สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 205 ข่าวที่น่าตกใจยิ่งกว่า

        “อะไรนะ?”

        “ไอ้เฒ่ายอร์ก เจ้าล้อเล่นใช่ไหม?”

        “เจ้าต้องเมาแน่ๆ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...”

        คนในร้านเหล้าเริ่มตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก ถึงแม้ว่าการเป็นทหารรับจ้างจะทำให้พวกเขาได้พบเจอกับเรื่องแปลกประหลาดมามากมาย แต่พวกเขาไม่มีทางเชื่อข่าวที่ชายร่างใหญ่คนนี้พูดอย่างแน่นอนอัศวินพระอาทิตย์สีทองเป็นใครกัน? นั่นเป็นถึงหนึ่งในสิบอัศวินผู้ตัดสินเชียวนะ เป็นสัญลักษณ์ของอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วราชอาณาจักร มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนที่ต้องตกตายอยู่ภายใต้หอกทองคำของเขา มีข่าวลือว่าอัศวินพระอาทิตย์สีทองแข็งแกร่งทัดเทียมกับนักรบระดับหกดาวตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว คนที่เก่งขนาดนั้นจะมาพ่ายแพ้ให้กับราชาอาณาจักรบริวารเนี่ยนะ?

        เรื่องนี้ ฟังดูเหมือนนิทาน 'อาหรับราตรี' ชัดๆ

        ชายร่างกำยำสูงใหญ่ซดเบียร์เข้าไปอีกอึกหนึ่ง ยืดกล้ามเนื้อคอและพูดโต้ว่า “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า? เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับเสียหน่อย มันแพร่ไปทั่วเมืองหลวงแล้ว มีบางคนเป็นพยานว่าเห็นอัศวินพระอาทิตย์สีทองถูกทำร้ายจนหมดสติ และโดนอัศวินผู้ติดตามของตัวเองแบกกลับเข้าไปในวิหารอัศวิน ว่ากันว่าหัวหน้าตำหนักอัศวินอคินเฟเยฟโกรธมาก และตอนนี้ทุกกองกำลังที่มีชื่อเสียงทั่วเมืองหลวงเริ่มแอบเตรียมการเอาชนะราชาอาณาจักรบริวารคนนั้นแล้วด้วย...”

        “เป็นไปได้อย่างไร?”

        “หรือว่า...อาจจะเป็นเรื่องจริง?”

        ผู้คนเห็นเฒ่ายอร์กเล่าเรื่องด้วยท่าทางจริงจังก็เริ่มเชื่อขึ้นมาบ้างแล้ว

        “โอ้ข้ารู้แล้ว!  มันต้องเป็น 'หนึ่งดาบ' แน่ มีเพียง 'หนึ่งดาบ' เท่านั้นที่จะสามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้...”มีบางคนที่นึกว่าตัวเองคิด 'คำตอบที่ถูกต้อง' ออกมาได้แล้วจึงตะโกนออกมาอย่างภาคภูมิใจ คนอื่นที่ได้ยินแบบนั้นก็พลันส่งเสียงร้องตามอย่างเห็นด้วย ในบรรดาอาณาจักรบริวารผู้ที่สามารถเอาชนะอัศวินพระอาทิตย์สีทองได้ จะต้องเป็น 'หนึ่งดาบ' เท่านั้น

        “ฮ่าๆๆ ผิดแล้ว ผิดอย่างมหันต์เลย จิมสมองของเจ้าเสื่อมไปแล้วหรืออย่างไร? ข้าเพิ่งพูดอยู่หยกๆ ว่าเป็นราชาของอาณาจักรบริวารแห่งหนึ่งที่เอาชนะอัศวินทองคำได้ 'หนึ่งดาบ' ยังไม่ใช่ราชาเสียหน่อยเขาเป็นแค่องค์ชายคนหนึ่งเอง...ฮี่ๆ เอาล่ะอย่าเดาให้เสียเวลาเลย เพราะสุดท้ายพวกเจ้าก็เดาไม่ออกหรอก ฮึๆๆผู้ที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับอัศวินผู้ตัดสินเป็นเพียงราชาอาณาจักรบริวารระดับหกที่ไม่เคยเปิดเผยความสามารถของตัวเองต่างหาก” ชายร่างสูงเปิดเผยความจริงออกมา

        “ราชาของอาณาจักรบริวารระดับหก?”

        “ไอ้เฒ่ายอร์ก เจ้าเพิ่งโดนเมียตบบ้องหูมาใช่ไหม?”

        ชายร่างใหญ่สะดุ้งอย่างเห็นได้ชัด เขาโก่งคอและตะโกนออกมาว่า “ไม่ใช่โว้ย เอ็งนั่นแหละที่โดนเมียตบบ้องหูมา! เฮอะ โดนตบบ้องหูทั้งโคตรเหง้าเลย! เรื่องนี้จริงเสียยิ่งกว่าจริงอีก ข้าไม่เคยพลาดหรอกนะ...”

        แต่เหล่าทหารรับจ้างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา คำพูดของชายคนนี้ดูเหลือเชื่อเกินไป ดังนั้นจึงไม่มีใครเชื่อเขาอีกต่อไป

        แต่ซุนเฟยที่นั่งดื่มอยู่ข้างๆ กลับมีสีหน้าไม่ดีเท่าไร ยิ่งเขาได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งตกใจมากขึ้นเขายกมือลูบคางตัวเองเบาๆ พลางคิดในใจอย่างตื่นตระหนกว่า มันเพิ่งผ่านมาแค่สี่วันเอง นับตั้งแต่ที่เขากับอัศวินผู้ตัดสินคนนั้นได้ประลองฝีมือกันที่ยอดภูเขาหอคอยคู่ ทำไมข่าวถึงได้กระจายไปเร็วขนาดนี้? ที่น่าแปลกก็คือ ต้นตอของข่าวมาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้วค่อยย้อนกลับมาที่เมืองน้ำพุร้อนเรื่องนี้ช่างประหลาดจริงๆ

        แองเจล่ากับสาวผมบลอนด์เจ็มม่ายกมือปิดปากตัวเองแล้วหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ แน่นอนว่าสองสาวรู้เรื่องการต่อสู้ทั้งหมดที่ยอดเขาหอคอยคู่พอเห็นว่าคนในร้านเหล้าไม่เชื่อ เจ็มม่าก็เบิกตากว้างและเลิกคิ้วขึ้นสูงเกือบจะกระโดดออกมาจากที่นั่งของตัวเองเพื่อพยายามแก้ต่าง แต่ก็ถูกแองเจล่าจับมือและส่ายหน้าห้ามไว้เจ็มม่าไม่มีทางเลือกจึงได้แต่นั่งลงอย่างไม่เต็มใจพลางขบฟัน นางมองค้อนผู้คนที่อยู่รอบข้างด้วยความโกรธราวกับว่าคนที่ไม่เชื่อว่าซุนเฟยเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินได้ล้วนเป็นศัตรูกับนาง

        “เฮ้ พี่ชาย ถ้าไม่รังเกียจข้าขอถามหน่อยว่า ท่านได้ยินข่าวทั้งหมดนี้มาจากไหน? ทั้งหมดเป็นแค่ข่าวลือใช่ไหม?” ซุนเฟยพยายามหยั่งเชิง จงใจพูดอ้อมๆ เพื่อสอบถามชายที่ดูซื่อสัตย์และเรียบง่ายคนนี้

        “มันจะเป็นข่าวลือไปได้อย่างไรกันน้องชาย?! เรื่องนี้หอการค้าโซรอสของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นคนประกาศออกมาเองเชียวนะ...” ใบหน้าของยอร์กแดงก่ำด้วยความไม่สบอารมณ์เขาทุบโต๊ะและยืนขึ้นพร้อมส่งเสียงว่า “พวกเจ้าถ้าไม่เชื่อที่ข้าพูดก็ไม่เป็นไร แต่แหล่งข่าวที่ข้าได้มาก็คือหอการค้าโซรอสแบบนี้คงเชื่อถือได้นะ อีกไม่กี่วันข่าวนี้จะต้องมาถึงเมืองน้ำพุร้อนอย่างแน่นอนและข่าวที่ถูกเปิดเผยโดยหอการค้าโซรอสก็ละเอียดมากด้วย ยอดฝีมือลึกลับที่พิชิตอัศวินพระอาทิตย์สีทองได้ก็คือราชาอาณาจักรบริวารระดับหกอาณาจักรแซมบอร์ด นามว่าอเล็กซานเดอร์!”

        “ฮะ หอการค้าโซรอสเป็นผู้ปล่อยข่าวนี้หรือ?”

        “เหมือนจะเข้าเค้าแล้ว ตอนนี้ฟังดูน่าเชื่อถือขึ้นมาเลย...”

        “ถ้าหอการค้าโซรอสเป็นคนปล่อยข่าว งั้นก็น่าจะเป็นความจริงข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าอาณาจักรเล็กๆ ระดับหกเช่นนี้จะมีผู้กล้าหาญคนหนึ่งอยู่ด้วย”

        เมื่อยอร์กบอกว่าเรื่องที่เขาเล่ามาจากหอการค้าโซรอส ผู้คนในร้านเหล้าก็กลายเป็นถูกหว่านล้อมไปในที่สุดเนื่องจากองค์กรที่มีอำนาจและผู้สนับสนุนอย่างหอการค้าโซรอสจะไม่มีวันพูดพล่อยๆ หรือปากบอนในเรื่องที่สำคัญเช่นนี้ เพราะความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่พ่อค้าให้ความสำคัญมากที่สุดถ้าหอการค้าใดถูกจับได้ว่าเผยแพร่ข่าวที่ไม่เป็นความจริงแม้จะเป็นแค่ครั้งเดียวแต่ก็จะไม่มีใครเชื่อถืออีกต่อไป! และหอการค้าโซรอสที่ก่อตั้งมาแล้วหลายร้อยปีก็ไม่เคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นมาก่อน

        ตอนนี้เอง ซุนเฟยก็ได้เข้าใจความเป็นมาในที่สุด

        ผู้จัดการหอการค้าโซรอส แฮร์รี่เรดแนปป์และกองคาราวานโซรอสได้ติดตามกองทัพของแซมบอร์ดมา อีกทั้งยังเป็นพยานในการต่อสู้ที่ยอดเขาหอคอยคู่จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมข่าวนี้ถึงได้กระจายออกมาจากทางเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้วค่อยมาถึงเมืองน้ำพุร้อน ทั้งหมดเป็นเพราะหอการค้าโซรอสของเรดแนปป์จงใจที่จะกระจายข่าวสารพิเศษนี้ออกไป

        เรื่องที่น่าแปลกใจอย่างเดียวก็คือ ทำไมหอการค้าโซรอสถึงได้ป่าวประกาศเรื่องนี้? หรืออาจจะเป็นเพราะนิสัยของพ่อค้าที่เมื่อเห็นช่องทางหากำไรเพิ่มขึ้นมาได้ก็เลยทำเช่นนั้น?

        ซุนเฟยตระหนักได้ถึงความผิดปกติของเรื่องนี้

        ขณะเดียวกัน การสนทนาในร้านเหล้ากลายเป็นเข้มข้นมากขึ้น ความสนใจของทุกคนพุ่งเป้าไปที่ยอดฝีมือลึกลับ ราชาแห่งเมืองแซมบอร์ด สองสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ซุนเฟยก็หัวเราะคิกคักพร้อมทั้งเอามือปิดปากไว้ ตั้งใจฟังคำยกย่องและท่าทางตกตะลึงจนตาค้างของฝูงชนพวกนางรู้สึกภาคภูมิใจแทนซุนเฟยที่กำลังยิ้มเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะ มันยากมากที่พวกนางจะควบคุมตัวเองไม่ให้พูดว่า 'ยอดฝีมือลึกลับ' ที่เอาชนะอัศวินผู้ตัดสินนั้นกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของทุกคน

        พอเห็นว่ามีคนเชื่อเขาในที่สุด ยอร์กก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ เขาก้มหน้าลงไปซดเบียร์อึกใหญ่เกือบครึ่งแก้ว เช็ดเบียร์ที่คางและจู่ๆ ก็ทุบโต๊ะอย่างหนักหน่วงเขายังไม่พูดจนกว่าตัวเองจะได้รับความสนใจจากคนรอบข้างอย่างเต็มที่ “อันที่จริงแล้ว ความพ่ายแพ้ของอัศวินผู้ตัดสินไม่ได้เป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเมืองหลวง แต่ยังมีอีกข่าวหนึ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าถ้าข้าบอกไป พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องแตกตื่นอย่างแน่นอน”

        “ว้าว มีข่าวที่น่าตกใจยิ่งกว่านี้อีกหรือ? พูดมาดีกว่าอย่าปล่อยให้พวกข้าสงสัยอยู่อีกเลย” บางคนกระตุ้นเขาด้วยความร้อนใจ

        ยอร์กรู้สึกพึงพอใจ เขามองไปรอบๆ กำลังรอให้บรรยากาศเข้มข้นถึงที่สุด จากนั้นก็ยิ้มกว้างและจงใจพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเนิบนาบว่า “เมื่อสิบวันก่อน เทพนักรบผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรสปาร์ตากุสอยู่ดีๆ ก็ประกาศท้าประลองกับท่านคราซิกอย่างเป็นทางการ...”

        “อะไรนะ? ท้าประลอง?”

        “ไม่มีทาง! ไอ้พวกโง่บัดซบสปาร์ตากุสต้องการจะทำอะไร?พวกมันอยากก่อสงครามหรือไง?”

        “รีบคายออกมาไอ้เฒ่ายอร์ก ท่านคราซิกตอบกลับว่าอย่างไร?”

        “พระเจ้าคุ้มครอง จู่ๆ ก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรือว่าสงครามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว?”

        คำพูดของยอร์กชายร่างสูงมีค่าพอที่จะทำให้ตื่นตะลึง ร้านเหล้าที่มีเสียงดังอยู่แล้ว ตอนนี้กลายเป็นบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ราวกับมีคนโรยเกลือลงในกระทะร้อนๆ จนเกิดการระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรงในทันที แม้แต่กลุ่มคนที่สงวนท่าทีก่อนหน้านี้ก็ยังไม่อาจรักษากิริยาได้อีกต่อไปพวกเขาพากันอ้าปากตาค้าง

        ข่าวนี้ช่างน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง

        การท้าประลองของเทพนักรบผู้พิทักษ์ย่อมเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงทั่วราชอาณาจักร นี่ไม่ได้เป็นแค่การประลองระหว่างความเป็นความตายของสองผู้ยิ่งใหญ่แต่ยังถือเป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่างราชอาณาจักรเซนิทกับราชอาณาจักรสปาร์ตากุส ตามประเพณีของอาเซรอทแต่โบราณในตอนนี้ชะตากรรมของทั้งสองราชอาณาจักรถูกแขวนไว้กับการต่อสู้อันเป็นที่สุดระหว่างเทพนักรบผู้พิทักษ์

        'สารท้าประลอง' ก็เหมือนกับอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า ยิ่งใหญ่ ไม่อาจท้าทายและถึงตาย เมื่อเทียบกันแล้ว ความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าของอัศวินผู้ตัดสินคนหนึ่งจะนับว่าเป็นอะไรได้

        “ราชอาณาจักรสปาร์ตากุสข่มเหงกันเกินไปแล้ว ท่านคราซิกจะต้องตัดหัวเหล่าผู้รุกรานที่อุกอาจพวกนั้นแน่...”

        คราซิกเป็นเทพนักรบผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรเซนิท ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนักรบระดับจันทราเมื่อสิบปีก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาคือนักรบอันดับหนึ่งของราชอาณาจักรเทพนักรบผู้พิทักษ์แห่งราชอาณาจักรเป็นเหมือนวีรบุรุษที่อยู่ในใจของเหล่านักรบนับล้านราชอาณาจักรอื่นๆ ล้วนเกรงใจราชอาณาจักรเซนิทก็เพราะเขา และไม่มีใครกล้าท้าประลองด้วยแต่ในที่สุดคราซิกก็ถูกอาณาจักรอื่นท้าประลองจนได้

        “สองเดือนต่อจากนี้ ณยอดเขาเทพนักรบของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ยามที่ดวงจันทร์แห่งปีศาจลอยอยู่กลางฟ้าสองเทพจะประลองเป็นตาย!” ยอร์กกระดกเบียร์จนหมดวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างหนักหน่วงและร้องตะโกนกับฝูงชนว่า “ข่าวนี้ได้กระจายไปยังราชอาณาจักรใกล้เคียงแล้วข้าเชื่อว่านักรบผู้กล้าหลายๆ คนก็อยากไปสังเกตการณ์ และส่งเสียงเชียร์ให้กับเทพนักรบของราชอาณาจักรตัวเองเช่นกัน”

        “เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะไปที่นั่นอย่างแน่นอน!” บางคนเริ่มรู้สึกแทบจะอดใจรอไม่ไหว

        “ข้าก็จะไปที่นั่นเช่นกัน...”

        “ข้าด้วย...”

        “มีเพียงคนที่ถูกก๊อบลินเลี้ยงดูมาเท่านั้นแหละ ถึงจะพลาดเรื่องเช่นนี้...”

        ซุนเฟยเห็นบรรยากาศอันเร้าใจในร้านเหล้า ก็พลอยรู้สึกตื่นเต้นไปกับการต่อสู้ของสองเทพที่จะเกิดขึ้นบนยอดเขาเทพนักรบในอีกสองเดือนหลังจากนี้ไปด้วย นอกจากจะเป็นการต่อสู้แบบเป็นตายระหว่างนักรบระดับจันทราแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้รู้ว่า ระดับความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเหล่ายอดฝีมือในอาเซรอทมันเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่

        หลังจากที่ฟังการสนทนาของผู้คนอยู่สักพัก ซุนเฟยก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาที่จะต้องไปแล้ว จึงเรียกเจ้าของร้านเหล้ามาเพื่อจ่ายเงินและเตรียมจากไป

        “เฮ้ น้องชาย ขอบใจมากที่ให้ข้านั่งตรงนี้ ไม่อย่างนั้นแล้ววันนี้ข้าคงไม่ได้เพลิดเพลินไปกับเหล้าดีๆ แน่... เอาอย่างนี้ไหม ข้าขอเชิญเจ้ากับสองสาวสวยนี่ไปดื่มกันอีกรอบได้หรือเปล่า?” ยอร์กพูดพร้อมกับยืนขึ้น เรียกพนักงานเสิร์ฟสาวให้ยกเบียร์ดำมาสี่สามแก้ว เอามาวางอยู่ตรงหน้าซุนเฟยกับสองสาวส่วนแก้วที่สี่ถูกผลักไปตรงหน้าเด็กหนุ่มผิวดำที่นั่งเงียบมาสักพักแล้ว ยอร์กปลุกเร้าเด็กหนุ่ม “ฟิลิปส์ อย่านั่งเฉยสิโว้ยเป็นลูกผู้ชายหน่อย ยืนขึ้น กระดกแก้วนี้ให้หมด!”

        หนุ่มน้อยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเลยเผยรอยยิ้มแบบอายๆ เขาคว้าแก้วเหล็กและยืนขึ้น

        ในช่วงเวลานี้เอง... ปัง! เสียงแสบแก้วหูสายหนึ่งก็ดังขึ้น

        ประตูไม้ของร้านเหล้าถูกผลักเปิดอย่างแรง ข้างหลังประตูมีกลุ่มคนที่ท่าทางโอหังยืนอยู่ พวกนั้นเดินเข้ามาอย่างบุ่มบ่าม

        หัวหน้าของกลุ่มดูเหมือนกำลังมองหาบางอย่างอยู่ เขามองไปรอบๆ ร้านอย่างรวดเร็วหันไปกระซิบกระซาบบางอย่างหลังจากที่เห็นซุนเฟยกับสองสาว เขาพูดเบาๆ พร้อมกับขยิบตาให้กับชายหนุ่มที่แต่งตัวดีซึ่งอยู่ด้านหลังชายหนุ่มคนนั้นยิ้มและก้าวเท้าไปยังโต๊ะนั่น ย่นจมูกฟุดฟิดด้วยความไม่พอใจและจ้องมองยอร์กกับเด็กหนุ่มขี้อายนั่น ก่อนจะพูดเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจว่า“ไสหัวไปให้พ้น เจ้าพวกทหารรับจ้างชั้นต่ำ!พวกเจ้าเป็นใครถึงกล้ามานั่งร่วมโต๊ะกับสาวสวยเหล่านี้?”

        --------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.77M 1648
Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
337K 1011
เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.13M 1288
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
218K 196
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
[New Life] อิสระของชีวิต

[New Life] อิสระของชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
140K 171
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258