ราชันย์ทวีคูณหมื่นเท่า

    บทที่ 48: หนึ่งสัปดาห์สุดท้ายและการออกเดินทาง


    บทที่ 48: หนึ่งสัปดาห์สุดท้ายและการออกเดินทาง

    หนึ่งสัปดาห์ที่เหลืออยู่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
    หลินฟานไม่ได้เข้าสู่การปิดด่านฝึกตนแบบลึกซึ้งอีกต่อไป แต่เขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำความคุ้นเคยและหลอมรวมเข้ากับพลังใหม่ของเขา... พลังของ "ดาบจักรพรรดิอสนีดับดารา"

    ณ หุบเขาเร้นลับที่อยู่ด้านหลังยอดเขาเทพอสนี...

    หลินฟานยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานกว้าง ในมือของเขาถือดาบสีดำสนิทเล่มนั้น เขาลองโคจรพลังจากแก่นแท้ทองคำมังกรอสุนีบาตสวรรค์ส่งเข้าไปในตัวดาบ

    พรึ่บ!

    ดาบที่เคยดูธรรมดาพลันมีอักขระสายฟ้าโบราณและลวดลายดวงดาวส่องสว่างวาบขึ้น!

    เขาลองฟาดฟันกระบวนท่าที่คุ้นเคยที่สุดออกไป "หนึ่งดาบสะบั้นอสนี!"

    แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!

    เปรี้ยงงงงงงง!

    สิ่งที่พุ่งออกไปไม่ใช่แค่สายฟ้าสีม่วงอีกต่อไป แต่เป็นลำแสงสีดำทมิฬที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีม่วงทอง! มันพุ่งผ่านอากาศไปด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว! แสงสว่างรอบๆ ตัวลำแสงนั้นดูเหมือนจะถูก "กลืนกิน" เข้าไป ทำให้มันดูมืดมิดและน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!

    ลำแสงสีดำพุ่งเข้าปะทะกับน้ำตกที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร...

    ฉัวะ!

    ไม่มีเสียงระเบิดดังสนั่น... มีเพียงเสียงตัดที่นุ่มนวล...

    แต่ภาพที่ปรากฏขึ้นกลับน่าตกใจอย่างยิ่ง! น้ำตกขนาดใหญ่... ถูกตัดขาดจากกันเป็นสองท่อนอย่างสมบูรณ์แบบ! รอยตัดนั้นเรียบกริบและมีไอพลังสีดำที่กำลังสลายทุกสิ่งตกค้างอยู่!
    อานุภาพของมันรุนแรงกว่าเดิมนับร้อยเท่า!

    "นี่สินะ... พลังที่แท้จริง" หลินฟานพึมพำด้วยความพึงพอใจ เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องสร้างเคล็ดวิชาใหม่เลยแม้แต่น้อย เพียงแค่เคล็ดวิชาเดิมของเขา เมื่อถูกส่งผ่านศาสตราสวรรค์และขับเคลื่อนด้วยแก่นแท้ระดับตำนาน... มันก็ได้วิวัฒนาการไปสู่ระดับที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

    ...

    ในที่สุด วันแห่งการออกเดินทางก็มาถึง
    ณ ลานประลองกลางของสำนักเมฆาคราม ตัวแทนทั้งห้าคนของสำนักได้มารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง

    * หลินฟาน: ในฐานะ "ผู้อาวุโส" แต่เข้าร่วมในฐานะศิษย์ กลิ่นอายของเขาถูกผนึกไว้จนหมดสิ้น ดูไม่ต่างอะไรจากศิษย์ชั้นยอดขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นปลายคนหนึ่ง ในมือของเขาถือดาบสีดำสนิทที่ดูเรียบง่ายจนไม่มีใครให้ความสนใจ

    * ฉินเจี๋ย: ศิษย์แก่นอันดับหนึ่ง เขายืนสงบนิ่งดุจขุนเขา กลิ่นอายกระบี่รอบตัวคมกล้าจนแทบจะบาดผิว เขาเดินเข้ามาโค้งคำนับให้หลินฟาน "ท่านผู้อาวุโสหลิน"

    * จ้าวอู๋จี้: ศิษย์แก่นอันดับสอง แม้จะหายดีแล้ว แต่ท่าทีหยิ่งผยองของเขาได้หายไปจนหมดสิ้น เขาหลบสายตาหลินฟานเล็กน้อย ก่อนจะโค้งคำนับให้อย่างแข็งทื่อ

    * โม่เหยียน และ หลี่ซวงซวง: ศิษย์แก่นอันดับสามและสี่ บัดนี้พวกเขามองหลินฟานด้วยความเคารพยำเกรงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะหลี่ซวงซวง ที่แววตาของนางแฝงไว้ด้วยประกายแห่งการชื่นชมบูชา

    เจ้าสำนักเย่ว์ฉางคงและเหล่ามหาผู้อาวุโสทั้งหมดได้เดินทางมาส่งพวกเขาด้วยตัวเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความหวัง

    "พวกเจ้าทั้งห้าคือความหวังของสำนักเมฆาคราม" เจ้าสำนักกล่าว "จงอย่าได้ประมาท แต่ก็จงอย่าได้หวาดกลัว! จงต่อสู้ด้วยเกียรติยศของสำนัก และจงกลับมาอย่างปลอดภัย!"

    สายตาของเขามองมาที่หลินฟานเป็นพิเศษ เป็นการส่งสารที่ไร้คำพูดซึ่งมีเพียงทั้งสองเท่านั้นที่เข้าใจ
    จากนั้น พวกเขาทั้งห้าก็ก้าวขึ้นสู่เรือเหินเวหาที่ใหญ่และสง่างามที่สุดของสำนัก... "เรือเมฆาสวรรค์" ซึ่งเป็นเรือธงที่จะใช้ในวาระที่สำคัญที่สุดเท่านั้น มันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจและเกียรติภูมิของสำนักเมฆาคราม

    ครืนนนน...

    เรือเมฆาสวรรค์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ มุ่งหน้าตรงไปยัง "ราชธานีสวรรค์" ศูนย์กลางของอาณาจักร อันเป็นสถานที่จัดการประลองประตูมังกร

    การเดินทางจะใช้เวลาสามวันเต็ม...

    หลินฟานยืนอยู่ที่หัวเรือ ปล่อยให้สายลมพัดปะทะเส้นผมและอาภรณ์ของเขา มือของเขาวางอยู่บนด้ามดาบจักรพรรดิอสนีดับดาราอย่างแผ่วเบา

    เขามองไปยังขอบฟ้าเบื้องหน้า ที่ซึ่งโชคชะตาของสำนัก... และเส้นทางสู่ความเป็นหนึ่งในใต้หล้าของเขากำลังรออยู่...

    เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาจนถึงบัดนี้... กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว!