เสียงก้าวเท้ากระทบหินเก่าในทางเดินแคบของหอคอยเงียบกริบ ไรเดนเดินตามหลังเซราฟิน่าไปเงียบ ๆ
ท่ามกลางแสงอรุณที่ส่องผ่านกระจกสีโบราณของหอคอย
แต่ละก้าวที่เขาเดินผ่าน…รู้สึกแปลกไป
คล้ายมีบางอย่างในอากาศ “สะท้อนกลับ” มาถึงเขา
เสียงฝีเท้าของเซราฟิน่าในเบื้องหน้า…กลับได้ยิน ชัดเกินจริง
แม้เสียงฝนที่เริ่มตกเบา ๆ ภายนอก…ก็ราวกับไหลผ่านหูเขารอบด้าน ไม่ใช่แค่ได้ยิน แต่มองเห็นเส้นเสียงรอบตัวในแสงเรืองจาง ๆ
ไรเดนชะงักเล็กน้อย พลันััได้ว่า ลูเมเนลล์ ที่ข้อมือเริ่มอุ่นขึ้น
อักขระสีเงินบางเส้นลุกวาบวูบหนึ่งเหมือนมีสิ่งมากระทบภายในตัวเขาเอง
“...นี่มันอะไร…” เขาคิดในใจ
ลมหายใจเริ่มติดขัด ราวกับหัวใจรับรู้ถึงแรงบางอย่างนอกเหนือการควบคุม
ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยก่อนกลับสู่ปกติ…
เขาขยับมือขวาช้า ๆ ัักับกำแพงหินข้างทาง แล้ว…รู้สึกได้ถึง พลังสะท้อนกลับจากผนัง
ไม่ใช่เวทมนตร์ธรรมดา แต่มันคือการ “รับรู้” คลื่นพลังงานจาง ๆ เหมือนผิวผนังมีเสียงที่เขา อ่านได้
ข้างหน้า เซราฟิน่าหยุดเดิน
เธอหันมาเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำเงินครามสบกับเขา
“นายรู้สึกแล้วสินะ” น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบแต่ไม่หยิ่งยโส
ไรเดนขมวดคิ้ว ยังไม่เข้าใจ
“เธอหมายถึงแอสตราลเกียร์เหรอ?”
เซราฟิน่าหันกลับ ไม่ตอบอะไรตรง ๆ
“อย่าใ ถ้ามันจะเริ่มแสดงออกโดยที่นายไม่ได้เรียกหา” เธอพูดทิ้งท้าย
แสงบางจากลูเมเนลล์ยังคงเต้นไปตามชีพจรของเขา
ไรเดนกำมือแน่น ก่อนจะถอนหายใจ แล้วก้าวต่อไป
เขาไม่รู้ว่ามันคือพลังแบบไหน
แต่รู้แน่…ว่าเขากำลังจะพบกับคำตอบในไม่ช้า
ประตูไม้เก่าแก่ที่สลักลวดลายลึกลับเบิกออกอย่างเชื่องช้า เสียงครืนเบา ๆ ของบานพับสะท้อนอยู่ในโถงแคบไร้หน้าต่าง
ไรเดนก้าวเข้าไปในห้องเวทย์ลับเป็คนแรก จังหวะนั้นเอง —
ตึง
ฝ่าเท้าเขาเหยียบลงบนวงเวทโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้พรมสีหม่น มันเปล่งแสงเรืองจาง ๆ ออกมาเพียงแวบเดียว
ก่อนจะหายวับไปเหมือนไม่เคยมีอยู่
“เฮ้…” เขาพึมพำ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ
บรรยากาศในห้องเงียบงัน แต่ไรเดนกลับรู้สึกเหมือนเสียงบางอย่างกำลังกระซิบ —
เสียงสั่นของเส้นพลังเวท
เบา ลึก และกึกก้องอยู่ในอกของเขาเอง
เขายืนนิ่ง ราวกับััได้ถึง “โครงสร้าง” ของเวทมนตร์ในห้อง
แต่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกทั่วไป มันเหมือนกับว่า —
เขาได้ยินเวทมนตร์
เส้นสายพลังเวทที่หล่อหลอมห้องนี้ดูจะขยับไหวเพียงแค่เขาเพ่งสมาธิ ภาพบางอย่างแล่นผ่านหัวสมอง — ไม่ชัดเจน
แต่เหมือนเข้าใจมันในระดับที่ไม่ควรจะเข้าใจได้ง่าย ๆ
เวทในห้องนี้สร้างขึ้นเพื่อกลบซ่อนบางสิ่ง
และ มันกำลังยอมให้เขามองเห็น
“ไรเดน?” เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ประตู
เขาสะดุ้งน้อย ๆ หันกลับไปเห็น ไอลาธีน ก้าวเข้ามา เธอสวมเสื้อคลุมสีน้ำหมึกที่ขลิบทอง เส้นผมสีแดงรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย
ดวงตาในกรอบแว่นสีน้ำตาลเรียวคมทอดมองเขาด้วยแววพินิจ
“คุณ…รู้สึกถึงมัน?” เธอถามเสียงต่ำ มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย
ไรเดนเม้มปากขึ้น พลางพยักหน้าอย่างระวัง
“ตอนผมเหยียบเข้ามา…มันเหมือนอะไรบางอย่างในห้องนี้ตื่นขึ้นมา”
“มันพูดกับผม…ไม่ใช่เสียงจริง ๆ แต่ผมรู้ว่ามันพยายามสื่ออะไรบางอย่าง”
ไอลาธีนก้าวเข้ามาใกล้ วางมือลงบนหนึ่งในโต๊ะหินเวทมนตร์กลางห้อง
วงเวทใต้โต๊ะเปล่งแสงเบา ๆ ขึ้นตามจังหวะฝ่ามือของเธอ ก่อนจะสงบลง
เธอพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะหันมามองเขาตรง ๆ
“Inæther — อินเอเธอร์”
เธอพูดชื่อพลังของเขาโดยไม่ลังเล “— มันเริ่มเผยตัวแล้วสินะ”
ไรเดนเบิกตา “คุณรู้?”
“รู้ั้แ่เห็นคุณครั้งแรก..แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนัก” ไอลาธีนยิ้มมุมปาก “พลังนี้จะเผยตัวก็ต่อเมื่อถึง ‘เวลา’ ที่มันเลือกเอง…คุณควรบันทึกทุกสิ่งที่คุณรู้สึกในวันนี้ไว้ แม้แต่เื่ที่คุณคิดว่าไร้สาระ เพราะไม่มีอะไรไร้ความหมายในสายตา Inæther”