เรนิตา เทวินทั้งสองไม่สามารถปฏิเสธหัวใจของตัวเองได้อีกต่อไปท่วงทำนองเพลงเต้นรำในจังหวะวอลซ์
ยังคงบรรเลงพร้อมกับการเคลื่อนไปตามจังหวะเพลงของทั้งสองสองคนดูมีความเหมาะสมกันมาก
‘.ใครกัน!?...คงจะไม่มีอะไร เราคงจะคิดไปเอง’ แม้จะยังไม่ได้เป็นคนรักหรือคู่ครองของเทวิน แต่เธอก็รู้สึกไม่พอใจที่เห็นเขาเต้นรำกับคนอื่น
‘ต้องเป็นตัวเราสิที่จะเป็นคู่เต้นรำกับคุณเทวินต้องไม่ใช่คนอื่นสิ’
เพลงจบแล้วและกำลังจะขึ้นเพลงใหม่เธอยังคงมองดูเทวินโดยที่ไม่อาจละสายตาไปทางอื่น เห็นเขาเดินจูงมือสาวชาวต่างชาติ
ผู้สวยงามนั้นไปที่โต๊ะแล้วยังมีวิชุดา พิเชษฐ์ ผู้กองวศินและชายอีกสองคนร่วมโต๊ะ
‘นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน!?’ถึงตอนนี้เธอที่ส่งแขกสำคัญกลับไปแล้วได้เดินเข้าไปหาเทวินจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเธอเป็นใคร
“สวัสดีค่ะ”เพ็ญขวัญเข้าไปทักทายทุกคน
“สวัสดีครับคุณขวัญ”เทวินและคนอื่นๆ ก็ทักทายเธอเช่นกัน เห็นเธอยังไม่รู้จักเรนิตา เทวินจึงเป็นคนที่แนะนำตัวเธอ “คุณขวัญครับ เธอคนนี้ชื่อเรนิตาเป็นลูกสาวของคุณโรเจอร์กับคุณภัทร เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ครับ” และได้หันไปกล่าวกับเรนิตา “เรเนียครับ เธอคือคุณเพ็ญขวัญลูกสาวคนเล็กของคุณป้าสายใจเจ้าของบ้านหลังนี้ครับ”เขายิ้มให้กับหญิงสาวทั้งสองคน
ในขณะที่แนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน
เพ็ญขวัญและเรนิตาก็ได้ทักทายทำความรู้จักกันเพ็ญขวัญเห็นมีเก้าอี้ว่างหนึ่งที่ตรงระหว่างเทวินและวิชุดา เธอคิดว่าจะนั่งข้างๆเขา
“เดี๋ยวขวัญจะขอนั่งร่วมตะด้วยนะคะ”
“ครับ เชิญนั่งครับ”เทวินกล่าว
“ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ไม่ได้ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง พอดีมีแขกสำคัญข้างในบ้านนะคะ” เพ็ญขวัญกล่าว
“ไม่เป็นไรครับคุณป้าสายใจได้กล่าวต้อนรับทุกคนบนเวทีแล้ว คุณที่มีฐานะเป็นเจ้าภาพคงจะต้องยุ่งๆ”ผู้กองวศินกล่าว
แต่เขาก็ยังคงจับตามองจรัสที่โต๊ะอยู่เยื้องกันโดยไม่ให้รู้ตัว
“อ๋อ...ได้ครับเชิญครับคุณขวัญ” เทวินได้ตอบรับตามมารยาทพร้อมกับโค้งตัวก่อนจูงมือเธอไปยังฟลอร์เต้นรำ
เพลงตอนนี้ขึ้นเป็นจังหวะชะชะช่า คู่เต้นรำยังต้องจับมือทั้งสองข้างและบางครั้งยังต้องหมุนตัวแม้จะดูไม่ใกล้ชิดมากเหมือนกับจังหวะวอลซ์ แต่เพ็ญขวัญก็มีความพึงพอใจที่ได้เต้นรำกับเขา เรนิตาที่เพิ่งแน่ใจว่าตัวเธอรักเทวินเข้าให้แล้วและก็ดูออกว่าเพ็ญขวัญรู้สึกและคิดอย่างไรกับเทวิน เพราะเพ็ญขวัญจะเป็นคนเปิดเผยออกมาตรงๆผ่านกิริยาท่าทางและการแสดงออก แต่เธอไม่กล้าคิดอะไรไปไกลกว่านั้น
วิชุดาดูจะเข้าใจจึงได้ขยับมานั่งติดกับเธอและชวนเธอพูดคุยระหว่างรอพี่ชายแต่เธอก็รู้ว่าเรนิตาเป็นคนที่มีเหตุผลพอจะไม่คิดมาก
เพียงไม่กี่วันวิชุดาและเรนิตากลายเป็นสนิทกันแล้วด้วยที่ทั้งสองคนมีวัยใกล้กันมากจึงเข้ากันได้เป็นอย่างดี
จะว่าไปแล้ววิชุดาเรียนปีสุดท้ายในสาขาเทคโนโลยีการเกษตร เรนิตาก็อยากทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านนี้อยู่แล้ว ส่วนพิเชษฐ์เขามีความคิดอยากทำงานด้านกฎหมายตามที่เขาเรียนมาทั้งสี่คนเคยได้มีการวางแผนธุรกิจร่วมกันที่บ้านของพิเชษฐ์ หนุ่มสาวทั้งสี่จึงเหมือนเป็นครอบครัวธุรกิจเดียวกันแม้จะไม่นับทรัพย์สินของเรนิตาและเครือหยดน้ำไพลินของสองครอบครัว
เทวินกับพิเชษฐ์ เทวินที่กำลังเต้นรำในจังหวะชะชะช่ากับเพ็ญขวัญจู่ ๆ เขารู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ ภายในงานที่มีคนเยอะแม้จะมีสายตาหลายคู่มองกันไปมา แต่ไม่เหมือนกับบางสิ่งที่กำลังจ้องมองดูเขาอยู่ในเวลานี้ เมื่อเต้นรำกระทั่งเพลงจบเขาจึงขอตัวที่จะไปเข้าห้องน้ำ
“คุณขวัญครับผมจะขอไปเข้าห้องน้ำนะครับ”
“คุณเทวินปวดท้องหรือเปล่าคะ?” เธอถามด้วยความเป็นห่วง
“แค่ถ่ายเบานะครับ”
“อ๋อ...ห้องน้ำชายมีป้ายบอกทางไว้แล้วแต่ตรงส่วนข้างบ้านดูจะมีคนเยอะ ที่บริเวณหลังบ้านใกล้ธารน้ำเรามีห้องน้ำสร้างแยกไว้กับเรือนหลังเล็ก คุณเทวินเดินตามทางเดินก็จะเห็นค่ะ”“อ๋อ...ขอบคุณครับ”
ขณะกำลังแยกกันคุณป้าสายใจก็เข้ามาหาเพ็ญขวัญ
“อยู่นี่เองแม่หาลูกขวัญอยู่” ป้าสายใจกล่าว
“สวัสดีครับคุณป้า”เทวินที่กำลังปลีกตัวไปแต่ทักทายเธอก่อนตามมารยาท
“สวัสดีจ้ะขอบใจมากนะครั้งก่อนได้ช่วยป้าไว้ เพิ่งรู้จักว่าเราเป็นหลานตาสิน ชื่อเทวินใช่ไหมจ๊ะ” ป้าสายใจพูกับเขา“ใช่ครับ เออ...ผมจะต้องขอตัวก่อนนะครับ”
“ตามสบายนะ ส่วนลูกขวัญมากับแม่หน่อยมีคนที่แม่ต้องการให้ทำความรู้จัก เพื่อนของแม่ที่ไม่ได้พบกันนานมากมากับลูกชาย
ถามหาอยากเห็นลูกขวัญด้วย” ป้าสายใจคิดวางแผนไว้แล้วว่าจะหาผู้ชายรวยๆ มาชอบเธอ ตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่ทำให้รู้จักคุ้นเคยกัน
“อ๋อ...ค่ะ”เพ็ญขวัญได้ตามคุณแม่ของเธอไป
ส่วนเทวินไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำแต่กำลังมองหาสิ่งที่กำลังจับจ้องมองดูเขาอยู่หันไปทางบริเวณคนบางตาที่มีต้นไม้ประดับอยู่แต่….‘อะไรกัน แม้จะรู้สึกได้แต่กลับไม่พบเห็นตัวต้องหาทางล่อมันไปตรงที่ไม่มีคน’ คิดดังนั้นจึงเดินไปที่เรือนหลังเล็กตามที่เพ็ญขวัญ
บอกทางไว้แล้วทำทีเป็นว่ากำลังจะเข้าห้องน้ำ ‘จริงด้วย!!... มันตามดูเรา เราต้องหาวิธีนำตัวมันออกมา’