“ท่านอา ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากท่านแล้ว เสบียงอาหารในเรือนน้องสาวก็แทบไม่มีเหลืออยู่เลย ข้าคงต้องฝากให้ท่านช่วยขายทรัพย์สินบางอย่างแลกเปลี่ยนเป็เสบียงอาหารและยาให้สามีข้าเก็บไว้เ้าค่ะ” หลินเจียอีล้วงเอาสร้อยทับทิมของเ้าของร่างเดิมยื่นส่งให้จางจิ้ง
“เ้าจะขายเท่าใดเล่า บุตรสาวข้ากำลังจะออกเรือนหากสร้อยเส้นนี้ไม่แพงข้าจะซื้อให้เป็สินเดิมติดตัวนางไป” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งรีบคว้าสร้อยเส้นงามจากมือจางจิ้งมาชื่นชม
หลินเจียอีย่อมไม่รู้ว่าราคาสร้อยมันสมควรจะขายออกไปเท่าใด นี่เป็สมบัติของผู้อื่น หญิงสาวรู้สึกผิดในใจอยู่ลึกๆ จึงลอบขอโทษดวงิญญาของนางและปลอบใจตัวเองว่าเงินที่ได้มานางจะใช้ในการดูแลรักษาสามีของอีกฝ่ายให้เต็มที่
“ท่านลองตีราคามาเถิดเ้าค่ะ ได้เท่าไรข้าก็้าแลกเป็เสบียงอาหารและยาทั้งหมด”
นางกู้ซื่อยิ้มแก้มปริ เครื่องประดับเหล่านี้หากนางต้องไปเลือกซื้อเองก็ยังต้องหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าเมืองที่อยู่ห่างไกล อีกทั้งร้านขายเครื่องประดับก็คงไม่เจรจาต่อรองกับนางง่ายๆ เป็แน่
“ข้าเก็บเงินส่วนนี้ไว้ 4 ตำลึง หากเ้าคิดว่าเหมาะสมข้าก็จะขอซื้อในราคา 4 ตำลึง” กู้ซื่อไม่ได้คิดจะโก่งราคาแต่อย่างใด นางก็ไม่รู้ราคาของสร้อยเส้นนี้เช่นกันแต่นางชอบสีและลวดลายของมัน ได้แต่หวังว่าเงินที่ต้องจ่ายไปจะคุ้มค่ากับราคาสร้อย
หัวหน้าหมู่บ้านเฉาพิจารณาดูจากประสบการณ์ของตนเอง เขาเคยซื้อเครื่องประดับเป็สินเดิมให้บุตรสาวเช่นกัน แต่นั่นมันก็นานมาแล้วและสร้อยที่ตนซื้อก็ไม่ได้งดงามเท่าของหลินเจียอียังมีราคาถึง 5 ตำลึง
แต่หากใคร่ครวญให้ดีหลินเจียอีก็ไม่ต้องเดินทางไปขายเอง และยังเป็การดีหากการตกลงซื้อขายสร้อยเส้นนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้มาใหม่เข้ากับคนในหมู่บ้านได้ง่ายขึ้น ปล่อยให้หลินเจียอีขาดทุนเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้างแลกกับการได้รับความช่วยเหลือดูแลจากชาวบ้าน เขาย่อมเห็นด้วยกับการค้าครั้งนี้
หลินเจียอีเห็นการพยักหน้าเบาๆ ของหัวหน้าหมู่บ้านเฉานางก็เข้าใจได้ว่าตนเองไม่ได้เสียเปรียบอันใด นางจึงตอบตกลงขายสร้อยให้อีกฝ่าย
“หลินซื่อ ขอบใจเ้าจริงๆ ข้าชอบสร้อยเส้นนี้เหลือเกิน หากมีโอกาสข้าจะฝากคนไปตีราคาสร้อยให้อีกครั้ง ถ้าเ้าเสียเปรียบข้าจะเพิ่มเงินให้ภายหลัง”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านน้า” หลินเจียอีดีใจมากที่นางไม่กล่าวคำคัดค้านออกมาเมื่อครู่ ครั้งนี้กลายเป็ว่าอีกฝ่ายเห็นความจริงใจของตนจึงเสนอที่จะตกลงราคาที่ยุติธรรมออกมาด้วยตนเอง
“เอาล่ะ วันนี้เย็นมากแล้วพวกเราต้องเร่งเดินทางกลับไปที่หมู่บ้านกันอีก พรุ่งนี้อาจิ้งก็จัดการหาเสบียงอาหารมาส่งให้พวกเขาเสียหน่อยก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็บอกกล่าวกันมา เราต้องไปกันแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านเฉาเห็นสมควรแก่เวลาจึงร่ำลากลับ
ยืนส่งกลุ่มชาวบ้านกลับไปจนหมด เจียงฮุ่ยหลินซึ่งเวลานี้กลายเป็สตรีที่ออกเรือนแล้วนามว่าหลินเจียอี เดินไปที่หลุมศพของตัวเองกับบิดาอีกครั้ง
“แม้ว่าคนทั้งคู่จะเป็ต้นเหตุทำให้ข้าต้องจากโลกนี้ไป แต่ร่างนี้ก็ชดใช้ความผิดของนางโดยการตายแทนข้าไปแล้ว ท่านพ่อ ท่านอภัยให้พวกเขาด้วยเถิดนะเ้าคะ จากนี้ไปข้าสัญญาว่าข้าจะใช้โอกาสที่ยังมีชีวิตอยู่ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”
หญิงสาวคุกเข่าคำนับให้กับสองร่างที่อยู่ในดิน ผู้หนึ่งคือบิดาของนาง อีกผู้หนึ่งแม้จะเป็ร่างกายของนางแต่ิญญานั้นย่อมเป็ของผู้อื่น นางจึงไม่รู้สึกโกรธเคืองกับความผิดที่สองสามีภรรยากระทำต่อนางแต่อย่างใด
กลับเข้ามาในกระท่อมหลังเล็กอีกครั้ง นางก็ตรงไปที่ร่างของสามีแซ่เซี่ยที่เพิ่งตั้งให้สดๆ ร้อนๆ ของตน เมื่อครู่ท่านหมอได้ป้อนยาให้เขาไปแล้ว หญิงสาวจึงไปช้อนข้าวต้มมาบดแล้วเติมน้ำลงไปให้กลืนได้ง่ายขึ้น บรรจงป้อนใส่ปากอีกฝ่ายด้วยความเอาใจใส่
“ข้าขายสร้อยและใช้เงินของพวกท่านไป ข้าขอชดเชยด้วยการดูแลท่านให้ดีก็แล้วกันนะเ้าคะ ข้าต้องขอโทษด้วยที่เห็นแก่ตัวไม่พาท่านไปรักษาในเมือง เงินเราอาจมีไม่มากพอการเดินทางอย่างไร้จุดหมายอาจทำให้ท่านต้องลำบากกว่าเก่า อีกอย่างคนรับใช้หรือสหายของท่านอาจจะกำลังตามหาท่านทั้งสองอยู่ก็เป็ได้ อยู่ที่นี่พวกเขาอาจตามหาท่านพบ ท่านอดทนสักหน่อยเถิด” หญิงสาวป้อนข้าวไปก็พูดคุยกับสามีที่นอนนิ่งเงียบไปเพียงลำพัง
……….
ผ่านไปสิบวันหลินเจียอีก็ยังไม่พบเห็นผู้ใดมาตามหาร่องรอยของสองสามีภรรยาคู่นี้แต่อย่างใด นางมารู้ในภายหลังว่าจางจิ้งและจางิ่ได้ชำแหละเนื้อม้าแบ่งไปคนในหมู่บ้านรวมทั้งครอบครัวนาง เพราะเขาเกรงว่าจะมีสัตว์ใหญ่เข้ามากินซากม้า
หลังจากนั้นนางได้ไปค้นหาเครื่องประดับศีรษะที่สมควรจะมีของตนเองและสามีแต่กลับไม่พบ พื้นที่โดยรอบถูกน้ำฝนทำลายหน้าดินกลบทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดแม้แต่รอยเืก็ยังไม่เหลือ นางได้แต่ภาวนาให้ปิ่นปักผมหรือเครื่องประดับใดๆ ตกอยู่บนหน้าผาเพื่อเป็เบาะแสสำหรับให้ครอบครัวของตนเองและสามีมาตามหาตัว
หญิงสาวแล่เนื้อม้าที่ได้รับส่วนแบ่งมาหมักเกลือตากแห้งเก็บเอาไว้เป็เสบียงได้มากพอสมควร รวมกับเงินสี่ตำลึงที่ได้มาจากการขายสร้อย จางจิ้งก็ยังจัดการเลือกซื้อเสบียงอาหารมาให้นางได้ครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง
คิดดูแล้วหลินเจียอียังรู้สึกว่าชีวิตของนางได้รับความสะดวกสบายกว่าเมื่อครั้งที่เป็เจียงฮุ่ยหลินอยู่ด้วยซ้ำ
เวลาส่วนใหญ่ของนางจะยุ่งอยู่กับเื่ของคุณชายเซี่ยผู้เป็สามีเป็หลัก การหุงหาอาหารป้อนให้เขากินทุกมื้อเป็เื่ที่ยากลำบากและเปลืองเวลามากที่สุด การขับถ่ายของคุณชายเซี่ยก็วุ่นวายไม่น้อยเช่นกัน หญิงสาวต้องทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมบนร่างกายของชายหนุ่ม ไม่เว้นแม้แต่ตำแหน่งซ่อนเร้นเพราะเขาไม่สามารถลุกไปขับถ่ายได้ด้วยตนเอง
วันแรกๆ นางก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจเพราะอย่างไรร่างเดิมของนางก็เป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือนอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น แต่นานวันเข้านางก็เริ่มจะทำได้โดยสะดวกใจ จนคล้ายว่านางกับเขาเป็คู่สามีภรรยาที่รักใคร่กันอย่างลึกซึ้ง
เสื้อผ้าของสามีที่ต้องผลัดเปลี่ยนบ่อยๆ ทำให้หญิงสาวเหน็ดเหนื่อยกับการซักทำความสะอาดอีกไม่น้อยเลยทีเดียว แต่นั่นก็เป็่เวลาที่นางจะถือโอกาสออกมาจับปลาและเก็บผักป่าไปด้วย เรียกว่านางใช้เวลาในทุกวันอย่างคุ้มค่าเป็ที่สุด
“หลินซื่อ อยู่ในเรือนหรือไม่” เสียงของนางกู้ซื่อะโร้องเรียกหญิงสาวมาแต่ไกล
“ท่านน้า มาไกลถึงนี่เชียว มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เ้าคะ” หลินเจียอีผลักประตูกระท่อมหลังน้อยออกมา มองเห็นว่าผู้ที่มาคือนางกู้ซื่อสตรีที่ซื้อสร้อยทับทิมจากนางไป
“ข้ามาเยี่ยม นี่! ข้าเอามาฝาก พวกมันแข็งแรงดีแล้ว ทำเล้าให้ดีแล้วปล่อยมันจิกกินแมลงตามพื้น หาผักหญ้าโยนให้เป็อาหารสักหน่อย อีกไม่นานเ้าก็จะได้กินไข่” นางกู้ซื่อส่งลูกไก่สองตัวที่คลุมผ้ามาเป็อย่างดีให้หญิงสาว
“ลูกไก่! ขอบคุณเ้าค่ะท่านน้า” หลินเจียอีดีใจเหลือเกิน แต่ก่อนนางยังมีบิดาออกมาไปล่าไก่ป่ามาเป็อาหารอยู่บ้าง หลังจากบิดาตายไปนางจับไก่ไม่เป็จึงไม่ได้กินเนื้อไก่มานาน อย่างมากก็อาศัยแอบเก็บไข่ไก่ป่ามาเป็อาหารได้บ้างเท่านั้น ไม่คิดว่าตนจะมีโอกาสเลี้ยงไก่ด้วยตัวเอง
“ท่านน้าจะขายให้ข้าหรือไม่เ้าคะ ข้ายังมีเงินเหลืออยู่บ้างนะเ้าคะ คิดเงินมาเถิด”
“ไม่ต้องๆ ไก่นี่ฟักมาจากไก่บ้านข้าเองไม่ได้ซื้อหามาแต่อย่างใด จริงสิ! มีคนในหมู่บ้านเราเดินทางเข้าเมือง ข้าฝากพวกเขาเอาสร้อยไปตีราคาให้เ้าแล้วนะ หากราคาใกล้เคียงกันข้าไม่เพิ่มให้แล้ว” นางกู้ซื่อหัวเราะเบาๆ ในเชิงหยอกล้อ
“ย่อมเป็เช่นนั้นอยู่แล้วเ้าค่ะ บุตรสาวท่านจะออกเรือนเมื่อใดหรือเ้าคะ” หลินเจียอีเห็นว่าสร้อยยังอยู่กับนางกู้ซื่อ นั่นย่อมหมายความว่าบุตรสาวนางยังไม่ได้แยกเรือนออกไป
“อีกสามเดือนกว่าๆ เวลานี้ข้ากำลังช่วยนางตัดเย็บชุดแต่งงานอยู่ เย็บผ้าจนตาลายก็เลยฉวยโอกาสหนีมาเยี่ยมเ้า ดีเหลือเกินที่วันนี้ฝนไม่ตกไม่เช่นนั้นข้าคงแย่แน่”
“ข้าก็ดีใจเ้าค่ะที่ท่านมา ข้าคุยกับสามีอยู่ทุกวันเขาก็ไม่ยอมตอบ มีท่านมาเยี่ยมบ้างข้ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว” หญิงสาวบุ้ยหน้าไปด้านใน เอ่ยคำด้วยน้ำเสียงติดตลกแต่ดวงตาของนางกลับฉายแววอ่อนโยนอบอุ่น