ตอนที่ 1 การมาของคร้าม
พุทธศักราช 2435ข้าวทิพย์เงยหน้าจากสมุดบัญชี แล้วถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เป็นอีกวันที่ร้านขายผ้าของหล่อนขายดี มีลูกค้ามาเลือกซื้อผ้าเยอะกว่าปกติหล่อนต้องดูแลทุกอย่างคนเดียว มีพ่อบ้านที่รู้หนังสือคอยช่วยจัดผ้าขึ้นเรือ หรือขึ้นเกวียน ดูแลหน้าร้านยามที่มีลูกค้ามาซื้อผ้า ยังมีคนสนิทคือชื่น ที่ดูแลหล่อนตั้งแต่หล่อนอายุ 15 จนถึงวันนี้ก็ 10 ปีแล้วหวนนึกถึงจดหมายที่บิดาฝากคนสนิทมาให้เมื่อสามวันก่อน เรียกร้องให้หล่อน แต่งงาน มีครอบครัว ที่สำคัญคือมีลูก ให้มองหาบุรุษในเมืองหลวง ว่าชายใดเหมาะเป็นคู่ครอง บิดาจะล่องเรือจากอยุธยามาจัดการให้พ่อหล่อนเขียนจดหมายมาแบบนี้ นี่หล่อนถึงกับต้องพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอผู้ชายหรือไม่ข้าจะไปเสาะหาสามีจากหมู่บ้านไหน ที่โสดข้าก็ไม่ถูกใจ ที่พอดูแล้วสบายตา ล้วนแต่แต่งงานมีครอบครัวทั้งสิ้น จะให้ไปเป็นเมียที่สอง ที่สามในเรือนของผู้อื่น มิสู้อยู่เป็นโสดตลอดไปย่อมดีกว่า“นายหญิงพักดื่มน้ำใบเตยสักนิดเจ้าค่ะ แม่ครัวเพิ่งต้มมาร้อนๆ”ชื่นยกน้ำมาให้ หมายจะให้ข้าวทิพย์ได้พักสายตาบ้าง“นายหญิงยังกังวลกับจดหมายนายท่านหรือเจ้าคะ”“ข้าก็กังวลอยู่ เจ้าก็รู้ว่าข้าอายุปูนนี้แล้ว จะไปหาผู้ชายที่ไหนได้ง่ายๆ ทำแต่งานจะมีเวลาไปสนใจผู้ใด”หล่อนวางปากกา ทอดสายตาไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า มีเรือพาย เรือแจวผ่านไปเป็นระยะร้านของหล่อนตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งพระนคร ลูกค้าสามารถล่องเรือมาซื้อผ้า หรือเข้าทางด้านหลังร้านที่เป็นทางให้รถลากก็ได้ เวลามีเรือสำเภาที่นำผ้ามาจากเมืองจีน หล่อนจะไปกับพ่อบ้าน เพื่อเลือกผ้ามาขาย“นายท่านคงห่วงนายหญิงเจ้าค่ะ อยู่คนเดียวในเมืองหลวง ย่อมอยากให้นายหญิงมีคนมาดูแล”ชื่นออกความเห็น“ข้ารู้ แต่ปีหลังนี่ การค้าดีขึ้นมาก ข้ายังมิอยากคิดเรื่องแต่งงาน”ในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงไม่มีศึกสงคราม การทำมาหากินค้าขาย ล้วนเจริญรุ่งเรือง ข้าวทิพย์สามารถทำกำไรได้มากมายในแต่ละเดือน จึงไม่ต้องพึ่งพาเงินจากครอบครัวใหญ่ทางอยุธยาในจดหมายของบิดายังเน้นว่า ต้องการให้หล่อนมีลูกในปีนี้ เพราะเป็นปีมงคล ปีมังกรทอง เด็กที่เกิดปีนี้จะเจริญ รุ่งเรือง เป็นอภิชาติบุตร พาตระกูลร่ำรวยมองหาสามี ยังหาไม่เห็น จะให้มีลูกนี่นะทุกวันนี้มีทั้งหนุ่ม และไม่หนุ่ม แวะเวียนมาที่เรือนนี้อยู่เสมอๆ อาจเรียกได้ว่าหัวบันไดไม่แห้ง ทุกคนมาพร้อมของกำนัล ผ้าผ่อน แพรพรรณ ผลไม้ บนเรือนกินใช้ไม่หมด ต้องยกลงไปให้บ่าวไพร่ข้างล่างข้าวทิพย์เป็นคนสวย แม้จะอายุเข้าเบญจเพส แต่ยังดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงมากนักบ้านและครอบครัวใหญ่ของหล่อนอยู่อยุธยา เป็นเรือนหลังใหญ่ ที่มีเรือนบริวารอีกหลายหลัง สำหรับเมียรองๆของบิดา มารดาของหล่อนเสียชีวิตตั้งแต่หล่อนยังเด็ก บิดาไม่ได้ให้ใครมาอยู่เรือนใหญ่ จึงปลูกเรือนให้เมียน้อยอยู่กันคนละหลัง ที่อยุธยามีข้าทาสมากมาย ประกอบกิจการขายผ้า และมีที่นาอีกเป็น 100 ไร่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว บิดาคิดมาเปิดร้านอีกแห่งที่เมืองหลวง เนื่องจากจะมีสำเภานำสินค้า ผ้าผ่อนแพรพรรณ มาขึ้นท่าที่พระนครมากมาย สะดวกกับการเลือกซื้อสินค้าจากเรือสำเภา และส่งไปอยุธยาหล่อนซึ่งปกติดูแลบัญชีและการขายอยู่แล้ว จึงขอบิดามาดูแลร้านนี้ เพื่อหนีการดูตัวแต่งงาน และหนีการกระทบกระทั่งจากมารดาเลี้ยงทั้งสาม ที่อยู่ร่วมเรือนไม่คาดคิดว่า แม้แต่หนีมาอยู่ถึงเมืองหลวง บิดายังสามารถเร่งรัดให้หล่อนแต่งงานอันที่จริง บิดาของหล่อนต้องการให้หล่อนกลับไปอยุธยา แต่งงาน มีบุตร เพื่อสืบวงศ์ตระกูล เพราะมารดาของหล่อนซึ่งเป็นภรรยาเอกไม่มีบุตรชาย มีเพียงบุตรชายซึ่งเกิดจากภรรยาคนที่สาม แต่นิสัยเกียจคร้าน เอาแต่กินเหล้าเมายาใช้เงินไปวันๆภรรยาคนที่สอง และคนที่สี่มีบุตรสาว ครอบครัวละ 1 คน ล้วนหน้าตางดงาม แต่นิสัยออกจะเหมือนแม่ จึงไม่ค่อยสนิทกับหล่อนเท่าไหร่นักข้าวทิพย์กำลังจะก้มหน้าลงดูรายการสินค้าของวันนี้ บ่าวในเรือนก็มาแจ้งว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งขอเข้าพบ“เป็นผู้ใด และมีเรื่องอันใด”“เขาบอกว่าชื่อคร้ามเจ้าค่ะ ท่าทางร้อนรน แต่ไม่ได้แจ้งว่าเรื่องอะไร ถ้านายหญิงไม่ต้องการพบ บ่าวไปไล่กลับนะเจ้าคะ”ข้าวทิพย์โบกมือ“ให้เขาเข้ามาเถอะ เขาอาจมีเรื่องเดือดร้อนมา”ปกติแล้วข้าวทิพย์จะให้ความช่วยเหลือเท่าที่พอทำได้กับชาวบ้านในหมู่บ้านนี้เสมอชายหนุ่มที่เดินเข้ามามีรูปร่างสูง สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ค่อนข้างสกปรก หากมีหน้าตาที่คมคายน่ามอง เขาเดินมาคุกเข่าตรงหน้าข้าวทิพย์ ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม“นายหญิง กระผมชื่อคร้ามขอรับ ได้โปรดช่วยเหลือกระผมด้วย กระผมต้องการขายตัวเป็นทาสในเรือนนี้ เป็นเงิน 10 ตำลึง เพื่อนำไปรักษาพ่อที่ป่วยหนักขอรับ”ข้าวทิพย์มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ความคิดประหลาดวิ่งขึ้นสู่สมองชายผู้นี้ถ้าให้ไปอาบน้ำสะอาดๆ ใส่เสื้อผ้าดีดี คงดูได้อยู่เหมือนกันหล่อนกำลังคิดถึงเรื่องที่บิดาต้องการให้หล่อนแต่งงาน ถ้าหล่อนไม่แต่งงาน แต่มีลูกสืบวงศ์ตระกูลได้ บิดาจะว่าอย่างไรร่างสูง แต่ผ่ายผอม ยิ่งค้อมตัวลงต่ำ ยามที่ข้าวทิพย์ยังเงียบหล่อนโบกมือให้บ่าว 2 คนที่อยู่บนเรือนรวมทั้งชื่น ให้ออกไปก่อน“ข้าอยากถามเรื่องส่วนตัวเจ้าสักหน่อยได้หรือไม่”ใบหน้าคมคายเงยขึ้นสบตาหล่อน แล้วรีบหลบอย่างเกรงกลัว“เชิญนายหญิงถามเถิดขอรับ”“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่ มีเมียหรือยัง”คร้ามเหลือบตาขึ้นมองหล่อนก่อนตอบ“กระผมอายุ 20 ยังไม่มีเมียขอรับ”“มีพี่น้องหรือไม่ อยู่กันกี่คน”“ไม่มีพี่น้องขอรับ อยู่กับพ่อแค่ 2 คน”“พอรู้หนังสือบ้างหรือไม่”“กระผมพอจะอ่านหนังสือออกและพอเขียนได้ขอรับ”ข้าวทิพย์นิ่งมองอีกฝ่ายเนิ่นนาน การพูดจาของเขาล้วนมีจังหวะจะโคน เสียงกังวานนุ่มหู ลักษณะแบบนี้จะพอขัดเกลาได้ความคิดที่แวบขึ้นสู่สมอง ทำให้หล่อนแปลกใจตัวเองไม่น้อย“ข้าช่วยเหลือเจ้าได้ แต่ถ้าข้าต้องการบางอย่างจากเจ้า เจ้าจะทำได้มั้ย”“เรียนนายหญิง กระผมทำให้นายหญิงได้ทุกอย่างขอรับ ขอเพียงนายหญิงสั่ง จะบุกน้ำลุยไฟ กระผมล้วนไม่กลัว”ชายหนุ่มรีบให้คำมั่น ในใจคิดว่าทำทุกอย่างให้แม่นายคนนี้ได้จริงๆ“ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าไปบุกน้ำลุยไฟ แต่สิ่งที่ข้าต้องการ คือข้าต้องการลูกจากเจ้า”