ปีค.ศ.2011 รัฐบาลยังไม่เข้มงวดเื่การจำหน่ายซิมโทรศัพท์ เพียงจ่ายเงินไม่กี่สิบหยวนก็สามารถเปิดหน้าโรงเรียนได้แล้วสถานีรถไฟเป็สถานที่ที่มีคนหลั่งไหลมาซื้อซิมเถื่อนซิมที่ไม่รู้ว่าใช้บัตรประจำตัวประชาชนของใครทำ มีราคา 30 หยวน โทรได้ 50 หยวน ราคา50 หยวน โทรได้ 100 หยวน เป็ต้น ราคาถูกมากทำให้มีคนมาซื้อมากมาย
เมื่อคืนฉีเล่ออันคิดอยู่นานถ้าเขาบอกเว่ยฉางเฟิงตรงๆ ว่าเื่ขุนพลมีปัญหา เขาต้องสงสัยแน่เพื่อให้ตนไม่ถูกสงสัยว่ารู้ความลับเื้ัได้อย่างไร และไม่ต้องพูดถึงเื่ทำให้คนเชื่อข่าว
ฉีเล่ออันไม่สะดวกออกหน้าเขาตัดสินใจใช้วิธีที่ค่อนข้างเสี่ยง
เขาซื้อซิมเถื่อนราคา50 หยวน และเติมเงินเข้าไปอีก 50 หยวน หลังจากกลับถึงหอพักแล้วฉีเล่ออันนำซิมอันนี้เปลี่ยนกับซิมในโทรศัพท์ตน ส่ง sms ข้อความหนึ่ง
บริษัทที่จัดทำเื่ขุนพลคือบริษัทม่านลู่ ฮ่องกงกรุป เป็บริษัทเคมีภัณฑ์บริษัทหนึ่ง ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านบันเทิงถ้าจำไม่ผิด ในภาพยนตร์เื่นี้มีคนชื่อ ‘หลี่หาวเซิง’ หลี่หาวเซิงเป็นักกฎหมายของม่านลู่กรุปแต่ถ้าหาข้อมูลแบบเจาะลึกก็รู้ได้ไม่ยาก เขาคนนี้เป็พี่น้องกับรองหัวหน้าแก๊งหงปังแห่งฮ่องกง
สิ่งที่ทำให้รู้เื่นี้ก็อยู่บนร่างกายของหลี่หาวเซิง
สาเหตุที่ฉีเล่ออันรู้เื่นี้เพราะว่าปีนั้นเขาได้ยินคนอื่นพูดนิดหน่อยตอนคุยกันคิดไม่ถึงว่าวันนี้เวลานี้จะได้ใช้ข้อมูลนี้
เขาส่งsms เข้าหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวของเว่ยฉางเฟิง หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวของดารานักแสดงโดยปกติไม่ค่อยมีใครรู้ เว่ยฉางเฟิงจะต้องให้ความสำคัญกับข้อความนี้
เมื่อคืนเขาเมาไม่รู้ว่าวันนี้ตื่นขึ้นมาจะปวดหัวหรือไม่?
มือถือส่งเสียงดังติ๊ดๆฉีเล่ออันเปิดข้อความดู เป็ข้อความตอบกลับของเว่ยฉางเฟิง ข้อความมีเพียงคำว่าคุณเป็ใคร?
ฉีเล่ออันหัวเราะเขาปิดโทรศัพท์ จากนั้นเอาซิมการ์ดของตัวเองเปลี่ยนกลับ นำซิมเถื่อนใบนี้เก็บไว้คู่ต่างหูของเว่ยฉางเฟิงในลิ้นชัก
ยังเหลือเวลาพักอีกครึ่งวันฉีเล่ออันเตรียมออกไปยืมหนังสือที่ห้องสมุด่บ่าย การอ่านหนังสือเป็สิ่งที่เขาทำเป็ประจำทุกวันมีเพียงการเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเองไม่ขาดจึงจะสามารถประสบความสำเร็จได้ ฉีเล่ออันไปห้องสมุดหลังจากกินอาหารกลางวันที่โรงอาหารเรียบร้อยแล้วแต่สิ่งที่เขาไม่คิดก็คือ วันนี้ห้องสมุดมีคนแน่นมาก
หูปิงที่โด่งดังั้แ่อายุยังน้อยมาเป็พรีเซนเตอร์ของห้องสมุดเขาเรียกทุกคนให้อ่านหนังสือเยอะๆ
ประตูที่มองเห็นคนจำนวนมากแต่ไกลฉีเล่ออันจึงเข้าห้องสมุดทางประตูข้าง เขาใช้บัตรประชาชนทำเป็บัตรห้องสมุด และเติมเงินประกันเข้าไป100 หยวน จากนั้นไปเลือกรายการหนังสือที่ตัวเองชอบ
ห้องสมุดเมืองไห่เฉิงก่อตั้งมานานแล้วมีทั้งหมด 4 ชั้น ชั้นที่ 1 เป็โถงต้อนรับ ชั้นที่ 2เป็หนังสือเฉพาะทางทุกประเภท ชั้นที่ 3 ค่อนข้างซับซ้อน เป็หนังสือไลฟ์สไตล์กับนวนิยายชั้นที่ 4 เป็ที่เก็บรักษาหนังสือโบราณ ต้องใช้วิธีพิเศษในการเข้าออก
ก่อนมาฉีเล่ออันค้นหารายการหนังสือ นอกจากหนังสือเฉพาะทางแล้ว เขายังเตรียมยืมนิยายสองเื่ซึ่งยังไม่โด่งดังในเวลานี้ แต่หลังจากนี้ไม่กี่ปีมันจะเป็ทรัพย์สินทางปัญญาที่ทำเงินมาก
เขาเพิ่งมาถึงชั้นที่3 หาตำแหน่งตามรหัสหนังสือ เดินมาถึงมุมในสุดเตรียมหาหนังสือ แต่เขาหันหน้าไปก็เห็นหูปิงนั่งพิงกระจกกั้นบานใหญ่
หูปิงถือการ์ตูนเล่มหนึ่งกำลังอ่านอย่างเพลิดเพลิน คล้ายกับรู้ตัวว่ามีคนเดินมา เขาเงยหน้ามองจากนั้นแสดงสีหน้าประหลาดใจระคนยินดี เขาพูดว่า "เสี่ยวอัน?"
ห้องสมุดเป็สถานที่เงียบสงบหูปิงก็ลดเสียงพูดลง ฉีเล่ออันคิดไม่ถึงว่าหูปิงไม่ได้อยู่ในห้องพักแต่หลบอ่านการ์ตูนอยู่ที่นี่ เขาทักอย่างยินดีว่า "พี่!"
หูปิงดูนาฬิกาเขาเอาการ์ตูนไปเก็บบนชั้นหนังสือ ฉีเล่ออันถือโอกาสหยิบหนังสือที่ตน้ายืมหูปิงวางมือบนบ่าของฉีเล่ออัน "ไป ออกไปคุยกันข้างนอก"
ออกจากห้องสมุดแล้วหูปิงเห็นฉีเล่ออัน หัวเราะว่า "คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอกันที่นี่!่นี้นายเป็ยังไงบ้าง?"
ฉีเล่ออันหัวเราะตอบว่า "ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่มีอะไร"
หูปิงมีแฟนคลับมากเขามักต้องเดินทางไปยังที่ต่างๆ เขาเห็นนิยายในมือของฉีเล่ออันก็หัวเราะ"คิดไม่ถึงว่านายยังอ่านนิยายแบบนี้"
ฉีเล่ออันไม่ได้อธิบายอะไรหูปิงพาฉีเล่ออันกลับเข้าไปในห้องพักที่ทางห้องสมุดเตรียมไว้ให้เพิ่งจะก้าวเท้าเข้าห้องพักก็เห็นผู้ช่วยหลี่ถลาเข้ามาถามว่า "หูปิง!นายหายไปไหนมา!"
หูปิงรีบผลักฉีเล่ออันไปข้างหน้าแล้วพูดว่า"ผมเจอน้องชายที่จากกันไปนาน!"
เมื่อเห็นฉีเล่ออันผู้ช่วยเหอนิ่งไป จากนั้นเขามีสีหน้าอบอุ่นไม่น้อย เขาพูดว่า "ถ้านายจะไปหาเสี่ยวอันก็บอกก่อนต่อไปอย่าหายตัวไปแบบนี้อีก"
หูปิงบีบไหล่ฉีเล่ออันบอกให้เขาเงียบไว้ก่อน จากนั้นหัวเราะร่าหยอกล้อกับผู้ช่วยเหอผู้ช่วยเหอย้ำอีกครั้งให้เขารีบไปเตรียมตัว นี่เป็การถ่ายครั้งสุดท้าย
หลังจากผู้ช่วยเหอออกไปแล้วหูปิงผ่อนลมหายใจออกพูดว่า "โชคดีที่เจอนาย! ไม่งั้นเขาต้องบ่นพี่ทั้งวัน!"
ฉีเล่ออันเห็นท่าทางหวาดกลัวของหูปิงก็หัวเราะออกมา
หูปิงนั่งคิดอะไรบนเก้าอี้อยู่นานฉีเล่ออันสำรวจห้องพักไม่ใหญ่นี้ ห้องพักเดิมทีน่าจะเป็ห้องวีไอพีของห้องสมุดตอนนี้จัดเป็ห้องพักให้หูปิง หน้าโซฟานุ่มคือโต๊ะรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายังมีเสื้อผ้าวางอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม
หูปิงคิดเสร็จแล้วพูดโพล่งว่า "เสี่ยวอัน หลังจากทางนี้ถ่ายโฆษณาเสร็จ พี่ยังต้องไปงานมีทแอนด์กรี๊ดนายจะไปด้วยกันไหม?"
ฉีเล่ออันไม่เคยคิดเลยว่าหูปิงจะชวนไปงานแบบนี้เขาพูดอย่างใว่า "ผมไม่ได้เตรียมตัว..."
หูปิงโบกมือพูดกลั้วหัวเราะว่า "ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร ใช้เวลาแค่ยี่สิบนาทีเร็วมาก"
สิ่งที่ฉีเล่ออัน้าตอนนี้คือโอกาสออกงานยิ่งมากก็ยิ่งดีเขาตอบหูปิงโดยไม่ต้องคิดเลยว่า "ขอบคุณพี่ปิง!"
หูปิงบอกไม่เป็ไรช่างแต่งหน้าเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา เตรียมแต่งหน้าให้หูปิงไปถ่ายโฆษณา
"เสี่ยวอันนายรออยู่นี่แป๊บหนึ่งพี่เสร็จทางนี้แล้วไปด้วยกัน" หูปิงกำชับฉีเล่ออันขณะแต่งหน้า
ฉีเล่ออันพยักหน้าตอบ
ผู้ช่วยเหอถือสคริปต์ชุดสุดท้ายเข้ามาเขาพูดกับหูปิงว่า "เดี๋ยวอ่านอีกครั้ง จำคำพูดที่ต้องพูดให้ได้"
หูปิงตอบรับจากนั้นพูดว่า "รู้แล้ว คืนนี้ผมกับเสี่ยวอันไปงานมีทแอนด์กรี๊ดด้วยกัน!"
ผู้ช่วยเหอขมวดคิ้วแต่ไม่ได้พูดอะไร
แม้นับว่าเป็การส่งหูปิงแต่ผู้ช่วยเหอไม่ได้ตามไปด้วย ฉีเล่ออันรู้สึกว่าเขาผ่อนคลายลง เขาพูดกับตนว่า"เสี่ยวอัน ่นี้เป็อย่างไรบ้าง?"
แม้เป็การถามไถ่ธรรมดาแต่ในใจของฉีเล่ออันยังคงรู้สึกอบอุ่น เขาตอบว่า "ก็ดีครับ"
ผู้ช่วยเหอพยักหน้าเขามีสีหน้าเหนื่อยอ่อน พูดว่า "่นี้หูปิงกดดันมาก บริษัทคิดจะโปรโมตเขาเขา..."
ผู้ช่วยเหอหัวเราะแล้วไม่ได้พูดอะไรฉีเล่ออันนึกขึ้นมาได้ว่าปีนั้นหลังจากเื่ตำนานล่าปีศาจดังแล้วหูปิงกับหลินเสวี่ยคล้ายกับมีข่าวลืออะไรบางอย่าง ผู้ช่วยเหอถอนหายใจอีกครั้ง เขาบอกว่า"งานมีทแอนด์กรี๊ดครั้งนี้หลินเสวี่ยก็อยู่ด้วย ผิดต่อนายแล้ว"
ฉีเล่ออันกลับไม่รู้สึกอะไรไม่ใช่ว่าให้ไปเป็ก้างขวางคอหรือ? ตนแสร้งทำเป็ไม่รู้อะไรก็พอแล้ว คิดอย่างไรหลินเสวี่ยคนนั้นก็ไม่อาจโกรธเขาได้แต่ผู้ช่วยเหอกลับรู้สึกผิด เขาพูดกับฉีเล่ออันว่า "ถ้านายโกรธก็ต่อว่าฉันเถอะหูปิงก็...สมองขี้เลื่อย"
ฉีเล่ออันรีบพูดว่า"พี่ปิงคิดถึงผมก็เพราะเขาดีกับผม ผมไม่รู้สึกโกรธอะไร"
คำพูดนี้ไม่โกหกแม้แต่น้อยได้ประโยชน์ทั้งคู่ดีกว่าถูกคนนำไปขายเอาเงินมาก
เวลาครึ่งชั่วโมงครู่เดียวก็ผ่านไปแล้วหลังจากหูปิงกลับขึ้นมาแล้วตรงมาเปลี่ยนเสื้อที่ห้องพักจากนั้นเตรียมตัวพาฉีเล่ออันไปงานมีทแอนด์กรี๊ดด้วยกันเพราะว่าด้านนอกมีแฟนคลับกลุ่มใหญ่รออยู่ ทุกคนจึงเดินออกจากห้องพักทางประตูข้างหลังจากเข้าไปในรถแล้วยังได้ยินเสียงเรียกของแฟนคลับชาติก่อนฉีเล่ออันไม่เคยพบเหตุการณ์นี้ เขาตื่นเต้นมาก
งานมีทแอนด์กรี๊ดจัดขึ้นที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองไห่เฉิงร้านกาแฟแห่งนี้ไม่ใหญ่ แต่ตกแต่งได้ดี มีความเป็ส่วนตัวมาก มักมีดารามาจัดงานมีทแอนด์กรี๊ดที่นี่
หูปิงกับฉีเล่ออันเติมหน้าบนรถเสร็จจึงเดินเข้าไปในร้านกาแฟทางประตูหลัง ฉีเล่ออันรู้สึกว่าแม้ตอนนี้ตนยังไม่มีชื่อเสียงแต่ก็มีความเป็ดาราแล้ว การแต่งตัวในวันนี้ก็นับว่าดีไม่อย่างนั้นเดินมากับหูปิงต้องมีความกดดันมาก
งานเลี้ยงเริ่มเวลาห้าโมงเย็นตอนที่หลินเสวี่ยมาถึงก็สี่โมงครึ่งแล้ว เธอเห็นฉีเล่ออันก็ชะงักเล็กน้อย จากนั้นทักทายว่า"เสี่ยวฉีไม่ใช่เหรอ! ไม่เจอกันนาน มาให้พี่สาวกอดหน่อยเร็ว!"
ฉีเล่ออันหัวเราะขณะเดินเข้าไปกอดกับหลินเสวี่ยไม่ว่าอยู่ในที่สาธารณะหรือที่ส่วนตัว หลินเสวี่ยล้วนมีท่าทางเป็มิตร ใจกว้างเปิดเผยจริงใจ งานมีทแอนด์กรี๊ดของเธอกับหูปิงครั้งนี้บริษัทจัดขึ้นแม้ฉีเล่ออันจะโผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หลินเสวี่ยก็ไม่ถามอะไร กลับเป็หูปิงที่อธิบายว่า"เพิ่งเจอเสี่ยวอันที่ห้องสมุดเลยพาเขามาด้วย"
หลินเสวี่ยหัวเราะพูดว่า"ไม่เจอกันนานขนาดนี้ ฉันก็คิดถึงเสี่ยวฉี"
งานมีทแอนด์กรี๊ดใกล้เริ่มขึ้นแล้วฉีเล่ออันฉลาดพอที่จะทำตัวราวกับเป็แขกรับเชิญมาออกงานแม้ตอนนี้ฉีเล่ออันยังไม่มีชื่อเสียงอะไร แต่เพราะว่าเื่ตำนานล่าปีศาจมีฉากที่เขาแสดงหลายฉากจะบอกว่ามาพบแฟนคลับก็ไม่น่าเกลียด งานมีทแอนด์กรี๊ดครั้งนี้เป็การพบปะสร้างความสัมพันธ์ตอนท้ายยังมีแฟนคลับของหูปิงหลายคนวิ่งมาขอลายเซ็นของฉีเล่ออัน ทำให้ฉีเล่ออันตะลึงลาน
งานครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็การพูดคุยทุกคนคุยกันเกี่ยวกับเื่ที่ตนสนใจในละคร เวลาก็ผ่านไปเร็ว หลินเสวี่ยเป็พวกมาช้าแต่กลับเร็วรองานเลี้ยงจบลงก็เข้าไปทักทายแฟนคลับคนสองคนแล้วจากไปหลังจากรับโทรศัพท์ฉีเล่ออันเห็นหูปิงแอบถอนหายใจโล่งอก
ทำไมหูปิงกลัวหลินเสวี่ยขนาดนี้?
ฉีเล่ออันคิดแล้วก็รู้สึกว่าปฏิกิริยาของหูปิงมากเกินไป
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d2046ddc3319552b928779826a7f3833
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามีที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามี#readAwrite ด้วยน้า