เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 97 มัจจุราชโจวมีความรัก

            ประวัติการทำงานของโจวเฉิงทำคนริษยา

            ปัจจุบันได้เข้าสู่ช่วงสังคมสงบสุขมาตรฐานการเลื่อนขั้นด้านการงานเริ่มเข้มงวด โจวเฉิงโชคดียิ่งนัก อายุ 15 ปีมีสมรรถภาพตรงตามเงื่อนไขจึงสามารถทำงานล่วงหน้าได้เมื่อก่อนยกระดับเป็นแนวหน้าจากผลงาน ปีกลายโจวเฉิงอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ก็ได้เลื่อนตำแหน่ง โยกย้ายมาปักกิ่งและเลื่อนขั้นขึ้นเรื่อยๆคนส่วนใหญ่ล้วนยอมรับความสามารถของเขาด้วยใจจริงแต่มีคนส่วนน้อยมากที่ริษยาอยู่ลึกๆ พูดจาจึงลับลมคมในพิกล

            โจวเฉิงกลับเข้าหน่วยเพื่อเปลี่ยนชุดเครื่องแบบบุคลิกเฉื่อยชาดื้อด้านสลายหมดสิ้น เมื่อสวมเสื้อผ้าชุดนี้ เขาจึงกลายเป็น ‘มัจจุราชโจว’ ที่กล้าสู้กล้าชน

            สายตาเย็นชาของเขากวาดอีกฝ่ายแวบเดียว ไม่ได้กล่าวอะไรแม้แต่น้อยทว่าข่มขวัญคนให้รู้สึกพิลึกพิลั่นได้

            อีกฝ่ายใจกระตุก ต้องโทษที่ครั้งนี้เวลาพักงานของโจวเฉิงนานเกินไปเขาแทบลืมเลือนแล้วว่ามัจจุราชโจวน่ากลัวเพียงใด

            “เหล่าฟาง คุณหนีอะไร ผมไม่กดขี่ใครเสียหน่อย”

            มุมปากโจวเฉิงเจือไปด้วยรอยยิ้ม เหล่าฟางยิ่งรู้สึกว่าเขาน่ากลัวยิ่งนักที่จริงแล้วโจวเฉิงและเหล่าฟางทำงานอยู่ในระดับเดียวกัน ทว่าเหล่าฟางไม่รู้ทำไมตนเองถึงหวาดกลัวโจวเฉิงเขาอายุมากกว่าโจวเฉิงสิบปีแท้ๆ มีความอาวุโสมากกว่าโจวเฉิง ใช่แล้วเขาเกลียดโจวเฉิงก็เพราะเหตุนี้ ทั้งที่เขาอายุมากกว่าโจวเฉิง 10 ปี แต่ทำไมความดีความชอบที่โจวเฉิงได้รับนั้นกลับมากกว่าเขาผู้มาทีหลังก้าวหน้ากว่า หากเทียบเทียมกับเขาแล้ว?

            หมายความว่าโจวเฉิงที่อายุ 20 ปีเทียบเทียมเขาได้แล้วน่ะสิเหล่าฟางขุ่นเคืองจนแทบทนไม่ได้

            ทุกวันนี้หลายพื้นที่กำลังสนับสนุนการเลื่อนขั้นเจ้าพนักงานรัฐรุ่นเยาว์แม้โจวเฉิงกับเขาจะผ่านประสบการณ์ทำงานมาด้วยกันแต่เมื่อถึงเวลาเกษียณอายุต้องเป็นโจวเฉิงที่มีตำแหน่งสูงกว่าแน่นอน

            ล้ำหน้ากว่าเหล่าฟาง 10 ปี ให้เกลียดกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว!

            เหล่าฟางเพิ่มขวัญกำลังใจให้ตนเอง สอพลอเสียหน่อย

            “ตาข้างไหนของนายที่เห็นว่าฉันหนี? โจวเฉิงนายเก่งกาจจริงนะ”

            โทษทางวินัยที่ตัดสินแล้วยังสามารถยกเลิกได้ เหล่าฟางเพียงแค่ไม่ยอมรับโจวเฉิงที่ได้รับการปฏิบัติอย่างพิเศษทว่าโจวเฉิงไม่สนใจเขาสักนิด สำหรับโจวเฉิง เดิมทีโทษทางวินัยนั้นไร้ต้นสายปลายเหตุอีกทั้งผู้บังคับบัญชาเบื้องบนอุ้มชูโจวเฉิงมากกลัวโทษทางวินัยจะทิ้งรอยด่างพร้อยไว้กับประวัติงานของโจวเฉิง ต่อมาจึงได้ประชุมพิจารณาอีกครั้ง ทำให้ ‘โทษ’ ของโจวเฉิงถูกยกเลิก

            เปลี่ยนเป็นการตักเตือนอบรม ไม่บันทึกลงประวัติการทำงาน

            เหล่าฟางเป็นแค่คนขลาด โจวเฉิงคร้านจะถกเถียงกับเขา จึงก้าวขาเดินจากไป

            เหล่าฟางยังคงรู้สึกประหลาดใจ เขานินทากับผู้อื่นเป็นการส่วนตัวมัจจุราชโจวเฉิงนั่นกลับมาจาก ‘พักงาน’ เหมือนสภาวะอารมณ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลง?

            “เขาต้องวางแผนร้ายอะไรอยู่แน่!”

            โจวเฉิงอารมณ์ดีขึ้น แต่เหล่าฟางไม่กล้ายุแหย่เขา ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นมัจจุราชโจวยิ้มแย้มเป็นครั้งคราวยิ่งหวาดกลัวเหลือเกินเกิดเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้จะต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่ ใครจะรู้บางทีมัจจุราชโจวอาจกำลังกลั้นโทสะจัดการพวกเขาอยู่หรือเปล่า

            ทว่าผู้บังคับบัญชากลับพอใจไม่น้อย โจวเฉิงพิจารณาความผิดตนได้ไม่เลวกลายเป็นคนสุขุมมากขึ้น

            ความจริงน่ะหรือ?

            เขาแค่ตกอยู่ในห้วงของความรัก...

            โจวเฉิงที่อายุ 20 ปีไม่เคยมีคนรักใครไม่รู้บ้างว่าในสายตาของเขาบุรุษสตรีล้วนเหมือนกันทั้งหมด

            และใครจะคิดว่าโจวเฉิงจะสามารถหาคนรักได้ด้วยตนเองการคาดการณ์ของทุกคนคือเขาจะเหมือนกับผู้อาภัพในการหาภรรยาเหล่านั้นที่ยืดเยื้อจนอายุเกือบ 30 ถึงโดนกดดันให้ดูตัวแต่งงาน ผลปรากฏโจวเฉิงพานพบกับเซี่ยเสี่ยวหลานระหว่างการพักงาน

            ก่อนรายงานตัวกลับทั้งสองคนเพิ่งตกลงคบหาดูใจกันอีกด้วยบุรุษผู้เพลิดเพลินในห้วงรักนั้นเต็มไปด้วยความสดชื่นเบิกบานคนนอกจึงรู้สึกว่านิสัยของโจวเฉิงโอนอ่อนขึ้นบ้างแล้ว

            พอคิดถึงเซี่ยเสี่ยวหลานโจวเฉิงก็มีความต้องการบางอย่างที่อยากจะกุมอกยกยิ้มอย่างโง่เง่าภรรยาของเขาดีไปเสียหมด ไม่ว่าตรงไหนเขาก็รู้สึกรักใคร่

            น่าเสียดายที่อายุของทั้งสองคนยังไม่ถึงเกณฑ์ ต้องรออีกสองปีถึงเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้

            ผ่านไปอีกไม่กี่เดือน เสี่ยวหลานก็จะได้มาเล่าเรียนที่ปักกิ่ง

            โจวเฉิงยิ้มแย้มกับต้นหลิวที่ใบร่วงหลุดเกลี้ยงต้นหนึ่งในสนามออกกำลังกายเหล่าฟางกระเย้อกระแหย่งผ่านมามัจจุราชโจวเฉิงคนนี้ซุกซ่อนเล่ห์กลร้ายกาจอะไรไว้กันแน่นะสู้กันอย่างเปิดเผยสักยกไม่ดีกว่าหรือ?

            แน่นอน ต่อให้สู้กันอย่างเปิดเผยเขาก็เอาชนะโจวเฉิงไม่ได้อยู่ดี

            -----------------------------------------

            ตอนบ้านหลิวเชือดหมูเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้กลับไป

            หลังจากช่วยหลิวหย่งดำเนินการเช่าบ้านเสร็จเซี่ยเสี่ยวหลานก็นำเงินออกเดินทางไปหยางเฉิง

            ครั้งนี้รวมเงินต้นทุนได้ 5000 หยวนหลังค้าขายเรียบร้อยเธอและหลี่เฟิ่งเหมยจะมีเงินสำหรับเปิดร้านมากขึ้นเนื่องจากมีสินค้าที่จะนำเข้าไม่น้อย เธอจึงพาหลิวเฟินไปด้วยเสียเลยหลิวเฟินไม่เคยเดินทางไกล จนถึงตอนนี้ไปสถานที่ที่ไกลที่สุดคือซางตู

            เมื่อมีความสัมพันธ์อันดีกับเฉินวั่งต๋า เวลาขอจดหมายแนะนำจึงสะดวกมากกรอกชื่อของหลิวเฟินลงไป เซี่ยเสี่ยวหลานก็สามารถซื้อตั๋วรถได้แล้ว

            ที่สถานีรถไฟผู้คนหนาแน่นทำให้หลิวเฟินประหม่าแต่พอเห็นคนจะเบียดเซี่ยเสี่ยวหลาน เธอกุลีกุจอปกป้องลูกสาว อีกทั้งแนบชิดข้างกายเซี่ยเสี่ยวหลานกลัวว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะโดนบีบ

            ตั๋วรถสองใบราคาห้าสิบกว่าหยวน ทั้งสองคนเดินทางไปยังหยางเฉิงหนึ่งรอบแค่ค่ารถก็ต้องจ่ายมากกว่าหนึ่งร้อยหยวนยังไม่นับบ้านพักในหยางเฉิงและค่ากินดื่มระหว่างเดินทางของสองคนหากเซี่ยเสี่ยวหลาน ‘เพิ่งฟื้น’ เหมือนกับครั้งนั้น ต่อให้เธออยากพาหลิวเฟินจากไปไกลแสนไกลแต่สองแม่ลูกไร้เงินทองไร้อำนาจจะหนีไปก็ไปได้ไม่ไกลนัก

            แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว หลิวเฟินอยากไปที่ไหนเซี่ยเสี่ยวหลานมีค่าเดินทางไปที่นั่น

            ในกระเป๋ามีเงิน พวกเธอสองคนอยู่สถานที่ใดก็สามารถดำรงชีวิตได้

            ทว่าห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอนย่อมต่ำต้อย [1] สำราญใจกับการหาเงินในถิ่นฐานของตนดีกว่า หลิวเฟินไม่ใช่คนที่มีนิสัยยินดีในการหาเรื่องใส่ตัวเธอพอใจในชีวิตตอนนี้เหลือเกิน

            “คราวนี้ฉันจะไปเยี่ยมพี่สาวคนหนึ่งครั้งแรกที่ไปหยางเฉิงเธอช่วยเหลือฉันไว้มาก”

            ไป๋เจินจูมีแผงผลไม้ พุทราของซางตูราคาไม่แพงเซี่ยเสี่ยวหลานครุ่นคิดดีแล้วว่าอีกฝ่ายรับประทานไม่หมดยังขายได้จึงนำพุทราแดงสองถุงติดไปด้วย อย่างไรเสียตอนขาไปสองแม่ลูกก็มือเปล่า พุทราแดงสองถุงไม่เป็นอุปสรรค

            พุทราแดงสดใหม่ราคาชั่งละ 0.15 หยวนเซี่ยเสี่ยวหลานบรรจุสองถุงขึ้นรถ ทั้งหมดเป็นจำนวน 100 ชั่ง

            จ่ายเงิน 15 หยวน หลิวเฟินก็ไม่ได้คัดค้านอะไร

            ขณะเงินทองขัดสนใครจะไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ทุกวันนี้วันหนึ่งหลิวเฟินไม่ได้ทำเงินเพียง 15 หยวนเท่านั้น ในเมื่อ ‘พี่ไป๋’ ตามคำกล่าวของเซี่ยเสี่ยวหลานเคยให้ความช่วยเหลือ การขอบคุณจึงเป็นเรื่องที่สมควรนั่งรถไฟสามสิบกว่าชั่วโมงถึงหยางเฉิง หลิวเฟินก็ได้เพิ่มพูนประสบการณ์เช่นกันแต่เธอพูดน้อยจนเคยชินแล้ว แบกพุทราหนึ่งถุงไว้ เซี่ยเสี่ยวหลานบอกไปไหนก็ไปนั่นไม่มีข้อโต้แย้งแม้แต่น้อย

            “เสี่ยวหลาน ลูกแบกไหวไหม? เอาถุงนั้นของลูกให้แม่แบกเถอะ”

            เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ฟัง “แบกได้ พวกเรานั่งรถไป”

            เดิมทีมีรถเข็นคันเล็ก ครั้งนี้เซี่ยเสี่ยวหลานจะนำเข้าสินค้าจำนวนมากรถเข็นไม่มีทางแก้ปัญหาได้ บางทีอาจต้องจัดการฝากขนส่งส่งกลับไปยังซางตู

            ในเมืองใหญ่อย่างหยางเฉิงนี้มีรถประจำทางนี่ก็เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่หลิวเฟินไม่เคยสัมผัสเช่นกัน

            เซี่ยเสี่ยวหลานถามคนสัญจรจนเข้าใจว่านั่งรถอย่างไร  สองแม่ลูกเปลี่ยนสายรถสองเที่ยวจึงถึงแผงผลไม้ของไป๋เจินจูอุณหภูมิของหยางเฉิงสูงกว่าซางตู ต้นฤดูหนาวอากาศไม่เย็นมากนัก เซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินแบกพุทราไปโน่นมานี่กว่าจะเจอบ้านไป๋ก็ร้อนจนเหงื่อซึมไปทั้งกาย

            แผงผลไม้ของไป๋เจินจูตั้งอยู่บริเวณทางแยก

            แสงอาทิตย์อบอุ่นของหยางเฉิงสาดส่องเสียทำให้คนอยากนอนหลับ แม้หยางเฉิงจะเหมาะกับการเพาะปลูกผลไม้แต่ถูกจำกัดด้วยฤดูกาลปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีเรือนกระจกเพาะปลูกผลไม้นอกฤดูกาลเยอะขนาดนั้นผลไม้ที่สามารถขายได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนจึงไม่มากมายนัก

            แอปเปิ้ล ส้ม และส้มโอ สามอย่างนี้ครอบครองพื้นที่หลักบนแผงผลไม้

            ยังมีสาลี่แห้งผากอีกจำนวนหนึ่งด้วย

            “ซื้อผลไม้หรือ?”

            เสียงของไป๋เจินจูแผ่วเบา พอเบิกตามอง พบว่าเป็นเซี่ยเสี่ยวหลาน

            “พี่ไป๋ ฉันมาหาพี่”

            ไป๋เจินจูเกิดอาการทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย

            เธอเที่ยวเล่นกับเด็กผู้ชายมาตั้งแต่วัยเยาว์วิชาที่สืบทอดมาจากครอบครัวทำให้เธอไร้เทียมทานในหมู่เด็กชายอายุใกล้เคียงกันเด็กสาวอรชรอ้อนแอ้นต้องคบค้าสมาคมอย่างไร ไป๋เจินจูไม่มีประสบการณ์เลยสักนิดเดียว

            และเซี่ยเสี่ยวหลานก็คือเด็กสาวอรชรอ้อนแอ้น

            ก่อนหน้านี้ไป๋เจินจูแค่บอกที่อยู่ไปตามเรื่องตามราวไม่คาดคิดว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะมาหาเธอจริง

            “สหายเสี่ยวหลาน!”

            เธอดูแห้งแล้งไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด เซี่ยเสี่ยวหลานจึงปล่อยให้เธอกระอักกระอ่วนไม่ได้เลยรีบแนะนำหลิวเฟินให้รู้จัก

            ไป๋เจินจูยิ่งประหม่ามากขึ้น พาผู้ใหญ่มาด้วยสินะ พุทราแดง 50 ชั่งต่อหนึ่งถุง เธอสามารถหิ้วสองถุงได้อย่างสบายๆ หญิงสาวช่างซื่อบื้อยิ่งนักดันถามออกไปว่าคราวนี้เซี่ยเสี่ยวหลานมาขายผลไม้ใช่หรือไม่

            “พุทราแดงของเธอนี่สดใหม่พอดี เสียดายที่แผงของฉันขายไม่ค่อยได้แต่เธอวางใจเถอะ ฉันจะช่วยเธอขายสินค้าออกแน่นอน”

     

     

    เชิงอรรถ

    [1]人离乡贱 ห่างไกลบ้านเกิดย่อมต่ำต้อย หมายถึง คนจากบ้านเกิดไปอยู่ในที่ที่ไม่มีคนรู้จักสนิทสนมไร้ซึ่งที่พึ่งพิง ถูกผู้อื่นละเลย

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730