อากาศในเมืองหลวงเริ่มอบอุ่นแล้วแต่อากาศทางชายแดนกลับยังคงหนาวเหน็บการบุกโจมตีครั้งสุดท้ายได้เริ่มขึ้น ซ่งเหวินจิ้งควบม้าควงดาบนำทัพเข้าฟาดฟันศัตรูอย่างไม่หวั่นเกรง่สองปีมานี้การศึกยืดเยื้อสิ้นเปลืองทั้งเสบียงและกำลังพลเป็อย่างมากหากายังยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้ล้วนไม่ส่งผลดีต่อขวัญและกำลังใจของคนในกองทัพคืนนี้เขาจึงวางแผนการใหญ่ใช้ตนเองเป็เหยื่อล่อเพื่อหวังให้ทัพของข้าศึกมาติดกับ
ยามนี้ทัพของข้าศึกน่าจะติดกับดักที่เขาวางเอาไว้แล้วทหารของข้าศึกที่มาโอบล้อมเขาและคนของเขาไว้ต่างก็มีสีหน้าฮึกเหิมและลำพองยามที่หม่าป๋อซางแม่ทัพใหญ่ของแคว้นต้าเป่ยขี่ม้าเดินหน้าเข้ามาหาเขาสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ
“ผู้ใดฆ่าแม่ทัพใหญ่แคว้นเหลียนได้ข้าจะตกรางวัลให้เป็อย่างงาม”คำพูดของหม่าป๋อซางทำให้คนของเขาต่างพากันโห่ร้องออกมาอย่างคึกคะนองทุกสายตาต่างจ้องมองมาที่ซ่งเหวินจิ้งเขาแค่เพียงยิ้มออกมายามนี้หม่าป๋อซางยินยอมออกมาเผชิญหน้ากับเขาแล้วย่อมหมายความว่าการศึกในครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว
“ปัง!”เสียงพลุไฟส่งสัญญาณในมือของซ่งเหวินจิ้งถูกส่งออกไปส่วนตัวเขานั้นดีดตัวออกจากหลังม้าทะยานร่างไปยังทิศที่ม้าของหม่าป๋อซางกำลังยืนอยู่ความปราดเปรียวและความว่องไวของเขาทำให้คนที่ใช้ตนเองเป็เกราะกำบังให้หม่าป๋อซางไม่อาจจะโจมตีเขาได้เมื่อเห็นว่าคนของตนร่วงหล่นลงไปจากหลังม้าราวกับใบไม้ที่ปลิดปลิวหม่าป๋อซางก็ยกลำทวนของตนเองขึ้นตั้งใจว่าจะเด็ดหัวของซ่งเหวินจิ้งให้ได้ในการสะบัดทวนเพียงครั้งเดียว
“ควับ!”เสียงการฟาดฟันของทวนที่ทั้งหนักและรุนแรงเฉียดศีรษะของซ่งเหวินจิ้งไปเพียงเฉียดฉิวเขาพลิกลำตัวหลบอย่างว่องไวแล้วใช้ดาบใหญ่ที่ถือมาฟันเข้าไปที่ท่อนแขนที่ถือทวนด้ามนั้นแล้วใช้ความว่องไวตวัดดาบอีกครั้งตัดศีรษะของหม่าป๋อซางได้ในทันทีทันทีที่ตัดศีรษะของศัตรูได้เขาก็คว้าศีรษะของทัพของข้าศึกแล้ว๙ขึ้นเหนือศีรษะในทันที
“แม่ทัพของพวกเ้าแพ้แล้วพวกเ้าเองก็เช่นกันหากไม่อยากตายก็จงทิ้งดาบเสียแล้วคนของข้าจะยินยอมไว้ชีวิต”แม้ว่าเขาจะพูดเช่นนั้นแต่จะมีผู้ใดกล้าเชื่อคำพูดของเขากันเล่าแม่ทัพตายขวัญและกำลังใจย่อมท้อถอยเหล่าทหารของแคว้นต้าเป่ยก็ต่างพากันแยกย้ายหลบหนีอย่างไม่เป็กระบวนแต่กองกำลังที่โอบล้อมเข้ามากลับไม่คิดจะปล่อยให้ถอยหนีเสียงต่อสู้เสียงกรีดร้องและกลิ่นอายของความตายตลบอบอวลไปทั่วซ่งเหวินจิ้งจ้องมองคนของเขาที่ยามนี้กำลังต่อสู้อย่างได้เปรียบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจเสียงลูกธนูที่พุ่งเข้ามาทำให้เขาต้องรีบขยับตัวหลบปลายศรอย่างเฉียดฉิวแต่กลับหลบคมดาบที่ฟาดฟันเข้ามาไม่พ้น..
“เ้าฆ่าพ่อของข้า ข้าก็จะข้าเ้า”หม่าเหลียงซานบุตรชายคนเล็กของหม่าป๋อซางะโออกมาพลางฟาดฟันดาบเข้ามาที่ร่างของซ่งเหวินจิ้งอีกครั้งแต่คราวนี้เขากลับหลบได้แล้วใช้ดาบของตนเองแทงทะลุร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาอันเยือกเย็นเด็กหนุ่มอายุน่าจะไม่เกินสิบห้าปีจ้องมองเขาภายใต้คมดาบด้วยสายตาอันแค้นเคืองแต่ซ่งเหวินจิ้งกลับจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็า
“หากข้าไม่ข้าพ่อของเ้าคนที่ต้องตายก็คงจะเป็ข้า เ้าเองก็เช่นกันเดิมทีข้าคิดจะปล่อยเ้าไปแต่ในเมื่อเ้ารนหาที่ก็จงตายภายใต้คมดาบของข้าเถอะ”เมื่อเอ่ยจบเขาก็ดึงดาบของตนเองออกมาแล้วมองเด็กหนุ่มตรงหน้าสิ้นใจล้มลงไปบนพื้น
“ท่านแม่ทัพท่านได้รับาเ็นี่”เสียงของจ้าวหานทำให้ซ่งเหวินจิ้งก้มลงมามองที่ตนเอง คมดาบที่ฟาดฟันเขามาทำให้ต้นแขนของเขาได้รับาแฉกรรจ์หากเมื่อครู่นี้เขาช้าไปอีกนิดส่วนที่ถูกฟันก็คงจะเป็คอของเขาแทน
“เก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วประกาศชัยชนะของพวกเราออกไป”เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทุกทิศ ลูกน้องใต้อาณัติของเขาต่างก็โห่ร้องด้วยความยินดีชัยชนะที่ได้มาในครั้งนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าแม่ทัพของพวกเขาต้องเอาชีวิตของตนเองเข้ามาเสี่ยงโดยใช้ตนเองเป็เหยื่อล่อหากพลาดพลั้งไปคนที่ตายก็คือท่านแม่ทัพผู้นี้และบรรดาคนสนิทของเขายามนี้กองทัพได้รับชัยชนะแล้วและแม่ทัพของพวกเขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่ข่าวดีเช่นนี้พวกเขาจะไม่รู้สึกยินดีได้อย่างไร
หลังได้รับชัยชนะกองกำลังแดนใต้ของซ่งเหวินจิ้งก็ยังคงต้องตรึงกำลังรักษาความสงบอยู่ที่นี่คนที่ได้รับาเ็หากสามารถเดินทางกลับบ้านได้เขาก็จะส่งตัวกลับส่วนคนที่ล้มตายก็จัดการส่งค่าตอบแทนและค่าทำขวัญกลับไปให้ครอบครัวของพวกเขาอย่างสมน้ำสมเนื้อส่วนซ่งเหวินจิ้งที่ได้รับาเ็ก็ยังคงรักษาร่างกายอยู่ในกระโจมที่พักยามนี้เมื่อเว้นว่างจากการทำศึกแล้วเื่แรกที่เขาคิดถึงก็คือเื่ของที่บ้าน
“ฮูหยินไม่ได้ส่งข่าวคราวอะไรมาถึงข้าบ้างเลยหรือ” คำถามของเขาทำให้จ้าวหานนิ่งเงียบไป
“ไม่มีขอรับมีเพียงจดหมายสอบถามด้วยความเป็ห่วงจากฮูหยินผู้เฒ่าคุณหนูและสุ่ยอี๋เหนียงเพียงเท่านั้น” คำพูดของจ้าวหานทำให้ซ่งเหวินจิ้งขมวดคิ้ว
“แล้วเื่ที่บอกว่านางมีชายอื่นนั่นมันเื่อะไรกันมีพยานหลักฐานแล้วหรือจึงได้เชื่อกันว่านางมีชายอื่น”
“เื่นี้ข้าก็ไม่รู้ขอรับรอท่านแม่ทัพกลับจวนไปก็น่าจะรู้เื่เอง”เมื่อจ้าวหานเอ่ยเช่นนี้ซ่งเหวินจิ้งก็ส่ายหน้า
“ข้าจะกลับไปได้อย่างไรในเมื่อที่นี่ยังยุ่งเหยิงเช่นนี้” เขาเอ่ยพลางทอดถอนใจออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ก่อนจะนำทัพออกรบเขากับมารดาขัดแย้งกันด้วยเื่ของโม่ชิงเยว่นางเป็บุตรสาวของอดีตผู้บัญชาการของเขาความเอาแต่ใจตนเองของนางย่อมจะมีมากสักหน่อยอีกทั้งยังมีเื่ที่เขาแต่งสุ่ยอี้โหรวเข้าจวนไปพร้อมกันกับนางอีกเื่นี้นางไปถือโทษโกรธเคืองเขาก็นับว่าดีมากแล้วการที่นางยังคงไม่ตอบโต้การกระทำของมารดาของเขาก็นับว่านางใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุดแล้วเช่นกัน
ส่วนสุ่ยอี้โหรวนั้นเขาไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดนางจึงอยากจะแต่งเข้าจวนเขาให้ได้นางเคยเป็สหายในวัยเด็กของเขาก็จริงแต่ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นแต่ไม่รู้ว่านางไปพูดกับที่บ้านของเขาเช่นไรจึงทำให้มารดาของเขาแต่งนางเข้าจวนมาในฐานะอนุของเขาคุณหนูใหญ่สกุลสุ่ยจะมาเป็อนุได้อย่างไรแถมมารดาของเขายังจงใจแต่งนางเข้าจวนมาวันเดียวกับที่เขาแต่งภรรยาเอกอีกเื่นี้หากถึงพระเนตรพระกรรของฝ่าาจะไม่เท่ากับว่าจวนโหวของเขาจงใจดูิ่ราชโองการหรือเขาต้องวิ่งวุ่นเข้าวังไปถวายรายงานอธิบายเกี่ยวกับเื่นี้กับฝ่าาไม่ได้หลับไม่ได้นอนเกือบทั้งคืนพอกลับจวนมาก็พบว่าทั้งมารดาและน้องสาวกำลังจะลงไม้ลงมือกับโม่ชิงเยว่แล้ว
นางเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพโม่เหิงหากนางลงมือตอบโต้ขึ้นมาแม้แต่บุรุษภายในจวนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางด้วยกังวลว่ามารดาจะถูกทำร้ายเขาจึงรีบเข้าไปห้ามเอาไว้คิดไม่ถึงว่ามารดาของเขาจะเข้าใจว่าเขาไม่โปรดปรานนางทำให้นางกลายเป็ที่รังเกียจของทุกคนภายในจวน เขาเคยพยายามจะแก้ไขความเข้าใจผิดนี้แต่รู้สึกว่ายิ่งทำก็ยิ่งแย่ส่วนโม่ชิงเยว่นั้นนางก็ทำตัวไม่เหมือนกับโม่ชิงเยว่ที่เขาเคยรู้จักเก่งงานบ้านงานเรือน พยายามเอาอกเอาใจแม่สามี พยายามเอาอกเอาใจเขาเื่วรยุทธ์นางไม่เคยสนใจเลยสักนิด.... ไม่สนใจกับผีนะสิแม้แต่เขาก็ยังเคยพ่ายแพ้ให้นาง แล้วนางจะไม่สนใจเื่วรยุทธ์ได้อย่างไร
ยามนี้ที่บ้านส่งข่าวมาบอกเขาว่านางมีสัมพันธ์ลับกับบุรุษอื่นเขาก็ยังสงสัยว่าบุรุษที่ไหนจะไปต้องตานางเข้าเท่าที่เขารู้นอกจากชุ่ยเหมยผู้งดงามแล้วนางก็ไม่เคยข้องแวะกับผู้ใดแม้แต่เขาผู้เป็สามีนางยังเฉยชาต่อเขาเลยและดูเหมือนว่านางจะจำเขาไม่ได้ด้วยว่าเขาเคยอยู่ที่จวนของนางมาก่อนแค่เห็นนางมีชุ่ยเหมยอยู่เคียงข้างเขาก็รู้สึกอึดอัดใจและคับข้องใจมากแล้วหากนางมีบุรุษอื่นจริงเขาคงไม่ต้องถือดาบไปสู้กับนางหรือ..เพียงแต่ตอนนี้เขาคงต้องสะสางเื่ทางนี้ก่อนเมื่อกลับบ้านไปแล้วค่อยสะสางเื่ยุ่งเหยิงที่บ้านอีกที.. แต่ตอนนี้หลายสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ช่างทำให้เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยหัวใจเหลือเกิน