“ข้างนอกนี้ชักจะร้อนยังไงก็ไม่รู้นะคะ”พันไมล์ทำเนียนเปลี่ยนเื่ ไม่รู้ทำไมเธอรู้สึกว่าคำว่า “ดุ”ของเขาอาจมีนัยบางอย่างแฝง และมันอาจไม่ใช่แบบเดียวกับที่เธอเข้าใจ...
ดุมันหมายถึงเื่บนเตียงก็ได้เหมือนกันซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะร้ายกาจขนาดนั้นเลยหรือไม่ เพราะในชาติก่อนเขาก็ไม่ใช่คนที่ใครจะไปแหย่เล่นได้จริง ๆ นั่นแหละ
“เหรอ ร้อนเหรอ”สีครามมองเธอเหมือนรู้ทัน มุมปากของเขากดลึกมากขึ้น พันไมล์หลบสายตาไปวูบหนึ่งขนาดตายมาหนึ่งชาติ เธอก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนคนนี้จริง ๆ
“ค่ะ เรากลับเข้าไปข้างในกันดีกว่าค่ะ"พันไมล์ทำเหมือนจะเดินกลับไปยังคฤหาสน์ ติดตรงสีครามมือไวเขาคว้าแขนเธอไว้และรั้งให้หันกลับมาหาเขาอย่างรวดเร็วตัวของพันไมล์เกือบจะปะทะกับเรือนร่างใหญ่โตกว่า แม้ว่าเธอจะเก็บอาการแก้มเธอก็เหมือนจะสูบฉีดเืมากขึ้น “มีอะไรเหรอ คะ"
เธอถามเขาพร้อมกับพยายามจะดึงมือออกอย่างเนียน ๆโดยหารู้ไม่ว่ามันไม่เนียนเอาซะเลย มือสีครามแข็งแรงราวกับคีมเหล็กยิ่งเธอขยับเขาก็ยิ่งยึดไว้แน่น แม้จะไม่ถึงกับทำให้เธอเจ็บก็ตาม
“ยังไม่อยากเข้าไปพี่มีเื่จะพูดด้วย”
“ค่ะ ก็ได้ งั้นก็ปล่อยไมล์ก่อนสิคะ"พันไมล์มองข้อมือสองข้างของเธอที่อยู่ในการจับกุมของเขาสายตาของสีครามที่ใช้มองเธอกลับนิ่งขึ้น เขายังคงจับค้างไว้ ไม่ยอมปล่อยพันไมล์จึงเอ่ย “พี่ครามคะ ได้ยินที่ไมล์พูดไหม"
“ได้ยินแต่จับไว้แบบนี้แหละ เธอจะได้ไม่ต้องหนีตอนพี่กำลังพูด ไม่อยากไล่ตามจับเด็ก”
“ไมล์ไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”เธอเถียง สีครามไม่ตอบ หากเธออ่านสายตาเขาออกอย่างไรเขาก็มองเธอเป็เด็กน้อยอยู่ดี ใบหน้าสวยจัดจึงหงิกงอเล็กน้อย“ถ้าคิดว่าพันไมล์เป็เด็ก จะอยากแต่งงานกับเด็กทำไมคะ”
สีครามหัวเราะเสียงต่ำในลำคอเขาดึงร่างเธอไปใกล้จนน่าใจหาย "ก็ชอบเด็กไง"
"พี่ครามโรคจิต" พันไมล์ว่าเขาด้วยความลืมตัว แล้วเธอก็รีบเม้มปากด้วยความในี่เป็อีกครั้งแล้วที่เธอเผลอแสดงความเป็คนชอบถูกเถียงออกมาเรียกได้ว่าในชาติก่อน จะแม่หรือใครมาพูดอะไร หากเธอไม่คิดจะฟัง เธอก็จะต่อต้านไม่งั้นเธอคงไม่ลงเอยด้วยการแต่งงานกับคณินได้หรอก
“อะไรนะ”สีครามถามเธอทั้งที่รู้อยู่แล้ว
“เปล่าค่ะ”
“เมื่อกี้เรียกว่าอะไรอีกทีซิ หืม” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนจมูกเกือบจะโดนแก้มเธออยู่แล้วพันไมล์จึงต้องรีบยอมรับผิดก่อนจะถูกเขาฉวยโอกาส
"ขอโทษคะมันหลุดปากเฉย ๆ "
"อืม อย่าหลุดปากบ่อยนักละกันไม่งั้นจะทำโทษ" สีครามพูดออกมานิ่ง ๆ เขาคลายมือที่จับข้อมือเธอไว้ออกซึ่งพันไมล์ก็ไม่ได้รีบหนีไปชาตินี้เธอต้องแต่งกับเขา เขาเป็คนอย่างไรเธอต้องเรียนรู้ไว้
“ทำโทษยังไงคะพี่ครามเป็คนใช้ความรุนแรงเหรอ” สีครามได้ยินคำถามก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนเขาคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงได้ตอบ
“ทั้งใช่ และไม่ใช่”
“หมายความว่ายังไง"พันไมล์หน้าซีด นี่เขาคงไม่ใช่พวกทำร้ายร่างกายผู้หญิงใช่ไหม ก็เขาเป็มาเฟียเธอไม่อยากหนีเสือมาปะจระเข้นะ “พี่คง...ไม่ตีผู้หญิงหรอกมั้งคะ"
“ตีสิ”สีครามน่าจะกำลังกลืนน้ำลายลงคอ เธอเห็นลูกกระเดือกเขาขยับ “กลัวไหมล่ะ"
“กลัวสิคะถ้าพี่มีรสนิยมแบบนั้น ไมล์คงไม่แต่ง” เธอออกตัวก่อนเลย สีครามยิ้มเล็กน้อยเขาพับแขนเสื้อที่ข้อมือขึ้นมาจนถึงข้อศอกด้วยท่าทางสบาย ๆ
“เข้ามาใกล้ ๆ สิ”จู่ ๆ สีครามก็พูดแบบนั้น
“อะไรของพี่อีกล่ะคะ"
“เข้ามา มีอะไรจะบอกไม่มีตอนนี้หรอก สถานที่มันไม่เหมาะ"พันไมล์ขมวดคิ้วที่สีครามไม่เห็นละอายเื่ที่เขาใช้กำลังกับผู้หญิงเลยเธอถึงกับเครียดเลยทีเดียว
“พี่คราม” พันไมล์เสียงแข็งเขาเลยขยับเข้ามาใกล้เธอแทน เด็กสาวยังไม่ทันหลบหลีกเขาก็โน้มหน้าลงมาพูดข้างหูเธอ
“พี่ไม่ได้ตีด้วยมือ...พี่ตีด้วยอย่างอื่น”