สิงห์ค่อยๆ เจริญเติบโตมากับสิ่งแวดล้อม ที่เป็ธรรมชาติทั้งทางโลกและทางธรรม อยู่กับชาวบ้านที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่เชื่อมั่นนับถือในพระพุทธศาสนา ผู้คนมีจิตใจดีงาม มีความโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน มีงานบุญ งานวัด หรืองานประเพณีต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็ประจําปีตามครรลองครองธรรม เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มารวมตัวทำบุญ ช่วยงานวัดและปฏิบัติธรรมในวัดอย่างพร้อมหน้ากันทั้งคนแก่ คนหนุ่มคนสาวและเด็กที่ติดตามพ่อแม่ปู่ย่าตายายมาที่วัด ทําให้ทุกคนมีความสุข อิ่มเอิบใจ ต่างก็เชื่อว่าทําบุญแล้วได้บุญจริงๆ สิงห์จึงได้รับการบ่มเพาะและได้ซึมซับเื่ราวดีๆ แบบนี้ั้แ่เด็ก เขาจึงยึดมั่นในองค์พระรัตนตรัยและมีความเชื่อเื่บาปและบุญ
อย่างไรก็ตามชาวบ้านในละแวกนี้ก็มีความจําเป็ที่ต้องหาอาหารตามธรรมชาติเพื่อนำมาเลี้ยงชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่การเข้าป่าหาเก็บเห็ด ขุดเผือกขุดมันและหาเก็บผัก ผลไม้เท่านั้น การล่าสัตว์มาทําเป็อาหารก็มีเหมือนกัน ตามวิธีที่บรรพบุรุษพาหาเลี้ยงชีวิตสืบต่อกันมา เช่น การจับปลา กบ เขียด อึ่งอ่าง นก หนู กิ้งก่า แย้ เป็ต้น ถึงแม้การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจะผิดในศีล 5 ข้อที่ 1 แต่ก็ไม่มีใครละเว้นได้ เพราะต้องดิ้นรนหากินเพื่อปากเพื่อท้องของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งการทำมาหากินลักษณะนี้ หากใครไปหาของกินได้มาเยอะๆเป็ประจํา ก็จะมีอาหารเก็บไว้กินได้นาน และเอาไปแบ่งปันคนอื่นให้ได้กินด้วย จึงมักจะได้รับคำชื่นชมจากคนทั่วไปในหมู่บ้านว่าเป็คนขยันหมั่นเพียร หากินหมาน(หาได้เยอะ)ก็จะเป็ที่ต้องตาต้องใจของคนทั่วไป ใครๆก็อยากได้มาเป็เขยเป็สะใภ้ สิงห์ก็ได้เรียนรู้หลักการและวิธีการแบบนี้ด้วยเช่นกัน
เวลาเปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมและสังคมก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้อง "พัฒนาชนบท" ให้เจริญก้าวหน้าขึ้น งบประมาณสร้างถนนจากรัฐเข้าถึงหมู่บ้าน จึงมีการขุดดินถมทางเกวียนเดิมทำให้เป็ถนนดินสูงขึ้น โดยจ้างแรงงานคนในหมู่บ้านขุด(สมัยก่อนรถขุดจะมีใช้งานเฉพาะในเมืองใหญ่เท่านั้น) ทำให้หน้าฝนควายเทียมเกวียนเดินไม่สะดวกเพราะตีนควายและล้อเกวียนจมลงในดินถนน (ถนนทางเกวียนเดิมเป็ดินแน่น) ถัดจากถนนดินรัฐก็จัดงบปรับเปลี่ยนไปเป็ถนนลูกรัง และปรับเปลี่ยนจากถนนลูกรังไปเป็ถนนลาดยาง จากเดิมชาวบ้านราษฎรเดินดินด้วยเท้าเปล่า ต้องปรับเปลี่ยนไปใส่รองเท้าเพื่อเดินบนถนนลูกรังและถนนลาดยาง เมื่อก่อนไม่เคยมีไม่เคยใส่รองเท้าก็ต้องหาเงินไปซื้อรองเท้ามาฝึกสวมใส่ จากที่เคยใช้ควายเทียมเกวียนเป็พาหนะก็ปรับเปลี่ยนไปใช้รถจักรยานสองล้อ จากรถจักรยานสองล้อก็ปรับเปลี่ยนไปใช้รถเครื่องสามล้อ มอเตอร์ไซค์ และปรับเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ในที่สุด จะเห็นความเปลี่ยนดังกล่าวได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเวลาได้ผ่านไปประมาณ 20 ปี ผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกหมู่บ้านที่สิงห์เกิด ต่างก็ปรับตัวเพื่อให้ทันกับวัฒนธรรมและสังคมแบบใหม่หรือสังคมสมัยใหม่ที่เรียกกันว่า "ความเจริญ" ที่มีใครก็ไม่รู้ส่งมอบให้ ทุกคนแถวนั้นจึงจําเป็ต้องเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตใหม่ จากที่เคยอยู่แบบไม่เร่งรีบ กลับต้องดิ้นรนต่อสู้สุดความสามารถ ทําทุกอย่างเพื่อวิ่งหาเป้าหมายใหม่คือ "เงิน" คำว่าเงินมันได้เปลี่ยนคนจากที่เคยมีจิตใจดีงาม มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความกตัญญูรู้คุณ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เป็คนอ่อนโยนใจบุญสุนทาน กลับกลายเปลี่ยนไปเป็คนที่เห็นแก่ตัว คิดหาทางเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่้ามาเป็ของตนเอง จิตใจเหี้ยมโหดขึ้นเพื่อเอาตัวรอดในสังคมสมัยใหม่ จึงมีคำพูดที่ว่า "เอาตัวรอดเป็ยอดดี" มาจําใส่ใจเพื่อ้าเอาตัวเองให้รอดก่อน โดยไม่สนใจคนอื่นหรือคนข้างหลังเลยว่าจะเป็อย่างไร