กลับมาที่กลุ่มพวกเด็กๆ ที่กำลังคึกคักไม่แพ้กับพวกผู้ใหญ่เช่นกัน ต่างพากันพูดคุยกันเสียงดังแข่งกันยกใหญ่เลยทีเดียว
“อ๊ะ…..!!จริงด้วยสิเจ้าคะ ยวี่ยวี่ว่าพวกเราจะต้องวางแผนล่วงหน้ากันแล้วล่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“เอ๋….???”พวกท่านพี่
“วางแผนล่วงหน้าเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ???”พี่สาวลู่ซือ
“ก็ลูกม้าที่กำลังจะออกมานี่อย่างไรเล่าเจ้าคะ”ยวี่ยวี่น้อย
“เกี่ยวกับลูกม้าอย่างนั้นเหรอน้องเล็ก…????”พี่สาวเจินจู
“ขี่คอหน่อยเจ้าค่ะ ขี่คอหน่อยยยยยยยเจ้าค่ะ…”ยวี่ยวี่น้อย ที่หันมาหาท่านพี่ที่ตัวสูงๆ
“มาข้าเอง…”ท่านพี่ไป๋ลู่ป๋อ ที่ท่านอายุมากที่สุดในบรรดาท่านพี่ชายนั่นเอง อายุ 12 หนาว!!!
“ฮึ่บ…..”
แต่ว่าความสูงของพวกท่านพี่สูงไล่ๆกันลดหลั่นกันไป แต่ก็ถือว่าสูงกว่ามตราฐานกว่าเด็กทั่วๆไป นี่ขนาดว่าไม่ได้อยู่ดีกินดีเหมือนกับพวเด็กๆในเมืองใหญ่เลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเด็กๆหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่งนั้นต่างต้องฝึกการตู่สู้ เรียนหนังสือ ในทุกๆรูปแบบในแต่ละวัน มันก็เหมือนการออกกำลังกายของคนโลกเก่านางนั่นแหละ สามารถช่วยให้ตัวสูงได้เช่นกัน
“ท่านปู่ ท่านตา เจ้าค่ะ ทางนี้เจ้าค่ะยวี่ยวี่มีเรื่องจะพูดเจ้าค่าาาาาาาา”ยวี่ยวี่น้อย
เจ้าตัวน้อยยวี่ยวี่นั้นป้องปากตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงเลย แถมยังมีพวกพี่สาวทั้งสามช่วยตะโกนเรียกท่านปู่ ท่านตาที่อยู่ด้านบนสุด
“ท่านปู่ ท่านตา เจ้าค่าาาาาาาาาาา ยู้ฮู้……..ยู้ฮู้……..ยู้ฮู้…….”แม่นางน้อยทั้งสี่
“เสียงหลานสาวนี่…????”ท่านตาหม่า ที่กำลังเตรียมตัวจะกลับไปที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงเพื่อเตรียมตัว ก็หยุดชะงักฝีเท้าลงเพื่อฟังเสียงอีกครั้งหนึ่ง
“ข้าก็ว่าได้ยินเสียงหลานสาวนะ”ท่านปู่ซุน ก็เลยกวาดมองไปที่กลุ่มคน ณ ที่ประชุม ก็เล็งไปที่กลุ่มพวกเด็กๆ และก็เจอจริงๆ แม่นางน้อยทั้งสี่คนที่พากันโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณเรียกพวกท่านอยู่
“เป็นหลานสาวจริงๆที่เรียกข้ากับพวกเจ้าน่ะ”ท่านปู่ซุน
“ว่าอย่างไรเด็กๆ ???? มีอะไรอยากจะพูดกับตา และท่านปู่เจ้าอย่างนั้นหรือ..???”ท่านตาหม่า
“เจ้าค่ะ”แม่นางน้อยทั้งสี่
“น้องเล็กอยากจะเสนอความคิดเจ้าค่ะ”พี่สาวเจินจู
พี่สาวของนางเองก็ดันน้องเล็กของนางเต็มที่เลยเช่นกัน ว่านี่คือความคิดของน้องเล็กของข้าเองน่ะอะไรประมาณนี้เลย ถึงแม้นว่าจะยังไม่รู้เลยว่ารายละเอียดจะมีอะไรเพิ่มเติมเหนือจากที่นางคาดการเอาไว้ก็ตามที แต่นางมั่นใจในตัวน้องเล็กยวี่ยวี่ของนางมาก..!!!
“ดีๆ ดีมากได้เลยหลานสาว งั้นเจ้าพูดออกมาเลยยวี่ยวี่น้อย”ท่านปู่ซุน
“เจ้าค่ะ”แม่นางน้อยพูดตอบรับพร้อมเพรียงกันทั้งๆที่ผู้ที่จะพูดก็คือยวี่ยวี่น้อย
“คือว่ายวี่ยวี่อยากขอเสนอว่าให้วางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับลูกม้าตัวน้อยที่จะออกมาจากท้องแม่ม้าเจ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“วางแผนล่วงหน้า…????”พวกผู้ใหญ่ทั้งหมดกำลังสนใจเช่นเดียวกันว่ายวี่ยวี่น้อย จะพูดว่าอย่างไรกัน
“ใช่เจ้าค่ะหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่งจำเป็นจะต้องวางแผนล่วงหน้ากับลูกม้าที่เกิดมา เพราะว่าลูกม้าเหล่านี้จะเป็นกำลังฝึกฝนให้กับคนที่ตัวเท่ายวี่ยวี่เนี่ยเจ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“อ้อออออออ……………..”พวกผู้ใหญ่
“ดังนั้นเมื่อลูกม้าออกมาแล้วรุ่นราวคราวเดียวกับยวี่ยวี่ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง จะได้หัดขี่ม้ากันตั้งแต่เล็กๆนะเจ้าคะ ลูกม้า ลูกคนจะได้โตไล่ๆกันเลยเจ้าค่ะ แต่ลูกคนไม่ต้องกินหญ้าเหมือนลูกม้าหรอกนะเจ้าคะ เดี๋ยวไม่โตเจ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“......................”พวกผู้ใหญ่
ในตอนแรกๆก็พากันยิ้ม และคิดตามการวางแผนล่วงหน้าที่ยวี่ยวี่น้อยได้เสนอมาอย่างเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ประโยคหลังตบท้ายจากยวี่ยวี่น้อยนี่น่ะสิ เล่นเอาพวกผู้ใหญ่ทั้งหมดพากันเงียบกริบเหมือนไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเลี่ยงหลินเลยแม้แต่น้อย ต่างพากันยกมือกุมขมับเวียนหัวกันบ้างแล้วด้วย ความคิดของพวกเด็กๆเล็กๆนี่ช่างไปไกลเสียเหลือเกินจริงๆ …!!!
กลุ่มพวกเด็กๆ ก็ขอพูดกันบ้าง
“อ้าาาา….ใช่ๆพวกข้าไม่กินหญ้าเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ
“ดังนั้นจะเลี้ยงแบบลูกม้าไม่ได้”
“แต่เลี้ยงคู่และเติบโตมาเป็นเพื่อนได้ขอรับ”
“ข้าก็เคยได้ยินนะบางคนบอกเลี้ยงลูกหมา ลูกแมวเหมือนลูกคนเลยนะ คนในเมืองใหญ่น่ะ ????”
“เลี้ยงเหมือนลูกคนได้ แต่อย่าให้กินเหมือนกับพวกมันเท่านั้นแหละ ข้าไม่เอาด้วยหรอกนะ!!!”
เสียงออกความคิดเห็นจากพวกเด็กๆ ยิ่งทำให้พวกผู้ใหญ่ทั้งหลายเงียบงันไปกว่าเดิมอีก และต่างพากันคิดไปว่าพวกท่านอาจจะสอนสั่งพวกเด็กๆ ใช้คำพูดที่พวกเด็กๆอาจจะไม่เข้าใจมากนักก็เป็นได้….!!!!!
“ข้ากำลังจะพูดออกปากชมอยู่แล้วเชียว ยวี่ยวี่น้อยดันเหมือนถีบข้าตกลงจากที่นี่เลยนะประโยคตบท้ายเนี่ย!!!”ท่านปู่ซุน
“เจ้าเฒ่าซุน เจ้าทำเป็นไม่รู้จักหลานสาวไปได้นะ พวกนางน่ะมีความคิด จินตนาการลึกล้ำ เหนือๆ เอ่อ…….ช่างเหอะ ข้าว่าพวกเจ้าน่าจะเข้าใจ”ท่านตาหม่า
“ใช่ๆ ข้าเองก็เข้าใจจนไม่อาจนึกถึงคำพูดออกมาเปรียบเทียบกับแม่นางน้อยซุนได้เลยจริงๆ”ท่านปู่ไป่
“เฮ้ออออออออออออ…………”ท่านปู่ ท่านตา ทั้งสามพากันทอดถอนหายใจออกมากันอย่างยาวๆเลย
“เอาล่ะเด็กๆ พวกข้ารับรู้แล้วนะว่าพวกเจ้าต้องการอะไรกัน เดี๋ยวจะเริ่มวางแผนตารางจัดสอนขี่ม้ากับพวกลูกม้าเมื่อมันออกมาจากท้องแม่ม้าแล้วนะ”ท่านปู่ซุน
“เย้…เย้…..เย้…….”พวกเด็กๆ พากันกระโดดร้องโหวกเหวกโวยวายกันอย่างดีอกดีใจ ว่าในที่สุดพวกเขาก็ได้ขี่ม้ากันแล้วด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ขี่ม้าแบบที่ม้าตัวใหญ่ๆและมีท่านพ่อ ท่านอา ท่านลุง ท่านพี่ คอยบังคับอยู่ด้วย
แต่ว่าจะมีลูกม้าตัวเล็กๆ รูปร่างไล่ๆกับพวกเขาที่พวกเขาสามารถบังคับขี่พวกมันได้เองตามลำพังอีกด้วย
“เอาล่ะทุกๆคน เลิกประชุมกันเลยนะ”ท่านปู่ซุน
“ขอร้บ” “เจ้าค่ะ” สมาชิกทุกๆคนในหมู่บ้านฯ
คนในหมู่บ้านฯ
“ไปพวกเจ้า ไปที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงกันเลย”
“ได้ๆ ไปกันเลยตอนนี้ข้าก็ว่างอยู่พอดีเช่นกัน”
“ใช่ๆข้าก็ด้วย”
“เดี๋ยวข้าจะตามไปทีหลัง ขอไปเก็บข้าวของที่สวนก่อนแล้วจะตามไปเช่นกัน”
สมาชิกในหมู่บ้านเลี่ยงหลินต่างพากันทยอยเดินทางไปเรียนรู้วิธีการดูแลแม่ม้าที่กำลังตั้งท้องลูกม้าที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงกัน หมู่บ้านเลี่ยงรุ่ยเองก็เช่นกัน ต่างพากันไปรวมตัวที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงที่เป็นจุดนัดหมายของทุกๆจากหมู่บ้านเลี่ยงฯทั้งสามแห่ง
“ข้าวของเครื่องใช้ไม่ต้องเตรียมไปหรอก ยังมีอยู่ที่บ้านตระกูลหม่าของข้าน่ะ”ท่านยายหม่า
“ได้ๆ แต่ว่าข้าว่าจะเตรียมพวกเสื้อผ้าของพวกเด็กๆไปเพิ่มเติมน่ะ”ท่านย่าซุน
“อือ….ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ”ท่านย่าไป่
“พวกเจ้าไปเตรียมของใช้พวกเด็กๆเพิ่มสักหน่อยเถอะ”ท่านย่าซุน
“ได้เจ้าค่ะท่านแม่”ท่านป้าสะใภ้ ท่านแม่
แน่นอนว่ารอบนี้ทุกๆคนจะย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงกันบ้างแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องปรกติที่พวกท่านทำกัน
“โอ้….แต่อย่าไปบอกแม่นางน้อยซุนทั้งสองนางนะว่าจะต้องตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปเพิ่มเติมน่ะ!!!”ท่านย่าซุน
“ใช่ๆ จริงด้วยอย่าบอกพวกแม่นางน้อยอย่างเด็ดขาดเลย ไอ้ของที่จำเป็นของพวกนางเนี่ยมันจำเป็นไปหมดทุกอย่างจริงๆ …”ท่านยายหม่า
“เหมือนขนของไปหมดเสียมากกว่าที่เรียกจำเป็นเสียอีก”ท่านย่าไป่
“เจ้าค่ะ”ท่านป้าสะใภ้ ท่านแม่
“งั้นพวกข้าไปก่อนที่แม่นางน้อยจะเห็นดีกว่าเจ้าค่ะ”ท่านแม่
“ไปเถอะ”ท่านย่าซุน
“เฮ้อออออ…….”ท่านย่าซุน ท่านยายหม่า ท่านย่าไป่
ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุน ต่างขอแยกตัวไปที่บ้านตระกูลซุนก่อน เพื่อกลับไปเอาของใช้ของแม่นางน้อยซุนทั้งสอง ที่ใช้เปลืองมากกว่าพวกท่านพี่ของพวกนางเสียอีก….!!!
พวกท่านอดที่จะนึกถึงไม่ได้จริงๆเวลาให้ตระเตรียมข้าวของไปด้วยแม่นางน้อยไม่รู้เอาอะไรต่ออะไรขนเต็มไปหมด จะให้เอาออกก็ไม่ยอมเสียด้วยทำท่าจะร้องไห้กัน ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นอะไรจะไม่มีการบอกให้แม่นางน้อยเตรียมของกันไปเองอย่างเด็ดขาดเลยทีเดียว….!!!
“แต่ว่านะพวกเจ้าเห็นเจ้าตัวแสบน้อยกันหรือไม่เล่าตอนนี้น่ะ??”ท่านย่าซุน
“ข้าเห็นเดินตามกลุ่มที่จะไปที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงกันแล้ว โล่งใจได้สักพักล่ะนะ”ท่านย่าไป่
“ค่อยยังชั่วหน่อย”ท่านย่าซุน
“ว่าแต่เจ้าเถอะ ทางบ้านตระกูลหม่าพร้อมที่จะรับมือแม่นางน้อยซุนทั้งสองแสบกันแล้วใช่ไหม????”ท่านย่าซุน
“จะให้ข้าพูดอย่างไรดีเล่า ข้ากับพวกเจ้าน่าจะรู้ดีว่าต่อให้เตรียมพร้อมรับมือกับกลุ่มแม่นางน้อยกลุ่มนี้มากแค่ไหนก็ตามที่ แต่พวกแม่นางน้อยเนี่ยมักจะทะลุหาทางออกใหม่ๆให้ข้ากับพวกเจ้าได้ปวดหัวกันเสมออยู่ดีนั่นแหละ”ท่านยายหม่า
“ก็จริงนะ…”ท่านย่าซุน ท่านย่าไป่
“ฮ่า….ฮ่า….ฮ่า….”ท่านย่าซุน ท่านย่าไป่ ท่านยายหม่า พอมองหน้ากันก็พากันหลุดหัวเราะตัวของพวกท่านเองออกมากันอย่างเสียดัง เมื่อรู้ว่าพวกท่านจะต้องเจอกับอะไรกันบ้าง และมันหนีไม่พ้นหรอก
“ตอนนี้ข้าว่าพวกเจ้ากับข้ารีบไปเตรียมตัวทำอาหารที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงกันดีกว่านะ สักพักก็จะถึงเวลาของมื้อต่อไปแล้ว”ท่านยายหม่า
“จริงสินะ งั้นไปกันเลยเถอะ”ท่านย่าไป่
“ไปสิ….”ท่านย่าซุน
ผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเลี่ยงหลินต่างทยอยมุ่งหน้ากันไปที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงกันเสียส่วนใหญ่แล้ว และแน่นอนว่าคราวนี้เป็นรอบของหมู่บ้านเลี่ยงฮวงที่จะต้องต้อนรับจัดเตรียมการคนอีกสองหมู่บ้านเลี่ยงฯที่กำลังจะเดินทางไปเรียนรู้วิธีการดูแลแม่ม้าที่ตั้งท้องกัน อาจจะมีคนค้างคืนอยู่ที่นู้นด้วย
ข้าวของเครื่องกิน เครื่องใช้ที่พึ่งซื้อมาจากในเมืองใหญ่ของวันนี้บางส่วนก็นำไปใช้ที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวงกันเลย
*****************
ยวี่ยวี่น้อย ที่กำลังวางแผนล่วงหน้าสำหรับลูกม้าฝาแฝดทั้ง 6 คู่ หรือลูกม้าทั้ง 12 ตัว ที่กำลังจะเกิดมา เพื่อที่เด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกันกับนางหรืออายุไล่ๆกันที่สามารถใช้ลูกม้าเป็นการสอนขี่ม้าได้ด้วยนั่นเอง
ถือว่าเป็นการได้เปรียบกว่าพวกท่านพี่ที่โตกว่ามากนัก เพราะจังหวะการมีลูกม้าขึ้นมาดีสำหรับเด็กเล็กๆที่จะได้หัดเริ่มต้นขี่ม้ากันตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าที่จะได้เรียนรู้เพียงแค่ในตำรา หรือเรียนรู้นานๆครั้งจากในเมืองใหญ่ที่จะพาเด็กๆ ไปกัน