Ekklesia Online : ผู้กล้าในทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีดำ Light Novel

    เล่ม 1 บทที่ 1 ตัวตนที่เสมอเหมือนพระเจ้า

    (12)หากมองดูโดยรวมแล้วหน่วยรบพิเศษของสหพันธ์ในตอนนี้ถือว่าย่ำแย่เอามาก ๆ เพราะนอกจากจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์กึ่งเทวะพวกนั้นได้แล้ว พวกมันยังมีสกิล <สวาปาม> ที่สามารถกลืนอวาตาร์ลงไปทั้งเป็นถึงแม้ว่าจำนวนสามาชิกของหน่วยดังกล่าวจะมีอยู่ 100k คน ก็ตามทว่า หนึ่งในพวกเขามีสกิลประเภท <ลดคูลดาวน์สกิล> ซึ่งก็รู้อยู่ว่าสกิลใช้กับพวกมันไม่ได้ผล หนำซ้ำนอกจากจะสกิลตัวเองถนัดของตัวเองไม่ได้แล้ว พอถูกกินเข้าไปทั้งเป็น มอนสเตอร์กึ่งเทวะ ตนนั้นกลับรับผลลดคูลดาวน์สกิลเข้าไปอีก ทำให้สกิล <สวาปาม> ใช้ได้บ่อยขึ้นถึงพวกมันจะยืนกระจุกกันอยู่แค่ 10 ตัว แต่ว่า มี 2 ตัวที่ได้รับผลลดคูลดาวน์ ขืนปล่อยไปแบบนี้ต่อไปทั้งหน่วยวอดวายแน่ ๆหัวหน้าหน่วยตั้งสติขึ้นมาแล้วออกสั่งให้ผู้บัญคับบัญชา [ส่งพลปืนประจันหน้าเอาไว้! ตั้งปราการต้านเอาไว้! อย่าให้มันกินคลาสซัมมอนเนอร์] ซึ่งเนื้อในของคำสั่งก็คือ...ให้ส่งอาชีพอื่นมาตายแทนเพื่อถ่วงเวลานั้นเองเกิดเสียงดังเซ็งแซ่บ่นออกมาจากอาชีพกลุ่มยิงไกลขึ้นมาทันที“พวกล้มเหลวอย่างเอ็งไม่มีสิทธิ์อะไรมาสั่งข้านะเฟ้ย!!”สหพันธ์เริ่มแตกเป็น 2 ฝ่าย คือพวกที่ยังเชื่อในวินัยทหารและ หวั่นเกรงในทัณฑ์บน กับอีกพวกหนึ่งที่อ้างถึง ภารกิจล้มเหลว ดังนั้นหน้าที่ของผู้บัญชาการจึงจบลงไปแล้วหากพูดถึงหน่วยรบพิเศษล่ะก็ มันคือการสุ่มจับไม้สั้นไม้ยาวที่เบื้องบนใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกหัวกะทินั้นเอง เพราะงั้น คนเห็นต่างนอกจากจะไม่เต็มใจอยู่ในสังกัดดังกล่าวเป็นทุนเดิมแล้ว ไม่แปลกที่จะมีท่าทีที่แข็งแข็งกร้าวเป็นเรื่องปรกติในแวดวงทหาร เพราะสังคมของสหพันธ์เคารพกันที่ผลงานและความสำเร็จ ดังนั้นผู้ล้มเหลวที่ไม่สามารถทำ ตามสัญญา ได้แบบนี้จึงถูกท้าทายงั้นก็ช่วยไม่ได้...พอเสียงข้างมากค่อนไปทางที่ขัดคำสั่งเขาถึงแจ้งไปยังหน่วยอื่น ๆ ที่ถูกส่งเข้ามา [ท่านครับ เราแย่แล้ว ช่วยออกคำสั่งให้หน่วยใกล้เคียงมาสมทบโดยด่วน]เอาวะ!! อย่างน้อยก็พอจะมีคุณงามความดีที่ทำไว้กับกองทัพบ้าง อย่างน้อยก็เป็นหน่วยแรกที่ส่งข้อมูล สเตตัสของบอส ให้กับเบื้องบนได้ทราบ...ตอนนี้ก็บอกข้อมูลใหม่ให้แล้วว่า มอนสเตอร์กึ่งเทวะร่างเป็นมนุษย์หัวเป็นสัตว์พวกมันไม่รับผลของสกิลและเรียนแบบสกิลได้ แถมยังกินทั้งเป็นได้ด้วยจนจะตายกันหมดทั้งหน่วยแล้วเรื่อง ผู้เล่นลึกลับ ที่ได้ MVP แถมยังสังหารบอสด้วยวิธีแปลกก็บอกหมดแล้วรวมถึงการถูกผู้เล่นคนนั้นกลั่นแกล้งด้วยเช่นกันพอเบื้องบนหารือกันสักพักเครื่องมือสื่อสารก็ทำงานเขารับข้อความด้วยความหวัง...แต่แล้วคำสังที่ถูกมอบหมายให้ก็คือ ‘ตรึงแนวรบอย่างยืนหยัดกล้าหาญต่อไปจนกว่าผู้กล้าจะเคลื่อนไหว’จนตอนนี้ผ่านไปกว่า 15 นาที แล้วยังแทบไม่เห็นหัวผู้กล้าเลยสักตัว [บัดซบเอ๊ย!!] ก็แน่ล่ะมันจะโผลมาทำบ้าอะไรในเมื่อบอสตายไปแล้วจริงด้วย เพราะบอสตายไปแล้ว เบื้องบนจึงถอนหน่วยที่เหลือออกหมดแล้ว ที่ปล่อยให้ตรึงแนวรบก็เพื่อไม่ให้มอนสเตอร์พิสดารพวกนี้สร้างความเสียหายลามไปยังผู้เล่นคนอื่น...งั้นสินะ“...”ความหวังที่จะรอดชีวิตกลับไปเริ่มริบหรี่เขามองไปยังกรงเหล็กสีเงินที่ถักทอขึ้นมาโดยผู้สังหารบอสด้วยวิธีที่ยังเป็นปริศนาผู้เล่นคนนั้นหายไปแล้ว...ไม่รู้ว่าถูกกินไปแล้วหรือเปล่า แต่ว่ากรงเหล็กที่อยู่หลังยังตั้งตระหง่านอยู่เช่นนั้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะคลายตัวยึดจากกันเสียงคร่ำครวญของกองทัพที่ได้ชื่อว่าแกร่งที่สุดงั้นเหรอ... มีแต่คนอิจฉางั้นเหรอ...มันต่างอะไรกับหนูในห้องทดลองหรือเปล่าละ [สหพันธ์คือกองทัพอมตะ สหพันธ์ไม่มีที่สำหรับคนตาย] หัวหน้าหน่วยทวนคำพูดปลุกใจที่สอนกันมาแต่เด็กในกองทัพ บัดนี้ได้รู้แล้วว่ากองทัพอมตะในอุดมคติมันไม่มีจริง ถึงแม้จะคราฟสเปวกิลด์ ที่ดูเหมือนไม่มีวันตายมาได้แล้ว ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไร้ค่า...มิน่าล่ะ ทำไมสหพันธ์ถึงได้ออกนโยบายโอนบำเหน็จของทหารที่ตายให้กับเด็กรุ่นใหม่ คงเพราะพวกหัวหงอกนั่นดูถูกความสามัญของความตายไปแล้วนี่เองเป็นกองทัพไร้ค่า...ต่อให้เด็กรุ่นใหม่แกร่งกว่าเมื่อเทียบกับไอ้เทพตรงหน้าก็แพ้...เป็นความอมตะที่ไร้ค่า...ความอมตะที่เป็นได้แค่ บันไดขั้นหนึ่ง ส่งให้ผู้สวาปามตรงหน้าแกร่งกว่าเดิม...“...”...นั้นสินะ ถ้าเจ้าพวกมอนสเตอร์กึ่งเทวะนั่นกลืนกันพวกเราไปให้หมดละก็ พวกมันคงได้สเปวไม่ดรอปไอเทมไปด้วยแน่ ๆพอคิดแบบนั้นแล้วเขาก็ถอดหมวกออก แหงนหน้ามองไปที่ตัวตนเสมอเหมือนพระเจ้าตรงหน้า มือของตัวแทนของความตายผู้มีศีษะเป็นสิงโตเองก็กำลังฉวยคว้าเข้ามาเช่นกัน...ตรงหน้าก็แข็งแกร่งทัดเทียมพระเจ้าแต่สำหรับทหารแล้ว คำสั่งจากเบื้องบนก็คือพระเจ้า