แก่นอัคคีสามสายพลันพุ่งออกมาจากร่างของเซียวเยี่ย!
สายหนึ่งเรืองแสงสีเขียวประหลาดนั่นคือพิษเพลิงิญญาอีกสายมีควันสีขาวลอยกรุ่นคือพิษศพและสายสุดท้ายที่มีิญญาโครงกระดูกเวียนว่ายไปมาคือจิตอาฆาติญญาหลอนแก่นอัคคีทั้งสามซึ่งเป็ตัวแทนของแต่ละคุณสมบัติเสริมพร์เริ่มถักทอเข้าด้วยกันต่อหน้าเซียวเยี่ยเสียงเปลวไฟแผดเผาดังกังวานเป็ระยะราวกับพวกมันกำลังเข้าห้ำหั่นและกลืนกินกันเอง!
ในที่สุดเพลิงประทีปทั้งสามสายก็ส่องแสงสอดประสานและหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกลายเป็เปลวเพลิงที่ดุดันและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
[ผสานพิษเพลิงิญญา พิษศพ และจิตอาฆาติญญาหลอนสำเร็จ!]
[ได้รับคุณสมบัติเสริมพร์ระดับ SS เพลิงพิษผลาญกระดูก!]
“คุณสมบัติระดับ SS อีกอันแล้ว!”
เซียวเยี่ยถึงกับกลั้นหายใจรีบตรวจสอบรายละเอียดของคุณสมบัติเสริมพร์ใหม่นี้ทันที
เพราะลำพังแค่ผลของพิษเพลิงิญญาและพิษศพที่ผ่านมาก็เป็กำลังหลักที่ส่งเสริมเขามาจนถึงจุดนี้แล้วคุณสมบัติใหม่ที่เกิดจากการผสานกันจะร้ายกาจเพียงใด?
ในแถบพร์ปรากฏรายละเอียดของคุณสมบัติใหม่ขึ้นมาทันที
[เพลิงพิษผลาญกระดูก]
[ระดับ: SS]
[ผลกระทบ:พิษผลาญกระดูกที่ตามจองล้างจองผลาญราวกับิญญาทวงแค้นไม่มีวันสิ้นสุดเมื่อโจมตีถูกเป้าหมาย จะทำให้เป้าหมายติดสถานะเพลิงพิษสร้างความเสียหายต่อเนื่องทุกวินาที และเมื่อสะสมครบสิบชั้นจะเปลี่ยนเป็การสร้างความเสียหาย 1% ของพลังชีวิตสูงสุดต่อวินาที!]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 1: ไม่สามารถลบล้างได้ด้วยยาถอนพิษทั่วไปและไม่สามารถล้างสถานะได้ด้วยเวทชำระล้างทั่วไป]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม 2: เมื่อเป้าหมายติดอยู่ในสภาวะเพลิงพิษผลาญกระดูกค่าต้านทานสถานะมึนงงจะค่อยๆ ลดลง ทำให้ติดสภาวะผิดปกติได้ง่ายขึ้น]
“ซี๊ด...”
เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความทึ่งนี่คือพิษระดับ SS ที่หลอมรวมมาจากพิษเพลิงิญญาพิษศพ และจิตอาฆาติญญาหลอน!
ขอเพียงโจมตีถูกเป้าหมายสถานะนี้ก็ไม่สามารถถูกลบล้างได้ แค่คุณสมบัติข้อนี้ข้อเดียวก็ร้ายกาจพอแล้ว!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อสะสมครบสิบชั้นที่จะเปลี่ยนเป็การปลิดชีพด้วยความเสียหายตามร้อยละของพลังชีวิตสูงสุดอย่างต่อเนื่อง!
“พิษร้ายกาจ! นี่มันสุดยอดพิษชัดๆ!”
แม้แต่เซียวเยี่ยเองยังรู้สึกใจสั่นพูดง่ายๆ ก็คือ ตราบใดที่เขาสามารถซ้อนทับเพลิงพิษผลาญกระดูกได้ครบสิบชั้นเป้าหมายก็ทำได้เพียงนอนรอความตายอย่างเชื่องช้าเท่านั้น!
เว้นแต่คู่ต่อสู้จะมียาถอนพิษแปรธาตุขั้นสูงหรือเวทชำระล้างศักดิ์สิทธิ์
ทว่าคนทั่วไปที่ไหนจะพกยาถอนพิษราคาเหยียบแสนไว้ในกระเป๋ามิติกัน?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเวทชำระล้างศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงนักบวชจุติครั้งที่ 3 ขึ้นไปเท่านั้นจึงจะได้
สิ่งนี้คือท่าไม้ตายก้นหีบของเซียวเยี่ยอย่างแท้จริง!
สมกับชื่อเพลิงพิษผลาญกระดูกเพราะเมื่อใดที่เป้าหมายติดสถานะนี้มันจะเกาะติดแน่นราวกับหนอนบ่อนไส้ที่ไม่มีทางสลัดหลุด
ในขั้นนี้เรียกได้ว่าแทบไร้คู่ต่อสู้!
และยังเป็เครื่องมือสังหารชั้นยอดสำหรับจัดการบอสหากไม่ใช่บอสระดับมหากาพย์ขึ้นไปที่มีระดับสูงกว่าเซียวเยี่ยมากๆก็ยากที่จะต้านทานเพลิงพิษผลาญกระดูกนี้ได้!
การที่เขามาถึงเมืองเฮยสุ่ยในตอนนี้พร์นี้ย่อมกลายเป็กำลังสำคัญในการกวาดล้างมอนสเตอร์เพื่อเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์
แต้มแก่นอัคคี500แต้มนี้ ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน!
ทว่าการผสานครั้งนี้ก็ทำให้แต้มแก่นอัคคีที่เซียวเยี่ยสะสมไว้ทั้งหมดเหือดแห้งไปทันที
สิ่งที่ต้องทำต่อไปไม่ใช่แค่การเก็บค่าประสบการณ์เพื่อเพิ่มระดับแต่การสังเวยของมอนสเตอร์เพื่อเก็บเกี่ยวแต้มแก่นอัคคีขนานใหญ่ก็เป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
..........
ในขณะที่เซียวเยี่ยกำลังศึกษารายละเอียดและทดลองใช้คุณสมบัติระดับสูงที่เพิ่งผสานขึ้นมาเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก “เด็กใหม่นายพักผ่อนหรือยัง?”
เซียวเยี่ยที่ถูกขัดจังหวะความคิดไม่อยากจะขานรับทว่าผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ประตูห้องกลับถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะจากภายนอก!
เห็นเพียงจิ่วเยว่ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มพรายในมือควงอุปกรณ์สะเดาะกุญแจอันจิ๋วอย่างชำนาญ
อาชีพของเธอคือจอมโจรภูตพรายเป็อาชีพที่เกิดมาเพื่อเสาะหาขุมทรัพย์แห่งความตายโดยเฉพาะ
วิชาสะเดาะกุญแจซึ่งเป็ทักษะเฉพาะของอาชีพเธอต่อให้วัดกันในหมู่ผู้มีอาชีพสายโจรทั้งหมดก็นับว่าอยู่ระดับแนวหน้า
เซียวเยี่ยจ้องมองจิ่วเยว่ด้วยความระอา“เธอไม่คิดว่าแบบนี้มันเสียมารยาทไปหน่อยเหรอ? เปิดประตูห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้”
จิ่วเยว่กลับยิ้มตอบอย่างไม่รู้สึกผิด“แหะๆ... มือมันเหง่าน่ะ เลยขอยืมกุญแจห้องนายมาฝึกมือหน่อย!”
เซียวเยี่ย:“......”
“เอาน่า อย่าขี้เหนียวนักเลย!”
จิ่วเยว่เดินอาดๆเข้ามาในห้อง สายตากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้เซียวเยี่ยพลางถามว่า “นายไม่สงสัยหน่อยเหรอว่าพี่หน้าบากกับพี่หน้ากากลายหายตัวไปทำอะไรลับๆล่อๆ กัน?”
เซียวเยี่ยส่ายหน้าตอบตามตรง “ไม่”
ภารกิจที่เขามาเมืองเฮยสุ่ยมีเพียงอย่างเดียวนั่นคือใช้ทรัพยากรทุกอย่างรอบตัวเพื่อเพิ่มระดับให้เร็วที่สุดภายในหนึ่งเดือน!
เื่อื่นที่คุณอาฉินไม่ได้สั่งก็ไม่เกี่ยวกับเซียวเยี่ย
จิ่วเยว่ค้อนขวับราวกับคาดคำตอบแบบนี้ไว้แล้ว เธอจึงพูดต่อเองว่า “ฉันได้ยินมาว่าเหตุผลที่คุณอาฉินส่งพวกพี่หน้าบากมาเมืองเฮยสุ่ยยังมีอีกเื่หนึ่งดูเหมือนจะเป็เื่เกี่ยวกับสินค้าชุดหนึ่ง”
“มีคนในเมืองเฮยสุ่ยชิงสินค้าที่ควรจะส่งถึงมือคุณอาฉินไปและตอนนี้สินค้าชุดนั้นกลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย”
“ฉันเดาว่าพวกพี่หน้าบากน่าจะออกไปสืบเื่นี้แหละ”
เซียวเยี่ยฟังทุกคำอย่างชัดเจนแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
ท่าทางไม่ยี่หระของเขาทำเอาจิ่วเยว่เริ่มมีโทสะเธอลุกขึ้นยืนถลึงตาใส่เซียวเยี่ยแล้วถามว่า “นี่?นายไม่อยากรู้จริงๆ เหรอว่าสินค้าชุดนั้นคืออะไร?”
เซียวเยี่ยส่ายหน้าอีกครั้ง“ไม่ คุณอาฉินคงมีแผนการของเขาเอง”
จิ่วเยว่โกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับท่าทางไม่สะทกสะท้านของเซียวเยี่ยเธอแหวใส่ว่า “งั้นนายก็นอนอุดอู้อยู่ในห้องนี้ต่อไปก็แล้วกัน!”
เซียวเยี่ยยังคงนิ่งเฉยหลับตาลงเพื่อพักผ่อนจิตใจ
กลับกลายเป็จิ่วเยว่ที่เดินปึงปังๆวนไปวนมาในห้องด้วยความหงุดหงิดก่อนจะทนไม่ไหวเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเซียวเยี่ยแล้วโพล่งออกมาว่า“วันนั้นฉันแอบได้ยินคุณอาฉินคุยกับซานเหนียง สินค้าที่หายน่ะมันคือยาแปรธาตุขั้นสูงชุดใหญ่!”
“นายเข้าใจไหมว่ายาแปรธาตุขั้นสูงน่ะสำคัญแค่ไหน? นั่นมันของที่จะต้องส่งไปแนวหน้าเพื่อใช้ช่วยชีวิตคนนะ!”
ในที่สุดเซียวเยี่ยก็ลืมตาขึ้นถามกลับสั้นๆ ว่า “ในเมื่อเป็ยาของคุณอาฉินทำไมต้องส่งไปที่สนามรบด้วย?”
จิ่วเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง“เื่นี้... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันฉันรู้แค่ว่ายาแปรธาตุขั้นสูงพวกนั้นมูลค่ามหาศาลขนาดผู้าุโอย่างคุณอาฉินเองก็ยังไม่อาจปล่อยวางเื่ที่มันถูกปล้นไปได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นเซียวเยี่ยก็หลับตาพักผ่อนตามเดิม และเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบว่า“ในเมื่อเป็เช่นนั้นก็ยิ่งไม่ใช่ธุระที่เธอหรือฉันควรจะเข้าไปก้าวก่าย”
“หน้าที่ของเธอที่มาเมืองเฮยสุ่ยก็น่าจะเหมือนกับฉันใช่ไหม? คือการเพิ่มระดับให้เร็วที่สุดภายในหนึ่งเดือน”
“เื่จุกจิกพวกนั้น ปล่อยให้พวกพี่หน้าบากจัดการไปเถอะ”
คิ้วที่ขมวดแน่นของจิ่วเยว่ค่อยๆคลายลง ก่อนออกเดินทางซานเหนียงได้กำชับเธอเื่ภารกิจไว้แบบนั้นจริงๆและเพราะซานเหนียงรู้ดีว่าเธอมีนิสัยอย่างไรจึงสั่งเป็พิเศษว่าห้ามเข้าไปยุ่งเื่อื่น
จิ่วเยว่ได้แต่ถอนหายใจยาว“ยอมนายเลยจริงๆ... แล้วว่าไงล่ะพวกเราจะออกไปเก็บค่าประสบการณ์นอกเมืองเมื่อไร?”
เซียวเยี่ยหรี่ตาลงพลางใช้นิ้วชี้ไปยังแผนที่ที่หงซานเหนียงมอบให้ซึ่งวางอยู่บนเตียงอย่างแม่นยำ“นอกเมืองเฮยสุ่ยมีเขตปนเปื้อนรุนแรงอยู่แห่งหนึ่งที่นั่นเคยเป็เหมืองหยกเก่า มอนสเตอร์ในนั้นมีระดับั้แ่ 50-90”
“ออกเดินทางเช้ามืดวันพรุ่งนี้!”