Thunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า

    ภาคที่1 ตอนที่39 เป่าฉูหลงผู้บ้าคลั่ง

    ภาคที่1 ตอนที่39 เป่าฉูหลงผู้บ้าคลั่ง

     

    สวบ! สวบ!

    ราวกับว่ามิได้ตกใจในฉากสังหารอันโหดเหี้ยมของเฟิงอี้เป่าฉูหลงที่บัดนี้แผ่กลิ่นอายสังหารคาวโลหิตอันเหม็นฉุนออกมาฟาดฟันกระบี่สีแดงฉานลงใส่เฟิงอี้อย่างไร้ปราณี

    ตูม!

    พลังงานสีแดงฉานเหม็นฉุนดั่งโลหิตระเบิดกระจายออกไปทั่วทิศทว่าเฟิงอี้ก็หลบออกมาจากวิถีการฟาดฟันนั้นได้อย่างรวดเร็ว

    ในเวลานั้นที่เฟิงอี้หลบหลีกหลางกูเหมินก็พลันพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมดาบหนึ่งเล่มที่ถูกกระชับเอาไว้ในมือ

    ฟิ้ว! ฟิ้ว ฟิ้ว!

    ดาบถูกฟันออกมาด้วยความพริ้วไหวแต่ทว่ามีพลังกดดันอันเฉียบคมแผ่ออกมาตลอดเวลาดาบนั้นตัดผ่าอากาศก็เกิดเสียงลมดังหวีดหวิวทุการฟาดฟัน

    “คมหางมังกรทมิฬ”หลางกูเหมินเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบฉับพลันนั้นดาบในมือก็พลันถูกฟันฉับลงเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วคลื่นดาบสีดำพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วน่าตื่นตะลึงมันแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนกับแส้ขนาดใหญ่ที่ดูเฉียบคมอันหนึ่งทะยานเข้าหาเฟิงอี้ภายในชั่วพริบตา!

    มังคือหางของมังกรทมิฬนั่นเอง!

    “กระบวนท่านี้?!”เฟิงอี้ใบหน้าแปรเปลี่ยนไปเป็นประหลาดใจพลังทำลายล้างของการโจมตีนี้รุนแรงเป็นอย่างมากมันแทบจักเทียบเท่าได้กับวิชาอัสนีแยกสวรรค์ของตนได้เลย

    “มันก็คือเคล็ดวิชาที่ผสานเศษเสี้ยวจิตแห่งดาบเข้าไป!”เฟิงอี้มิอาจจักดูถูกการโจมตีของหลางกูเหมินในครานี้ได้ฉับพลันนั้นเฟิงอี้ก็ยกมือขึ้นเหนือศีรษะและฟันลงมาอย่างรวดเร็ว

    เปรี้ยง!

    เคล็ดวิชากระบี่อัสนีแยกสวรรค์ถูกสำแดงออกมาทว่าครานี้แม้ว่าพลังของมันจักดูเฉียบคมสูงส่งแต่หากเอาไปเปรียบเทียบกับตอนที่เฟิงอี้ถือกระบี่เงินผ่าสวรรค์แล้วนั้นราวกับอยู่คนละโลกกันเลยทีเดียว

    ตูม!

    พลังของวิชากระบี่อัสนีแยกสวรรค์และวิชาดาบของหลางกูเหมินเข้าปะทะกันทำให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงขึ้นในทันทีพื้นหิมะมิได้เพียงแตกกระจายหรือสลายไปแต่ทว่ามันยังเกิดร่องรอยราวกับถูกของมีความเชือดเฉีอนเต็มไปหมด

    เกิดเสียงดังอื้ออึงจนกระทบกับโสตประสาทของมนุษย์ทุกคนที่อยู่รอบบริเวณมิเว้นแม้แต่เฟิงอี้เอง

    สวบ!

    เฟิงอี้ถูกจู่โจมเข้ามาจากทั่วทิศทางแม้ว่าจักกล่าวว่าเฟิงอี้มีประสบการณ์การต่อสู้สูงส่งลึกล้ำทว่าระดับพลังปราณก็ยังคงห่างชั้นกับเหล่าผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่4อยู่ดี

     ดังนั้นแล้วเฟิงอี้จึงถูกการโจมตีที่ประดังเข้ามาปะทะร่างกายอยู่เป็นบางครั้งจนเกิดรอยแดงหรือรอยบาดแผลขึ้นบ้างเล็กๆน้อยๆ

    รวมๆแล้วแม้เฟิงอี้จักสังหารหางหยู่ไปแต่ทว่ากลับยังคงมิได้เปรียบขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยการต่อสู้ในครั้งนี้สูสีกันเพราะหนึ่งเฟิงอี้มีพลังรบอันแข็งแกร่งล้ำลึกและอีกหนึ่งเหล่าคนของสำนักม่วงเมฆาและสำนักปื๋อฉางเองก็มีปริมาณลมปราณมากกว่า!

    “ข้ามิเชื่อหรอกว่าเจ้าจักต่อสู้กับพวกข้าได้นานนัก!”หม่าตุงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเหี้ยมแม้ว่าร่างกายจักมีรอยฟกช้ำและบาดแผลหลายแห่งก็ยังคงรุกเข้ามาจู่โจมเฟิงอี้อย่างมิขาดสาย

    “เหอะ! หากว่าพวกเจ้าอยู่ในระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่สามเหตุใดจักสามารถรับมือกับข้าได้!”เฟิงอี้เหยียดหยามมดปลวกเหล่านี้จักนับเป็นอันใดได้หากมิได้อาศัยว่าพวกมันมีระดับการบ่มเพาะที่มากกว่าเช่นนั้นแล้วเฟิงอี้คงจักบดขยี้พวกมันให้แหลกลาญ!

    แซด! แซด! 

    ปัง! ปัง! ปัง!

    เฟิงอี้เคลื่อนหมัดที่แผงเร้นอัสนีสีทองของตนด้วยกระบวนท่าที่ไหลลื่นฉับพลันนั้นซัดออกไปใส่ท้องของหม่าตุงราวกับห่าฝนจนเกิดเสียงดังตึงตังเข้ากระทบสู่โสตประสาทของเฟิงอี้เองและหม่าตุง

    ตูม!

    ร่างของหม่าตุงถูกเฟิงอี้รัวหมัดใส่จนกระทั้งกระเด็นออกไปราวกับก้อนหินถูกจับโยนออกไปก็มิปานร่างของหม่าตุงชนภูเขาจนหิมะที่เกราะภูเขาแตกกระจายจนราวกับเกิดเสียงดังระเบิดกัมปนาท!

    “ย๊าก! ตาย! ตายเสีย! ตายเสีย! ตายให้ข้า! อ๊าก!”เสียงคำรามลั่นของเป่าฉูหลงดังขึ้นบัดนี้มันดูบ้าคลั่งเป็นอย่างมากรอบกายของเป่าฉูหลงแผ่กระจายออกร่าสีแดงฉานออกมาจนราวกับเป็นไอน้ำที่ลอยขึ้นบนอากาศก็มิปาน

    “นี่มันอันใดกัน? มองดูอย่างไรก็มิใช่คนแล้ว!”หม่าตุงและเฉาหลางตระหนกเป่าฉูหลงในเวานี้พวกเขารู้สึกว่าช่างดูน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมากเหมือนกับว่าได้พบกับราชาสัตว์อสูรเวลาที่กระหายโลหิตก็มิปาน !

    “ร่างอสูรโลหิตคลั่ง…”หลางกูเหมินที่บัดนี้ก็มิสภาพมิได้ดีไปกว่าคนอื่นเท่าใดนักอาภรณ์ฉีกขาดไปทั่วทั้งตัวแม้แต่หน้ากากสีเงินก็แตกสลายไปครึ่งหนึ่ง!

    นี่เป็นฝีมือของเฟิงอี้ทั้งหมด!

    “กลับมา!”หลางกูเหมินเรียกมังกรคู่ทมิฬของตนกลับมาหรือก็คือดาบของเขานั่นเองฉับพลันนั้นร่างของมังกรคู่ทมิฬก็ทะยานกลับมาล่องลอยอยู่เบื้องหน้า

    ฉับ!

    หลางกูเหมินยื่นมือออกไปหางมังกรคู่ทมิฬก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นดาบสองเล่มในทันทีร่างของมังกรทมิฬหายไปแล้วหลางกูเหมินก็เก็บดาบเข้าฝักและแสดงอาการเหนื่อยล้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนเหงื่อซึมออกมาจนเต็มใบหน้า

    “แฮก! แฮก!”ช่วยมิได้ที่หลางกูเหมินจักเหน็ดเหนื่อยเพราะสำแดงจิตแห่งดาบออกมามันผลาญพลังจิตวิญญาณไปมากมายนัก

    “ร่างอสูรโลหิตคลั่งเช่นนั้นรึ?…."หม่าตุงและเฉาหลางจ้องมองไปทางเป่าฉูหลงจิตใจที่สั่นสะท้าน

    “ร่างอสูรโลหิตคลั่งนี้แม้ข้าจักสำแดงจิตแห่งดาบออกมาก็สู้กับเป่าฉูหลงในกาลก่อนก็มิสามารถทำให้เขาเพลี่ยงพล้ำได้…”หลางกูเหมินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีความมิพอใจอยู่บ้างแต่ทว่าก็มิสามารถทำอันใดได้และได้แต่ยอมรับว่าเป่าฉูหลงเวลาอยู่ในร่างอสูรโลหิตคลั่งนั้นแข็งแกร่งกว่าตนอยู่ส่วนหนึ่ง

     

    จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องThunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า ที่คุณอ่าน