ริวหยุดนิ่งไปชั่วขณะแล้วมองหน้าคิมจากนั้นน้ำตาของริวที่เขาพยายามกลั้นเอาไว้ก็ค่อยๆไหลออกมาเล็กน้อยคิมเห็นเช่นนั้นจึงยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้กับริวริววางสำลีแล้วเปลี่ยนมาจับมือของคิมไว้แน่น แทนคำว่าขอบคุณ
ตัดภาพมาที่พี่รินที่ขณะนี้อยู่กับคุณหนูนิดาทั้งสองกำลังเลือกซื้อของไปเยี่ยมคิมที่โรงพยาบาล
นิดา: พี่รินคะพี่คิดว่าใครคะที่จ้างคนพวกนั้นมาทำร้ายริว
ริน: พี่ก็ไม่รู้หรอกนะตอนนี้พวกพี่ก็พยายามระวังตัวกัน ไม่รู้ว่าพวกนั้น้าอะไรกันแน่แต่ตอนนี้ตำรวจก็จับพวกมันได้บางส่วนแล้วพี่ก็สบายใจขึ้น
นิดา: แล้วคนที่มาช่วยพี่ริวไว้เขาเป็ใครหรอคะ
ริน:เป็เพื่อนสนิทสมัยมัธยมต้นของริวเขาน่ะ ชื่อคิม่นั้นตาริวกำลังจะสอบเข้ามัธยมปลายพอดีคิมเป็เด็กเรียนเก่งก็เลยช่วยติวให้จนริวเนี่ยสอบติดเห็นว่าสองคนนั้นตั้งใจจะไปสอบเข้าที่เดียวกันด้วยนะ แต่ยายของคิมเสียซะก่อนคิมเลยไม่ได้เรียนต่อ
นิดา: น่าเสียดายจังนะคะ
ริน: ใช่ พี่ก็คิดว่างั้นแหล่ะตอนนั้นพี่ก็ไม่รู้จักกับคิมด้วย เพราะริวเรียนมอต้นนอกเมือง เลยต้องเช่าหออยู่ไม่ได้มาอยู่ที่บ้านกับพี่แล้วก็ป้าได้กลับมาอยู่บ้านก็ตอนกลับเข้ามาเรียนมอปลายในเมืองนี้แหล่ะถ้ารู้ว่าเขาเป็คนดีแบบนี้นะ พี่คงได้ช่วยให้เขาได้เรียนด้วยกันนั้นแหล่ะ
จังหวะนั้นจินที่มาเดินซื้อของเหมือนกันก็เดินมาเจอกันพี่รินและนิดา
ริน: อ้าวจิน มาซื้อของเหมือนกันหรอ
จิน: ครับ สวัสดีครับพี่ริน คุณหนู
ริน: จ้าๆนิ่พอดีเลยพี่กำลังซื้อของไปโรงพยาบาล จินก็ไปซื้อของด้วยกันสิ
จิน: ได้ครับผม
จินตอบตกลงทันทีนิดามองไปที่จินด้วยท่าทางเขิลอาย ขณะที่เลือกซื้อของทั้งจินและนิดาก็ได้คุยกันถึงอดีตที่ผ่านมา
จิน: ไม่ได้เจอกันนานเลยเน้าะ
นิดา: ใช่ๆ ั้แ่เมื่อไหร่น้า
จิน: 12 ขวบ
นิดาและจินหัวเราะพร้อมกัน
นิดา: นึกถึงตอนเด็กๆเน้าะ สมัยก่อนเล่นด้วยกันทั้งวันเลย
จินพยักหน้า
นิดา: จินวันนั้นที่งานขอบคุณมากเลยนะที่ช่วยนิเอาไว้
จิน: ไม่เป็ไรก็เราได้คุยกันที่งานนิดหน่อยเองนิ่ ไม่ช่วยแล้วใครจะอยู่คุยกับจินตอนนี้ล่ะ(จินตอบแบบยิ้มๆ)
นิดาหัวเราะ
นิดา: จริงด้วยแล้วหลายปีที่ผ่านมานี้เป็ไงบ้าง มีแฟนรึยังเอ่ย หล่อแบบจินนี้สาวตรึมแน่เลย
จินส่ายหน้า
จิน: ไม่อ่ะ ั้แ่นิย้ายไปก็ไม่มีสาวที่ไหนสนใจจินเล้ย
นิดา: โถ่ น่าสงสาร
จิน: แล้วนิล่ะ มีหนุ่มมาจีบบ้างป่าว
นิดา: นิก็เหมือนจินนั้นแหล่ะ
ทั้งสองหัวเราะและพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสาคนไม่ได้เจอกันนานเมื่อซื้อของเสร็จทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
จิน: ไปก่อนนะครับพี่รินไว้เจอกันใหม่นะนิ
นิดา: จ้า บ้ายบาย
ทั้งสองกล่าวลาและแยกย้ายกันนิดาและรินไปเยี่ยมคิมที่โรงพยาบาลพร้อมกันรวมถึงป้าอั๋นที่หลังทำงานเสร็จก็ไปเยี่ยมคิมด้วย
ริน: เป็ไงบ้างคิม
คิม: สวัสดีครับพี่ริน ป้าอั๋น คุณหนูผมดีขึ้นแล้วครับ
ริน: พวกพี่ต้องขอโทษคิมด้วยนะที่เกิดเื่แบบนี้จนคิมต้องเจ็บตัว
นิดา: ขอบคุณมากๆนะคะพี่คิม
คิม: ไม่เป็ไรหรอกครับมันเป็หน้าที่ของยามแบบผมอยู่แล้ว แค่ทุกคนปลอดภัยผมก็ใจดีมากแล้วครับ
รินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็โผลเข้ากอดคิมทันที
ริน: โถ่ คิมลู๊กก ทำไมน่ารักแบบนี้นะ
คิมทำหน้าใมากทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งตัวเกรง ทุกคนในห้องต่างพากันยิ้มและหัวเราะรวมถึงริวที่ยืนอยู่ข้างๆด้วย
ริว: นิ่พี่ พอแล้วเดียวแผลคิมก็ฉีกหรอก
รินได้ยินเช่นนั้นจึงปล่อยแขนออกจากคิม
ป้าอั๋น: งั้นพวกป้าไปก่อนนะคิมก็พักผ่อนเยอะๆนะลูก นิ่ตาริว ดูแลเพื่อนดีๆล่ะ
ป้าอั๋นกำชับริว
คิม: ขอบคุณครับ (คิมตอบแบบยิ้มๆ)
ริว: ครับป้า
ริวรับคำสั่งของป้าอั๋น
หลายวันผ่านไปคิมหายเป็ปกติและเดินทางออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับมาทำงานต่อ
ริวซึ่งวันนี้จะลงมากินข้าวกับคิมตามปกติขณะที่กำลังเดินลงบันไดมาเขาก็เห็นคิมกำลังช่วยคนชราเดินข้ามถนนอยู่เมื่อเห็นว่าคนชราปลอดภัย คิมก็กลับมาเฝ้าป้อมยามเช่นเดิมเพราะความน่ารักของคิมจึงทำให้ริวอดยิ้มไม่ได้
คิม: อ้าว เที่ยงแล้วหรอว้ะป้ะไปกินข้าวกัน
ขณะที่ทั้งสองนั่งกินข้าวกันอยู่
ริว: เออมึง อาทิตย์หน้ามึงไม่ต้องมาทำงานแล้วนะ
คิมที่ขณะนั้นกำลังตักข้าวเข้าปากก็นิ่งไปช้อนในมือของคิมแทบจะหลุดออกจากมือ
คิม: ทะ... ทำไมหรอว้ะกูทำงานไม่ดีหรอ มึงถึงจะไล่กูออก
ริว: ไม่ใช่! คืองี้นะกูกับป้าแล้วก็พี่รินปรึกษากันว่าจะให้มึงย้ายจากตำแหน่งยามมาเป็บอดี้การ์ดประจำตัวกูกูเลยว่าจะมาถามมึงว่าอยากจะมาไหม เพิ่มเงินเดือนด้วยน้าเห็นว่ามึงอยากเรียนด้วยนิ่พี่กูก็เลยคิดว่าจะให้มึงไปเรียนเป็คลอสวันเสาร์อาทิตย์น่ะกูก็จะไปเรียนเป็เพื่อนมึงด้วย
คิม: เห้ยจริงดิ่มึงเชี้ยริวกูโครตดีใจเลยว่ะ โห่วกราบขอบคุณมากๆเลยนะมึง ขอบคุณพี่มึงด้วยขอบคุณป้ามึงด้วย กูนิ้โครตรักมึงเลยเพื่อน
คิมดีใจมากถึงขนาดะโโผลเข้าไปกอดริว ริวก็หัวเราะ
ริว: เออ ไม่เป็ไร
คิม: ว่าแต่มึงเรียนจบแล้วมึงจะไปเรียนอีกทำไมว้ะ
ริว: เรียนจบแล้วก็เรียนอีกได้เว้ยการศึกษาไม่มีวันสิ้นสุด มึงเคยได้ยินป่าว
คิม: โห้ย.. โครตเก่งเลยมึง ดีเลยต่อไปนี้นะ ถ้าไอ่ชั่วน่าไหนมามีเื่กับมึง กูจะเตะแม่งให้กระเด็นไปเลยมึงเชื่อใจกูได้
ริว: ฮ่าๆๆๆๆ เออ กูจะคอยดูแล้วกันแต่อย่าปล่อยให้ตัวเองโดนลูกะุอีกล่ะ (ริวตอบแบบขำๆในความเล่นใหญ่ของคิม)
ริว: ว่าแต่ มึงจะไปเก็บของที่หอตอนไหนว้ะเดี๋ยวกูจะไปช่วย
คิม: เก็บของ? เก็บของอะไรว้ะ
คิมถามด้วยความสงสัย
ริว: อ้าวก็ถ้ามึงจะมาเป็บอดี้การ์ดประจำตัวกูเนี่ย มึงก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านกูจะได้คอยอารักขากูตลอด24ชั่วโมงไง
คิมอึ้งไปสักพักในใจรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่กับริว
คิม: จะดีหรอวะ กูเกรงใจมึงอ่ะ
ริว: เกรงใจอะไรมึง มึงไปทำงานนะเว้ยไม่ได้ไปอยู่บ้านกูฟรีๆ
เมื่อได้ยินดังนั้นคิมก็ยิ้มแบบเขิลๆ
คิม: งั้นตอนไหนก็ได้ที่มึงสะดวกแล้วกัน
ริว: เอาเป็เย็นนี้เลยนะ
คิม: เย็นนี้ อะไรจะเร็วปานนั้น
คิมหัวเราะ
คิม: ได้ๆมึง เดี๋ยวกูจะไปเก็บของเย็นนี้เลย
หลังจากเลิกงานเย็นวันนั้นทั้งสองก็ไปที่หอคิมเพื่อไปเก็บของและย้ายออก พอเก็บของขึ้นรถริวเสร็จริวก็ขับรถพาคิมมาที่คฤหาสน์ของตนคิมรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากที่จะได้อยู่บ้านหลังใหม่
เมื่อมาถึงบ้านพี่รินและป้าอั๋นก็ออกมาต้อนรับคิมอย่างดี คิมกล่าวขอบคุณทั้งสองริวพาคิมไปดูห้องนอนที่จัดเอาไว้ให้คิม มันใหญ่และหรูมาก บนเตียงนอนมีกองเสื้อผ้าชุดใหม่หลายตัวและรองเท้าใหม่เอี่ยมหลายคู่ ทั้งรองเท้าหนัง รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ และของใช้ใหม่อื่นๆครบ
คิม: ชุดพวกนี้ ของใครหรอครับ
คิมถามด้วยความสงสัย
ป้าอั๋น: ของคิมนั้นแหล่ะลูก
คิมยืนอึ้งเพราะเขาไม่เคยมีเสื้อผ้ากับรองเท้าใหม่ที่เยอะขนาดนี้มาก่อน
คิม: มะ.. หมดนี้เลยหรอครับ
ป้าอั๋น: ใช่จ่ะ ทั้งหมดนี้เลยริวเขาซื้อมาให้ บอกว่าอยากให้คิมมีชุดกับรองเท้าดีๆใส่
คิมก้มลงไปนั่งคุกเข่าและกำลังจะก้มกราบพี่รินและป้าอั๋น แต่ทั้งสองใจึงรีบเข้าไปห้าม
ป้าอั๋น: คิม ทำอะไรน่ะลูก
คิม: ขอบพระคุณมากๆเลยนะครับทุกคนดีกับผมมากจริงๆ ผมไม่รู้ว่าชาตินี้จะตอบแทนพระคุณยังไงขอบคุณที่เมตตาผมนะครับ
ป้าอั๋น: ไม่เป็ไรหรอกคิมแค่คิมเสี่ยงชีวิตช่วยริวไว้ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ลุกขึ้นเถอะนะ
พี่รินและป้าอั๋นเอนดูในตัวคิมมาก ทั้งสองรู้สึกดีใจที่คิมย้ายเข้ามาอยู่ด้วยต
ในคืนแรกที่คิมได้นอนบนเตียงที่แสนจะนุ่มและอบอุ่นเขาแทบนอนไม่หลับทั้งคืนคิมไม่คิดไม่ฝันว่าตนเองจะมีบุญวาสนาได้มาอยู่ในที่ๆดีขนาดนี้ถ้าไม่มีริวในใจของคิมรู้สึกขอบคุณริวเป็อย่างมากเขาสัญญากับตัวเองั้แ่วันนั้นว่าจะดูแลและปกป้องครอบครัวของริวด้วยชีวิต
ั้แ่ย่างเก้าเข้ามาอยู่ในบ้านของริวคิมกลับรู้สึกอบอุ่นแปลกๆในชีวิตอย่างบอกไม่ถูกคิมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนั้นได้กลับไปอยู่กับยายเหมือนเมื่อสมัยก่อน
ริวเข้ามาหาคิมกลางดึกเพื่อมาเช็คดูว่าเพื่อนหลับสบายดีไหมแต่เห็นเพื่อนยังไม่นอนเลยเข้าไปคุย ริวค่อยๆนั่งลงบนเตียงข้างๆคิม ทั้งสองคุยกัน
ริว: เป็ไงบ้างมึง ห้องนี้โอเคไหม
คิม: พูดเป็เล่นนี้มันยิ่งกว่าคำว่าโอเคอีก กูไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะเว้ยห้องนอนบ้านมึงสวยมากเลยว่ะ กว้างโครตๆ แถมมีแอร์ ห้องน้ำแล้วก็ทีวีในตัวด้วยห้องนอนห้องเดียว ใหญ่กว่าบ้านกูอีก
ริว: หรอ ห้องนี้เคยเป็ห้องแม่กูน่ะก็เลยใหญ่หน่อย
คิม: โห้ว..แล้วมึงให้กูนอนห้องแม่มึงเลยเนี่ยนะ วีไอพีโครตๆเลยว่ะจริงๆกูนอนห้องคนงานก็ได้นะ มึงให้กูนอนห้องดีขนาดนี้ กูเกรงใจว่ะ
ริว: ไม่เป็ไรมึงห้องนี้ไม่มีใครอยู่มานานแล้ว ปล่อยไว้ก็เปื้อนฝุ่นปล่าวๆ ให้มึงมาอยู่อ่ะ ดีแล้ว
คิม:แล้ว..มึงไม่คิดจะมานอนห้องนี้บ้างเลยหรอว้ะ
ริว: ไม่อ่ะเว้นแต่ว่าเวลาที่กูคิดถึงแม่ กูถึงจะมานอนนี้
คิม:งั้นถ้ามึงคิดถึงแม่เมื่อไหร่ก็เข้ามานอนห้องนี้นะ ถ้ารำคาญกูเดี๋ยวกูย้ายไปนอนที่อื่นก็ได้
ริว: โอ้ย.. ไม่หรอกกูไม่ได้เข้ามานานแล้ว อีกอย่าง มีมึงอยู่ในห้องแบบนี้ก็ดี กูจะได้ไม่เหงา ดีกว่าปล่อยห้องทิ้งไว้เปล่าๆพอรู้ว่าในห้องแม่ไม่มีใครอยู่แล้ว ใจมันก็หวิ๋วๆอ่ะ
คิม: ได้ๆ งั้นกูจะอยู่ห้องนี้ให้มึงเองนะ
ริวสังเกตไปที่คอของคิมที่มีสร้อยห้อยอยู่เขาก็จำสร้อยเส้นนั้นได้ ว่าเป็สร้อยที่เขาเคยให้คิมก่อนเข้าห้องสอบสมัยมัธยมต้นเพื่อเป็เครื่องลาง
ริว: เห้ย.. สร้อยเส้นนี้กูจำได้กูเคยให้มึงตอนมอต้นก่อนเข้าห้องสอบอ่ะ มึงยังเก็บไว้อยู่หรอ
คิม: เออว่ะกูก็เก็บไว้กับตัวตลอดนั้นแหล่ะ เอาไว้ดูต่างหน้า เวลาที่คิดถึงมึงไง
คิมยิ้มแบบเขิลๆ
ริว: งั้นมึงดูนี้นะ
ริวหยิบกระเป๋าเงินของตัวเองออกมาแล้วหยิบตุ้มหูข้างหนึ่งที่ริวเก็บไว้ ออกมาโชว์ให้คิมดู
คิม: นั้นมันตุ้มหูกูนิ่
เมื่อคิมเห็นตุ้มหูเขาก็หัวเราะออกมาด้วยความดีใจ เพราะก่อนสอบคิมก็ให้ตุ้มหูข้างหนึ่งไว้กับริวเพื่อเป็เครื่องลางเหมือนกัน
คิม:มึงก็เก็บตุ้มหูกูไว้เหมือนกันหรอว้ะ
ริว: เออ... ฮ่าๆๆคิดถึงสมัยก่อนเน๊าะ
คิม: ใช่ๆ
คิมยิ้มและมองดูตุ้มหูอยู่สักพักเขาก็มองไปรอบๆห้อง แล้วมองไปที่ริว
คิม: ขอบคุณมากนะมึง ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่มึงช่วยกู แล้วก็ขอบคุณเื่เสื้อกับรองใหม่ด้วย กูรู้สึกเหมือนตอนที่อยู่กับยายเลยว่ะ
คิมพูดพร้อมกับรอยยิ้มแล้วยื่นมือไปแตะที่ไหล่ริวเบาๆริวก็ยิ้มตอบคิมแล้วพยักหน้าเบาๆเขารู้สึกดีใจที่คิมรู้สึกดีเมื่อมาอยู่บ้านของตน
คิม: เออมึงตอนมึงทำงานกูก็ว่างไม่มีอะไรทำใช่ไหม
ริว: ก็ใช่นะมึงจะได้ป้องกันกูก็ตอนอยู่บ้านกับตอนไปออกงานเลี้ยงอะไรพวกนี้อ่ะ
คิม: งั้น ตอนมึงทำงานถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไร กูก็ไม่มีอะไรทำ งั้นกูขอไปเฝ้ายามเหมือนเดิมนะจะได้เฝ้าแล้วก็คอยเป็หูเป็ตาให้มึงหน้าบริษัทด้วย
ริว: ได้มึง ถ้ามึงไหวอยากทำกูก็ไม่ว่าอะไร
คิม: แค่นี้ จิ้บๆ
ริว: เค งั้นเดี๋ยวกูไปนอนแล้วนะไม่กวนล้ะ ฝันดีมึง
คิม: เออ ฝันดี
คิมรู้สึกแปลกๆเล็กน้อยเพราะไม่เคยมีใครบอกเขาว่าฝันดีก่อนนอน