สายลมอุ่นของ่บ่ายพัดผ่านทุ่งหญ้าสีทองเป็ระลอกคลื่นงดงาม ขณะที่เงาของชายหนุ่มในเสื้อโค้ตสีขาวตัวใหม่กำลังก้าวลงจากเนินเขาสูงอย่างเงียบงัน
ดาบเซเปลเลี่ยนสะพายอยู่ด้านหลัง ปืนคู่ Genesis & Nemesis สองกระบอกแนบอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง ร่างกายของเขายังคงรู้สึกแปลกใหม่และอัศจรรย์กับพลังออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นที่ไหลเวียนอยู่ภายในอย่างต่อเนื่อง มันอบอุ่น นุ่มนวล แต่พร้อมที่จะะเิออกเป็พลังทำลายล้างได้ทุกวินาที
ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนผืนแผ่นดินแปลกหน้า ทำให้เขาััได้ถึงโลกใบนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับประสาทััถูกขยายขอบเขตออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เสียงลม: เขาแยกแยะได้ถึงความชื้นและการก่อตัวของเมฆที่อยู่ห่างออกไป
กลิ่นดิน: กลิ่นแร่ธาตุและไอมานาที่ฝังลึกอยู่ใต้รากหญ้า
แรงสั่นะเื: แรงสะท้อนจากพื้นดินที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร คล้ายกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่
“ประสาทัับ้าอะไรเนี่ย…” เรนพึมพำเบา ๆ พลางยกมือขึ้นจับขมับที่เต้นตุบ “เหมือนเปิดโหมดโกงถาวรในเกมเลยแฮะ”
ทันใดนั้นเอง—
ตูมมมมม—!!!
เสียงะเิกึกก้องกัมปนาทะเืมวลอากาศมาจากเบื้องหน้า แรงอัดทำให้ฝูงนกแตกตื่นบินว่อน เรนหยุดฝีเท้าลงทันที ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่แคบลงอย่างรวดเร็ว กลุ่มควันสีดำทมิฬขนาดมหึมากำลังพุ่งทะยานขึ้นเหนือกำแพงเมืองสีขาวที่อยู่ไกลออกไป ย้อมทัศนียภาพอันงดงามให้กลายเป็สีแห่งา
“…เสียงแบบนี้คงไม่ใช่เื่ดีแน่ๆ”
ฟุ่บ!
ร่างของเรนพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าทันทีโดยสัญชาตญาณ กระแสพลังออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นเริ่มไหลเวียนหมุนวนรอบขาทั้งสองข้างอย่างบ้าคลั่ง
[ออโร รันนิ่ง]
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขาแตกร้าวซวนเซเล็กน้อยจากแรงขับเคลื่อน ก่อนที่ร่างของเขาจะทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงลิ่วราวกับะุปืนที่หลุดออกจากลำกล้อง ลมพายุขนาดย่อมปะทะเข้าใบหน้าอย่างรุนแรง ต้นไม้และก้อนหินสองข้างทางกลายเป็เพียงภาพเบลอสายหนึ่งที่ผ่านตาไปในเสี้ยววินาที
“เร็ว…เร็วเกินไปแล้ว แต่ก็สนุกชะมัด!” แม้แต่ตัวเรนเองยังอดใกับความเร็วอันบ้าคลั่งของตัวเองไม่ได้
ไม่นานนัก กำแพงเมืองศิลาขนาดใหญ่ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเบื้องหน้า
เมืองการ์เรส เมืองชายขอบขนาดกลางของ อาณาจักรซันเดย์ล่าร์
ทว่าสภาพของเมืองในตอนนี้กำลังตกอยู่ในความโกลาหลขั้นสุด เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ บ้านเรือนหลายส่วนพังถล่มกลายเป็เศษซาก เปลวไฟสีแดงฉานลุกไหม้ตามจุดต่างๆ อย่างไร้การควบคุม
และที่ใจกลางถนนหลักของเมือง…อสูรกายร่างั์สีดำทมิฬที่มีความสูงเกือบสี่เมตรกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง มันมีรูปร่างประหลาดคล้ายหมาป่าทมิฬผสมผสานกับกิ้งก่าั์ เกล็ดสีดำหนาราวกับเกราะเหล็กกล้าปกคลุมทั่วตัว กรงเล็บยาวคมกริบสะท้อนแสงแดดชวนขนลุก ดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายความคลุ้มคลั่งอันเนื่องมาจากมานามืดที่กัดกิน
“แกร์กกกกกก—!!!”
ตูม!!
อสูรั์เหวี่ยงแขนอันทรงพลังตบรถม้าคันหนึ่งจนลอยกระเด็นไปชนกำแพงเมืองแตกละเอียดเป็เศษไม้ ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน ทหารยามต่างทำอะไรไม่ถูก
“หน่วยเวทมนตร์อยู่ไหน!?” “มันทะลุแนวป้องกันด้านหน้าเข้ามาแล้ว!” “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!”
เรนที่เพิ่งมาถึงหยุดยืนมองภาพตรงหน้าชั่วครู่เพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนที่สายตาอันเฉียบคมของเขาจะสะดุดเข้ากับภาพเหตุการณ์ที่อีกฝั่งของถนน
สาวคนหนึ่งกำลังยืนกางแขนปกป้องกลุ่มเด็กเล็กหลายคนที่นอนร้องไห้อยู่เื้ั เส้นผมสีทองอ่อนของเธอพลิ้วไหวตามแรงลมพายุ ดวงตาสีฟ้าคู่งามเต็มไปด้วยความตื่นกลัวทว่ากลับแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างเหลือเชื่อ ชุดนักเดินทางสีขาวตัดฟ้าของเธอมีร่องรอยคราบฝุ่นและาแถลอกเล็กน้อย ในมือกำไม้เท้าเวทมนตร์สีเงินเอาไว้แน่น
“ทุกคนถอยไปด้านหลังเร็วเข้า!”
วงเวทสีเขียวประกายฟ้าอันสลับซับซ้อนปรากฏขึ้นรอบตัวเธอ สายลมหมุนวนตัวเป็เกราะพายุขนาดเล็กเข้าปะทะกับอสูรั์ที่กำลังพุ่งเข้ามา
ตูม!!
แต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า แรงลมของเธอแทบไม่ระคายผิวเกล็ดเหล็กของมันเลยสักนิด
“ไม่เข้าเลยงั้นเหรอ…!” เด็กสาวกัดฟันแน่น ใบหน้าซีดเผือด
อสูรแบล็ควูล์ฟคำรามลั่นก่อนพุ่งเข้าหาเธอทันที พื้นถนนหินแตกร้าวตามแรงวิ่งอันหนักหน่วงของมัน ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เมตร
“แย่แล้ว—!”
ในวินาทีวิกฤตที่กรงเล็บทมิฬกำลังจะฉีกร่างของเด็กสาว—
ฟุ่บ!!
เงาสีขาวสายหนึ่งพุ่งตัดผ่านกลางสนามรบด้วยความเร็วมหาศาลเกินกว่าที่สายตาของใครจะจับภาพทัน
ตูมมมมมม—!!!
เรนใช้หัวไหล่พุ่งเข้ากระแทกเข้ากลางลำตัวของอสูรั์เต็มแรง พลังอัดมหาศาลส่งผลให้ร่างั์สี่เมตรกระเด็นลอยไถลไปไกลหลายสิบเมตร ฟาดทะลุกำแพงอาคารด้านหลังะเิแตกออกเป็เสี่ยงๆ ทันที!
ทั้งถนนหลักพลันเงียบสงบลงชั่วขณะ เสียงกรีดร้องหายไป ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความช็อก
“…หา?” เด็กสาวผมทองอ้าปากค้าง มองแผ่นหลังของชายแปลกหน้าในเสื้อโค้ตสีขาวตรงหน้าอย่างอึ้งงัน
เรนสะบัดแขนและไหล่เบาๆ พลางหันมองไปยังกองเศษอิฐที่อสูรกายเริ่มขยับตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง “ตัวใหญ่และถึกชะมัด…” เขาถอนหายใจยาว “โลกแฟนตาซีนี่มีของอันตรายแบบนี้เดินเพ่นพ่านกันเป็เื่ปกติเลยรึไงนะ”
“ระวังนะ!” เด็กสาวดึงสติกลับมาได้รีบะโเตือน “มันคือ แบล็ควูล์ฟกลายพันธุ์! ผิวเกล็ดของมันต้านทานเวทมนตร์ เวทระดับทั่วไปใช้แทบไม่ได้ผลเลย!”
เรนหันไปมองเธอเล็กน้อยพลางยกยิ้มมุมปาก “อ้อ…งั้นเหรอ ที่แท้ก็แค่สัตว์ประหลาดเวทยกลายพันธุ์สินะ”
จากนั้น—เขาเริ่มตั้งท่าและกำหมัดแน่น กระแสพลังออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นหนาแน่นเริ่มไหลเวียนหมุนวนรอบแขนทั้งสองข้าง มวลอากาศรอบตัวสั่นะเืเรืองรองจนเห็นเป็ระลอกคลื่นพลังงาน
“เมื่อกี้เธอบอกว่ามันต้านทานเวทมนตร์สินะ…” ดวงตาของเรนนิ่งสนิทไร้ความกลัว “งั้นก็ลองใช้แรงอัดกระแทกมันตรงๆ แทนแล้วกัน!”
ตูม!!
พื้นศิลาใต้เท้าแตกกระจาย ร่างของเขาพุ่งหายไปในพริบตาเร็วขึ้นกว่าเดิม
“เร็วอะไรขนาดนั้น!?” หนึ่งในทหารหน่วยเวทมนตร์ประจำเมืองร้องลั่นด้วยความใ
เ้าแบล็ควูล์ฟหันศีรษะตามสัญชาตญาณแต่สายตาของมันจับภาพไม่ทัน เรนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของมันในเสี้ยววินาที หมัดขวาของเขาถูกเคลือบด้วยออร่าสีขาวขุ่นหนาทึบอัดแน่นจนเกือบกลายเป็ของแข็ง
[ออโร พันช์]
หมัดขวาตรงกระแทกเข้าเต็มใบหน้าของอสูรั์อย่างจัง!
ตูมมมมมมมมม—!!!
คลื่นแรงกระแทกมหาศาละเิออกเป็วงกว้าง ส่งผลให้อากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยว แรงอัดหมัดทำให้โครงสร้างหัวของแบล็ควูล์ฟบิดเบี้ยวผิดรูปทันที ร่างมหึมาของมันปลิวกระเด็นทะลุอาคารพาณิชย์สองหลังติดกันอย่างรุนแรง เศษอิฐเศษหินปลิวว่อนไปทั่วท้องถนน
ทหารและนักเวทย์ทุกคนในบริเวณนั้นอ้าปากค้าง ตาค้าง ราวกับเห็นภาพหลอน
“…เมื่อกี้ หมอนั่นต่อยแบล็ควูล์ฟงั้นหรอ?” “ล้อเล่นใช่ไหม…สัตว์ประหลาดระดับนั้นโดนต่อยกระเด็นด้วยมือเปล่าได้ด้วยหรอ?”
แม้แต่นักเวทย์ระดับสูงประจำเมืองยังหน้าซีดเผือดด้วยความสับสน เพราะในเชิงทฤษฎี พวกเขาไม่สามารถัักระแสมานา หรือพลังเวทมนตร์จากตัวเรนได้เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีวงเวทปรากฏ ไม่มีการร่ายคำอนัตตา ไม่มีคลื่นความร้อนหรือความเย็นของมานา แต่ชายคนนี้กลับปล่อยพลังทำลายล้างระดับสัตว์ประหลาดออกมาได้ด้วยร่างกายล้วน ๆ
“เขา…เป็ใครกันแน่…” เด็กสาวผมทองพึมพำเสียงสั่น
แต่ในตอนนั้นเอง—
ครืดดด…โฮกกก!
เสียงกรีดร้องอันบิดเบี้ยวดังขึ้นจากซากอาคารที่พังทลาย เ้าแบล็ควูล์ฟยังไม่ตาย! ร่างกายของมันเริ่มขยายใหญ่และบวมพองขึ้น เส้นเืสีแดงฉานปูดโปนทั่วร่างพ่นไอสีดำทมิฬออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันกำลังเข้าสู่สภาวะสุดท้าย
“เ้านั่นมันกำลังจะะเิพลังคลุ้มคลั่ง!!” นักเวทย์คนหนึ่งร้องเตือน “ถอยเร็ว! มันกำลังจะรวบรวมพลังทำลายล้าง!”
อสูรั์อ้าปากกว้าง พลังงานเวทด้านลบสีดำสนิทเริ่มหมุนวนรวมตัวกันเป็ลูกบอลพลังงานที่ใจกลางกรามของมัน เล็งตรงมายังพื้นถนน
เรนมองภาพนั้นนิ่ง ๆ พลางเลิกคิ้ว “…ยิงลำแสงบีมได้ด้วยเรอะ ครบเครื่องจริงๆ”
เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อสะสมพลังงานออโรเลี่ยนไว้ที่ส่วนล่าง
[ออโร จัมป์]
ตูม!!
พื้นถนนหินะเิแตกออกเป็หลุมลึก ร่างของเรนดีดตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงหลายสิบเมตร หลบหลีกวิถีพลังงานสีดำที่ยิงไล่หลังมาได้อย่างฉับไว ผู้คนด้านล่างต่างเงยหน้ามองร่างในเสื้อโค้ตสีขาวที่ลอยเด่นอยู่เหนือชั้นบรรยากาศด้วยความตกตะลึง
“ะโสูงขนาดนั้น…มนุษย์ธรรมดาทำแบบนั้นได้ยังไงกัน!?”
กลางเวหา—กระแสออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นทั้งหมดไหลบ่ามารวมตัวกันที่หน้าแข้งและเท้าขวา แรงกดดันมหาศาลบิดเบือนมวลอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงหวีดหวิว เรนทิ้งตัวดิ่งเล็งเป้าหมายลงไปยังอสูรกายเบื้องล่างด้วยสายตาเฉียบคม
“…ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ขอโชว์พาวแบบพระเอกหนังแอ็คชั่นหน่อยแล้วกัน!”
[ออโร คิก]
ฟุ่บ—
ร่างของเขาพุ่งดิ่งลงมาราวกับอุกกาบาตสีขาวขุ่นทลายชั้นบรรยากาศ!
ตูมมมมมมมมมมมมมมม—!!!!!
แรงะเิมหาศาลจากการปะทะสั่นะเืเลื่อนลั่นไปทั่วนครการ์เรส พื้นถนนยุบตัวลงไปเป็หลุมลึกขนาดใหญ่ รัศมีคลื่นแรงอัดกวาดเอาเศษซากปรักหักพังรอบด้านปลิวกระจายหายไปในพริบตา ฝุ่นควันตลบอบอวล
และที่ใจกลางของหลุมลึกนั้น…แบล็ควูล์ฟกลายพันธุ์ถูกพลังอัดกระแทกจนร่างแหลกละเอียดกลายเป็ละอองพลังงานมืดที่สลายหายไป ไม่เหลือแม้แต่ซาก
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ ไม่มีทหารหรือชาวเมืองคนไหนสามารถเปล่งเสียงอะไรออกมาได้เลยสักคำเดียวเรนยืนนิ่งอยู่ใจกลางกลุ่มควันสีขาว ละอองพลังออโรเลี่ยนค่อย ๆ ซึมซับกลับเข้าสู่ร่างกายช้า ๆ เขาก้มมองหลุมั์ใต้เท้าตัวเองแล้วเกาแก้มเบา ๆ
“…อืม ลงแรงหนักมือไปหน่อยแฮะ ชุดนี้รับแรงกระแทกดีเกินคาดจริงๆ”
“นะ…นาย…”
เสียงใสๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เรนหันกลับไปมองช้าๆ เด็กสาวผมทองคนเดิมกำลังเดินเข้าหาเขาด้วยสายตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ทั้งเต็มไปด้วยความใ ความสงสัย และความเหลือเชื่อในสิ่งที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตา
“…เมื่อกี้ นายไม่ได้ใช้เวทมนตร์ใช่ไหม? ไม่มีวงเวท ไม่มีมานาเลยสักนิด”
เรนยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองเบาๆ พลางส่งยิ้มแห้ง “ถ้าฉันบอกว่าฉันใช้แค่แรงกายกับพละกำลังล้วนๆ เธอจะเชื่อไหมล่ะ?”
“…ไม่มีทางเชื่ออยู่แล้วค่ะ! แรงคนธรรมดาที่ไหนจะซัดสัตว์เวทมนตร์แหลกเป็ผงได้ขนาดนั้น!” เด็กสาวเผลอขึ้นเสียงเถียงกลับทันควันตามนิสัย ก่อนจะชะงักรีบหุบปากเมื่อรู้ตัวว่าเพิ่งเสียมารยาทกับผู้มีพระคุณ
เรนหัวเราะออกมาเบาๆ มันเป็ครั้งแรกั้แ่ก้าวข้ามประตูมิติมาที่โลกนี้ ที่ทำให้เขารู้สึกสนุกและรู้สึกว่าตัวเองเริ่ม “มีตัวตนและจุดยืน” อยู่บนโลกเอนเชี่ยน เวิลด์ แห่งนี้ขึ้นมาจริงๆ
เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะยืดตัวตรงและเอามือแตะหน้าอกตัวเองเบา ๆ ตามธรรมเนียมของนักเวท “ฉันชื่อ เอลิ เมร่า ค่ะ เป็นักเวทย์ฝึกหัดแห่งอาณาจักรซันเดย์ล่าร์”
จากนั้นดวงตาสีฟ้าคู่สวยของเธอก็จ้องตรงเข้ามาที่ั์ตาของเรนด้วยความอบอุ่นลึก ๆ “…แล้วนายล่ะ? นายเป็อัศวินจากวิหารไหนกันแน่?”
สายลมยามบ่ายพัดผ่านเข้ามาอีกครั้ง หอบเอาชายเสื้อโค้ตสีขาวของเด็กหนุ่มพลิ้วไหวอย่างสง่างามท่ามกลางซากปรักหักพังที่เพิ่งสงบลง โจนาธาน เรน ยิ้มบาง ๆ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ฉันชื่อ โจนาธาน เรน…เป็แค่รุกกี้หน้าใหม่ที่เป็นักเดินทางธรรมดาๆเท่านั้นเอง”