บทที่ 17 เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถี ิญญาอาวุธตกตะลึง!
ปราณโกลาหลหนาทึบปั่นป่วน บนบงกชโกลาหลนั้น กระบี่ั์หุ้นตุ้นที่ยาวถึงพันจั้งค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
“บงกชโกลาหล?! นี่... นี่มันเป็ไปได้อย่างไร?”
หวงยวนรู้สึกราวกับว่าโลกทัศน์ของตนพังทลายลง มนุษย์ขอบเขตหลอมเทพคนหนึ่ง กลับเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีเช่นนี้?!
อีกทั้งยังมีพลังััเทพที่แข็งแกร่งกว่าเขา!
และที่สำคัญที่สุด เคล็ดลับการใช้เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีเช่นนี้ แม้แต่เขายังต้องใช้เวลาหยั่งรู้ถึงหลายแสนปี!
แต่เจียงหลิงเทียน เพียงแค่มองปราดเดียวก็หยั่งรู้ได้แล้ว?!
“ข้าไม่เชื่อ!”
หวงยวนมีสีหน้าบิดเบี้ยว เขาระดมใช้พลังทั้งหมดในกายอย่างไม่คิดชีวิต
บนภาพมายาต้นไม้เทพฝูซางที่อยู่เื้ั สิบตะวันเพลิงพลันพุ่งเข้าใส่เจียงหลิงเทียน!
เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงหลิงเทียนก็ยกมือซ้ายขึ้นแล้วชี้ออกไป กระบี่ั์พันจั้งทะยานขึ้นสู่ฟ้าพุ่งเข้าปะทะตะวันเพลิง!
ชั่วพริบตาที่ทั้งสองปะทะกัน!
กระบี่ั์หุ้นตุ้นฟาดฟันเพียงครั้งเดียวก็บดขยี้สิบตะวันจนแหลกสลาย!
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากทำลายการโจมตีของอีกฝ่ายแล้ว กระบี่ั์ก็ยังไม่สลายไป
มันปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของหวงยวนในระยะไม่ถึงร้อยจั้ง!
“เป็อย่างไรบ้าง ตอนนี้ ท่านยังมีอะไรจะสอนข้าอีกหรือไม่?”
เจียงหลิงเทียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยในสิ่งที่เขาสนใจที่สุด หวงยวนสติหลุดไปแล้ว ตอนนี้เขาได้แต่เหม่อลอย
ยามมีชีวิตเขาคือว่าที่จักรพรรดิ ทว่าในขอบเขตเดียวกัน กลับไม่ใช่ศัตรูที่รับได้แม้เพียงกระบวนท่าเดียว! เื่นี้จะให้หวงยวนยอมรับได้อย่างไร…
“ในเมื่อไม่มี เช่นนั้นก็ตายเสียเถอะ”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไร เจียงหลิงเทียนเพียงแค่คิด กระบี่ั์พันจั้งพลันฟาดฟันลงมาใส่อีกฝ่ายทันที!
มันตรงเข้าไปฟันหวงยวนที่สิ้นหวังหมดอาลัยจนกลายเป็เศษแสงิญญาปลิวว่อน เผ่าหงส์เทพเก้าสี หวงยวน... ดับสูญ!
…
“วาสนาท้า์ถึงเพียงนี้วางอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่มีใครกล้าคว้าเอาไว้”
“นี่กำลังรอให้ผู้าุโในตระกูลป้อนนมให้หรือไง?”
“เฮ้อ พวกเ้าอย่าขี้ขลาดกันนักสิ”
ด้านนอกแท่นเทพโบราณ บัดนี้ไม่มีอัจฉริยะคนใดเข้าไปท้าทายในโลกภายในกระจกอีกแล้ว ผู้าุโตระกูลใหญ่หลายคนต่างสบถด่าอย่างหัวเสียที่ไม่กล้า่ชิงโอกาส
“พอเถอะ ตายไปหลายร้อยคนแล้ว ต่อให้เป็วาสนาที่ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ต้องมีชีวิตไปรับมันด้วย”
เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ต่างมีสติปัญญากระจ่างแจ้ง มีแต่พวกหัวทึบโง่เขลาเท่านั้นที่จะยอมไปตาย นี่ไม่ได้เรียกว่าขี้ขลาด แต่เรียกว่าทำตามหัวใจต่างหาก
“ดูเด็กสกุลเจียงนั่นสิ เพิ่งอายุเพียงสิบเอ็ดปี ก็สู้ไปจนถึงสิบอันดับแรกแล้ว!”
“ไม่ต้องพูดถึงเจียงหลิงเทียนหรอก ต่อให้เป็จินเสวียนหู่...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง แท่นเทพโบราณก็สว่างวาบขึ้นมา!
โลกภายในกระจกสว่างวาบ ร่างของจินเสวียนหู่ร่วงหล่นจากฟ้า กระแทกพื้น เป็ตายร้ายดีไม่ทราบได้ บรรดาผู้าุโที่กำลังเกลี้ยกล่อมเหล่าลูกหลานในตระกูลให้ขึ้นไปบนแท่นต่างนิ่งอึ้งไปกับที่…
“เฮือก! น่ากลัวเกินไปแล้ว จินเสวียนหู่ยังถูกซัดออกมาเลย”
“บ้าจริง? กระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดหมด...”
“บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนท้าทายอันดับที่สิบมานานแล้วยังไม่มีความเคลื่อนไหว หรือว่าจะถูกซัดจนาเ็สาหัสเช่นกัน?”
เมื่อเหล่าอัจฉริยะหนุ่มสาวเห็นเช่นนั้น ต่างก็เผยสีหน้าหวาดหวั่นใจ
ในตอนนั้นเอง แท่นเทพโบราณก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของทุกคนสั่นสะท้าน!
หรือว่าบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนจะถูกซัดออกมาจริง ๆ?
ทว่าไม่เพียงแท่นเทพโบราณ ศิลาจารึกขนาดั์ก็สว่างจ้าเช่นกัน จากนั้น ปราณสีแดงเพลิงจากเก้าชั้นฟ้าก็โปรยปรายลงมา ปราณิญญาที่คลั่งกำลังก่อตัวเป็ลำแสง พุ่งตรงเข้าไปในโลกภายในกระจก
“อันดับที่ 10: เผ่าพันธุ์มนุษย์ เจียงหลิงเทียน ขอบเขตหลอมเทพขั้นสาม”
“สำเร็จ...สำเร็จจริง ๆ?! ผู้แข็งแกร่งขอบเขตหลอมเทพขั้นว่าที่จักรพรรดิ แต่เจียงหลิงเทียนใช้เพียงขอบเขตหลอมเทพขั้นสามก็เอาชนะได้?!”
“ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่ นั่นมัน...ปรากฏการณ์ฟ้าประทานสำหรับการฝังเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิ บุตรจักรพรรดิหลิงเทียน ฝังเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีเพิ่มอีกเมล็ด?!”
“นี่มันเกินไปแล้วนะ เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถียังสามารถฝังได้อีกหรือ?!”
คราวนี้ เหล่าอัจฉริยะจากที่ใก็กลายเป็งุนงง ส่วนผู้าุโของตระกูลใหญ่ต่างก็มองหน้ากันไปมา โลกทัศน์... พังทลายลงอีกครั้ง!
เจียงหลิงเทียนคนนี้ เป็ผู้ที่ทำได้ทุกสิ่งอย่างจริง ๆ หรือ?
“ที่หลิงเทียนพูดเป็เื่จริง!”
ในขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่ง เปลือกตาของบรรพชนเจียงิกระตุกอย่างรุนแรง ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ
หรือว่าหลิงเทียน้าที่จะฝังเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิรวดเดียวเก้าเมล็ด?!
เมื่อคิดถึงเื่นี้ บรรพชนเจียงิก็ไม่กล้าคิดต่อ หากเื่นี้เกิดขึ้นจริง ไม่เพียงแต่พันธมิตรอวิ๋นฮวง แม้แต่เขตแดนมรรคาทั้งหกร้อยแห่งในทวีปตงโจวก็จะสั่นะเือย่างรุนแรง!
คนสกุลเจียงทั้งหมดจะต้องตกเป็เป้าสายตาของผู้คนอย่างแน่นอน เขาต้องรีบเตรียมการ!
ในตอนนั้นเอง แท่นเทพโบราณก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง บรรพชนเจียงิที่กำลังจะก้าวเท้าออกไปจำต้องหยุดลง
จากนั้น ศิลาจารึกขนาดั์ก็สว่างวาบ ตามมาด้วยปราณเสวียนหวงจากเก้าชั้นฟ้าโปรยปรายลงมา ก่อเกิดเป็ลำแสงพุ่งตรงเข้าไปในโลกภายในกระจก
“อันดับที่ 9: เผ่าพันธุ์มนุษย์ เจียงหลิงเทียน ขอบเขตหลอมเทพขั้นสาม”
“บ้าเอ๊ย คราวนี้ทำไมเร็วนัก เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีอีกแล้วหรือ?”
“อันดับที่ 8: เผ่าพันธุ์มนุษย์ เจียงหลิงเทียน ขอบเขตหลอมเทพขั้นสาม”
“...”
“อันดับที่ 7...”
แท่นเทพโบราณและศิลาจารึกสว่างวาบเป็ระยะ ตามมาด้วยปรากฏการณ์ฟ้าประทานครั้งแล้วครั้งเล่า!
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป เจียงหลิงเทียนก็ขึ้นมาอยู่อันดับสอง และฝังเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีไปแล้วแปดเมล็ด!
ทุกคนตกตะลึงจนมึนงงไปหมด
บรรพชนเจียงิและผู้แข็งแกร่งขอบเขตะที่ซ่อนตัวอยู่หลายคนต่างก็หนังตากระตุกอย่างรุนแรง นี่มันสัตว์ประหลาดประเภทไหนกันแน่!
ภายในโลกกระจก ิญญาอาวุธปรากฏตัวขึ้น สวมชุดคลุมสีดำที่ปิดบังใบหน้า ราวกับภูตผี มีเพียงดวงตาที่เผยออกมาเท่านั้นที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่ง
“ทะเลิญญาของสิ่งมีชีวิตทั่วไป มีเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีเป็รากฐานจึงจะสามารถขยายออกไปได้ เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถี… หมายความว่าทะเลิญญาสองแห่งจะแย่งชิงกัน ส่งผลให้จิติญญาแตกสลาย จิติญญาะเิดับสูญไป...แต่จิติญญาของเจียงหลิงเทียนกลับเป็หนึ่งเดียวโดยสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยของการแตกสลายเลย หรือว่าระดับทะเลิญญาดั้งเดิมของเจียงหลิงเทียนจะสูงกว่าระดับของเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีเสียอีก!”
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา ลมหายใจของิญญาอาวุธก็หอบกระชั้น ทะเลิญญาที่มีระดับสูงกว่าเมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีระดับจักรพรรดิอีกอย่างนั้นหรือ เขาบ้าไปแล้วหรือวิถี์บ้าไปแล้วกันแน่?
เหตุใดในโลกนี้จึงมีอัจฉริยะที่ชั่วร้ายถึงเพียงนี้ วิถี์ไม่คิดจะจัดการหน่อยหรือ ปล่อยให้คนอื่นมีที่ยืนบ้างสิ!
วิถี์ถึงกับเอนเอียงไปเข้าข้างเขาขนาดนี้? หรือว่าเขาไปแต่งงานกับวิถี์มาแล้วกันแน่???