ตอนที่ 16 ใช้ภาพปลอมทดสอบ (1)
เซียวหมิ่นหางนิ่งดุจภูผา สีหน้าเรียบเฉย ปล่อยให้สายตาที่มองอย่างพิจารณา ไม่สนใจอะไรของสวี่เฉิงอวี๋มองมาที่ร่างของเขา
กลับเป็นสวี่ไท่จือปิดปากไอเบาๆ ถึงได้ดึงสวี่เฉิงอวี๋ที่กำลังพินิจพิจารณากลับมาได้
ไม่ใช่ว่านางบ้าบิ่น แต่นางแค่รู้สึกว่าไม่น่าเชื่อจริงๆ
นางรีบก้าวไปด้านหน้า ภาพรูปนั้น...ภาพที่มีชื่อเสียงล้ำค่าเช่นนั้น กลับมาแผ่อยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมข้างมือของสวี่ไท่จือ และภาพนั้นยังเป็นภาพที่ไม่นับว่ายาวด้วย
ในใจนางยิ่งรู้สึกสงสัยและเมินเฉยต่อสายตาที่สวี่ไท่จือส่งมา
ทันทีที่นางเห็นรายละเอียดของภาพนั้นนางพลันเข้าใจในทันที ว่าเพราะเหตุใดพี่ชายใหญ่ถึงได้เรียกนางมา
นี่มันช่างเป็นเรื่องที่ทำให้คนกระดากอายเกินไปจริงๆ
เซียวหมิ่นหางไม่รู้จริงๆ หรือเขาตั้งใจนำภาพนี้มาหาเพื่อดูว่าพวกนางพี่น้องจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
สีหน้าของสวี่เฉิงอวี๋เคร่งขรึมขึ้น ไม่มองภาพนั้นต่อ
นางเก็บมือแล้วยืนเหยียดตรง พูดกับเซียวหมิ่นหางว่า “ภาพนี้ ไม่ทราบว่าคุณชายน้อยรับซื้อมาราคาเท่าใดหรือ”
เอ่ยปากปุ๊บก็ถามถึงเรื่องเงิน เห็นชัดว่าไม่มีความเกรงใจและแสดงความเป็นกันเอง
เซียวหมิ่นหางเลิกคิ้วขึ้น เห็นชัดว่ารู้สึกแปลกใจ
ก่อนหน้านี้นางไม่ได้มีท่าทีเช่นนี้
ครั้งก่อนช่วยนางไว้บนถนนนางยังมีท่าทีนิ่งเฉยและแสดงท่าทีห่างเหิน เป็นหลักเป็นการและคร่ำครึ
ครั้งที่สองเป็นตอนที่พ่อและพี่ชายนางพานางไปขอบคุณที่จวนนางยังคงมีท่าทีเรียบเฉย ราวกับว่าทุกอย่างล้วนแต่ไม่เกี่ยวข้องกับนาง
เดิมเซียวหมิ่นหางคิดว่าถึงแม้ว่าคุณหนูผู้นี้จะเหมาะสมกับการเป็นคนรู้ใจของเขา แต่ถนนสายนี้ทั้งยาวนานและยากลำบาก อย่างไรในส่วนลึกของนางก็เป็นผู้ที่เคร่งครัดในมารยาทมากเกินไป จำเป็นจะต้องบ่มเพาะให้ดีๆ ถึงจะทำให้นางเปิดใจและเป็นเพื่อนกันดีๆ ได้
แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้เขานำภาพนี้มานั้นกลับได้ประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง
เขาพลิกฝ่ามือถูคาง “ของที่ข้าซื้อกลับจวน ไม่เคยมีชิ้นใดที่ราคาถูก คุณหนูห้าคิดว่ามันควรมีมูลค่าเท่าใดหรือ”
สวี่เฉิงอวี๋ยกมุมปากขึ้น ตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าเขาตั้งใจ
“ข้าคิดว่า อย่างมากก็มีมูลค่าเพียงหนึ่งพันตำลึง”
เซียวหมิ่นหางแสร้งแสดงท่าทีประหลาดใจและพลันนั่งตัวตรง “ยังสู้แจกันในมือของหลงจู๊เสี่ยวฉินไม่ได้เชียวหรือ แจกันใบนั้นหลงจู๊เสี่ยวฉินอ้าปากก็เรียกสามพันตำลึงเลย”
นางยืนกรานว่า “ภาพนี้ของคุณชายน้อย มีเพียงแค่อักษรกู้จากการลงนามในผลงานและวันที่ด้านบนเท่านั้นที่เป็นของแท้ ที่เหลือข้ามองดูโดยรวมแล้ว หากจะหาให้ได้จริงๆ อย่างมากก็เจอร่องรอยของกู้ฉางคังแท้ๆ เพียงสามจุดเท่านั้นที่พอจะนำมาคิดรวมกันได้ ภาพที่ทำเป็นของเก่านี้ร่องรอยของแท้มีไม่เกินห้าจุด หนึ่งพันตำลึงก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว...”
สวี่เฉิงอวี๋ลากหางเสียงด้วยน้ำเสียงนับไม่ได้ว่ามีความเกรงใจ “ตัวอักษรและภาพของกู้ฉางคังล้วนมีมูลค่า แต่จะต้องเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบถึงจะมีมูลค่า การเลียนแบบของเก่าเช่นนี้ไม่ได้มีมูลค่าจริงๆ และการที่ข้าบอกว่ามันมีมูลค่าหนึ่งพันตำลึงนั่นเป็นเพราะภาพนี้ ด้วยตัวมันเองก็มีอายุอย่างน้อยหกสิบเจ็ดสิบปีแล้ว ไม่เช่นนั้นเกรงว่ากระทั่งหนึ่งพันตำลึงก็ยังไม่ถึง นอกจากนี้ยังต้องให้คนที่ซื้อภาพนี้มีใจชื่นชอบผลงานของกู้ฉางคังจริงๆ ด้วย”
ความไม่เกรงใจของนางเหนือกว่าที่เซียวหมิ่นหางคาดหมายไว้เสียอีก
วันนี้นับว่าเขาได้ผลประโยชน์อักโขได้กระมัง