ขบวนรถม้าทั้งหมด หยุดพักบริเวณเนินเขาห่างไกลชุมชน เหล่าทหารแบ่งหน้าที่กันเฝ้าเวรยาม เพื่อคุ้มกันหัวหน้าฏอย่างแ่า ท่ามกลางสายลมแห่งความเหน็บหนาวพัดโชยมาเป็ระยะ ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ องค์ชายรองอี้เทียนก่อกองไฟ พร้อมปิ้งไก่ป่าที่เฉินเฟยอวี้จับมาได้ กลิ่นหอมชวนกิน ทำให้องค์ชายสี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ มองตรงไปยังไก่ตัวนั้นด้วยความหิวโหย
“อากาศเย็น ควรสวมเสื้อให้หนากว่านี้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้?” องค์ชายรองอี้เทียนเอ่ยขึ้นลอย ๆ ก่อนองค์ชายสี่จะก้มมองชุดของตัวเองแล้วตอบกลับ
“ข้าใส่หนาดีแล้ว!” หลังจากตอบออกไป จึงนึกได้ แล้วหันกลับไปยังหยางเอ๋อ ที่นั่งขดตัวกลมอยู่ เพราะไม่มีเสื้อขนสัตว์ติดตัวมาแม้แต่ชุดเดียว อี้เทียนที่กำลังเขี่ยกองไฟทิ้งไม้ในมือ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินกลับไปยังรถม้า รื้อหาเสื้อคลุมของหลี่เถียนเปา ก่อนจะเดินกลับมา แล้วยื่นเสื้อคลุมให้กับเซียวจ้าน
“คลุมให้นาง!” องค์ชายสี่รับมา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก
“เสื้อของหลี่เถียนเปา จะให้พระชายาใช้ของนางงั้นเหรอ? ใจคอท่านต้องเป็คนยังไงกันแน่?” อี้เทียนย่อตัวนั่งแล้วเขี่ยกองไฟดังเดิม พลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เช่นนั้น เ้าก็สละเสื้อคลุมของเ้าให้กับหยางเอ๋อ แล้วเ้าก็สวมเสื้อคลุมของหลี่เถียนเปาแทน น่าจะจบปัญหาภายในใจของเ้าได้” เขาตอบพร้อมพลิกไก่ไปมาอย่างใจเย็น ก่อนเซียวจ้านจะนิ่งอึ้ง แล้วตอบกลับ
“จะให้ข้าสวมเสื้อคลุมของหญิง?” อี้เทียนวางไม้ในมือลง แล้วหันมาองค์ชายสี่
“เช่นนั้นเ้าตอบมา จะให้ข้าทำยังไง?” หยางเอ๋อเห็นสองพี่สองปะทะกันไปมาอย่างไม่มีใครยอม นางจึงเอ่ยขึ้น
“พอได้แล้วล่ะ” นางกล่าวจบ จึงเอื้อมมาหยิบเสื้อคลุมของหลี่เถียนเปาสวมใส่ แล้วหันมายิ้มให้กับทั้งสอง
“เท่านี้ก็ไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว” อี้เทียนและเซียวจ้านนิ่งอึ้งไปชั่วชณะ ก่อนอี้เทียนจะหันไปเขี่ยกองไฟดังเดิม เซียวจ้านที่กำลังอึกอัก หันไปรินชาใส่ถ้วยแล้วยกดื่ม ทั้งสองสงบศึกเวลาอันรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาอ่อนหวานของหญิงสาวหันมองทั้งสองอย่างเงียบ ๆ ก่อนกลิ่นหอมของไก่จะโชยฟุ้งขึ้นมา
“กินได้หรือยัง ข้าหิวมากแล้ว” เซียวจ้านกุมท้อง แล้วมองไก่ย่างตัวนั้นพลันกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“น่าจะได้แล้วล่ะ” อี้เทียนพลิกไก่ไปมาแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนองค์ชายสี่จะเอื้อมไปฉีกน่อง แล้วยื่นให้กับหยางเอ๋อ ท่ามกลางสายลมอ่อนพัดโชยมา
“กำลังร้อน จะได้คลายหนาว” หญิงสาวรับน่องไก่มาแล้วยิ้มบางเบา ก่อนองค์ชายสี่จะหันไปฉีกน่องไก่ที่เหลือ พลันยื่นให้กับพี่ชาย อี้เทียนมองน่องไก่ในมืออีกฝ่ายแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ของโปรดเ้าไม่ใช่เหรอ?” ก่อนจะดันน่องไก่กลับคืนให้กับเซียวจ้านแล้วกล่าวต่อ
“เ้ากินเถอะ ข้าไม่ชอบกินน่อง” มือหนาเอื้อมไปฉีกเนื้อไก่ที่เหลือขึ้นกินอย่างเงียบ ๆ ก่อนหันไปมองน้องชายและหยางเอ๋อก้มกินน่องไก่ย่างในมืออย่างอร่อย จึงปล่อยยิ้มออกมาอย่างเงียบ ๆ
ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด แสงจากกองไฟ ยังคงส่องสว่างอยู่ ทว่าร่างของหยางเอ๋อ เอนกายพิงต้นไม้หลับใหลไปเพราะความเหนื่อยล้า องค์ชายรองอี้เทียนยังคงนั่งเขี่ยไฟไปพร้อมความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามา
“เื่ของหลี่เถียนเปา ข้าไม่เห็นว่าเสด็จพี่ เสียใจมากมายกับการจากไปของนาง” อี้เทียนนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงตอบกลับ
“ข้าสั่งให้คน นำศพของนางกลับไปจัดพิธีที่จวนสกุลหลี่ มอบของมีค่าจำนวนหนึ่งให้กับบิดาของนาง แม้ไม่สามารถบรรเทาความเสียใจ แต่ก็น่าจะพอเยียวยาได้บ้าง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้วท่านจะทำยังไงต่อ?” เซียวจ้านเอ่ยถาม
“เื่อะไร”
“เื่ของหยางเอ๋อ ท่านจะเอายังไงกับนาง หากไม่รัก ก็มอบนางคืนให้กับข้า อย่าได้ทำร้ายนางอีก” อี้เทียนหันมาสบสายตากับน้องชาย แล้วใช้มือดีดหน้าผากเขาเพื่อเรียกสติ
“นางเป็คน ไม่ใช่สิ่งของ ยกให้กันง่าย ๆ ได้งั้นเหรอ”
“เช่นนั้นข้าให้เวลาท่านสามเดือน หลังจากได้รับตำแหน่งเป็รัชทายาท จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หากท่านยังคงละเลย ทิ้งขว้าง ไม่ให้ความสำคัญกับหยางเอ๋อ ข้าจะทวงนางคืน...” เซียวจ้านพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ร่างของหยางเอ๋อ นอนพิงต้นไม้ตามลำพัง พร้อมสายลมแห่งความหนาวเหน็บพัดผ่านไปเป็ระยะ
องค์ชายสูงศักดิ์ละจากกองไฟด้านหน้า เดินเข้าไปหาหญิงสาว ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ ชายหนุ่มทอดสายตามองหญิงสาวแน่นิ่ง ก่อนจะค่อย ๆ จับศีรษะนางเอียงพิงไหล่เขาเบา ๆ พร้อมจัดท่าทางของนางให้อยู่ในลักษณะสบายที่สุด ดวงดาวบนท้องฟ้าทำให้เขาหวนนึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา
หลังจากงานอภิเษกที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หญิงสาวแสดงสีหน้าเป็ปกติ เพื่อให้พิธีอภิเษกดำเนินไปอย่างราบรื่น ต่างกันตรงที่อี้เทียนยังคงนิ่งเงียบไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาให้นางรับรู้ หญิงสาวในชุดสีแดงสด นั่งรอองค์ชายรองสูงศักดิ์บนเตียงที่ปูด้วยดอกเหมยสีแดง เมื่อพิธีการเสร็จสิ้น ร่างของอี้เทียนค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาหา จับจ้องมองหยางเอ๋อแน่นิ่ง พลันเอ่ยขึ้น
“ตำหนักเหมยอ้าย เป็ตำหนักที่เสด็จพ่อทรงสร้างขึ้นเพื่อรำลึกของท่านแม่ เวลานี้เ้าถูกแต่งตั้งเป็พระชายาของข้าก็จริง แต่ว่าเรา...ไม่ได้รักกัน!” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวภายใต้ผ้าคลุมสีแดงแน่นิ่งไป แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สำหรับหม่อมฉันแล้ว พระองค์คือคนที่หม่อมฉันรักเพคะ” หญิงสาวตอบตามความรู้สึก ก่อนนางจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบดังเดิม
“แต่ถึงอย่างนั้น หม่อมฉันไม่อาจบังคับจิตใจผู้ใดได้ การอภิเษกที่เกิดขึ้น เป็ความ้าของฮองเฮาและฮ่องเต้ หม่อมฉันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้” คำตอบของนางทำให้ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดผ้าคลุมสีแดงออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามราวกับภาพวาด ก่อนอี้เทียนจะย่อตัวลงนั่งด้านข้าง สบสายตาคู่หวานนั้นแล้วเอ่ยขึ้น
“ตอนนี้พิธีการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะให้เ้าย้ายไปอยู่อีกห้องหนึ่ง ซึ่งได้ให้เฉินเฟยอวี้จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว” เขาปฏิเสธที่จะร่วมหอกับนางอย่างตรงไปตรงมา ก่อนนางจะก้มหน้าลงแล้วขบคิดบางอย่างเงียบ ๆ พลันปล่อยยิ้มบางเบา
“เมื่อเป็พระประสงค์ขององค์ชายรอง หม่อมฉันจะดื้อดึงได้ยังไงกัน” นางตอบพร้อมเก็บซ่อนความรู้สึกเ็ปไว้ภายใน เพื่อไม่ทำให้เขาลำบากใจ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินจากไป อี้เทียนเห็นดังนั้นจึงดึงมือหญิงสาวไว้
“มีอะไรจะให้หม่อมฉันปฏิบัติตามอีกหรือไม่เพคะ” นางถามด้วยน้ำเสียงแน่นิ่ง ก่อนชายหนุ่มจะลุกขึ้นยืน แล้วตอบกลับ
“นับจากนี้ เ้ากับข้าให้แยกห้องกันอยู่ ไม่เกี่ยวข้องซึ่งกันและ ไม่มีพันธนาการใด ๆ ต่อกัน เ้าควรอยู่ห่างจากข้าไว้เป็ดีที่สุด” นางค่อย ๆ หันใบหน้างดงามกลับมา จับจ้องไปยังั์ตาเ็าคู่นั้น แล้วยิ้มบางเบา
“หม่อมฉันน้อมรับเพคะ” เขาทอดสายตามองร่างของหยางเอ๋อ เดินออกจากห้องหอไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยังเตียงที่โรยดอกเหมยไว้
อี้เทียนจับศีรษะของหยางเอ๋อมาพิงไหล่เบา ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางทำให้เขาก้มจูบหน้าผากนางอย่างอ่อนโยน โดยที่อีกฝ่ายไม่รับรู้สิ่งใด
เมื่อขบวนเสด็จขององค์ชายรองอี้เทียนกลับมาถึงวังหลวง เื่ราวของเขาและองค์ชายหยางเติ้ง เป็ที่พูดถึงอย่างหนาหู เมื่อฮ่องเต้ได้รับรายงานความจริงเื่ราวทั้งหมดแล้ว ทำให้พระองค์ทรงกริ้วเป็อย่างมาก เคยรับสั่งให้องค์ชายหยางเติ้งตัดขาดจากสกุลลิ้ม ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกันไม่ว่ากรณีใด ทว่าเขาแอบติดต่อ ใช้กองกำลังของลิ้มจ้าวเฉิน บุกจับตัวพระชายา และทำร้ายองค์ชายสี่จนาเ็ ทั้งยังพยายามแย่งชิงผลงานขององค์ชายรอง ให้เป็ที่อับอายแก่สายตาประชาชน
ฮ่องเต้ในชุดสีทองอร่าม นั่งบนบัลลังก์ั พร้อมด้วยเหล่าเสนาบดีและขุนนาง จับจ้องไปยังองค์ชายหยางเติ้งเป็จุดเดียวกันเพื่อฟังคำพิพากษาจากฮ่องเต้
ร่างของพระชายาหยางเอ๋อ เดินออกมารับลมด้านนอก นางทอดสายตาไปยังสระบัวขนาดใหญ่ พร้อมสายลมหนาวเหน็บพัดผ่านไปเป็ระยะ
“ไม่น่าเชื่อ ว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้แม่นางหลี่เถียนเปาถึงกับต้องจบชีวิตลง เช่นนี้องค์ชายรองต้องเสียพระทัยมากใช่หรือไม่เพคะ” เสียงของยี่หวางทำให้หยางเอ๋อ ละสายตาจากดอกบัวด้านหน้า กลับมายังสาวใช้คนสนิท
“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าภายในใจขององค์ชายรองคิดอะไรอยู่ นับจากเด็กจนโต ข้าไม่เคยคาดเดาความคิดเขาได้สักครั้ง” สาวใช้ได้ยินดังนั้นจึงเอียงศีรษะ พลันพูดขึ้นลอย ๆ