บทที่ 49 คุณจิ่ง คุณน่ะนิสัยแย่จริง ๆ
เขาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาดูหน้าจอ แล้วรับสาย “แม่”
“เป่ยเฉิน คืนนี้ว่างไหม แม่จัดนัดบอดให้” เสียงซูรั่วหยา คุณนายตระกูลจิ่ง ถามด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุด
จิ่งเป่ยเฉินหยิบกล่องโทรศัพท์ที่ยังไม่ได้แกะออกจากขอบโต๊ะทำงาน ภาพของอันโหรวผุดขึ้นมาในหัว “ไม่ไป”
“ลูกจะสามสิบแล้วนะ ยังไม่ยอมไปนัดบอดอีก อย่าบอกนะว่าลูกคิดจริงจังกับพวกผู้หญิงในข่าวลือพวกนั้น ลูกจะทำให้แม่กับพ่อโมโหตายรึไง!” ซูรั่วหยาเป็นห่วงเรื่องแต่งงานของเขามาตั้งแต่หลายปีก่อน ไม่คิดว่าเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ เขายังไม่ยอมแต่งงาน
“อยากอุ้มหลานขนาดนั้น ระวังหลานตัวจริงมาให้กอดแล้วจะตกใจนะครับ” จิ่งเป่ยเฉินใช้นิ้วชี้เคาะกล่องโทรศัพท์เบา ๆ แววตาครุ่นคิด
ถ้าอันอวี้หานคืออันโหรว อันหน่วนก็เป็นลูกของพวกเขา อยู่ ๆ หลานสาวตัวโตขนาดนี้โผล่มา ไม่แปลกที่จะตกใจ
“พูดแต่ปาก ไม่ลงมือทำสักที แม่เบื่อฟังเต็มทนแล้ว นัดบอดคืนนี้ลูกต้องไป” ซูรั่วหยาพูดเสียงเข้มขึ้นมาทันที
เธอโดนจิ่งเป่ยเฉินปากหวานหลอกมาตั้งหลายปี แต่เธอเคยเห็นลูกหลานสักคนรึยัง?
“งานยุ่ง ผมต้องทำงานล่วงเวลา”
สุดท้ายเขาก็เสริมอีกประโยค “เรื่องแต่งงาน ผมรีบกว่าพ่อกับแม่เสียอีก”
“จริงเหรอ? งั้นก็ดีแล้ว ดูสาวไหนไว้ก็ไปจีบเลย รีบ ๆ คว้ามาให้ได้” ซูรั่วหยาสั่งเสร็จก็วางสายไป
ภาพของอันอวี้หานที่พูดเรื่องทดลองแต่งงานผุดขึ้นมาในหัวของเขา ทันใดนั้น เขาก็สนใจเรื่องคู่ทดลองแต่งงานของเธอขึ้นมา หรือจริง ๆ แล้วจะไม่มีคนคนนั้นอยู่เลย
“หยางหยาง หน่วนหน่วน ดื่มน้ำผลไม้ก่อน”
อันโหรวเห็นลูก ๆ ทั้งสองคนจ้องโทรศัพท์ เธอจึงยกน้ำผลไม้เดินเข้าไปแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อย่าเข้าใกล้มาก ไม่ดีต่อดวงตา”
“ครับ ผมทราบแล้วครับแม่” อันหยางวางโทรศัพท์ลงทันที รับน้ำผลไม้ที่เธอยื่นให้
“แม่คะ...” อันหน่วนมองเธอด้วยดวงตากลมโต ขนตายาวกะพริบถี่ ๆ แค่เห็นแบบนี้ อันโหรวก็รู้แล้วว่าลูกสาวมีเรื่องจะขอ
“แม่คะ หนูขอเบอร์ลุงได้ไหมคะ หนูสัญญาว่าจะโทรหาเขา แม่บอกเองว่าเป็นคนต้องรักษาคำพูด”
อันหน่วนยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าเธอด้วยท่าทางน่ารัก
อันโหรวอดไม่ได้ที่จะขำ ทั้งที่บอกว่าอย่าไปยุ่งกับจิ่งเป่ยเฉิน เธอก็ดื้อไม่ฟัง แต่พอจะขอเบอร์เธอก็ขยันขันแข็งเสียจริง
นิสัยนี้เหมือนใครกันนะ?
“หน่วนหน่วน เธอเป็นเด็กดี แต่ลุงคนนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรา ต่อไปนี้ไม่ต้องติดต่อกันแล้วนะ” อันหยางพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พยายามไม่ไปกระทบจิตใจอันบอบบางของอันหน่วน
อันหน่วนเม้มปาก ค่อย ๆ ก้มหน้าลง “ทำไมแม่กับพี่ถึงคิดว่าลุงไม่ดี หนูว่าเขาก็ดีนี่คะ!”
“รู้หน้าไม่รู้ใจ หน่วนหน่วน ถึงเราจะยังเด็ก แต่เราต้องแยกแยะถูกผิดได้ แม่ทำแบบนี้ก็เพื่อพวกเรา” อันหยางขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือเล็ก ๆ ไปตบบ่าเธอ “แม่ไปทำกับข้าวเถอะครับ ผมดูแลเอง”
อันโหรวรู้สึกซาบซึ้งในความเข้าใจของหยางหยาง แต่พอเห็นหน่วนหน่วนเศร้าใจก็รู้สึกไม่ดี
เธอจึงนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าลูกสาว พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หน่วนหน่วนใช้โทรศัพท์ของแม่โทรหาลุงเขาสิ แบบนี้ก็ไม่นับว่าผิดคำพูด แล้วลูกก็ยังได้คุยกับเขาด้วย ดีไหม?”
“ได้เหรอคะ?” อันหน่วนเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมโตสีฟ้าเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด
อันโหรวหยิบมือถือขึ้นมา กดโทรหาจิ่งเป่ยเฉิน หวังว่าเขาจะให้เกียรติรับสายหน่อย แต่ไม่คิดว่าเขาจะรับเร็วกว่าที่คิด
“คิดถึงผมเหรอ” น้ำเสียงกวน ๆ แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง เป็นน้ำเสียงที่น่าตีเหมือนกับเด็กไร้เดียงสา
“คุณจิ่ง คือว่า ฉัน…” เธอยังพูดไม่ทันจบ หน่วนหน่วนก็เอื้อมมือมาหา
“คุณลุง คุณลุง!”
“หน่วนหน่วนคุยกับคุณลุงนะ” เธอไม่รอให้เขาตอบ แล้วยื่นมือถือให้หน่วนหน่วนทันที
ชั่วขณะนั้น ดวงตาสองคู่ในห้องก็จับจ้องมาที่อันหน่วน ตั้งใจฟังที่เธอพูด
“เย้ ดีจัง! แต่ว่า…” หน่วนหน่วนเงยหน้ามองอันโหรว “แม่ วันหยุดไปเที่ยวกับคุณลุงได้ไหมคะ”
“ไม่ได้!” อันโหรวตอบปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
จิ่งเป่ยเฉินรู้ว่าเธอมีลูกสองคน คงไม่พาหน่วนหน่วนไปแค่คนเดียวหรอก ต้องห้ามไม่ให้เขาเจอหยางหยางเด็ดขาด
มือป้อม ๆ ยื่นมาตรงหน้าเธออีกข้าง อันโหรวรับมือถือไปแนบหู “คุณจิ่ง ขอบคุณค่ะ ลาก่อน”
“เดี๋ยวก่อน” ตอนนี้จิ่งเป่ยเฉินนั่งอยู่ในห้องทำงาน ได้ยินที่เธอพูดชัดทุกคำ
คำว่าไม่ได้ของเธอเด็ดขาดมาก ไม่ได้มีเวลาให้เขาได้คิดเลย
การปฏิเสธของเธอ เขาพอจะเดาได้อยู่แล้ว แต่ก็อดรู้สึกผิดหวังเล็ก ๆ ในใจไม่ได้
“กลัวว่าผมจะลักพาตัวเด็ก ๆ ไปรึไง คุณไม่ไว้ใจผมเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินเหลือบมองเวลาบนคอมพิวเตอร์ เธอบอกว่าจะไปก็ไปจริง ๆ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าเธออยู่ที่บ้านแล้ว
อันโหรวนึกถึงเรื่องที่โรงแรมข่ายหัวคราวก่อน นิสัยดีอย่างนั้นน่ะเหรอ เขาเนี่ยนะ
“ขอโทษค่ะคุณจิ่ง คุณน่ะนิสัยแย่จริง ๆ แต่ยังไงวันนี้ก็ขอบคุณที่ช่วยดูแลหน่วนหน่วนนะคะ” พูดจบเธอก็วางสาย ไม่คุยกับเขาต่อแล้ว
“แม่จะไปทำกับข้าว ลูกเล่นกันไปก่อนนะ” เธอยิ้มแล้วหันหลังเดินจากไป คืนนี้ต้องเรียบเรียงแผนงานใหม่ งานหนักมาก
หลังอาหารเย็น อันโหรวมานั่งทำงานที่ห้องหนังสือ จนหลินจือเสี่ยวเปิดประตูเข้ามา เธอก็ยังไม่รู้ตัว
“โหรวโหรว วันนี้เป็นอะไรไป” หลินจือเสี่ยวเดินมาข้าง ๆ มองดูใบหน้าที่จริงจังของอันโหรว แล้วนึกถึงสีหน้าดีใจของจิ่งเป่ยเฉินตอนบ่าย นอกจากเรื่องเธอก็คงไม่มีเรื่องอื่นแล้ว
“ไม่มีอะไร” อันโหรวตอบโดยไม่เงยหน้า ฉิวซีจงใจเล่นงานเธอ แผนงานครั้งนี้ต้องไม่มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด
“เป็นไปไม่ได้! วันนี้ตอนคุณจิ่งออกจากห้องทำงาน ดูอารมณ์ดีเชียวนะ” หลินจือเสี่ยวยกนิ้วชี้แตะคาง “ฉันว่าคุณจิ่งต้องชอบหน่วนหน่วนมากแน่ ๆ”
“เขาเพี้ยนไปแล้ว”
“ฮะ” หลินจือเสี่ยวชื่นชมเพื่อนรักจริง ๆ ที่กล้าพูดถึงเจ้านายแบบนี้ คงไม่มีใครอีกแล้วล่ะ นอกจากเธอ
เพื่อไม่ให้รบกวนอันโหรว หลินจือเสี่ยวจึงตัดสินใจออกไป
ถึงหยางหยางจะหน้าเหมือนจิ่งเป่ยเฉิน แต่หน่วนหน่วนไม่เหมือน แถมยังเป็นลูกครึ่งด้วย เป็นไปไม่ได้ที่จิ่งเป่ยเฉินจะเป็นพ่อเด็ก พวกเขาเป็นฝาแฝด ถึงจะเป็นแฝดคนละไข่ก็ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นได้
หรือว่าอันโหรวจะ...ไปคบกับผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน
ไม่หรอก เป็นไปไม่ได้!
หลินจือเสี่ยวส่ายหัว ไม่อยากคิดไปเอง เดี๋ยวจะกลายเป็นคนเพี้ยนเหมือนจิ่งเป่ยเฉินไปอีกคน
พอเก้าโมงเช้า อันโหรวก็ถือแผนงานขึ้นไปชั้นสิบห้า เมื่อคืนเธอนอนไปแค่สองชั่วโมง ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะหลับได้ตลอดเวลา