เย่อี่เจี้ยนถือดอกชบาสีชมพูอ่อนสองดอกไว้ในมือ
ฉู่จวินหลันมองไกลๆแล้วยิ้มบาง ดวงหน้างามสะพรั่ง “ยอมร่วงโรยคลายกลิ่นหอมอยู่บนกิ่งดีกว่าถูกพัดทิ้งไปอย่างไร้ค่า”
“ดี...”
สาวใช้ยังไม่ทันได้ตรวจสอบเสียงชื่นชมก็ดังก้องไปทั่วงานฝั่งบุรุษต่างยืดคอมองฉู่จวินหลันด้วยสายตาเปี่ยมด้วยการยกย่องบรรดาสตรีก็มองไปทางเย่อี่เจี้ยนที่หยิบดอกไม้พลางยิ้มด้วยดวงหน้าฉายแววละมุน
สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างฉากกั้นยิ้มเอ่ย“เรียนฮูหยิน คุณชายเย่กับคุณหนูสามฉู่ตอบครบทุกข้อแล้วเ้าค่ะ”
“ดี! เยี่ยมมาก!”ฮูหยินอันลู่โหวยังอดตื่นเต้นไม่ได้ ลุกขึ้นปรบมือพลางกล่าวชื่นชม“งานชุมนุมผู้สูงศักดิ์จัดมาหลายปี เล่นอะไรพวกนี้มานับไม่ถ้วนแต่เพิ่งได้เห็นภาพเช่นนี้เป็ครั้งแรก นับว่าน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!คุณชายเย่กับคุณหนูสามฉู่ช่างเปี่ยมด้วยปัญญา!”
“แต่ที่น่ายกย่องยิ่งกว่าคือคุณหนูสาม”องค์หญิงใหญ่ลุกขึ้น มองนางด้วยสายตาเปี่ยมเมตตา “คุณหนูสามโปรดมาทางนี้”
องค์หญิงใหญ่ฐานะสูงส่งแต่กลับกล่าวต่อฉู่จวินหลันด้วยความอ่อนโยนถึงเพียงนี้
หรือว่าข่าวลือที่ฉู่จวินหลันเป็คนรักษาคุณชายเย่จะเป็เื่จริง?
ผู้คนทั้งงานต่างมองฉู่จวินหลันใหม่แม้แต่ผู้ที่เคยพากันหัวเราะเยาะนางเมื่อครู่ก็ล้วนเปลี่ยนท่าที
ฉู่จวินหลันก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม
เมื่อร่างงดงามของนางเคลื่อนผ่านสายตาอันร้อนแรงก็มองตามไป
ฮูหยินผู้เฒ่าจับมือฉู่อวิ๋นเจียวกับฉู่เพ่ยซานพลางกล่าวชื่นชมฉู่จวินหลัน“เจียวเจี่ยร์ดูสิ นี่เป็การชูเกียรติตระกูลฉู่โดยแท้!”จากนั้นหันไปตำหนิฉู่เมิ่งอิ๋ง “แล้วเ้าเล่า ถามอะไรออกไป ดอกซีเหยียนม่วงมีที่ใดถามออกไปเช่นนั้นเพราะจงใจกลั่นแกล้ง หรืออยากให้ตระกูลฉู่ขายหน้า!? น่าอับอายสิ้นดี!”
เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าค่อนข้างดังทุกคนที่อยู่รอบข้างล้วนได้ยินชัดเจน
ฉู่อวิ๋นเจียวกับฉู่เพ่ยซานยิ้มฝืดเฝื่อนส่วนฉู่เมิ่งอิ๋งก้มหน้าหนี สีหน้าซีดเขียวและดวงตาแดงก่ำ
ซูอิ้งเส่ว์ที่นั่งอยู่กับบรรดาพี่น้องนึกถึงตอนที่เคยสบประมาทฝีมือด้านการแพทย์ของฉู่จวินหลันใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาจนคันยิบ ต้องยกมือเกาแก้มครั้นหันไปเห็นตู้ชิงหน้าซีดเผือด จึงถามด้วยความห่วงใย “พี่หญิงตู้เป็อันใดหรือ”
ตู้ชิงที่หน้าแดงก่ำยกมือกุมท้องก้มหน้าพึมพำ “ดูเหมือนสิ่งนั้นจะมา กระโปรงข้าเปื้อนแล้ว”
“อะไรนะเช่นนั้นให้สาวใช้พาออกไปเถิด ท่านนำกระโปรงสำรองมาหรือไม่”
“มี อยู่ในรถม้า…”ตู้ชิงยังพูดไม่ทันจบ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
ซูอิ้งเส่ว์กับหลี่เมี่ยวชุนก็นึกถึงเหตุการณ์ในสวนดอกไม้นั้นด้วยเช่นกัน
ตอนนั้นฉู่จวินหลันบีบข้อมือพวกนางหนึ่งครั้งแล้วถามตู้ชิงว่า‘วันนี้เ้าพกกระโปรงสำรองมาหรือไม่’
หลี่เมี่ยวชุนถึงกับพึมพำอย่างตกตะลึง“หรือว่านางเป็ศิษย์ของเซียนวิชาแพทย์ชีจริงๆ?”
บรรยากาศงานชุมนุมผู้สูงศักดิ์คึกคักเช่นนี้เพราะการแสดงความสามารถของเย่อี่เจี้ยนกับฉู่จวินหลัน
ขณะผู้คนกำลังซุบซิบถึงเื่นี้เสียงประกาศของบ่าวชายก็ดังมาจากนอกสวน
“องค์ชายหกมาแล้ว!”
ชายหนุ่มที่อยู่ในอาภรณ์แขนเสื้อกว้างสีครามดิ้นเงินใบหน้าเข้มคมเดินแหวกฝูงชนเข้ามาพยักหน้ารับท่าทีแสดงความเคารพของบรรดาบุรุษด้วยแววตาเย่อหยิ่ง
“องค์ชายหก”
เสิ่นอวี๋บุตรชายอันลู่โหวก้าวขึ้นมาคารวะส่วนเย่อี่เจี้ยน เซียวอวิ้นเผิง และอีกหลายคนต่างทักทายพร้อมกัน
องค์ชายหกหยุดฝีเท้าก่อนเหลือบมองเย่อี่เจี้ยนแล้วแค่นเสียงเอ่ยเยาะ “เพิ่งหายป่วยก็รีบออกมาหาคู่หรือ”
ประโยคเดียวกันทว่าเมื่อคนกล่าวคนละคน ย่อมให้ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ครั้นฉู่จวินหลันเอ่ยหยอกเย้าเย่อี่เจี้ยนรู้สึกชื่นใจ แต่เมื่อคำนี้ออกมาจากปากขององค์ชายหกเขาพลันขมวดคิ้วแน่น ไฟโทสะในใจลุกโหมทว่าเมื่อนึกถึงคำของฉู่จวินหลันจึงบังคับใจให้สงบลง
องค์ชายหกหัวเราะหยันหาได้ใส่ใจสีหน้าอันมืดครึ้มขององค์หญิงใหญ่แม้แต่น้อยเดินล้ำเข้าไปทางฝั่งของสตรีและตรงไปยังฉู่จวินหลันก่อนกวาดตามองหน้าั้แ่ศีรษะจรดเท้า
“เ้าคือฉู่จวินหลัน?”
“ท่านกำลังถามผู้ใดมารยาทอยู่ที่ไหนกัน” ฉู่จวินหลันโต้กลับไปอย่างไม่ลดราวาศอก
บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบงันทุกสายตาจับจ้องนางด้วยความตกตะลึง
ฮูหยินผู้เฒ่าใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อกำลังจะก้าวเข้าไปห้าม แต่กลับถูกฉู่เมิ่งอิ๋งกับฉู่อวิ๋นเจียวรั้งไว้
องค์ชายหกเอ่ยเยาะ“เ้ามีสิทธิ์อันใดให้ข้าต้องเคารพ!”
แต่ฉู่จวินหลันไม่ใช่ผู้ที่จะยอมให้ใครมากดขี่รังแกเขาเป็เพียงองค์ชาย หาใช่์หรือฮ่องเต้ นางไม่ได้ต้องพึ่งพาใครในการมีชีวิตไม่มีสิ่งใดกักขังนางได้ มีแค่ว่านางปรารถนาหรือไม่เท่านั้น!
“คิดไม่ถึงเลยว่าองค์ชายหกจะไร้มารยาทถึงเพียงนี้!”
“บังอาจ!”
“องค์ชายหกบุกรุกเขตสตรีทั้งยังทำตัวโอหัง นับว่าเปิดหูเปิดตาข้าไม่น้อยกฎเกณฑ์ของราชวงศ์เป็เช่นนี้หรือ!”
“ใต้หล้านี้ไม่มีที่ใดมิใช่แผ่นดินของกษัตริย์จวนอันลู่โหวอยู่ในราชวงศ์ต้ายง ราชวงศ์ต้ายงทั้งผืนคือของตระกูลเซียวที่นี่ก็แค่สวนดอกไม้แห่งหนึ่ง ข้าจะไปที่ไหนก็ย่อมได้!”
“จริงอยู่ที่ใต้หล้านี้ล้วนเป็แผ่นดินของกษัตริย์แต่องค์ชายหกก็หาใช่เ้าของแผ่นดินไม่ใช่หรือ!”
“เ้า!”สีหน้าขององค์ชายหกเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำในพริบตาและไม่อาจโต้เถียงประโยคนี้กลับได้เลย
ฉู่จวินหลันหัวเราะเยาะ“องค์ชายหกเปิดปากก็วางท่าใหญ่โตองค์หญิงใหญ่บุคคลซึ่งแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเรียกขานอย่างเกรงใจก็อยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่ท่านทำราวกับองค์หญิงใหญ่ไม่มีตัวตนไม่คำนับ ไม่รักษาขอบเขตชายหญิง เอาแต่ะโโวยวายฮ่องเต้ปกครองด้วยคุณธรรมและความกตัญญู ทว่าองค์ชายหกกลับไม่รู้จักซึมซับการกระทำวันนี้ช่างทำให้สตรีผู้น้อยได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ!”
ถ้อยคำชัดเจนราวกับคมมีดกรีดแทงนั้นทำให้องค์ชายหกหน้าแดงก่ำ
ผู้คนโดยรอบเงียบกริบอีกครั้งแววตาที่มองฉู่จวินหลันล้วนแปรเปลี่ยนทุกคนต่างเข้าใจว่าวันนี้องค์ชายหกเป็ผู้ผิดธรรมเนียมก่อนหากฉู่จวินหลันยอมโอนอ่อนประจบ ก็จะยิ่งทำให้นางเสียเกียรติสตรีสูงศักดิ์!
เย่อี่เจี้ยนก้มศีรษะทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้ม ราวกับทั้งร่างแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน
องค์ชายหกกัดฟันกรอดจำต้องฝืนคำนับองค์หญิงใหญ่แล้วหยิบเข็มเงินออกมาจากหีบไม้ที่ขันทีมอบให้โบกไปมาให้เห็น
“ได้ยินมาว่าเ้ารักษาเย่อี่เจี้ยนโดยใช้เพียงเข็มเงินเ้าศึกษาวิชาแพทย์หรือ เหล่าหมอหลวงจากสำนักหมอหลวงเป็ผู้จัดเทียบยามาั้แ่แรกยานั่นต่างหากที่ได้ผล เ้าเพียงบังเอิญมาแล้วอ้างความชอบความจริงแล้วหมอหลวงต่างหากที่รักษาได้ เ้ากลับกล้าใส่ร้ายฉกชิงความดีความชอบต่อหน้าองค์หญิงใหญ่เช่นนี้ควรมีโทษสถานใดเล่า!”
ข้อกล่าวหานี้หนักหนานักเอ่ยออกมาครั้งเดียวก็แทบไม่มีทางให้โต้แย้ง แม้องค์หญิงใหญ่เองก็มีแววลังเลเพราะตอนที่เย่อี่เจี้ยนยังนอนไม่ได้สติ เขาถูกกรอกยามาแล้วไม่น้อยฤทธิ์ยาอาจเพิ่งแสดงผลตอนนั้นก็ได้
ไม่ใช่เพียงองค์หญิงใหญ่แม้แต่ผู้คนโดยรอบต่างคิดแบบนี้เช่นกัน ล้วนหันมองฉู่จวินหลันด้วยสายตาเคลือบแคลง
เย่อี่เจี้ยนขมวดคิ้วกำลังจะอ้าปากแก้ต่างให้ฉู่จวินหลัน แต่ฉู่จวินหลันกลับลงมือก่อน
นางแย่งเข็มเงินมาปักลงบนโต๊ะเพียงกดเบาๆ เข็มเงินบางราวเส้นผมก็แทงทะลุโต๊ะไม้หวงฮวาหลีซึ่งหนาสองชุ่น[1]!
“ข้าไม่รู้วิชาแพทย์อย่างนั้นหรือ”ฉู่จวินหลันดีดปลายเข็ม เพียงครั้งเดียวเสียงวิหคกังวานก็ดังก้องไปทั่วทั้งสวนดอกไม้แห่งนี้
[1] ชุ่น หมายถึงหน่วยวัด 1 ชุ่น เท่ากับ 1นิ้ว