" น....ในที่สุดเ้าเด็กสัตว์ประหลาดนั่นก็ไปเสียที "
นักเรียนชั้นปี 2-4 ภายในห้องโถงฝึกซ้อมถอนหายใจอย่างโล่งอก การโจมตีเมื่อครู่นี้มันน่ากลัวจนหลายๆ คนแทบจะหยุดหายใจโดยไม่รู้ตัว
เหนือสิ่งอื่นใดหุ่นจำลองในห้องโถงฝึกซ้อมสร้างขึ้นจากแร่มิธริลซึ่งเป็แร่หายากมีน้ำหนักเบาและแข็งแรงทนทานเหนือกว่าเหล็กกล้าหลายเท่าตัว แม้แต่นักเรียนที่มี Lv: 30-50 ยังเป็เื่ยากที่จะทำให้มันเกิดความเสียหายต่อให้ใช้เวทมนตร์โจมตีก็ตาม
ทว่า!
วันนี้กลับมีนักเรียนใหม่ชั้นปี 1 ทำลายแร่มิธริลจนพินาศย่อยยับไม่เหลือชิ้นดีด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
" เอ่อ....ข้าพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าในหมู่นักเรียนใหม่ชั้นปี 1 มีคนที่สามารถเอาชนะผู้กล้าทั้ง 5 ด้วยตัวคนเดียวหน่ะ "
นักเรียนชั้นปี 3 คนหนึ่งพึ่งนึกเื่สำคัญขึ้นมาได้ ่นี้มีข่าวลือเกี่ยวกับนักเรียนลึกลับผู้มีฉายาจอมมารแห่งโรงเรียนราชวงศ์ซึ่งกำลังกลายเป็ที่จับตามองของผู้มีอำนาจในโรงเรียน
" ใช่! ข้าเองก็เคยได้ยินข่าวลือนั่นอยู่เหมือนกัน หือ...เดี๋ยวก่อนสิ!....อย่าบอกนะว่าเ้าเด็กสัตว์ประหลาดผมสีดำที่เล่นงานพวกเราคือคนในข่าวลือ!? "
เมื่อสิ้นคำพูด เห็นได้ชัดว่าภายในห้องโถงตกสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งเพราะหากมันเป็ความจริงก็หมายความว่าพวกเขาพึ่งไปทำให้เด็กใหม่ที่เหล่าขุนนางพยายามตีสนิทขุ่นเคือง
และถ้าเื่นี้แพร่กระจายออกไปถึงหูขุนนางเ่าั้คงส่งผลทำให้รุ่นพี่ชั้นปี 2 ทั้ง 5 คนอยู่ไม่เป็สุขในอนาคตแน่
" มันเป็ไปไม่ได้หรอก! พวกเ้าอย่าลืมสิว่าเด็กปี 1 ในข่าวลือสามารถอัญเชิญอัศวินสีดำออกมาต่อสู้กับศัตรูได้ ซึ่งมันชัดเจนอยู่แล้วว่าคนในข่าวลือมีอาชีพเป็นักอัญเชิญ " อาร์ฟซึ่งเป็หนึ่งในนักเรียนที่เคยหาเื่เดธเอ่ยขึ้นเพื่อโต้แย้ง
" เ้าพูดถูกแล้ว!! คนอาชีพนักอัญเชิญล้วนมีร่างกายอ่อนปวกเปียกไม่สามารถกวักแกว่งเคียวอย่างทรงพลังทำลายแร่มิธริลได้เหมือนกับเ้าเด็กสัตว์ประหลาดบ้านั่นหรอก " นักเรียนอีกคนที่เคยหาเื่เดธกล่าวเสริม
แม้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับการต่อสู้ในป่าเมื่อวานของนักเรียนชั้นปี 1 จะถูกพูดถึงในหมู่รุ่นพี่อย่างหนาหู แต่อย่างไรก็ตามกลับมีน้อยคนนักที่รู้ว่าใครคือคนในข่าวลือ
ยิ่งไปกว่านั้นการต่อสู้ในป่าเมื่อวานนี้เดธปล่อยให้กองทัพิญญาเป็ผู้จัดการคู่ต่อสู้ไปซะส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เื่แปลกถ้าเกิดมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นักอัญเชิญ
" ช่างเื่ข่าวลือนั่นไปก่อน ตอนนี้พวกเราควรไปทำภารกิจของโรงเรียนในดันเจี้ยนให้เสร็จ ส่วนเ้าเด็กปี 1 ที่ใช้เคียว หลังจากกลับมาจากดันเจี้ยนข้าจะไปจ้างนักฆ่าเพื่อสังหารมัน! "
อาร์ฟกำหมัดแน่นแววตาส่องประกายอำมหิตอย่างเหลือล้น ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เดธรอดไปง่ายๆ
" เอ่อ...ข้าก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ตอนนี้แทงค์ในปาร์ตี้กระดูกซี่โครงหักคงทำภารกิจร่วมกับพวกเราไม่ได้แล้ว "
เพื่อนในกลุ่มมองอดีตแทงค์ที่พึ่งโดนเคียวกระแทกใบหน้าจนกระเด็น ซ้ำร้ายยังปลิวว่อนไปปะทะเข้ากับหุ่นจำลองจนกระดูกซี่โครงหัก
" ช่างเื่นั้นปะไร ภารกิจง่ายๆ แค่ 4 คนก็พอแล้ว.. "
อาร์ฟซึ่งเป็หัวหน้าปาร์ตี้พาแทงค์ไปห้องพยาบาลก่อนจะออกคำสั่งให้สมาชิกที่เหลืออีก 3 คนเริ่มออกเดินทางไปดันเจี้ยนเพื่อทำภารกิจ โดยหารู้ไม่ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะได้ลืมตามองโลกเพราะชะตาชีวิตกำลังสิ้นสุดลงในอีก 5 ชั่วโมงข้างหน้า
[ อาร์ฟ ] LV: 23
อายุ: 21
อาชีพ: นักดาบ
สิ้นอายุขัยในอีก: 5 ชั่วโมง 3 นาที
[สาเหตุการตาย: โดนเปลวเพลิงของสัตว์อสูรเวทย์หมีโลกันตร์เผาตายในดันเจี้ยนชั้น 10]
ตัดมาทางด้านของเดธหลังจากเดินออกมาจากอังคารแลกเปลี่ยนก็ััได้ถึงตัวตนของใครบางคนที่กำลังจับตามองดูเขา
สายตาที่มองมา แม้จะไม่มีจิตสังหารแต่มันก็น่ารำคาญพอสมควรเมื่อต้องโดนใครบางคนเดินสะกดลอยตามและใช้เวทมนตร์จ้องมองอยู่ตลอดเวลาแบบนี้
ห่างออกไป 800 เมตรบนต้นไม้ใหญ่มีร่างเงา 3 ร่างนั่งอยู่บนกิ่งไม้ร่ายเวทมนตร์ติดตามสอดส่องความเคลื่อนไหวของเป้าหมายทุกฝีก้าว
ร่างเงาทั้ง 3 คือสมาชิกของสภานักเรียนที่ได้รับมอบหมายให้มาเจรจาเชื้อชวนยมทูตในคราบมนุษย์เข้าร่วมกับสภาให้ได้
โดยสมาชิกคนแรกคือชายร่างสูงใหญ่มีชื่อว่า เลโอ เป็พวกเืร้อนหัวรุนแรงหน่อยๆ
สมาชิกคนที่สองคือชายร่างผอมบางมีชื่อว่า เจสัน เป็พวกเงียบขรึมต่างจากเลโอที่พูดมาก ส่วนสมาชิกคนสุดท้ายเป็หญิงสาวนามว่า ไอรีน
ไอรีนคือจอมเวทย์ประจำกลุ่มและเป็คนที่ร่ายเวทมนตร์ติดตามเดธทุกฝีก้าว
แต่ขณะที่กำลังจับตามองดูเป้าหมายจากระยะไกล อยู่ดีๆ ไอรีนก็ััได้ว่าเดธกำลังมองมายังเธอเช่นเดียวกัน
' เขารู้ตัวว่ากำลังโดนจับตามอง? ไม่สิ....มันอาจเป็เื่บังเอิญล่ะมั้งที่เขามองมาทางนี้ 'ไอรีนสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวและใช้เวทมนตร์สอดส่องเป้าหมายต่อไป
ทว่าทันใดนั้นจู่ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบก็ได้หยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ ท้องฟ้าซึ่งเคยโปร่งใสเปลี่ยนเป็มืดครึ้มน่าวังเวง
ไอรีนรู้สึกใต่อปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดจึงหันกลับไปมองสมาชิกในสภา
"น .....นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ "
หญิงสาวเริ่มตื่นตะหนกพลางยื่นมือเข้าไปเขย่าร่างเพื่อนร่วมสภา แต่แล้วสิ่งที่ไอรีนกำลังหวาดกลัวก็เป็ความจริงเพราะทั้งเลโอและเจสันต่างไม่ไหวติงเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้
ยิ่งไปกว่านั้นบนท้องนภาซึ่งเคยสว่างไสวจากแสงดวงอาทิตย์ในยามบ่ายได้แปลเปลี่ยนเป็คืนราตรีอันมืดมิดมีจันทราสีเืปรากฏอยู่เหนือท้องฟ้า
พึบ! พึบ! พึบ!
กา! กา! กา! กา!
เสียงกระพือปีกของอีกาดำตัวใหญ่เท่านกอินทรีตัวเต็มวัยบินมาเกาะอยู่บนกิ่งไม้ มันจ้องมองไอรีนด้วยดวงตาแดงก่ำและส่งเสียงร้องแลดูน่ากลัว
' ทะ...ทำไมอีกาตัวนี้ไม่ถูกหยุดเวลา? '
หญิงสาวครุ่นคิดภายในใจเพราะตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันควรจะหยุดนิ่ง แม้แต่นกพิราบซึ่งกำลังโบยบินบนท้องนภายังไม่รอดและถูกหยุดเวลาเอาไว้
ทว่า....เหตุใดอีกาดำเบื้องหน้าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ!!
กา! กา! กา! กา!
เสียงคำรามอันแสนแสบแก้วหูดังขึ้นอีกครั้ง อีกาดำบินพุ่งตรงเข้าไปพร้อมเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็อัศวินสีดำและใช้มืออันทรงพลังบีบลำคอของไอรีนก่อนจะใช้มืออีกข้างควักลูกตาทั้งสองของหญิงสาว
กรี๊ดดดด!!!!
ไอรีนกรีดร้องอย่างเ็ปพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากอุ้งมือของมัจจุราช แต่ก็ไม่วายโดนคมดาบแทงหัวใจจนแน่นิ่ง
.
.
.
กรี๊ดดดดด!!!
" เฮ้!!! ไอรีน....เกิดอะไรขึ้นกับเ้า!! "
เลโอและเจสันเขย่าร่างของไอรีนเพื่อเรียกสติ เนื่องจากอยู่ดีๆ หญิงสาวก็กรีดร้องออกมาเสียงดังราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
" เลโอ? เจสัน? แฮ่กๆๆ "
ไอรีนสะดุ้งหอบหายใจอย่างรุนแรง หญิงสาวหันซ้ายหันขวามองตรวจสอบบริเวณโดยรอบ และเมื่อเห็นว่าทุกอย่างไม่ได้ถูกหยุดเวลาเอาไว้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
บนท้องนภาสว่างไสวมีแสงแดดจากดวงอาทิตย์ให้ความอบอุ่นในย่ามบ่าย มันช่างต่างจากจันทราสีเือันแสนเยือกเย็นน่าสะพรึงกลัว
' เมื่อกี้มันเป็ความฝันอย่างนั้นเหรอ? ' ไอรีนยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนใบหน้า ถ้าหากมันเป็ความฝันก็คงจะเรียกได้ว่าเป็ฝันร้ายที่น่ากลัวเท่าที่เธอเคยพบเจอ
" ไอรีนเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ เ้าถึงกรีดร้องออกมากันล่ะ? " เลโอเอ่ยถามเพื่อนสาว
" เปล่า....ไม่มีอะไรหรอก " หญิงสาวส่ายหน้าเพราะไม่อยากพูดถึงฝันร้ายนั่น
" ถ้าไม่มีอะไรก็ดีแล้ว เพราะตอนนี้เ้าเด็กปี 1 เดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ รีบร่ายเวทมนตร์ติดตามก่อนจะคลาดสายตาจากเ้านั้นดีกว่านะ "
" อืม ข้าจะรีบร่ายเวทมนตร์อีกรอบหนึ่ง " ไอรีนส่ายหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับฝันร้ายเมื่อครู่ออกจากหัวและเตรียมร่ายเวทย์ติดตามอีกครั้ง
ทว่าทันใดนั้น......
พึบ! พึบ! พึบ! พึบ!
กา! กา! กา! กา!
ดวงตาของหญิงสาวซึ่งกำลังร่ายเวทย์ถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินเสียงคำรามที่เคยตามหลอกหลอนในฝันร้าย
ไอรีนค่อยๆ หันหน้าไปมองเ้าของเสียงและพบกับอีกาดำตัวใหญ่กำลังจ้องมองเธออยู่เช่นกัน
" ไอรีนทำไมไม่รีบร่ายเวทมนตร์ล่ะ เดี๋ยวก็ได้คลาดสายตากับเ้าเด็กนั่นกันพอดี " เลโอเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เขารู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าดูแปลกๆ ต่างจากเดิม
' อีกาตัวนี้น่าจะบินมาเกาะบนกิ่งไม้ด้วยความบังเอิญล่ะมั้ง ' ไอรีนส่ายหน้าเพื่อไล่ความกลัวออกจากหัวและเริ่มร่ายเวทมนตร์อีกรอบ
แต่ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงกระซิบแสนเบาบางดังกระทบใกล้ๆ หู มันเป็น้ำเสียงน่าขนลุกมากที่สุดเท่าที่หญิงสาวเคยได้ยินมา
ไอรีนหยุดชะงักเบิกตากว้างเมื่อเห็นอีกาดำตัวที่เคยเกาะอยู่บนกิ่งไม้ห่างออกไป 3 เมตรได้มาปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆ ห่างจากดวงตาของเธอไม่มาก
[มนุษย์....เ้าไม่ควรใช้เวทย์จ้องมองความตายนะ เพราะถ้าหากความตายจ้องมองตอบกลับเมื่อไหร่มันจะหมายถึงหายนะของเ้า เคี๊ยกๆๆๆ ]