โรงงานของเสี่ยอู๋ถูกตรวจพบว่าใช้สารเคมีต้องห้ามผสมลงไปในการผลิตปุ๋ย โรงงานของเสี่ยอู๋จึงถูกสั่งปิดไปในทันที ทั้งยังมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายไม่ว่าจะเป็นการลดราคาและการแจกบัตรกำนัลให้เข้าชมแปลงผักและสวนไม้ได้ฟรี ทำให้โรงงานของเจียงโม่โฉวและโจวต้าเฝิงได้รับความสนใจและทำให้มีคำสั่งซื้อจำนวนมหาศาลเข้ามาในทุกๆ วัน
อีกทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนยังได้มาเชิญพวกเขาไปบรรยายเกี่ยวกับแนวคิดทางการตลาดสมัยใหม่ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ฟังอีกหลายที่ ทำให้สองหนุ่มทำงานกันจนไม่มีเวลาพัก แต่ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้ปีใหม่ พวกเขาจึงปฏิเสธและยังไม่ขอรับงานบรรยายจนกว่าจะผ่านปีใหม่ไปแล้ว ทั้งคู่จึงขนเอกสารจากโรงงานกลับมาทำที่บ้านเพื่อใช้เวลากับภรรยาให้มากที่สุด
โจวต้าเฝิงหันไปเห็นน้องสาวประคองหลินม่านเดินเข้าประตูมาพอดี เขารีบเดินไปประคองภรรยาเพราะกลัวว่าเธอจะเป็นลมล้มพับไป และอีกเหตุผลหนึ่งคือเขากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับน้องสาวที่กำลังท้องอยู่ “ม่านม่านเป็นอะไรไปเหรออ้ายเหม่ย ทำไมเธอถึงได้หน้าซีดขนาดนี้”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าพี่สะใภ้เป็นอะไรเหมือนกันค่ะ แต่พอพี่สะใภ้เห็นหน้าลูกชายคนโตของป้าหลีสาม เธอก็ทำท่าคล้ายจะเป็นลมไปอย่างนี้” โจวอ้ายเหม่ยอธิบาย
“ลูกชายป้าหลีสามมารังแกพวกคุณเหรอ” เจียงโม่โฉวถามเสียงเข้ม “กี่ครั้งแล้วที่คนบ้านนั้นคอยแต่จะสร้างปัญหาให้เรา สงสัยผมคงต้องไปหาเวลาสั่งสอนคนบ้านนั้นสักหน่อยแล้ว”
“ม่านม่าน คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ผู้ชายคนนั้นเคยทำอะไรคุณ” โจวต้าเฝิงถามภรรยาอย่างกังวล
หลินม่านมองไปรอบๆ ก็เห็นว่ามีเพียงเธอ สามี เจียงโม่โฉว และโจวอ้ายเหม่ยอยู่ในห้อง เธอถึงบอกความจริง “ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทำอะไรฉันหรอกค่ะ แต่เขาเป็นคนที่จับเจ้าของร่างเดิมไปส่งให้เสี่ยอู๋ เขาตบตีเจ้าของร่างเดิมสารพัดเลยนะคะ พี่ต้าเฝิง...พี่จำได้หรือเปล่าว่าบนร่างกายฉันตอนนั้นมีแต่รอยฟกช้ำเต็มไปหมด”
โจวต้าเฝิงหน้าเปลี่ยนสีในทันที วันนั้นเขาจำได้ดีว่าบนร่างกายของคนรักเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ เขาถามเธออยู่หลายครั้งว่าเป็นใครที่ทำร้ายเธอ เธอบอกว่าเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนั้น หากให้เธอเห็นหน้าเขาอีกครั้งเธอต้องจำได้แน่ แต่พอเขากับเธอแต่งงานกัน เขากลับลืมเรื่องนี้ไปสนิท “นอกจากทำร้ายร่างกายแล้วเขาทำอะไรคุณอีกหรือเปล่า”
หลินม่านไม่ได้สังเกตสีหน้าของสามี เธอหลับตานึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น “เขาไม่ได้ทำอะไรฉันค่ะ แต่มีผู้หญิงบางคนที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินถูกเขา...เอ่อ...ถูกเขา...ข่ม...”
“พอแล้ว! ผมเข้าใจแล้ว” โจวต้าเฝิงรีบห้าม ประโยคต่อไปเขาเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงผู้โชคร้ายเหล่านั้น “โม่โฉวนายไปกับฉัน เราต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่โม่ไป๋กับพี่เจียนหยุน ถึงแม้เสี่ยอู๋จะถูกตัดสินโทษไปแล้ว แต่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดก็ควรได้รับโทษด้วย เราต้องทวงความยุติธรรมให้เหยื่อ”
เจียงโม่ไป๋กับหวังเจียนหยุนก็ทำงานได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นอีกสองวันก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับลูกชายคนโตของป้าหลีสามไปดำเนินคดี แต่ไม่รู้ว่าป้าหลีสามไปรู้มาจากไหนว่าคนที่ไปแจ้งความคือโจวต้าเฝิงกับเจียงโม่โฉว นางพาลูกชายคนรองกับลูกสะใภ้อีกสองคนมายืนตะโกนที่หน้าบ้านของโจวต้าเฝิงและเจียงโม่โฉวเสียงดัง
“ออกมานะไอ้พวกคนใจดำ!” ป้าหลีสามตะโกนขึ้น
“ใช่! พวกแกออกมาเลย พวกแกไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ตำรวจมาจับสามีฉันไป พวกแกทำให้ครอบครัวเราแตกแยก เมื่อไม่มีสามีแล้วฉันกับลูกชายฉันจะอยู่กันยังไง ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว” สะใภ้ใหญ่ของป้าหลีสามนั่งลงพร้อมกับกอดลูกชายแล้วร้องไห้
“พวกแกพอใจมากใช่ไหมที่ทำลายครอบครัวฉันได้ ฉันไม่รู้เลยว่ามีคนเลวๆ แบบพวกแกเกิดมาบนโลกได้ยังไง ฉันขอแช่งให้ลูกหลานของพวกแกไม่มีโอกาสได้เกิดมาลืมตาดูโลก” ป้าหลีสามตะโกนอย่างโกรธแค้น
“ป้าหลีสาม! ป้ามายืนด่าและแช่งลูกๆ ของเราอย่างนี้มันถูกแล้วเหรอครับ” เจียงโม่โฉวเดินออกมาตอบโต้ป้าหลีสามเป็นคนแรก กล้ามาแช่งลูกกับภรรยาของเขา คิดว่าเขาจะไม่กล้าตอกกลับเหรอ
“แค่ด่าพวกแกยังไม่พอหรอก ฉันจะแช่งพวกแกไปจนกว่าเมียแกจะคลอดลูกไม่ได้ ลูกชายฉันทำผิดอะไรแกถึงให้ตำรวจมาจับเขา แกไปบอกให้ตำรวจปล่อยตัวลูกชายฉันเดี๋ยวนี้”
“ตำรวจมีหน้าที่จับคนร้ายอยู่แล้ว ถ้าลูกชายป้าไม่ได้ทำความผิดแล้วตำรวจจะมาจับเขาทำไม”
“เป็นเพราะแกไปใส่ร้ายลูกชายฉันน่ะสิ”
เจียงโม่โฉวยิ้มที่มุมปาก “ป้ากำลังจะบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานอย่างไม่เป็นธรรมอย่างนั้นเหรอครับ”
“แล้วไม่ใช่หรือไง ใครๆ ก็รู้ว่าผู้หมวดหนุ่มที่ย้ายมาใหม่คือพี่ชายกับพี่เขยของแก พวกเขาจะยัดข้อหาอะไรให้ลูกชายฉันก็ได้”
“ถ้างั้นผมขอเชิญพวกคุณทั้งครอบครัวไปให้การที่สถานีตำรวจหน่อยนะครับ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าผมปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสมยังไง บางทีผมอาจจะได้ข้อมูลอะไรใหม่ๆ จากปากของคนในครอบครัวคุณบ้างก็ได้” หวังเจียนหยุนถามขึ้น วันนี้เขากลับบ้านเร็วจึงมาทันได้ยินคำพูดของป้าหลีสามพอดี
เจียงโม่ไป๋ที่เดินตามมาก็ยิ้ม “พวกผมยัดข้อหาให้ลูกชายป้าหรือเปล่าพรุ่งนี้ป้าก็จะรู้แล้ว ป้าอย่าลืมพาคนในครอบครัวของป้าไปฟังคำตัดสินด้วยนะครับ คดีค้ามนุษย์และกระทำชำเรามีโทษหนักมากทีเดียว”
ลูกชายคนรองรู้ดีว่าพี่ชายคนโตทำเรื่องไม่ดีอะไรไว้บ้าง ความจริงแล้วเขาจะตามมาห้ามแม่กับพี่สะใภ้ว่าไม่ให้พวกเธอมาก่อเรื่อง แต่เขาห้ามเท่าไหร่แม่กับพี่สะใภ้ก็ไม่ฟัง ตอนนี้เขาต้องหาวิธีพาแม่เขากลับบ้านให้ได้ “แม่ครับ เรากลับบ้านกันก่อนเถอะครับ ถ้าพรุ่งนี้จะมีการตัดสินคดีพี่ใหญ่ ทำไมวันนี้เราไม่ไปเยี่ยมพี่ใหญ่สักหน่อยล่ะครับ”
“ไปเยี่ยมเจ้าใหญ่เหรอ? ได้...เราเอาของอร่อยๆ ไปให้เจ้าใหญ่กินกัน ในห้องขังคงไม่มีอาหารดีๆ ให้เขากิน” ป้าหลีสามมองลูกชายคนรอง “แต่ว่าเจ้ารอง แม่ไม่มีเงินสักหยวน แกพอจะมีเงินให้แม่ไปซื้อของมาทำอาหารให้พี่ชายของแกบ้างไหม อย่างน้อยวันนี้พี่ชายของแกต้องได้กินขาหมูหรือไม่ก็หมูสามชั้น”
ลูกชายคนรองของป้าหลีสามแทบอยากจะด่าแม่ตัวเองออกไปสักชุด โทษของพี่ชายหนักจนอาจจะถึงขั้นยิงเป้า แต่แม่ยังมารีดไถเงินจากเขาเพื่อไปซื้ออาหารให้พี่ชาย ลูกชายรองสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาจะยอมสละเงินเก็บสักสิบหยวนเพื่อซื้ออาหารมื้อสุดท้ายให้พี่ชายก็แล้วกัน เขาล้วงเงินสิบหยวนออกมาจากกระเป๋า “แม่พาพี่สะใภ้ไปซื้อของเถอะครับ อีกเดี๋ยวผมจะตามไป”
ป้าหลีสามคว้าเงินสิบหยวนได้ก็ไม่สนใจอะไรอีก เพราะเวลานี้เธอเป็นห่วงความเป็นอยู่ของลูกชายคนโตมากกว่า
“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่แม่ของผมมาสร้างปัญหาให้พวกคุณ ต่อไปผมจะระวังไม่ให้คุณแม่มารบกวนพวกคุณอีกนะครับ” หลีเอ้อโค้งเพื่อขอโทษทุกคน
“พี่รอง” หลีหงเสี่ยวเดินเข้าไปหาพี่ชาย ถึงแม้ทุกคนในบ้านจะทำไม่ดีกับเธอ แต่พี่รองก็ดูแลเธอดีมาก วันที่เธอตัดขาดกับครอบครัวและไม่มีที่ไป พี่รองเป็นคนเดียวที่วิ่งตามออกมาแล้วเอาเงินให้เธอติดตัวไว้ใช้ถึงยี่สิบหยวน หรือให้มองย้อนกลับไปเมื่อวันแต่งงาน ก็เป็นพี่ชายรองที่เดินเท้าไปส่งเธอจนถึงบ้านสามี พี่รองของเธอเป็นคนดี แต่ติดตรงที่พี่รองเชื่อฟังแม่และพี่ใหญ่มากเกินไป “ฉันคงบอกให้พี่รองแยกบ้านออกมาไม่ได้แล้ว เพราะพี่ใหญ่อาจจะไม่ได้กลับออกมาอีก แม่จะเหลือพี่เป็นที่พึ่งแค่คนเดียว แต่ถ้าพี่อยากให้ฉันช่วยเรื่องอะไร พี่มาหาฉันได้ตลอดเลยนะคะ ฉันยังเป็นน้องสาวของพี่อยู่นะ”
“ขอบใจนะหงเสี่ยว เธอแยกครอบครัวออกมาแล้ว พี่คงไม่เอาปัญหาที่บ้านมารบกวนเธอ พี่หวังว่าต่อไปเธอกับหลานสาวจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกันสักทีนะ” หลีเอ้อพูดจบก็พาภรรยาเดินกลับบ้าน
ภรรยาของหลีเอ้อหันมามองหลีหงเสี่ยวอย่างนึกเสียดาย เมื่อก่อนเธอน่าจะดีกับน้องสามีให้มากกว่านี้ เธอไม่น่าไปห้ามสามีไม่ให้ช่วยเหลือน้องสาวเลย หากความสัมพันธ์ของพวกเธอเป็นไปด้วยดี ป่านนี้เธออาจจะได้เข้าทำงานในโรงงานของคุณโม่โฉวกับคุณต้าเฝิงแล้วก็ได้ แต่มาเสียใจตอนนี้คงสายเกินไป เธอหันหลังเดินกลับบ้านพร้อมสามี ในขณะเดียวกันเธอก็คิดว่าต่อไปนี้เธอจะรับมือกับแม่สามีและพี่สะใภ้ใหญ่ยังไง ถึงแม้เธอกับสามีจะมีลูกชายเหมือนกัน แต่เธอรู้ดีว่าแม่สามีนั้นรักครอบครัวของพี่ชายใหญ่มากกว่าครอบครัวของเธอ วันเวลาต่อจากนี้ของบ้านป้าหลีสามจะไม่มีความสุขอีกต่อไปแล้ว