บทที่ 9 ริษยา (รีไรท์)
ทำไมถึงได้ดูเหมาะสมกับหลิวไป๋ฮวานัก…
ต้าเหวินโหร่วก้มหน้าลงต่ำ ขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นหนัด ไม่ต้องคิดอะไรให้มันยุ่งยาก ชายหนุ่มเลือกที่จะล่าถอยเดินออกไปจากพื้นที่ที่ตัวเองไม่คู่ควรในทันที
“เป็อย่างไรบ้างไป๋ฮวา ลูกพลับปีนี้รสชาติดีหรือเปล่า?”
หลิวไป๋ฮวาไม่ทันได้ตอบคำถามเ้าของประโยค หญิงสาวหันไปมองยังรั้วหน้าบ้านผ่านบานหน้าต่าง ด้วยความที่รับรู้ได้ว่าตนเองกำลังถูกสายตาจับจ้อง
“ต้าเหวินโหร่ว!” เธอเอ่ยชื่อของบุคคลที่สามออกมาด้วยน้ำเสียงใ ยังไม่ทันที่จะได้เรียกรั้ง เขาก็เดินจากไปด้วยความรวดเร็วเสียแล้ว
“ต้าเหวินโหร่ว…ใครกันไป๋ฮวา?” น้ำเสียงทุ้มเป็เอกลักษณ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะชะโงกหน้ามองไปทางหน้าต่างด้วยความใคร่รู้ในทันที เมื่อไม่เห็นว่ามีบุคคลใดถึงได้ลากสายตากลับมาจับจ้องเสี้ยวหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง
หลิวไป๋ฮวา คือหญิงสาวที่ได้หัวใจของโจวอี้หานนับั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน
“ไม่ ไม่มีอะไร” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้คงที่ เธอยังคงจ้องมองไปยังริวรั้วหน้าบ้านของตัวเองด้วยใจจดจ่อเพียงแค่หวังว่าต้าเหวินโหร่วอาจจะย้อนกลับมา ทว่ารอแล้วรอเล่ากลับไร้วี่แวว
“ไป๋ฮวา”
“...”
“ไป๋ฮวา!”
หญิงสาวสะดุ้ง หลุดออกจากภวังค์ในทันที ก่อนจะผินหน้ากลับมามองโจวอี้หานอีกครั้ง
“เมื่อครู่คุณพูดว่าอะไรนะ?” เธอเอ่ยถาม
โจวอี้หานหยักยิ้ม ก่อนจะชี้ไปยังลูกพลับแดงในจานที่วางอยู่บนตักของหญิงสาว
“ผมถามว่าลูกพลับรสชาติดีหรือเปล่า?”
หลิวไป๋ฮวาปั้นยิ้ม “รสชาติหวานกำลังดีเลยล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ทานเยอะ ๆ” โจวอี้หานเอ่ยออกไปด้วยความหวังดี
“คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้าเ็ตรงไหนน่ะ”
นับว่าโชคดีที่วันนี้เขาใช้เส้นทางหลังหมู่บ้านในการมาหาไป๋ฮวา เพราะนึกครึ้มอยากจะชมบรรยากาศรอบ ๆ หมู่บ้าน จนไปเจอกับหลิวไป๋ฮวาและเด็กน้อยคนหนึ่งที่นั่งาเ็อยู่ริมทาง
“แน่สิ คุณก็ถามย้ำอยู่นั่นแหละ หรือคุณอยากเห็นฉันาเ็กัน” น้ำเสียงเล็กเอ่ยประโยคนั้นออกไปอย่างไม่จริงจังมากนัก ก่อนจะหยิบลูกพลับสีแดงที่โจวอี้หานซื้อมาฝากเคี้ยวตุ้ย ๆ ด้วยความอร่อย ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มด้วยความรู้สึกเอ็นดูเสียไม่ได้
“ค่อย ๆ ทานสิไป๋ฮวาไม่มีใครแย่งคุณหรอก” น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นในขณะที่เขาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ไม่ห่างจากร่างเล็กมากนัก
“นี่คุณหาว่าฉันตะกละงั้นเหรอ คุณโจว”
ทว่าประโยคนั้นทำให้โจวอี้หานชะงัก เรียวคิ้วขมวดขึ้นในทันควัน
“คุณไป๋ฮวา…” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวเสียงเข้มขึ้น เพื่อให้รู้ว่าสรรพนามที่เธอใช้เรียกนั้นเขาไม่พอใจจะให้เธอใช้มัน เพราะนั่นมันห่างเหินเกินไปและเขาก็ไม่ชอบ
“คุณอย่าถือสาเลย ฉันก็แค่เรียกไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจอะไร ฉันอยากทานลูกท้อด้วยรบกวนคุณปอกให้หน่อยได้หรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทะเล้น ขณะที่โจวอี้หานใช้ปลายนิ้วดีดหน้าผากของเธอด้วยความแ่เบาราวกับกำลังลงโทษกันอย่างไรอย่างนั้น
“ได้ทีก็รีบใช้งานเลยนะ” ถึงแม้จะพุดเช่นนั้นทว่าอีกฝ่ายก็เดินไปหยิบถุงลูกท้อเข้าห้องครัวไปในทันที
โจวอี้หานที่เธอรู้จัก ไม่ได้เป็คนที่ไร้สาระเช่นนี้นี่…แค่คิดก็รู้สึกขบขันยิ่งนัก มาถือโทษเธอเพราะเื่แค่นี้อย่างนั้นเหรอ หลิวไป๋ฮวายกยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนที่เธอจะผินหน้ากลับไปยังหน้าบ้านอีกครั้ง พร้อมถอดถอนลมหายใจออกมาเสียงหนัก
เพียงไม่นานร่างกายสมบูรณ์แบบของโจวอี้หานก็เดินออกมาจากห้องครัว พร้อมทั้งจานลูกท้อในมือที่เขาถือมาด้วยความระมัดระวังวางลงบนหน้าตักเล็กของหลิวไป๋ฮวาที่ก้มมองลุกท้อด้วยสายตาลุกวาว
“น่าทานกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย กลิ่นก็หอม คุณทานไหม” ไม่พูดเปล่าแต่เธอยังจิ้มลูกท้อชิ้นโตจ่อปากโจวอี้หานอีกด้วยเช่นกัน เขาลดระดับสายตาลงมองผลไม้ตรงหน้าก่อนจะอ้าปากงับมันมานั่งเคี้ยวในที่สุด
“รสชาติดี เหมือนที่ฉันบอกหรือเปล่า”
“อืม รสชาติกำลังดีเลยล่ะ” เขาตอบกลับหญิงสาวในทันที ก่อนจะนั่งจ้องหลิวไป๋ฮวาที่นั่งทานผลไม้ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข
โจวอี้หานเดินกลับไปที่รถของตนอีกครั้งทั้งหยิบหยิบผลไม้มากมายที่ตนซื้อเอาไว้เพราะตั้งใจที่จะแบ่งไปให้คุณย่าที่เมืองหลวงได้ทานเช่นกัน ทว่าเห็นไป๋ฮวามีความสุขที่ได้ทานผลไม้รสชาติดีขนาดนี้แล้ว คุณย่าก็คงจะได้ผลไม้พวกนี้วันหลัง
ตุบ
หลิวไป๋ฮวาช้อนตาขึ้นมองทันควัน ครั้นที่ได้ยินเสียงของหนักบางอย่างวางลงบนโต๊ะไม้ ก่อนที่เธอจะเบิกตากว้างขึ้นครั้นที่เห็นว่าโจวอี้หานขนอาหารมาเพิ่มจนแทบจะล้นบ้านอยู่รอมร่อ เธอรีบกลีนผลไม้ในปากลงคอทันควัน
“อึก แค่ก ๆ คุณเห็นฉันเป็สัตว์หรือไงถึงได้เอาผลหมากรากไม้มาฝากถึงเพียงนี้น่ะ” หญิงสาวเอ่ยบ่นออกไป เนื่องจากอาหารที่โจวอี้หานซื้อมานั้นมันมากเกินความจำเป็ อีกอย่างเธอก็ทานคนเดียวไม่หมดหรอก
“ผมกำลังจะขุนคุณอยู่ไม่รู้หรือไง ผมซื้อมาฝากแล้วไม่ว่าอย่างไรคุรก็ต้องทานให้หมดนะไป๋ฮวา”
“ขืนทานหมดนั่นฉันได้อ้วกแตก ก่อนน้ำหนักขึ้นแน่ละอี้หาน”
ใบหน้าสวยของหลิวไป๋ฮวายับยู่ เธอมองเหล่าผลไม้ในถุงด้วยสีหน้าพะอืดพะอมเต็มที ถึงแม้จะเป็ผลไม้ที่เธอชื่นชอบทุกชนิด หากแต่ทานมากเกินไปก็รู้สึกคลื่นไส้อยู่ไม่น้อย
ตุบ
โจวอี้หานมองหญิงสาวทุกการกระทำด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะวางมือลงบนศีรษะเล็กพร้อมทั้งลูบไล้ไปมาเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ โดยไม่ได้สนใจว่าสีหน้าในตอนนี้ของหลิวไป๋ฮวา คล้ายกับบุคคลที่หลงเหลือเพียงกายหยาบ ขณะที่จิติญญาได้หลุดลอยไปไกลแล้ว
“ไป๋ฮวาเก่งจะตาย ผลไม้แค่ไม่กี่อย่างคุณคงทานหมดภายในเร็ววันแน่ คงไม่ปล่อยให้ผลไม้ที่ผมตั้งใจซื้อมาฝาก และคัดเลือกมาเป็อย่างดีต้องเน่าเสียหรอกใช่ไหม” หลิวไป๋ฮวาที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ยกยิ้มแหยออกมาในทันที
“ฮ่า ๆ”
…
“ไป๋ฮวา!” ทันใดนั้น บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยเสียงขำขัน กลับถูกทำลายลงเพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงที่ทั้งแหลมและแสบแก้วหูดังขึ้นอีกครั้ง จ้าวหนิงเซี่ยเดินเข้ามาภายในบ้านโดยไร้การขออนุญาต
ช่างเป็คนที่ไร้มารยาทเสียจริง จ้าวหนิงเซี่ยปรี่เข้ามาหาหลิวไป๋ฮวา ด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนก ขณะที่หลิวไป๋ฮวาขมวดคิ้วขึ้นเมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น
“อะไรของเธอ เข้าบ้านคนอื่นแบบนี้ไร้มารยาทไม่รู้หรือไงกัน!” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยออกมาโต้ง ๆ อย่าไม่คิดรักษาน้ำใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ขณะที่จ้าวหนิงเซี่ยเก็บความไม่พอใจเ่าั้เอาไว้ เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก้ไม่ยอมรามือจากแผนการของเธอเป็แน่
“ทำไมพูดแบบนั้นกันล่ะไป๋ฮวา ที่ฉันมาถึงที่นี่เพราะเป็ห่วงเธอนะ”
“จะเป็ห่วงฉันเื่อะไรไม่ทราบ” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะเบี่ยงกายหนีครั้นที่อีกฝ่ายพยายามเดินเข้าหาตน กระทั่งจ้าวหนิงเซี่ยที่เห็นเช่นนั้นชะงักงันโดยพลัน
“นี่เธอรังเกียจฉันเหรอไป๋ฮวา” เธอแสร้งตีหน้าเศร้า เอ่ยออกไปเสียงเบา ครั้นที่พบว่ามีบุคคลที่สามอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเช่นกัน
“ก็รู้ตัวนี่” หลิวไป๋ฮวาพูดออกมาลอย ๆ ทว่าจ้าวเนิงเซี่ยกลับตีหน้ามึน ทำราวกับว่าประโยคนั้นของอีกฝ่ายไม่ได้เข้าหูตนเลยแม้แต่อย่างใด