
....แสงแดดยามสายสาดส่องลงมายังดินแดนแห้งแล้งดิบเถื่อนที่ตั้งของสำนักหยางหลง ดินแห้งแตกร้าวกระจาย กิ่งไม้แห้งแล้งหักงอปกคลุมพื้นป่าอย่างป่าเถื่อน กลิ่นฝุ่นและกลิ่นคาวเืเก่าๆ ยังคงล่องลอยในอากาศ ขณะที่สายลมพัดพากิ่งไม้แห้งไหว สร้างเสียงกระซิบที่แฝงความน่ากลัว
ประตูสำนักหยางหลงตั้งตระหง่านด้วยหินแกะสลักโบราณ ผิวผุกร่อนเต็มรอยแตก รอยแกะสลักรูปัสองตัวพันกันแผ่ขยายตามช่องว่าง หยาดน้ำค้างในรอยร้าวสะท้อนแสงแดดเป็ประกายเหมือนแสงเล็กๆของพลังลึกลับ
ศิษย์ผู้เฝ้าประตูในชุดคลุมดำทึบหนาทนทานถือหอกสั้นยืนหันหน้าไปเห็นหลี่หานเหวินที่สวมชุดคลุมครามเข้มทอด้วยผ้าละเอียดปักลายัเงินวิจิตรบนปกและชายเสื้อ รัดด้วยเข็มขัดหนังดำที่แข็งแรงมีสายสะพายสำหรับปลอกกระบี่เล่มหลักซึ่งแกะสลักลวดลายหยกสีเขียวเข้มลึกลับ มือหนึ่งถือหมวกฟางเก่าที่สวมหลวมๆ เพื่อพรางตัวจากผู้คนโดยรอบ รองเท้าเป็หนังบางเบาแต่ยึดเกาะมั่นคง เสริมท่วงท่าสง่างามและความคล่องตัวที่เหมาะกับนักสู้เซียนระดับสูง
“เ้าคือใคร! กล้าก้าวเท้าเข้ามาในแดนหยางหลงโดยไม่ได้รับอนุญาต!”
เสียงะโแผดดังก้องกลางอากาศ ดูจะเปี่ยมไปด้วยความสงสัยและคุกคาม
แต่หลี่หานเหวินเดินเข้ามาอย่างมั่นคง ปล่อยให้เพียงเสียงฝีเท้าและลมพัดผ่านเสียงก้องนี้ เดินตรงเข้าหาประตูหินเก่าอย่างไม่แสดงความเกรงกลัวใด
ทันใดนั้น เขาชักกระบี่เล่มหลักออกจากปลอก ด้ามจับแกะสลักอย่างวิจิตร สีเงินวาววับดุจน้ำแข็งเย็นะเื ใบดาบเปล่งแสงสะท้อนแดดเหมือนประกายสายฟ้า
หานเหวินกวัดมือครั้งเดียว กระบี่เล่มหลักแยกออกเป็สิบเล่มลอยวนเป็วงเวียนรอบตัว ความเงียบงันปกคลุมจนเหมือนเวลาหยุดเดิน
เสียงโลหะชนกันเบาๆคล้ายดนตรีสังหารเริ่มบรรเลงขึ้น กระบี่ลอยเวียนพุ่งทะลุไปในทุกทิศทาง รวดเร็วและแม่นยำเหมือนพายุหมุนวนที่ไม่หยุดยั้ง
ท่วงท่ากระบี่ของเขางดงามราวภาพวาด แต่ทุกฟันแทงเต็มไปด้วยความโเี้และรุนแรงเืสาดตามแรงปะทะราวกับสายฟ้าฟาด ลมหายใจของหานเหวินเ็า ไร้อารมณ์ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยเปลวไฟแค้นและความมุ่งมั่น
กระบี่หมุนวนเวียนเป็พายุเหล็ก ขว้างฟันแทงด้วยความเร็วเหนืุ์ ฟาดฟันกระจายทั้งเสียงและแสงสว่างราวกับดอกไม้ไฟความตายะเิบนสนามรบ
กลุ่มศิษย์ระดับ 1 รวมลมปราณ วิ่งกรูกันเข้ามาในความหวังจะหยุดหานเหวิน แต่กระบี่สิบเล่มลอยพุ่งสาดแทงเหมือนสายฟ้า เสียงโลหะชนกันกราวแตก ร่างขาดเป็ชิ้นๆ เสียงกรีดร้องเ็ปแผดร้องอยู่พักใหญ่ก่อนจะกลายเป็ความเงียบ
เมื่อเข้ามาลานกลางสำนัก ศิษย์ระดับ 2 หลอมแก่นปราณ ที่มีปราณแข็งแกร่งขึ้น กรูกันออกมาล้อมหานเหวิน
คนพวกนี้ต่างห้อยป้ายหยกชั้นสูงที่อกซ้าย บ่งบอกถึงฐานะและพลังปราณขั้น 2 หลอมปราณ ร่างกายของพวกเขาถูกห่อหุ้มด้วยลมปราณสีเงินหม่นซึ่งหมุนวนรอบตัวเหมือนเกราะเรืองแสง
“กล้าบุกมาที่นี่…วันนี้จะเป็วันตายของเ้า!”
เสียงหัวหน้ากลุ่มคำราม ก่อนจะใช้กฎเกณฑ์ “ลมปราณคลื่นเหล็ก” บีบอัดอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงดังครืน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าบุ๋มลึกลงไปหนึ่งชั้น
หานเหวินไม่ตอบ เขาก้าวไปข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว ปลายนิ้วแตะด้ามกระบี่ กระบี่เล่มหลักของเขาส่งเสียงหวีดแหลม ขณะที่กระบี่ลอยอีกสี่เล่มที่วนอยู่รอบตัวพลันพุ่งทะลุอากาศออกไปในจังหวะเดียว
ฉับแรก – กระบี่หนึ่งเล่มเฉือนเส้นเอ็นข้อมือของคู่ต่อสู้ด้านซ้าย เืพุ่งทันที
ฉับสอง – อีกเล่มแทงเฉียงเข้ากลางสีข้างศิษย์อีกคน จนร่างสะดุ้งถอยหลัง
ฉับสาม – กระบี่ที่สามฟันตัดคอศิษย์ผู้ใช้หอกได้อย่างแม่นยำ ศีรษะปลิวกลางลม
เหล่าเซียนขั้นแก่นปราณไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ พวกเขาใช้วิชาหลอมปราณะเิออกเป็เส้นพลังคล้ายอสรพิษทอง พุ่งปะทะกับกระบี่ลอยจนเกิดเสียงะเิ ตูม! คลื่นแรงปะทะกระแทกเศษหินกระเด็นกระดอนราวลูกเห็บ
ลมหอบร้อนและกลิ่นคาวเืปะปนอยู่ในอากาศ หานเหวินหมุนตัวหนึ่งรอบ ดึงกระบี่ทั้งสี่กลับมาประกอบกับกระบี่หลักในมือ กลายเป็กระบี่ใหญ่หนึ่งเล่มที่มีคมสว่างไสวเหมือนประกายดวงดาว
หลี่หานเหวินกระโจนเข้าใส่กลางวงของศิษย์ขั้น 2 ราวกับเงาพยัคฆ์ในราตรี ดาบในมือเขาพริ้วไหวจนตามองแทบไม่ทัน แต่ละฟันกรีดลมเกิดเป็คมกระบี่เทียมอีกหลายสิบเส้นกวาดร่างศัตรูเป็ริ้วๆ เืพุ่งกระเซ็นละอองไปทั่วลาน
“ม่านปราณหินผา!”
หนึ่งในศิษย์ขั้น 2 ะโ ก่อนจะกางพลังเป็ผนังโปร่งสีเทา ป้องกันกระบี่ที่พุ่งใส่ราวฝนเหล็ก
แต่หานเหวินเพียงแสยะยิ้ม กระบี่ในมือเขาสั่นเพียงครั้งเดียว คมกระบี่กลายเป็ร้อยเส้นทะลวงม่านปราณนั้นราวกับผ้าบาง ฉับเดียวศิษย์ผู้นั้นร่วงลงพร้อมรอยบาดลึกจากไหล่จรดสะโพก
ความโเี้และความงดงามในท่วงท่าของเขาทำให้แม้แต่พวกเซียนขั้น 2 ที่ยังเหลืออยู่ก็เริ่มลังเล แต่หานเหวินไม่ให้เวลาคิด เขาพลิกตัวกลางอากาศ กระบี่ทั้งสี่ลอยออกจากมืออีกครั้ง คราวนี้หมุนวนรอบหัวเขาราวกับวงแหวนแห่งความตาย ก่อนจะกรีดลงพร้อมกันจากสี่ทิศ
เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมกับเืที่สาดเป็ม่านแดงกลางลานหินเก่า เหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจเกลื่อนอยู่รอบตัวเขา ลมปราณร้อนของศิษย์ขั้น 2 ค่อยๆสลายกลายเป็ละอองหายไปกับลม
หานเหวินสะบัดกระบี่เพื่อล้างเืออก ปลายผมเขาไหวตามแรงลมจากการสังหาร ดวงตาเย็นเฉียบของเขากวาดมองไปรอบๆเหมือนจะถามว่า “ใครกล้ามาอีก?”
.....ทันใดนั้น ผู้าุโสามคนในชุดคลุมดำยาวก้าวออกมาจากตำหนักใหญ่ ดวงตาพราวพร่างด้วยพลังระดับ 4 ผนึกปราณขั้นต้น พวกเขาเหยียดหยามหานเหวินเสียงเยาะ
“ไอ้เด็กขั้น 3 ก่อปราณอย่างเ้าบังอาจมากที่บุกถึงนี่” ผู้าุโคนแรกพูดเสียงเ็าตราหน้า
“พวกข้าคือขั้นผลึกปราณทุกคน อย่าทำตัวเหมือนฮีโร่ลมๆแล้งๆ!” ผู้าุโสองเสริมเสียงข่มขู่
ทันใดนั้น เ้าสำนักหยางหลงเป็ชายชราร่างสูงใหญ่ก้าวออกมา ดวงตาแข็งกร้าวเหมือนัในตำนาน เ้าของลมหายใจหนักแน่นแฝงพลังปราณระดับผนึกขั้นกลาง
“เ้าคิดว่าเพียงพลังระดับก่อปราณจะเทียบกับพวกเราได้หรือ?” เสียงเขาเต็มไปด้วยอำนาจ “ที่นี่คือหยางหลง เ้าต้องตายที่นี่!”
ผู้าุโสามคนล้อมรอบหานเหวิน เปิดเผยพลังปราณผลึกขั้นต้น แสงสีทองเรืองรองล้อมรอบร่างกายคล้ายเกราะเหล็กสว่างจ้า
หานเหวินไม่หวั่นไหว ท่วงท่ากระบี่หมุนเวียนเป็พายุเหล็ก บางครั้งกระบี่สิบเล่มเคลื่อนไหวราวกับล้อเหล็กที่บดสลายทุกสิ่งในเส้นทาง
ผู้าุโแต่ละคนใช้พลังปราณสร้างลูกแก้วคริสตัลเรืองแสง แหวนลมปราณหมุนวน พร้อมก้อนหินขนาดใหญ่ที่ถูกเคลื่อนย้ายด้วยพลังลมปราณ
แต่หานเหวินพุ่งพรายอย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่หมุนเวียนสวนทำลายก้อนหินแตกกระจาย และไม่รอช้า หลี่หานเหวินพุ่งกระบี่เข้าใส่ศัตรูแต่ละคนอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ชนิดที่แม้แต่ผู้าุโยังต้องถอยหนีและาเ็
เขาใช้ท่วงท่ากระบี่ที่ประสานความงดงามและความโเี้จนศัตรูเกือบไม่มีโอกาสตั้งตัว กระบี่หมุนเวียนฟาดฟันสาดแทงรุนแรงจนเืสาดและเนื้อขาดวิ่น
เ้าสำนักหยางหลงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาถือกิ่งไม้ตะเคียนโบราณ ฝังวัตถุศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังไว้บนด้าม ร่ายพลังลมดินลึกซึ้ง ปลุกมือั์ดินที่แตกออกจากพื้นดินพุ่งเข้าใส่หานเหวิน
หานเหวินหลบได้อย่างว่องไว ใช้กระบี่หมุนเวียนตัดมือั์ดิน ก่อนพุ่งเข้าโจมตีด้วยท่าฟันรวดเร็วจนเ้าสำนักล้มลง
เ้าสำนักแสดงความขุ่นเคือง “เ้าคิดว่าแค่ก่อปราณจะสู้ข้าได้หรือ?”
พร้อมปลดปล่อยเกราะไม้แกะสลักหนาทึบทนทาน
ศิษย์ระดับ 3 ก่อปราณในสำนักพยายามร่วมพลังใช้กฎเกณฑ์และค่ายกลขนาดใหญ่ล้อมหานเหวิน พวกเขาร่ายลูกแก้วเวทย์และแหวนพลังหมุนวน รวมพลสร้างกำแพงลมปราณที่ดูเหมือนจะขังหานเหวินไว้
" 5 5 5 เ้าเด็กเมื่อวานซืน ถึงเวลาตายของเ้าแล้ว ตั้งค่ายกล!"
หลี่หานเหวินถอนลมหายใจลึก ก่อนจะหยิบดอกหงเซียงสีดำขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ดอกไม้ราวกับถูกทอด้วยความมืดมิดของราตรี เส้นใยสีดำสนิทแผ่กิ่งก้านออกช้า ๆ เหมือนมีชีวิต มันเปล่งประกายแสงเรืองรองอันน่าขนลุกดุจเพลิงเงียบในคืนมืดมิด
เขาใช้เืและน้ำตาแต้มลงไปแล้วชูดอกหงเซียงขึ้น จนกลิ่นไอสีดำกระจายฟุ้งไปทั่ว เ้าสำนักและผู้าุโทั้งสามถูกพลังดอกไม้ส่งพลังดำมืดจากอากาศรอบข้าง ส่งพลังงานดำมืดเจือจางลึกลับแผ่ซ่านอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของเ้าสำนักและผู้าุโเริ่มซีดเซียว ขยับปากไม่ได้ ขยับร่างกายไม่ได้ ร่างกายสั่นสะท้านเหมือนถูกจับอยู่ในกับดักไร้ที่หนี ผู้าุโทั้งสามดวงตาแดงก่ำและหยาดน้ำตาดำทะลักออกมาจากขอบตา พวกเขาพยายามต้านทานแต่พลังอันลึกลับนั้นเข้มข้นเกินกว่าที่ใครจะรับไหว
เสียงสะท้อนของความเ็ปก้องกังวานไปทั่ว ขณะที่พวกเขาทั้งสี่ถูกบีบคั้นจนไม่อาจยืนหยัดต่อไปได้ ความแข็งแกร่งที่เคยมีหดหายจนกลายเป็ความอ่อนแรงและไร้เรี่ยวแรง
หลี่หานเหวินมองดูพวกเขาด้วยแววตาเ็า ไม่ปล่อยให้ความเมตตาใด ๆ เข้ามาในใจ เขารู้ว่าดอกหงเซียงนี้คือกุญแจสำคัญที่ทำลายอำนาจของศัตรู เพื่อเปิดทางให้กับท่าไม้ตายกระบี่เซียนที่กำลังจะบรรจงรวมพลังที่เหลือทั้งหมดเพื่อใช้มัน
หลี่หานเหวินก้าวขึ้นมาอย่างสง่างาม มือที่ถือกระบี่เล่มเล็กเริ่มสั่นไหวอย่างทรงพลัง ดาบเซียนที่แตกแยกเป็หลายเล่มลอยเวียนวนรอบตัวเขา กลับมารวมกลายเป็กระบี่เล่มเดียวที่ถือในมือ ส่องประกายเย็นะเืและคมกริบราวกับคมมีดแห่งชะตากรรม
“ถึงเวลาที่เ้าจะต้องลาจากโลกนี้แล้ว...” เสียงเขาเยือกเย็นแต่หนักแน่น ดั่งคำสาปที่ไม่มีวันย้อนคืน
เ้าสำนักหยางหลงมองหานเหวินด้วยสายตาหวาดกลัว เขาอยากจะพูดร้องขอชีวิตแต่ขยับปากไม่ได้ มีแค่น้ำตาสีดำไหลออกมา
และแล้วท่วงท่ากระบี่เซียนขั้นสูงสุดของหลี่หานเหวินเริ่มแผ่ขยาย เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายลมพายุ กรีดกรายอากาศด้วยดาบเซียนที่ขยายใหญ่มหึมาลอยคว้างกลางอากาศ กลายเป็ดั่งพายุหมุนแห่งความตายที่โหมกระหน่ำทับถมลงสู่พื้นดิน
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่ดาบกระบี่ฟันผ่านร่างผู้าุโแต่ละคนดุจสายฟ้าฟาดสลายเนื้อหนังและกระดูกเป็เสี่ยงๆ เืแดงฉานพุ่งกระจาย กลิ่นคาวเืและพลังลบล้างแห่งความตายปกคลุมทั่วบริเวณ
พลังที่ถาโถมออกมาทำให้หินรอบๆแตกสลาย อาคารไม้สำนักหยางหลงสั่นะเืจนแตกหักครึ่งหนึ่ง เศษซากบินกระจัดกระจาย ลมหายใจของเหล่าศิษย์ที่เหลือหวาดหวั่นจับต้องได้ด้วยความตระหนก
แม้ศิษย์ที่เหลือจะพยายามรวมพลังกฎเกณฑ์และค่ายกลเพื่อสกัดกั้น แต่ความรวดเร็วและความรุนแรงของท่ากระบี่นี้เกินกว่าที่จะรับมือได้
สุดท้ายในสายลมพายุแห่งดาบนั้น เ้าสำนักและผู้าุโทั้งสามสิ้นลมหายใจไปพร้อมกัน เศษเนื้อร่างไร้ิญญากระจัดกระจายเต็มพื้นดินอย่างไร้เกียรติ
....เมื่อความเงียบกลับคืนมา หลี่หานเหวินยืนกลางซากปรักหักพัง ดวงตาเย็นะเืทอดมองสภาพสำนักหยางหลงที่ถูกทำลายครึ่งหนึ่งด้วยพลังของเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน
“นี่คือบทสรุปของสำนักหยางหลง... และเป็จุดเริ่มต้นของการล้างแค้นของข้า!”