดและพบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกรังเกียจััจงใจนี้เท่าที่ควรจะเป็
เขาสังเกตเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้ขยับตัวหนีจึงถือวิสาสะขยับปลายนิ้วขึ้นไปเขี่ยไรผมที่ระต้นคอของเธอเล่นอย่างถือดีท่าทางที่ดูนิ่งเฉยของเธอเปรียบเสมือนการยอมรับกลายๆ
เจ๋งแสร้งทำเป็สนใจไฟล์ภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ต่อไปแต่กลับจงใจเบียดสีข้างเข้าหาเธอจนคนตัวเล็กกว่าเกือบจะจมหายเข้าไปในอ้อมอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมจางๆ
"รูปพวกนี้ถ้าหลุดไปคงแย่เลยนะ"เขาเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริงพลางเลื่อนสายตาจากหน้าจอกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด"พี่อย่าพูดแบบนี้ได้ไหมคะ… หนูไม่สบายใจเลย"
ขวัญข้าวเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อถูกจี้จุดอ่อนที่เธอกลัวที่สุดเธอขยับปลายนิ้วขึ้นไปกุมมือหนาที่วางอยู่บนไหล่ของเธอไว้แน่นราวกับจะอ้อนวอนไม่ให้เขาทำเื่ร้ายๆนั้น
เจ๋งพลิกฝ่ามือกลับมาสอดประสานนิ้วเข้ากับนิ้วเรียวเล็กของหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์ััอุ่นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาทำให้ขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้ชักมือหนี
เขากระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มตกอยู่ในมนต์สะกดของบรรยากาศที่เป็ใจก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปจนปลายจมูกแทบจะชิดกับแก้มเนียนนุ่มของเธอในทันที
ความเงียบสงัดภายในร้านทำให้เสียงหัวใจที่เต้นรัวของทั้งสองฝ่ายดังก้องชัดเจนเจ๋งจงใจทิ้งระยะห่างไว้เพียงนิดเพื่อรอคอยปฏิกิริยาโต้ตอบจากหญิงสาวที่กำลังนิ่งอึ้ง
เจ๋งแสร้งทำเป็ขยับท่าทางเพื่อชี้จุดบนหน้าจออีกครั้งแต่คราวนี้เขาจงใจวางท่อนแขนพาดทับลงบนตักนุ่มของขวัญข้าวอย่างแเีจนััได้ถึงความนิ่มหยุ่นนั้น
ขวัญข้าวนิ่งเกร็งไปชั่วขณะเมื่อความร้อนจากร่างกายหนาแผ่ซ่านเข้ามาหาเธออย่างจงใจแต่ความระแวงที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้เธอทำได้เพียงแค่นั่งนิ่งไม่กล้าขยับตัว
"กลัวเหรอ"เขาถามกระซิบข้างใบหู พลางขยับนิ้วชี้ไล้ไปตามขอบกางเกงยีนส์ของเธอเบาๆเป็จังหวะที่ทำให้คนฟังรู้สึกวาบหวามปนใจสั่น "หนูไม่ได้กลัวค่ะ…แค่ไม่ค่อยชิน"
เธอตอบพร้อมส่ายหน้าพลางลอบมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของชายหนุ่มที่ดูจริงจังผิดปกติความรู้สึกอยากรู้อยากลองเริ่มเข้ามาแทนที่ความกลัวที่มีอยู่ทีละน้อยแล้ว
เจ๋งรับรู้ได้ถึงท่าทีที่อ่อนลงของหญิงสาวเขาจึงถือวิสาสะเลื่อนมือขึ้นไปกุมต้นขาของเธอไว้หลวมๆ ก่อนจะค่อยๆออกแรงบีบเน้นย้ำลงไปเบาๆ เพื่อหยั่งเชิงดูอีกครั้ง
ขวัญข้าวสะดุ้งเฮือกยามฝ่ามือหนาบีบเค้นลงบนต้นขาเบาๆแต่เธอกลับไม่ได้ขยับหนีซ้ำยังเผลอทิ้งน้ำหนักตัวลงหาเขาอย่างลืมตัวเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่เริ่มครอบงำใจ
"ถ้าขยับเข้าไปใกล้กว่านี้จะเป็อะไรไหม"เขาถามด้วยน้ำเสียงพร่ามัวพลางเลื่อนใบหน้าเข้าไปจนััได้ถึงลมหายใจติดขัดของคนตัวเล็กที่เริ่มหอบถี่ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด"พี่จะใกล้อีกทำไมคะ…"
สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อค้นหาความยินยอมซึ่งขวัญข้าวเองก็ได้เพียงตอบเขาเสียงแ่ แล้วหลบสายตาด้วยความเขินอายปนระแวงที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงเบาบางในตอนนี้
เจ๋งถือโอกาสที่เธอกำลังสับสนขยับมือหนาเลื่อนขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิดจนปลายนิ้วััเข้ากับชายเสื้อยืดตัวบางที่เธอสวมมาในวันนี้อย่างแ่เบาราวกับจะลองเชิงดู
เขาแสร้งทำเป็จัดท่าทางนั่งให้ถนัดขึ้นแต่กลับจงใจเบียดแผ่นอกแกร่งเข้าหาต้นแขนเรียวเล็กจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่านระหว่างร่างกายของทั้งสองคนได้เลย
เจ๋งแกล้งโน้มตัวลงไปจนใบหน้าแทบจะซุกอยู่กับซอกคอขาวเนียนกลิ่นหอมจางๆจากกายสาวทำให้เขาเผลอสูดดมเข้าไปฟอดใหญ่จนขวัญข้าวต้องหดคอหนีด้วยความขัดเขิน
"เครื่องน่ะเดี๋ยวค่อยเช็กก็ได้นะ"เขาพูดกระซิบเสียงแ่ พลางเลื่อนมือจากต้นขาขึ้นมาโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้หลวมๆเพื่อรั้งร่างบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดกันมากกว่าเดิม "พี่เจ๋ง…เดี๋ยวก่อนค่ะ"
ขวัญข้าวพยายามขืนตัวไว้เพียงนิดแต่ััอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่ทาบทับลงมากลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอเริ่มหดหายไปทีละน้อยจนแทบจะอ่อนระทวยลงไปตรงนั้นเอง
เขาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางมนให้เงยขึ้นเพื่อสบตาที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงความเงียบรอบข้างยิ่งขับเน้นให้เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังก้องชัดเจนจนแทบแยกไม่ออก
เจ๋งจงใจทิ้งระยะห่างระหว่างริมฝีปากไว้เพียงไม่กี่เิเเพื่อรอคอยท่าทีจากคนตัวเล็กที่เริ่มมีอาการหอบพร่าตามแรงอารมณ์ที่เขากำลังชักจูงเธอไปอย่างช้าๆ
เจ๋งแสร้งทำเป็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้งแต่จังหวะที่ขยับตัวเขากลับจงใจทิ้งน้ำหนักแขนลงบนหน้าขาเนียนนุ่มของขวัญข้าวอย่างแเีที่สุด
ขวัญข้าวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อััอุ่นร้อนจากท่อนแขนแกร่งกดทับลงมากลางลำตัวความระแวงที่มีอยู่เริ่มถูกความวาบหวามเข้าจู่โจมจนเธอเผลอกลั้นหายใจเอาไว้
"ตัวสั่นขนาดนี้เลยเหรอ"เขาถามกระซิบข้างหู พลางขยับนิ้วชี้ไล้ไปตามขอบกางเกงยีนส์ของเธอเบาๆเป็จังหวะที่ทำให้คนฟังรู้สึกเสียววาบไปทั้งไขสันหลังในตอนนี้ "หนูไม่ได้สั่นนะคะ…พี่อย่ามองแบบนั้นสิ"
เขาสังเกตเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้ขยับหนีจึงถือวิสาสะเลื่อนมือขึ้นมาวางแหมะลงบนหน้าท้องแบนราบของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบาที่ปิดกั้นความร้อนจากฝ่ามือเขาเอาไว้ไม่มิด
เจ๋งแอบลอบยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มตกอยู่ในอำนาจการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์แบบท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่
เจ๋งค่อยๆเลื่อนฝ่ามือจากหน้าท้องขึ้นมาวางทาบบริเวณหน้าอกที่กระเพื่อมไหวแรงตามจังหวะหายใจของขวัญข้าวเขาััได้ถึงหัวใจของเธอที่เต้นระรัวราวกับกลองรบ
"ถ้าอยากให้ความลับยังเป็ความลับ...ก็ต้องตามใจผมหน่อยนะ"เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูจนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวกับคำพูดแฝงความนัยที่ฟังดูน่าเกรงขาม"ถ้าเป็แบบนี้ต่อ… หนูคง…"
ขวัญข้าวขยับเปลือกตาปิดลงช้าๆยามที่นิ้วเรียวยาวเริ่มเกี่ยวขอบเสื้อยืดตัวบางขึ้นเพียงเล็กน้อยพอให้ััถูกหน้าท้องเนียนนุ่มของเธอที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
ความกลัวที่มีในตอนแรกเริ่มถูกความวาบหวามเข้าครอบงำจนสมองพร่าเลอไปหมดเธอเผลอเอนกายพิงแผ่นอกแกร่งของเจ๋งอย่างลืมตัวราวกับ้าหาที่ยึดเหนี่ยวในตอนนี้
เจ๋งกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นว่าเหยื่อตัวน้อยเริ่มโอนอ่อนตามใจเขามากขึ้นเรื่อยๆเขาจึงถือโอกาสกดจูบลงบนลาดไหล่บางผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจเพื่อตีตราจอง
"ดึกแล้ว...ขวัญกลับคอนโดไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวผมเดินไปส่งที่หน้าลิฟต์"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยพลางผละมือออกจากเอวบางราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในตอนนั้น
ขวัญข้าวนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่เมื่อถูกตัดบทดื้อๆทั้งที่อารมณ์ของเธอกำลังพุ่งสูงจนกู่ไม่กลับความรู้สึกค้างคาใจทำให้เธอขยับขาเดินออกไปจากร้านไม่ได้จริงๆ
เธอเม้มริมฝีปากแน่นพลางจ้องมองใบหน้าคมเข้มของเจ๋งที่ดูนิ่งสงบผิดกับหัวใจของเธอที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาข้างนอกเสียให้ได้ในวินาทีนี้เลย
"แบบนี้แล้วจะให้หนูกลับได้ยังไงคะ…"หญิงสาวโพล่งออกมาเสียงสั่นพร้อมกับคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งของเขาเอาไว้แน่นราวกับคนกำลังเสียการทรงตัว
เจ๋งกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นว่าเหยื่อตัวน้อยติดกับดักอารมณ์เข้าอย่างจังเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความ้าชัดเจน