รุ่งเช้าหลังคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านกิ่งไม้ หยางลี่เจินลืมตาขึ้นช้าๆ หลังจากที่เธอนั่งเฝ้าเหวินเจาเหยียนมาตลอดทั้งคืน ใบหน้าของเขาดูสงบขึ้นเล็กน้อย แม้าแจะยังน่ากังวล แต่ดูเหมือนเขาจะหลับพักผ่อนได้ดี
เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของเขา แต่ทันใดนั้นเสียงครางเบาๆ ก็ดังขึ้นจากเหวินเจาเหยียน เขาลืมตาช้าๆ สายตาที่ยังคงเฉียบคมมองตรงมาที่เธอ
“เ้าไม่นอนเลยหรือ?” เขาถาม น้ำเสียงแหบเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า
“คุณเป็คนาเ็ ฉันจะนอนไปได้ยังไง” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงดื้อดึง พลางขยับเข้าไปใกล้ “เป็ยังไงบ้าง ยังเจ็บมากไหม?”
“ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก” เขาตอบสั้นๆ พร้อมยิ้มมุมปากเล็กๆ
หยางลี่เจินถอนหายใจ “ถึงคุณจะไม่ตายง่ายๆ แต่แผลแบบนี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ คุณควรพักให้มากกว่านี้”
“ข้าพักมาทั้งคืนแล้ว” เขาตอบขณะพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายของเขาก็แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแรง
เธอรีบจับไหล่เขาไว้ “อย่าเพิ่งฝืน คุณยังไม่พร้อมเดินทางต่อ”
เหวินเจาเหยียนมองเธอด้วยสายตาที่นิ่งเรียบ แต่ลึกลงไปมีแววขอบคุณที่ไม่แสดงออก “เ้าเริ่มเป็คนสั่งข้ามากไปแล้ว”
“ถ้าฉันไม่สั่ง คุณก็ดื้อเกินไป” เธอพูดพลางถอนหายใจ “คุณรู้ไหมว่าฉันเกือบหัวใจวายเมื่อคืนตอนเห็นคุณาเ็”
เขาหัวเราะเบาๆ แม้เสียงหัวเราะนั้นจะแฝงความอ่อนล้า “ข้ารู้ แต่ข้าไม่คิดว่าเ้าจะห่วงข้าขนาดนั้น”
“ฉันไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ” เธอตอบพลางเม้มปากแน่น “อีกอย่าง… คุณคือคนที่ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะปกป้อง”
คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาสบกับเธออย่างลึกซึ้ง
“ข้าไม่้าให้ใครมาปกป้องข้า” เขากล่าวเบาๆ
“แต่ถ้าเ้า้าอยู่ข้างข้า… ข้าจะไม่ปฏิเสธ”
หยางลี่เจินยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูด
“งั้นก็ตกลงกันนะ คุณห้ามฝืนตัวเองอีก ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง ฉันจะโกรธจริงๆ”
“ข้าจะพยายาม” เขาตอบเรียบๆ แต่คำพูดนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอรู้สึกสบายใจ
หลังจากพักผ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่จนพระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้น
เหวินเจาเหยียนพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าาแยังไม่หายดี แต่สายตาของเขาแสดงถึงความมุ่งมั่น หยางลี่เจินรีบเข้ามาพยุงเขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“คุณจะทำอะไรอีก?” เธอถาม พลางดันไหล่เขาให้นั่งลง
“เราต้องเดินทางต่อ” เขาตอบเรียบๆ “เราเสียเวลาไปพอแล้ว”
“แต่คุณยังไม่พร้อมเดินทาง คุณลืมไปหรือไงว่าคุณาเ็หนักแค่ไหน?”
เขามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง “ข้าไม่ลืม แต่การอยู่นิ่งๆ ที่นี่ไม่ปลอดภัย”
“งั้นก็ให้ฉันดูแลทุกอย่าง” เธอตอบ น้ำเสียงมั่นใจ
“คุณพักอยู่ที่นี่ก่อน ฉันจะไปหาคนช่วย หรือหาทางอื่นที่ดีกว่า”
“เ้าไปไม่ได้” เขาตอบเสียงเย็น “ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะปลอดภัยหรือไม่ ถ้าเ้าเป็อะไรไป… ข้าคงไม่ให้อภัยตัวเอง”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินนิ่งไป เธอมองเขาด้วยสายตาที่สับสน
“คุณ…” เธอพูดเบาๆ “คุณห่วงฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เขาหันไปสบตาเธอ ดวงตาที่เยือกเย็นดูอ่อนลงเล็กน้อย “เ้าไม่ควรสงสัยคำพูดของข้า”
เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพยายามดึงสติกลับมา “ถ้างั้น… เราต้องหาทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณด้วย”
“ข้าคุ้นเคยกับการต่อสู้และการเดินทาง” เขากล่าว “แต่เ้า… เ้ายังไม่พร้อมสำหรับเื่นี้”
“ฉันไม่ใช่เด็กที่จะให้คุณคอยปกป้องอยู่ตลอดเวลา”
เธอตอบกลับอย่างจริงจัง “ครั้งนี้คุณต้องฟังฉันบ้าง”
เขานิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “เ้าดื้อเกินไป… แต่ข้าจะฟังเ้า”
หยางลี่เจินยิ้มเล็กๆ เมื่อได้ยินคำตอบนั้น เธอรีบเตรียมม้าและช่วยเขาขึ้นม้าด้วยความระมัดระวัง
“ครั้งนี้คุณต้องเชื่อฉัน” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
“ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณเป็อะไรไปอีก”
เหวินเจาเหยียนมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความไว้วางใจเล็กน้อย “ข้าจะดูว่าเ้าจะทำได้ดีแค่ไหน”
ไม่นานหลังจากที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินทาง เสียงฝีเท้าของม้าหลายตัวก็ดังขึ้นจากระยะไกล หยางลี่เจินเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นกลุ่มลูกน้องของเหวินเจาเหยียนกำลังเร่งเข้ามา
“นายท่าน!” ชายคนหนึ่งในกลุ่มร้องเรียกพลางหยุดม้าตรงหน้า “ข้ากลับมาพร้อมรถม้าตามคำสั่งแล้ว”
หยางลี่เจินถอนหายใจโล่งอก “พวกคุณมาได้จังหวะพอดี”
ชายคนนั้นก้มศีรษะเล็กน้อย “เราพยายามเตรียมทุกอย่างให้เร็วที่สุด เพราะรู้ว่านายท่านคงไม่สามารถเดินทางไกลแบบนี้ได้ในสภาพปัจจุบัน”
เหวินเจาเหยียนพยักหน้าเบาๆ แม้จะยังคงสีหน้าสงบนิ่ง “ดี… พวกเ้าทำได้ดีมาก”
ลูกน้องรีบจัดการนำรถม้าเข้ามาใกล้ พลางเปิดประตูเพื่อให้ทั้งสองขึ้นไป หยางลี่เจินช่วยประคองเหวินเจาเหยียนขึ้นไปบนรถม้าอย่างระมัดระวัง เธอคอยจับแขนเขาไว้แน่น
“ข้าขึ้นเองได้” เขาพูดเสียงนิ่ง แต่กลับไม่ได้ดึงแขนออก
“อย่าดื้อค่ะ” เธอตอบพร้อมมองเขาด้วยสายตาดื้อดึงเช่นกัน “คุณยังต้องพักอีกมาก”
เขาไม่ได้เถียงอะไรอีก เพียงแต่ยอมให้เธอช่วยอย่างไม่เต็มใจนัก
เมื่อทั้งสองขึ้นไปในรถม้าเรียบร้อย หยางลี่เจินจัดให้
เหวินเจาเหยียนนอนพักโดยใช้เสื้อคลุมของเธอพับเป็หมอนรองหัวให้เขา
“เ้าเอาใจใส่ข้าขนาดนี้ ั้แ่เมื่อไหร่?” เขาถาม น้ำเสียงแฝงความเย้ยหยันเล็กน้อย
“ั้แ่คุณดื้อและไม่รู้จักดูแลตัวเอง” เธอตอบกลับโดยไม่สบตา
ลูกน้องปิดประตูรถม้าและเริ่มออกเดินทาง เสียงล้อไม้บดกับพื้นดินดังก้องไปทั่วเส้นทาง ขณะที่บรรยากาศในรถม้าเงียบสงบ มีเพียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเหวินเจาเหยียนที่กำลังหลับพัก
หยางลี่เจินนั่งเฝ้าดูเขาอย่างเงียบๆ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้ในใจจะยังสับสนเกี่ยวกับสิ่งที่เธอต้องเผชิญในโลกนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ชัดคือ เธอจะไม่ยอมให้เขาต้องตกอยู่ในอันตรายอีก
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนผ่านเส้นทางที่เงียบสงบ ท่ามกลางป่าเขาอันร่มรื่น เส้นทางนี้อาจเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่สำหรับหยางลี่เจินและเหวินเจาเหยียน พวกเขารู้ว่าการเดินทางนี้มีความหมายมากกว่าเพียงแค่ไปถึงจุดหมาย เพราะมันคือเส้นทางที่ทั้งสองกำลังเรียนรู้ที่จะพึ่งพาและปกป้องกันและกันอย่างแท้จริง