48 1-2
ตอนที่ 75 ล่าตระกูลเหลิง (1)
พลังลมปราณขุมใหญ่พุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย แต่จู่ๆนางก็รู้สึกคันขึ้นมาเล็กน้อย
เหลิงฉิวหวานหน้าถอดสีแปรเปลี่ยนโดยพลัน นางหาใช่สตรีจำพวกมีผิวพรรณแพ้ง่ายจนขึ้นผื่นคันเช่นนี้
นางรีบระงับพลังลมปราณหยุดใช้ในทันใด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้าม อาการคันยิ่งเลวร้ายมากขึ้นไปอีก กระทั่งนางไม่สามารถหยุดเกาได้
สำรวจมองแขนทั้งสองข้างของตน จู่ๆก็มีผื่นแดงน่าเกลียดน่ากลัวผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด
“นี่มัน...”
เท่าที่จำความได้ ครั้งสุดท้ายที่เผชิญพบกับเหลิงหยุนเจียว นางเองก็ถูกแส้อสรพิษเพลิงฟาดเข้าใส่เนื้อไปทีหนึ่ง
“เจ้าอาบพิษเคลือบแส้เอาไว้รึ?”
“ของขวัญชิ้นนี้ข้าเตรียมมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะเลยล่ะ”
เหลิงหยุนเจียวแลบลิ้นชมพูใส่นางพร้อมทำทีท่าทะเล้นขี้เล่น
ยิ่งถูกยั่วยุเช่นนั้น เหลิงฉิวหวานก็ยิ่งโกรธจัดอย่างไม่ต้องสงสัย
“นังสารเลว! เจ้าจะต้องชดใช้!!”
เหลิงฉิวหวานกระโจนขึ้นจากบ่อน้ำ ใบหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียดน่ากลัว ร่องรอยพลังลมปราณเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งจากภายในร่าง นิ้วทั้งสิบของนางกางออกเป็นกรงเล็บที่ฉาบคลุมด้วยพลังลมปราณธาตุลมอันน่าเกรงขาม
เหลิงหยวนหลงที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ข้างเคียง ปั้นสีหน้าตึงเครียดเป็นกังวล ภายในใจครุ่นคิดอยู่ว่า คราก่อน กระทั่งเหลิงเจียวเจียวที่มีระดับพลังลมปราณสูงกว่าเหลิงฉิวหวาน ยังต้องพ่ายแพ้ให้แก่เหลิงหยุนเจียว กล่าวคือ เหลิงฉิวหวานในยามนี้หาใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายไม่!
“ฉิวหวาน อย่าหุนหันพลันแล่น!”
ทว่าคำเตือนประโยคนี้ของเหลิงหยวนหลงยังคงสายเกินไป
ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้กล่าวจบ ก็มีแส้อสรพิษเพลิงพุ่งเข้าพัวพันรอบเอวของเหลิงฉิวหวานไว้แน่นหนา ประหนึ่งอสรพิษร้ายที่กำลังเตรียมเขมือบเหยื่อ
เมื่อเหลิงหยุนเจียวสะบัดข้อมืออีกครา แส้อสรพิษเพลิงก็ยิ่งทวีแรงบีบตัวแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า กระทั่งในที่สุด ก็มีเสียงกระดูกสันหลังแตกสนั่นดัง‘กร๊อบ’ทะลุห้วงอากาศออกมา
เหลิงฉิวหวานในยามนี้ไม่ต่างอะไรจากกระต่ายขาวตัวน้อย ที่โดนบิดร่างจนหักเป็นสองส่วน เวลานี้ร่างส่วนบนและส่วนล่างของนางบิดเบี้ยวไปคนละทิศคนละทางโดยไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
นางทรุดตัวร่วงกระแทกโขดหินข้างบ่อน้ำ นอนเลือดไหลออกปากร่างชักกระตุกไปมาอยู่บนพื้นอย่างน่าสังเวช
ทั้งเหลิงหยวนหลงและคนอื่นๆต่างเฝ้าดูภาพฉากนี้ด้วยความตระหนกตกใจ ดวงตาของพวกเขาแทบถลนไหลออกจากเบ้า!
เมื่อครู่พวกเขาตาฝ้าฟางไปหรือไม่? เหลิงหยุนเจียวสามารถใช้พลังลมปราณได้!?
นางเป็นเพียงแค่ขยะชิ้นหนึ่งมิใช่หรืออย่างไร? นางสามารถฝึกปรือลมปราณได้อย่างไร?!!
เพียงแค่สบตาสตรีนางนี้ พวกเขาก็รู้สึกราวกับกำลังจะตาย!
“ฉิวหวาน!!”
เหลิงหยวนหลงกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งรู้สึกโศกเศร้าระคนเคียดแค้น เลือดลมในกายของเขาพลุ่นพล่านจนไม่อาจควบคุมได้ กระอักเลือดสดคำโตออกมา ความอาฆาตแค้นครั้งนี้ได้ฝังแน่นติดลึกอยู่สุดขั้วหัวใจ!
เหลิงหยุนเจียว นังเดรัจฉานตนนี้คิดจะฆ่าล้างตระกูลเหลิงของเขาจริงๆ!!
“เสียงตะโกนด้วยความรักของผู้เป็นพ่อ ช่างไพเราะจับใจยิ่งนัก แต่ทางที่ดีสงบสติอารมณ์เอาไว้เสียหน่อยจะดีกว่า พลังลมปราณของพวกเจ้าทั้งสองถูกปิดผนึกอยู่ ขอบอกตามตรง ต่อให้ข้ามิได้ใช้ลมปราณ ก็สามารถเชือดสวะเยี่ยงพวกเจ้าทิ้งได้อย่างง่ายดาย”
เหลิงหงเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นพลันแสยะยิ้มเกลียดชัง กัดริมฝีปากแน่นจนเลือดสดไหลริน
เหลิงหยุนเจียว นังสวะตัวนี้มันคลุ้มคลั่งจนเสียสติไปแล้ว!
อย่างไรเสีย ต่อให้พวกเขาจำต้องใช้มือเปล่าต่อสู้ กับเพียงแค่สตรีร่างผอมบางเช่นนาง เขาย่อมสามารถเอาชนะได้ง่ายดาย!
“หากแน่จริงก็อย่าใช้ลมปราณ แล้วมาสู้กับข้า!!”
เหลิงหงเฟยชักกระบี่สีเงินเล่มยาวจากฝักข้างเอว และร่ายกระบวนท่าทิ่มแทงใส่ทางเหลิงหยุนเจียวอย่างไร้ปราณี
เป้าหมายที่เล็งไว้คือบริเวณอกซ้าย เหลิงหงเฟยตั้งใจจะรีบเผด็จศึกปลิดชีพนางโดยไว! กระบวนท่าเพลงกระบี่นี้ช่างช่องชำนาญ ร่ายรำพลิ้วไหวดุจคลื่นมณีเจ็ดสีทะยานโจมตีเข้าใส่ด้วยความสุดกำลัง!
แต่ทว่าเหลิงหยุนเจียวก็สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย พร้อมเบี่ยงตัวโยกหลบไปด้านข้าง แล้วหยิบกริชเล่มคมขึ้นมาปาดเชือดข้อมือของอีกฝ่ายในทันใด
เลือดสดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดดุจน้ำพุ เหลิงหงเฟยกรีดร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดเกินพรรณนา
“พี่ใหญ่!!”
เหลิงเจียวเจียวอุทานร้องลั่นแทบเสียสติ เหลิงฉิวหวานยามนี้ก็นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น ส่วนเหลิงเฟยหงก็กำลังโซเซคล้ายจะเป็นลมเพราะเสียเลือดมากเกินไป ใจดวงนี้ของนางกำลังสั่นผวาแทบร้องไห้ออกมา
หรือเป็นไปได้ไหมว่า...ทุกคนในตระกูลของนางกำลังจะถูกเหลิงหยุนเจียวสังหารสิ้นแล้วจริงๆ?
“คุณหนูรอง อย่าเพิ่งใจร้อนร่ำไห้ออกมาตอนนี้ คราก่อนหน้าที่คิดท้าทายข้า เจ้าก็พ่ายแพ้จนถูกข้าวางยาพิษเป็นการลงโทษ”
“หากครานี้มาพลาดพลั้งอีก คิดว่าข้าจะลงโทษเจ้าเยี่ยงไรดี?”
“....”
เหลิงเจียวเจียวกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างแสนยากลำบาก นางหน้าถอดสีซีดเผือดขวัญเสียอย่างที่สุด ประหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับภูติผีวิญญาณ