บทที่ 4 พบเจอคราแรก
ฝูเซ่าไม่ชื่นชอบที่จะเดินทางไปยังหมู่บ้านเขตทุรกันดานอีกเหมือนเดิม ถ้าไม่ใช่เพราะเ้านายของเขาดื้อรั้นที่จะมาจนเขาห้ามเท่าไรก็ไม่ฟังแล้วล่ะก็....เขาก็ไม่มีทางที่จะเดินทางมาที่นี่ด้วยความพิศวาสเป็แน่ ยิ่งสาวงามชาวบ้านผู้นั้นด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีค่ามากพอให้เขาต้องสนใจเลย
คุณหนูมากมายที่มองคุณชายของเขา ทั้งมีชาติตระกูลที่ดี และมีความสามารถมากกว่า หากถามหาคนที่เหมาะสมแล้วล่ะก็....เห็นทีว่านางสาวชาวบ้านที่เย่อหยิ่งคนนี้จะเป็ตัวเลือกสุดท้ายเลยก็เป็ได้
“คุณชาย ข้าคิดว่าสถานการณ์ที่นี่มันแปลกๆไปนิดหน่อยนะขอรับ”
ฝูเซ่าเป็คนฉลาดมาก สมแล้วที่เป็ผู้ติดตามชิงหมินมาั้แ่อายุยังน้อย เขาได้รับการฝึกฝนจากเหล่าข้ารับใช้ที่าุโกว่ามาอย่างต่อเนื่อง กว่าจะเป็ผู้ดูแลชิงหมินโดยลำพังได้ ก็กินเวลาไปนานโข
บรรยากาศที่นี่ หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่รู้หรอกว่ามีความเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่ถ้ามองให้ละเอียดแล้วก็จะพบว่าบางอย่างผิดแปลกไปจากทุกครั้งจริงๆ อย่างน้อยๆ...จำนวนสาวๆที่ตื่นเต้นกับเสียงควบม้าของชิงหมินก็มีจำนวนลดลงแล้ว
ในขณะที่ฝูเซ่าไม่ได้รู้เื่การมาถึงของพระเอกคนเก่ง ชิงหมินกลับทำเพียงส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ใส่ใจเท่านั้น ตอนนี้หน้าที่ของเขามีแค่การก่อกวนและไล่ตามพระเอก หากคำนวณเวลาให้ดีๆ ระยะเวลาที่พวกเขาจะต้องใช้ในหมู่บ้านนี้ก็แค่ปีกว่าเท่านั้น ในขณะที่บทบาทของเขาจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีบางครั้งที่นางเอกมาขอความช่วยเหลือ กระนั้นก็ยังเป็แค่บาง่บางตอนเท่านั้น
ที่เขาต้องทำมีแค่อดทนให้ผ่านไป 1 ปีก็เพียงพอแล้ว...
“ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ใส่ใจเื่ไม่เป็เื่เลย”
“แต่ว่า.....ก็นั่นสินะขอรับ” ฝูเซ่าอยากจะทักท้วงบางอย่าง แต่เมื่อคิดดูดีๆแล้ว พวกเขาจำเป็ต้องสนใจท่าทางของชาวบ้านเหล่านี้ด้วยหรือ?
สองนายบ่าวค่อยๆควบคุมม้าให้เดินไปอย่างแ่เบา หวังว่าจะไม่รบกวนชาวบ้านมากเกินไป กระทั่งไปถึงบ้านของตระกูลอู่ ที่บัดนี้มีซือซือกำลังนั่งหั่นหัวมันเพื่อที่จะนำไปตากแห้งแล้วบดเก็บเอาไว้กินยามหน้าหนาว
มือของนางเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำจากดินและยางของหัวมันดิบ หากเป็คนที่รักอู่ซือจริงๆแล้ว เห็นภาพนี้ก็คงจะปวดใจไม่น้อยเลย
นักแสดงมืออาชีพเช่นชิงหมินะโลงจากหลังม้า ปล่อยให้ฝูเซ่าต้องจับเชือกจูงม้าไปผูกไว้กับต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล กันไม่ให้มันแตกตื่นแล้ววิ่งหนีไปได้
เขามองเ้านายที่กระวนกระวายใจยามเห็นคนงามต้องทำงานหนัก รูปร่างสูงโปร่งของเขา เทียบกันแล้วยังดูเหมือนกับว่าจะเคลื่อนไหวได้ลำบากยิ่งกว่าสตรีผู้นั้นเสียอีก ฝูเซ่าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณชายต้องเป็กังวลขนาดนั้นด้วย
“ซือซือ เ้ากำลังยุ่งกับงานอยู่หรือ? ให้ข้า....”
“หากท่านมาพบพ่อแม่ของข้าก็ไปหาพวกเขาด้านหลังนู้น สำหรับตรงนี้....ช่วยอยู่ให้ไกลจากด้ามพร้าของข้าด้วย”
“ซือซือ ข้ามาเพราะเป็ห่วงเ้า” ชิงหมินรีบพูดประโยคที่ชวนให้ขนลุกออกไป หญิงสาวที่กำลังรำคาญใจเงยหน้าขึ้นมอง นางและเขาสบตากันเกือบสิบวินาทีเห็นจะได้ ก่อนที่สาวเ้าจะแค่นหัวเราะออกมา
“น่ารำคาญ”
มือเล็กๆของอู่ซือโบกไปมา นาง้าไล่ให้ชายหนุ่มที่กำลังเกะกะการงานของตนเองออกไปให้ไกล แม้ว่าชิงหมินจะแสดงท่าทางเหมือนไม่้าจะจากไปทั้งอย่างนั้น แต่ลึกๆแล้วเขาก็โล่งใจไม่น้อยเลยที่ไม่ต้องลงมือช่วยสาวงามจริงๆจังๆ หาไม่แล้ว...กลับไปจวนครานี้ เขาอาจจะต้องหายาแก้ปวดมาทาอีกแล้ว
“คุณชายหลี่....ท่านมาแล้วหรือเ้าคะ”
อู่เอ้อได้ยินเสียงของทั้งสองจากในบ้านก็ปรากฏตัวออกมา นางเองก็มีสภาพไม่ต่างกับน้องสาวมากนัก เก็บตัวทำงานอยู่ในบ้าน บดมันที่ตากแห้งเอาไว้สองวันก่อน จนเนื้อตัวเต็มไปด้วยผงสีขาวฝุ่น ดูแล้วการหายใจคงจะลำบากไม่น้อยเป็แน่
“พี่สาวของซือซือ”
คำเรียกทักทายที่ค่อนข้างเหินห่าง แต่ให้ความสำคัญกับซือซือมากที่สุดถูกเรียกออกมาใช้ หญิงสาวข้างในได้แต่ถอนหายใจออกมา นางเสียดายที่สตรีผู้นั้นไม่ใช่ตนเอง หาไม่แล้ว...ตอนนี้นางคงจะรีบแต่งออกไปให้กับเขา เข้าไปอยู่จวนสกุลหลี่ที่ร่ำรวย ไม่ต้องมาลำบากถูกพ่อแม่และพี่น้องกดขี่เช่นทุกวันนี้อีก
สาวเ้าถอนหายใจออกมา นางกวักมือเรียกให้ว่าที่น้องเขยเข้าไปนั่งพักในบ้าน ่เวลาต้อนรับคุณชายสกุลใหญ่นี้ ถือเป็่เวลาที่นางจะแอบอู้โดยไม่มีความผิด ดังนั้นทันทีที่ได้ยินเสียงของเขา หัวใจของนางก็จะกระเด้งกระดอนออกมาให้ได้ยิน
“คุณชายเดินทางมาเหนื่อยๆ เช่นนั้นพักผ่อนด้านในก่อนเถอะเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไร ข้าก็แค่....”
ชิงหมินเหลือบมองสาวในดวงใจอีกครั้ง แต่ก็พบว่านางไม่ได้มองเขาอีกแล้ว เสียงสับหัวมันทำให้เขาสะดุ้ง ราวกับว่าซือซือจงใจที่จะทำมันอย่างไรอย่างนั้นเลย
“นางก็เป็ของนางเช่นนี้ วันนี้ทำงานหนักทั้งวัน อาหารดีๆก็ยังไม่ได้กิน ไม่แปลกที่จะหงุดหงิดเ้าค่ะ”
“อาหารดีๆก็ยังไม่ได้กินหรือ? เหตุใดจึงเป็เช่นนั้นได้ ไม่ได้การล่ะ....ฝูเซ่า! เ้าไปในเมือง ไม่สิ! หาซื้อไข่ ไก่ และเนื้อสัตว์ในหมู่บ้านนี้มาให้หมด ข้า้านำมาให้ซือซือกินเป็อาหาร”
“ขอรับคุณชาย” แม้ว่าฝูเซ่าจะไม่ชอบใจ แต่ต่อหน้าคนอื่น เขาก็ไม่ปฏิเสธให้เ้านายต้องเสียหน้า
“ท่าน....้าซื้อเนื้อหรือ?” แน่นอนว่าเื่อื่นๆที่ชิงหมินทำ ไม่อาจจะเรียกความสนใจของซือซือได้เลย แต่เมื่อเป็เื่ที่จะเป็ประโยชน์ต่อ “พ่อพระเอก” คนนั้น ต่อให้ต้องขอร้องคนที่นางเกลียดเข้าไส้ นางก็ยังทำมันได้อยู่ดี
“เอ่อ ข้าเพียงแค่อยากให้พวกเ้าได้กินอะไรบ้าง แต่ถ้าเ้าไม่้า...” ชิงหมินแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจ
เขาไม่้าให้นางเอกเกลียดตนเองไปมากกว่านี้ ตามประสาบุรุษที่คลั่งรัก แม้ว่าจะเป็เพียงการแสดง แต่มันก็แเีจนไม่มีผู้ใดมองออก
“ข้ามีคนขายเนื้อที่จะแนะนำให้ เขามีเนื้อหมูป่าและกวางป่าเกือบทั้งตัว ท่านจะให้ราคาอย่างยุติธรรมหรือไม่” อู่ซือเอ่ยถาม นางวางมือจากหัวมันแล้วตรงมาหาเขา ถามอย่างเอาเื่ไม่น้อย
ฝูเซ่าขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ สตรีนางนี้จะใจกล้าเกินไปแล้ว สามารถเสนอขายเนื้อให้กับบุรุษที่้าจ่ายเงินเพื่อให้นางด้วยท่าทีเช่นนั้นได้อย่างไร ทำเหมือนกับว่าคุณชายของเขาเป็ลูกไล่ของตนเองเลยไม่ใช่หรือ?
“ต้องให้ราคาดีอย่างแน่นอน เ้าสมควรได้บำรุงด้วยเนื้อกวางและหมูป่า” ชิงหมินคลี่ยิ้มสดใสออกมา เขาดีใจนักหนาที่ผู้หญิงตรงหน้ายอมมาพูดคุยกับเขาเสียที
“ดี อย่างนั้นก็ตามมา”
“ซือซือ เ้า....อย่าบอกนะว่าจะไปบ้านของบุรุษผู้นั้นอีกแล้ว”
“เอ้อเจี่ย ข้าหวังว่าพี่จะรู้ว่าควรพูดเช่นไรกับบิดามารดา”
“นี่เ้า....” อู่เอ้อเองก็ไม่สามารถโต้แย้งใดๆได้ จุดประสงค์ของนางมีแค่การพูดกระตุ้นคุณชายท่านนี้ให้จ่ายเงินซื้ออาหารมาให้ แล้วมันก็สำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ? ต่อให้เป็เนื้อจากผู้ใดก็ช่าง นางไม่ควรจะใส่ใจ ตอนนี้ท้องของนางควรจะถูกเติมเต็มเสียก่อน
นางมองตามหลังของน้องสาวและคุณชายหลี่จากไป พยายามคิดหาคำพูดให้บิดามารดาเข้าใจไปเองว่าเป็เหตุบังเอิญ และที่สำคัญ....เป็ครอบครัวพวกนางต่างหากที่จะได้กินเนื้อ
ทางหลี่ชิงหมินและซือซือ เมื่อสาวงามเป็คนนำทางให้ด้วยตนเองเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะแสดงออกว่ามีความสุขมากที่สุด แม้ว่าซือซือจะแสดงออกว่ารำคาญเขาเหมือนเดิมก็ตาม กระนั้น...การที่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเช่นนี้ ก็เป็เื่ที่หาได้ยากแล้ว
“ด้านหน้านี่แหละ เขาเป็สมาชิกใหม่ของหมู่บ้าน แต่ฝีมือในการหาเนื้อดีเยี่ยมมาก ท่านลองไปดูเถอะว่า้าเนื้อแบบไหนบ้าง”
ซือซือชี้นิ้วไปข้างหน้า หญิงงามมีความฉลาดมาก ้าช่วยเหลือคน แต่ไม่อยากให้เขารู้ว่านี่เป็ความช่วยเหลือด้วยการใช้ประโยชน์จากความรู้สึกของผู้อื่น
หากพระเอกรู้ว่านางทำเช่นนี้ ใช้ความรักที่ผู้อื่นมีต่อนางเพื่อทำประโยชน์ให้เขา คนบ้าศักดิ์ศรีอย่างเขาจะมีความสุขหรือ?
ฉากนี้เป็ฉากที่หลี่ชิงหมินจะได้พบกับพระเอกตามลำพัง เขายังไม่สงสัยด้วยซ้ำว่านี่เป็แผนการของนางเอกที่้าจะช่วยบุรุษที่นางพอใจ แต่มันก็จะกลายเป็ต้นเหตุของกลิ่นดราม่าในอนาคตด้วยเช่นกัน เมื่อชิงหมินรู้ความจริงว่าเขาถูกหลอก เขาก็ใช้เื่นี้เพื่อกดข่มพระเอกให้รู้สึกแย่
ถ้าไม่ใช่เพราะบทบาทของเขาที่แสดงต่อนางเอกเป็ภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างดี แล้วตอนจบก็ยังกลายเป็เพื่อนที่สนับสนุนกันข้างหลัง เขาก็ถือว่าเป็ตัวร้ายของเื่ดีๆคนหนึ่งนี่แหละ!
“ได้ เช่นนั้นเ้ารอข้าได้เลย” ชิงหมินยิ้มร่า ไม่ได้รู้เื่รู้ราวอะไร ฝูเซ่าวิ่งตามเ้านายที่แสดงออกเหมือนกับคนโง่และไม่ยอมสงสัยอะไรเลยด้วยความหงุดหงิด
เขาติดตามคุณชายน้อยมานานหลายปี เื่เล็กๆน้อยๆเช่นนี้จะไม่ถูกสงสัยได้หรือ? แต่พอเป็เื่ของสตรีผู้นี้ คุณชายของเขาก็ยอมปิดหูปิดตาไปหนึ่งข้างทุกครั้งไป ยังพยายามบอกตัวเองให้มีความสุขอยู่ได้อีก!
“คุณชาย...”
“เ้าเข้าไปเรียกเ้าของบ้านออกมาเถอะ เนื้อที่ตากอยู่มีคุณภาพดีไม่น้อยเลย” ชิงหมินเปลี่ยนท่าทางของเขาเป็สุขุม ถึงเขาจะมองไม่เห็นว่ามีิญญามากน้อยแค่ไหนอยู่รอบๆตัว แต่ความเย็นะเืที่บอกไม่ถูกนี้เข้มข้นมากขึ้นในกระท่อมหลังเล็กๆนี้แหละ
ความแตกต่างจากเดิมที่ฝูเซ่าพูดถึง นอกจากท่าทางของชาวบ้านแล้ว ก็กลิ่นอายความตายและพลังหยินที่มากมายเหลือเกินนี้เอง ผู้ปลุกพลังได้แล้วจะััมันได้ไม่ยากนัก ถึงจะไม่เข้าใจว่าคืออะไร แต่ก็ยังทำให้ขนหัวลุกอยู่ดี
ชิงหมินรู้ว่าพระเอกของเื่ตรวจสอบเจอเขาั้แ่แรกแล้ว และคงจะรู้ว่าเขามาที่นี่ทำไม เื่ราวดราม่าของนางเอกและเขาก็แค่เป็เื่ของการที่นางเอกกลัวว่าเขาจะเข้าใจตนเองผิดไปก็เท่านั้น นางไม่ได้รู้ว่าเขารู้เื่ทั้งหมดั้แ่แรก ราวกับมีกล้องวงจรปิดของยุคสมัยใหม่ติดตามอยู่ก่อนแล้ว
“คุณชาย ข้าคิดว่ากระท่อมนี้....”
“อย่าสงสัยให้มากเื่ พวกเรารีบซื้อแล้วก็ไปหาซือซือกันได้แล้ว ข้าไม่้าให้ซือซือต้องทนหิวนานไปกว่านี้”
“โถ่ คุณชาย...”
ฝูเซ่าอยากจะร้องไห้กับความรักครั้งนี้ของคุณชายเหลือเกิน เขาไม่มีทางเลือกนอกจะส่งเสียงเรียกคนด้านใน แม้จะใช้เวลาเกือบครึ่งนาที แต่ในที่สุด...เ้าของกระท่อมที่ปิดหน้าปิดตาด้วยผ้าสีน้ำตาลก็ปรากฏตัวขึ้น
“พวกเ้าเป็ใคร แล้วมาที่บ้านของข้าด้วยเหตุอันใด”
น้ำเสียงทรงพลังแต่แหบพร่า ให้ความรู้สึกว่าคนที่ป่วยอยู่ยังไม่หายดีมากพอ ถึงอย่างนั้น...ออร่าความกดดันที่อยู่รอบๆก็เพียงพอที่จะทำให้คนอ่อนแอหมดสติได้แล้ว
ฝูเซ่ารับรู้ถึงความน่ากลัวนี้ เขาออกมาบดบังร่างของเ้านายทันที หวังว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น ตนเองจะเป็คนแรกที่รองรับการต่อสู้นี้ไว้ แม้ว่าชิงหมินจะแตะเขาเพื่อให้ไม่บดบังวิสัยทัศน์ของตนเอง แต่ฝูเซ่ามีหรือจะยอม
……………………………….