เมื่อได้ยินข่าวนี้ซูเจียวเจียวรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ด้วยหัวใจที่แหลกสลายเธอจึงตัดสินใจแต่งงานกับเซียวหยวนิด้วยแรงโทสะ ตั้งใจประชดประชัน
หลังแต่งงานเซียวหยวนิก็ดีกับเธอจริงๆ เขายอมเธอทุกอย่าง ตามใจเธอทุกสิ่งถ้าเธอไม่อยากทำงาน เขาก็จะไม่บังคับให้ทำ เธอไม่ชอบทำอาหารหรือซักผ้ากลางวันเขาจึงต้องออกไปทำงานก่อน พอตกกลางคืนก็ค่อยไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำให้เธอ
เธอใช้ประโยชน์จากความรักของเซียวหยวนิอย่างเต็มที่ก่อเื่วุ่นวายอยู่ทุกวัน อีกทั้งยังไม่ยอมให้เซียวหยวนิแตะต้องเธอแม้แต่น้อยยกเว้นคืนแรกของวันแต่งงาน หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกห้องนอนกันมาตลอด
เธอหลับนอนในห้องนอนส่วนเขาไปนอนในห้องเก็บของ
แต่ถึงแม้เธอจะเป็เช่นนี้เซียวหยวนิก็ยังคงรักและซื่อสัตย์ต่อเธอ ไม่เคยทอดทิ้งไปไหน
กระทั่งปี1977เมื่อมีการฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็ครั้งแรกซูเจียวเจียวก็รีบไปสอบทันที และสอบติดมหาวิทยาลัยได้ตามที่หวังไว้เธอจึงต้องโบกมือลาบ้านนอกอย่างไม่หวนคืน และหย่าขาดกับเซียวหยวนิไปในที่สุด
เธอรีบกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยเธอก็ได้พบกับจี้หลิงอีกครั้ง
จี้หลิงอธิบายให้เธอฟังด้วยดวงตาแดงก่ำว่าตอนนั้นเขาเมามาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซูชิงชิงเป็ฝ่ายปีนขึ้นเตียงของเขาเองเขาไม่้าเลย แต่ก็จำต้องแต่งงานด้วย
เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก“เจียวเจียว คุณเป็ผู้หญิงที่ดีพวกเาาตินี้คงไม่มีวาสนาต่อกันแล้ว ผมจะเก็บคุณไว้ในใจตลอดไปคนที่ผมรักที่สุดในใจก็ยังคงเป็คุณ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอก็ยิ่งโกรธขึ้นไปอีก โกรธซูชิงชิงที่รู้ทั้งรู้ว่าจี้หลิงเป็คู่หมั้นของเธอแต่ก็ยังแย่งคนรักของเธอไป!
เธอโกรธจนกัดฟันกรอดเธอต้องไปหาซูชิงชิงเพื่อสะสางเื่ราวนี้!
เมื่อเผชิญหน้ากันน้องสาวของเธอกลับกล่าวว่า “พี่คะการที่ฉันได้แต่งงานกับพี่จี้หลิง ก็เป็ความประสงค์ของพ่อกับแม่ในเมื่อบ้านเรามีสัญญาหมั้นกับบ้านตระกูลจี้อยู่ ทำไมถึงจะเป็ฉันไม่ได้ล่ะคะตอนนี้ฉันเป็ภรรยาของจี้หลิงแล้ว หรือพี่อยากจะแย่งสามีของน้องสาวตัวเองหรือคะ?”
เธอโกรธจนตบหน้าซูชิงชิงแล้วด่าว่าเธอหน้าไม่อาย
พ่อของเธอโกรธจัด“ซูเจียวเจียว พ่อผิดหวังในตัวลูกมาก!”
แม่ยังด่าทอเธออีกว่า“ซูเจียวเจียว แกมันเนรคุณ! ตอนที่แกอยู่ในชนบทน้องสาวแกเป็ห่วงแกทุกวัน พอแกกลับมาได้ไม่เท่าไร แกก็ยังมารังแกน้องอีก!แกมันคนไม่มีหัวใจ!”
เธอแทบไม่มีที่ยืนในบ้านหลังนั้นอีกแล้ว
ด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้งซูเจียวเจียวจึงออกจากบ้าน มุ่งมั่นกับการเรียนอย่างเดียวและอาจเป็เพราะเธอตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ ผลการเรียนของเธอจึงออกมาดีมากหลังจากนั้นเธอจึงเลือกอาชีพนักออกแบบเสื้อผ้าและยังได้รับโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศอีกด้วย
หลังจากกลับมาเธอได้ก่อตั้งแบรนด์และสตูดิโอของตัวเอง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย
ต่อมาเธอก็ได้พบกับเซียวหยวนิอีกครั้ง
กลายเป็ว่าหลังจากที่เธอจากไปเซียวหยวนิได้ตามคนรู้จักลงเรือออกทะเลไปทำธุรกิจและใน่หลายปีที่ผ่านมาเขาก็ประสบความสำเร็จ จนกลายเป็มหาเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองหลวง!
ใน่หลายปีที่ผ่านมาเซียวหยวนิยังคงไม่แต่งงานซูเจียวเจียวจึงได้รู้ว่าเซียวหยวนิยังคงคิดถึงเธอเสมอมา
เธอตกลงที่จะแต่งงานใหม่กับเขาและตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาให้ดี ปรับเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ในอดีตและชดเชยให้เขาอย่างเต็มที่
ทว่าก่อนวันแต่งงานเพียงวันเดียวเซียวหยวนิกลับประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต
เธอโอบกอดร่างของเขาร้องไห้ปานจะขาดใจแต่เขาก็ไม่มีวันลืมตาขึ้นมาอีกแล้ว ไม่มีวันเรียกชื่อเธอว่า‘เจียวเจียว’ อีกแล้ว…
จนกระทั่งวินาทีนั้นเธอก็เพิ่งจะเข้าใจว่า ที่จริงแล้วในใจของเธอได้หลงรักเซียวหยวนิไปนานแล้ว
หลังจากเซียวหยวนิเสียชีวิตเธอก็รู้สึกว่าชีวิตไร้ความหมาย เดินเตร่อย่างไร้จุดหมายไปบนท้องถนน
ทว่าจู่ๆก็มีรถยนต์คันหนึ่งพุ่งชนเธอ เมื่อเธอรู้ตัวก็สายเกินกว่าจะหลบหลีก
ในขณะที่ร่างของเธอลอยกระเด็นจากแรงชนนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนเห็นรอยยิ้มเ็าที่แฝงด้วยความชั่วร้ายบนใบหน้าของซูชิงชิง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ซูเจียวเจียวก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ชาติที่แล้วเธอเป็คนเลวร้ายจริงๆเลวร้ายเกินจะทน!
หลังจากนั้นเธอก็เพิ่งจะสำนึกได้เมื่อสายเกินไปจนไม่มีโอกาสชดเชยให้เซียวหยวนิเลย
“เพียะ!”
ซูเจียวเจียวลุกขึ้นนั่งแล้วตบหน้าตัวเองอย่างแรง
ต่อไปนี้เธอจะไม่มีทางทำเื่โง่ๆแบบนั้นอีกแล้ว!
ครั้งนี้เป็โอกาสที่์มอบให้มาอย่างยากลำบากเธอจะต้องทะนุถนอมให้ดี ยิ่งกว่าเดิม!
ซูเจียวเจียวมองดูดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆทอแสงสูงขึ้นนอกหน้าต่างดินตอนนี้เธอรู้สึกนอนไม่หลับแล้วจึงเตรียมตัวลุกขึ้นจากเตียง
ทว่าเพิ่งจะก้าวเท้าลงจากเตียงซูเจียวเจียวก็รู้สึกว่าขาทั้งสองข้างของตนเองอ่อนแรงจนแทบจะล้มลง
ซูเจียวเจียวหน้าแดงก่ำเธอรีบแต่งตัว ล้างหน้า แปรงฟันให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมจะทำอาหารเช้า
ในถังข้าวสารมีข้าวเหลืออยู่น้อยนิดและเป็ข้าวหยาบทั้งหมด บนพื้นมีมะเขือม่วงวางอยู่สองลูก ไม่มีผักอื่นใดอีกแล้วที่บนผนังแขวนเนื้อรมควันสีดำก้อนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็เนื้ออะไรกันแน่
เมื่อมองดูทรัพย์สินเพียงน้อยนิดเช่นนี้ซูเจียวเจียวก็ตกอยู่ในภวังค์
บ้านหลังนี้ช่างยากจนเหลือเกินของเหล่านี้พอสำหรับวันนี้แค่วันเดียว พรุ่งนี้พวกเขาคงไม่มีอะไรให้กินแล้ว
ใช่แล้ว!ที่จุดรวมพลยุวชนน่าจะยังมีอาหารเหลืออยู่บ้าง ตอนนี้น่าจะยังไปเอามาได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นซูเจียวเจียวจึงรีบเดินออกจากบ้านทันที
ในไร่นาเซียวหยวนิกำลังเกี่ยวข้าวสาลีอย่างแข็งขัน ทั้งรวดเร็วและมั่นคงแต่ในใจของเขากลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงร่างกายที่อ่อนนุ่มและอบอุ่นของหญิงสาวอีกทั้งรอยยิ้มที่อ่อนหวานสดใสของเธอ ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความสุข
ไม่รู้ว่าตอนนี้ซูเจียวเจียวกำลังทำอะไรอยู่ที่บ้านตื่นหรือยัง หิวหรือเปล่า?
เมื่อนึกถึงเื่ราวเมื่อคืนเขาก็อดไม่ได้ที่จะหูแดงก่ำ แม้แต่ริมฝีปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยความรู้สึกปลาบปลื้มใจล้นอยู่ในอก
แต่เขากำลังก้มหน้าทำงานคนข้างๆ จึงไม่มีใครเห็นว่าเขากำลังแอบอมยิ้มอยู่คนเดียว
เมื่อนึกถึงคำพูดของซูเจียวเจียวก่อนที่เขาจะจากไปว่า‘ฉันจะรอคุณ’ หัวใจของเขาก็เต้นระรัวอีกครั้งอยากจะบินกลับไปหาเธอทันที
เขาคิดเช่นนั้นมือก็เร่งทำงานให้เร็วขึ้น เกี่ยวข้าวสาลีอย่างขยันขันแข็งยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งก็ตบลงบนบ่าของเซียวหยวนิ “พี่เซียวคืนเข้าหอของนายกับยุวชนซูเป็ยังไงบ้าง? พวกนายได้...เอ่อ...”
เสียงของหลี่ต้าเฉวียนเพื่อนสนิทของเขาดังขึ้นข้างหู
เซียวหยวนิยืนตัวตรงหันไปมองหลี่ต้าเฉวียนก็เห็นเพียงรอยยิ้มเ้าเล่ห์พร้อมกับการขยิบตาอย่างกวนประสาท ยากจะทนมองภาพตรงหน้า
“ไปไกลๆ เลย”
เขาเอ่ยตอบอย่างไม่พอใจ
หลี่ต้าเฉวียนก็ไม่โกรธยังคงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ต่อไป “ยุวชนซูเป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดในกองผลิตของเราเลยนะแต่สุดท้ายกลับตกเป็ของนายไปแล้ว ฉันได้ยินมาว่ามีคนบางคนไม่ยอมแพ้อยากจะมาท้าต่อยตีนายด้วย”
สีหน้าของเซียวหยวนิพลันเ็าลง
แค่พวกนั้นน่ะเหรอคิดจะแย่งภรรยาของเขา?
เมื่อเห็นสีหน้าของเซียวหยวนิที่ดูมืดครึ้มลงหลี่ต้าเฉวียนก็รีบอธิบาย “ฉันไม่ได้บอกว่าจะมาท้านายต่อยตีนะฉันก็ไม่ได้ชอบยุวชนซูด้วย ยุวชนซูสวยเกินไป ฉันรู้ว่าฉันไม่คู่ควร”
หลี่ต้าเฉวียนเบะปากก่อนหน้านี้เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดจะจีบยุวชนซู
แต่เขารูปร่างธรรมดาผิวคล้ำ ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่รู้หนังสือแม้แต่สองตัวอักษร
ส่วนยุวชนซูนั้นงดงามและอ่อนหวานเธอไม่เพียงแต่เป็คนเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นักเรียนมัธยมปลายอีกด้วยเธอไม่มีทางมองเขาหรอก อีกทั้งภรรยาที่สวยและอ่อนหวานขนาดนี้ในชนบทเขาจะเลี้ยงดูไหวได้อย่างไร!
เขาก็ไม่ได้ทำงานเก่งเท่าเซียวหยวนิเสียด้วยเขาทำได้เพียงแปดแต้มคะแนนงานต่อวันในขณะที่เซียวหยวนิทำได้สิบแต้มคะแนนงานต่อวันอย่างสม่ำเสมอนอกจากนั้นเซียวหยวนิยังต้องไปช่วยยุวชนซูทำงานอีกรวมแล้วต่อวันก็ทำได้สิบสามถึงสิบสี่แต้มคะแนนงานเเชียวนะ!
ใครจะไปดูแลไหวเล่า?