หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้วพวกหนุ่มๆทั้งสองขออาสาล้างจานกันเองพอจัดการเสร็จแล้วเดินเข้ามาเจอหลิวอี้กำลังนำวุ่นวายอยู่บนโต๊ะที่ห้องโถง
หลิวอี้เห็นพวกเขาล้างจานเสร็จแล้วก็กังวลนิดหน่อยกลัวว่าจะไม่อิ่มกัน
“พวกพี่อิ่มกันไหมคะ”
“อิ่มแล้ว อิ่มมาก ๆ ด้วยปกติพวกพี่ก็ไม่ได้กินมากขนาดนี้หรอก” เจียงชิงหยวนหัวเราะแก้เขิน
พวกเขากินหมูสามชั้นถ้วยใหญ่หมั่นโถวคนละ 4 ลูก ซาลาเปาไส้หมูอีก 2 อย่างลืมตัวจะไม่อิ่มได้ยังไงเขากินมากไปด้วยซ้ำ
“พวกพี่กลับบ้านไปอาบน้ำ พักผ่อนเถอะฉันรอเวลาอีกสักหน่อยก็จะกลับแล้ว” หลิวอี้ยิ้มเอ่ยปากไล่ทางอ้อม (กินเสร็จแล้วก็ควรกลับกันได้แล้วไหม ฉันมีงานต้องทำอยู่นะ)
“เดี๋ยวค่อยไปก็ได้พี่ไม่รีบ กลับไปก็ไม่มีอะไรทำว่าแต่หลิวอี้จะทำอะไรเหรอ” เจียงชิงหยวนสงสัย
“ดองเหล้าหยางเหมยค่ะ พี่เคยบอกจะทำให้พี่ชิม”
หลิวอี้ก็เดินไปหยิบลูกหยางเหมยที่แห้งสนิทแล้ว เกลือน้ำตาลกรวดมาวางไว้ที่โต๊ะ เอาลูกหยางเหมยเรียงใส่ไว้ในไห
“ทำยังไงบอกมา พี่ช่วยเธอเอง” เซียวจื่อหานเดินมาใกล้ๆหลิวอี้แล้วมองหน้าเธอ ถ้าไม่ให้ช่วยฉันก็จะมองกดดันเธอแบบนี้แหละ
“ก็ได้ค่ะ งั้นเราทำคนละใบละกัน พี่ชิงหยวนก็มาทำด้วย”หลิวอี้ไม่อยากอยู่ใกล้เซียวจื่อหานแค่2คนก็เลยบังคับเจียงชิงหยวนมาร่วมด้วยซะเลย
“เดี๋ยวพวกพี่เรียงลูกหยางเหมยกับน้ำตาลกรวดใส่สลับคนละชั้นไปมาจนกว่าจะเต็มไหนะส่วนที่เหลือเดี๋ยวฉันทำเอง เรียงให้เต็มชั้นล่ะ พอเข้าใจไหมคะ”
สองหนุ่มพยักหน้าแล้วก็ทำตามมที่หลิวอี้บอก รู้สึกว่าบรรยากาศมันเงียบเกินไปหลิวอี้เลยหาเื่คุย
“ปกติพวกพี่ทำอาหารเย็นกันยังไงพวกพี่พักรวมกันเยอะขนาดนั้นต่างคนต่างทำเหรอคะ”
“แบ่งเวรกันทำนะ วันละ 2 คนตอนเช้าก็ทำเยอะหน่อย เพื่อเอาไปกินเป็อาหารตอนเที่ยงด้วยส่วนตอนเย็นค่อยทำใหม่อีกรอบหนึ่ง ไม่ได้วุ่นวายมาก” เจียงชิงหยวนอธิบาย
“แล้วส่วนมากที่ทำอะไรกินกันคะพวกพี่ส่วนมาจากเมืองใหญ่คงลำบากมากที่มาในชนบทแบบนี้”
“แรก ๆ ก็ใช่ แต่ตอนนี้ชินแล้วแต่ก็ไม่ถึงขั้นลำบากมากหรอกเพราะบางคนที่บ้านก็ส่งเงินมาให้พวกที่มีเงินก็ช่วยซื้ออาหารแบ่งเพื่อนบ้างสลับกันไปแล้วแต่ใครจะมีหรือไม่มีแต่ให้ถึงขั้นสบายก็คงไม่ใช่หรอก”
“แล้วปกติพวกพี่กินเยอะกันขนาดนี้เลยเหรอคะ”หลิวอี้สงสัยมาก พวกเขากินกันขนาดนั้นไปได้ยังไง
เซียวจื่อหานกระแอมไอทันทีกลบเกลื่อนความเขินส่วนเจียงชิงหยวนรีบแก้ตัว “ไม่นะ ไม่ใช่ปกติพี่ไม่ได้กินเยอะมากขนาดนี้แต่วันนี้มันเผลอตัวน่ะ นาน ๆจะกินของอร่อยทีก็ลืมตัวกันบ้าง เหอะๆ ”
หลิวอี้ขำกับสภาพสองคนที่หูแดงเพราะความอายในตอนนี้
หลังจากเรียงลูกหนึ่งยางเหมยกับน้ำตาลกรวดเสร็จแล้วหลิวอี้ก็เติมเกลือใส่เล็กน้อยแล้วเทเหล้าขาวลงไปปิดผนึกปากไหแล้วให้พวกเขาช่วยยกไปที่ห้องเก็บของ
“เรียบร้อย พี่รออีก 1เดือนก็กินได้แล้วแต่ฉันว่าสัก 3 เดือนน่าจะรสชาติน่าจะละมุนมากกว่านี้หรือไม่ก็รอหน้าหนาวเลยทีเดียวค่อยทาน น่าจะดีกว่า”
“ทั้งหมดคือของพี่เหรอแค่ทำให้ลองมันจะเยอะไปหรือเปล่า” ชิงหยวนถาม
“ของพี่แค่ไหเดียว ส่วนอีก 2 ไหจะให้พ่อกับพี่ลี่ิลองบ้าง พี่อย่าเข้าข้างตัวเองนักเลยวันนี้ฉันก็ให้พี่ลี่ิเอาเหล้าบ๊วยมาให้ฉันลองด้วยฉันอยากรู้รสชาติว่าจะเป็ยังไงถ้ามันไม่เหมือนสูตรของฉันฉันว่าจะลองดองเหล้าบ๊วยกับ เหล้าแอปเปิลด้วย จะได้มีหลายๆ รสชาติ”
“ห้ามกิน” เซียวจื่อหานจ้องตาดุ
“ฉันแค่ชิม กินที่ไหนเล่า ไม่ลองแล้วจะรู้เหรอ”หลิวอี้ทำหน้าดื้อร้นใส่
“แล้วก็ฉันยังไม่ได้ลองด้วยเพราะฉันต้องกินข้าวพร้อมพ่อแม่ถ้าได้กลิ่นเดี๋ยวเขาจะบ่นฉันเอา”
“แล้วผักที่เห็นในห้องนั้นทำไมเยอะแยะไปหมดเล่า”เจียงชิงหยวนตัดบทกลัวสองคนจะทะเลาะกัน
“ก็อย่างที่พี่เห็นนั้นละค่ะว่ามันเยอะฉันเลยให้พี่เอาไหมาให้ไง”
พอเก็บของเสร็จแล้วทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้านเชียวจื่อหานยืนยันว่าจะเดินไปส่งไม่ยอมให้กลับเองพวกเขาเลยเดินไปบ้านหลิวอี้พร้อมกัน หลังจากที่สำรวจดูเรียบร้อยแล้วว่าไม่มีคนอยู่ลานบ้านหลิวอี้ก็ค่อยๆย่องไปห้องของพ่อแม่
“แม่คะ ช่วยเอาของในถ้วยนี้แบ่งครึ่งให้ฉันหน่อยค่ะ" หลิวอี้ค่อยๆ เอาถ้วยหมูสามชั้นน้ำแดงออกมา
“อะไรอ่าพี่สาว หอมมากเลย” เ้าตัวกลมหลิวหยางวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาหลังจากได้กลิ่น
“นั้นซิ ลูกเอาอะไรมา นี่หมูสามชั้นนี่ลูกไปเอามาจากไหน” หลังจากฟางซื่อได้เห็นก็ใ และซูห่าวหรานก็ใเช่นเดียวกัน
“แม่เอาแบ่งให้ฉันก่อน ฉันไปตามเฟยหลงที่ห้องก่อนเดี๋ยวฉันมาอธิบายนะ” หลิวอี้เดินไปตามน้องชายแล้วบอกให้ลี่ิรอเธอในห้องเดี๋ยวให้เฟยหลงเอาของมาให้เมื่อทั้งคู่กลับมาแม่ก็แบ่งของเสร็จแล้ว
“หมูสามชั้นน้ำแดงฉันเป็คนทำเอง ไม่ได้มีใครให้มาเฟยหลงแอบเอาของไปให้พี่ลี่ิก่อน อย่าให้ใครเห็นละแล้วรีบไปรีบมาเดี๋ยวฉันจะได้อธิบายทีเดียวเลยพร้อมพ่อกับแม่”
หลิวอี้ให้เฟยหยงเอาหมูสามชั้นซอสน้ำแดงกับหมั่นโถว 6 ลูก ซาลาเปา 5 ลูกไปให้พี่ลี่ิที่ห้อง ส่วนเธอแยกซาลาเปา 5ลูกกับหมั่นโถวอีก 5 ลูก ใส่จานวางไว้
“หอมๆ หลิวหยางอยากกิน” เ้าตัวกลมวิ่งมาหาพี่สาวหลิวอี้ใช้ตะเกียบคีบชิ้นเล็ก ๆ ป้อนให้
“อร่อยมากเลยเ้าคะ” หลิวหยางยิ้มหน้ากลม
“งั้นรอพี่เฟยหลงก่อนนะค่อยกินด้วยกัน”
พอเฟยหลงกลับมา ครอบครัวทั้งหมดก็นั่งรอเธออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น พ่อรอเราอธิบายไม่ไหวแล้วนะ”ซูห่าวหรานเสียงเข้ม
“คือพ่อกับแม่วันนี้ฉันไปขายสมุนไพรได้เงินมา 500หยวน ฉันก็เลยอยากเลี้ยงฉลองกับครอบครัวเฉยๆเลยซื้อเนื้อมาทำกินอย่างที่เห็นนี่ละ หมั่นโถวฉันก็ทำเอง ส่วนซาลาเปาซื้อมา”หลิวอี้เอ่ยอย่างภูมิใจ
“ห๊ะ!! ได้เงินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ”ทุกคนใและดีใจให้เวลาเดียวกัน
“ใช่ ได้เท่านี้จริงๆ ฉันแบ่งเงินให้พี่ลี่ิด้วยเพราะตกลงจะเป็หุ้นส่วนกัน แล้วฉันก็แบ่งเงินให้พี่เขาแต่เขารับแค่บางส่วนตอนนี้ฉันมีเงิน300กว่าหยวนได้ พราะฉันซื้อของไปบางส่วนก็เหลือแค่นี้แหละ” หลิวอี้เอาเงินออกมายื่นให้แม่
“แม่ไม่เอาหรอก ไม่ต้องมาให้ ตอนนี้แม่ตั้งสติไม่ถูกล่ะลูกเอาเก็บไว้เถอะ”
“ใช่ ลูกหามาได้ก็ควรเก็บไว้เองแต่ก็หาที่เก็บให้ปลอดภัยหน่อยก็แล้วกัน” หลิวอี้เลยเอาเงินเก็บไว้กับตัวเอง
“ถ้าพ่อกับแม่จะใช้เงินมาบอกฉันนะนี่ไม่ใช่เงินฉันคนเดียวเป็เงินของครอบครัวเรา”
เฟยหลงอยากกินหมูสามชั้นมากๆแล้วแต่ก็ทำได้แค่มองเพราะพ่อแม่กับพี่สาวยังคุยไม่เสร็จเขาอยากกินแล้วนะเห็นใจเขาหน่อยซิ
“เอ่อ พี่ทำเองจริงๆ เหรอ ฉันกินได้หรือยังอ่ะ”เฟยหลงทนไม่ไหวแล้ว ทุกคนพากันหัวเราะ
“ ได้ๆมาลองกินฝีมือฉันดู ว่าจะถูกปากกันไหม”
“เราควรเอาไปให้ปู่กับย่ากินด้วยมันจะไม่ดีที่เราแอบกินกันแบบนี้ ซูห่าวหรานเอ่ยอย่างจนใจ”
“ถ้าเราเอาไปความลับของฉันก็คงปิดไม่ได้แล้วฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกค่ะพ่อ แต่พ่อก็รู้ว่ามันจำเป็จริงๆ ”หลิวอี้เอ่ยกล่อมพ่อของเธอถึงพ่อจะเข้าใจอะไรทุกอย่างแต่พ่อเธอก็เป็คนกตัญญูเหมือนกันพ่อจะรู้สึกแบบนี้ก็ไม่แปลก
หลิวอี้แบ่งซาลาเปาให้ทุกคน ๆ 1 ลูก ครึ่งลูกของ หลิวหยาง แล้วก็นั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันพอซูห่าวหรานกับฟางซื่อได้ลองกินหมูสามชั้นฝีมือลูกสาวไม่รู้เพราะมันอร่อยจริงๆหรือพวกเขาไม่ได้กินเนื้อนาน มันอร่อยมากจริงๆ พวกเขากินอย่างมีความสุขส่วนเฟยหลงไม่สนใจใครตั้งหน้าตั้งตากินเขากินหมั่นโถวอีก 3 ลูกเพราะกำลังโตส่วนที่เหลือ2 ลูก พ่อเขาเป็คนจัดการทั้งหมดแม่ก็กินซาลาเปาอีกครึ่งลูกของหลิวหยาง
ทุกคนกินกันอย่างมีความสุขหลังกินเสร็จก็พูดคุยเื่ขายสมุนไพรของหลิวอี้ต่อซึ่งเธอก็เล่าให้ครอบครัวฟังถึงเื่วันนี้แล้วก็เอ่ยปรึกษาพ่อ
“พ่อคะฉันว่าฉันอยากจะให้ค่าเช่าบ้านกับเพื่อนพี่ลี่ิค่ะ ฉันต้องให้เท่าไหร่คะฉันไม่อยากใช้บ้านเขาเฉยๆ มันไม่รู้สึกไม่ดี”
“เป็ความคิดที่ดีนะเราจะเห็นแก่ตัวไม่ได้เมื่อมันมีส่วนทำให้เราหารายได้ๆเราก็ควรตอบแทนเขาเดี๋ยวให้ลี่ิไปคุยก็แล้วกันว่าจะเช่าเท่าไหร่ดี”
พวกเค้าแยกย้ายกลับห้องแม่ก็เอาถ้วยชามไปล้างหลิวอี้กลับไปอาบน้ำแล้วก็เอาหนังสือที่เธอซื้อมามานั่งอ่านทบทวนก่อนนอน
ในอีกฝั่งหนึ่งหลังจากลี่ิได้ของแล้วเขาก็ตรงไปห้องพ่อแม่แล้วก็เรียกพี่สะใภ้กับน้องสาวมาที่ห้องพ่อกับแม่ เมื่อมาพร้อมกันแล้วเขาก็เล่าเื่ให้พ่อแม่ฟังแต่ก็ไม่บอกว่าหาได้เท่าไหร่แล้วเขาเป็หุ้นส่วนด้วย แล้วก็แบ่งกันกินของที่นำมาทุกคนกินกันอย่างเงียบๆรู้สึกมีความสุขกับอาหารครั้งนี้หลังกินเสร็จแล้วลี่ิก็พูดกับทุกคน
“ผมขอให้ทุกคนปิดเื่นี้เป็ความลับนะครับถ้ารู้ถึงหูปู่กับย่าเมื่อไหร่หลิวอี้ลำบากแน่ ๆน้องไม่จำเป็ต้องทำมาให้พวกเรากินก็ได้แต่ก็มีน้ำใจกับพวกเราผมหวังว่าทุกคนจะไม่พูดออกไป” ลี่ิพูดจริงจัง
“เราไม่พูดหรอก ฝากขอบใจหลิวอี้ด้วยฝีมือทำอาหารรสชาติดีจริงๆ ” หวังซื่อป้าสะใภ้ใหญ่กล่าวส่วนทุกคนพยักหน้ารับเห็นด้วยกับคำพูดหวังซื่อ
พี่สะใภ้ขอตัวไปล้างจานเหลือเพียงพ่อแม่ลูก 4 คนเท่านั้น
“หลิวอี้เปลี่ยนไปมากจริงๆพ่อดีใจที่เห็นหลานสาวคนนี้กล้าทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างแล้วก็มีความสามารถหลายอย่างจริงๆ น่าดีใจแทนอาเล็กของพวกแกจริงๆ ”ซูหลีเว่ยพูดคุยกับลูก ๆ
“ใช่แล้ว ลี่จู ก็ควรไปขอเรียนรู้กับพี่หลิวอี้บ้างนะคนเรามีความรู้ติดตัวไว้เป็เื่ที่ดี” หวังซื่อหันไปบอกลูกสาว
“ฉันก็อยากค่ะแม่แต่ไม่รู้พี่หลิวอี้จะรำคาญฉันหรือเปล่า”
“ไม่หรอก หลิวอี้จะดีใจด้วยซ้ำถ้าแกไปหาวันนี้ยังพูดเื่แกกับฉันอยู่เลย” ลี่ิบอกน้องสาว
“พี่หลิวหนึ่งพูดถึงฉันด้วยเหรอเมื่อก่อนฉันเวลาที่ไปหาเหมือนพี่เขาไม่อยากคุยกับฉันเลย” ลี่จูอธิบาย
มันก็เป็อย่างที่ลี่จูพูดจริงๆนั่นล่ะเมื่อก่อนหลิวอี้เก็บตัวมากจริงๆระหว่างพี่น้องก็มีแต่เขาที่พูดด้วยมากที่สุดขนาดน้องชายตัวเองหลิวอี้ยังไม่สนิทด้วยเลยน้องสาวเขาจะกังวลก็ไม่แปลกอะไร
“เชื่อฉันเถอะ หลิวอี้ไม่รำคาญแกหรอกเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนก่อนแล้ว”
ซูลี่จูดีใจกับสิ่งที่พี่บอกพวกเขาบอกลาพ่อแม่แล้วก็แยกกันไปนอนพรุ่งนี้เช้าต้องตื่นมาทำงานกันตอนเช้าอีก