ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มทองเมื่อรถตู้คันเล็กแล่นเข้าสู่ถนนลูกรังที่ทอดยาวไปสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ คฤหาสน์นี้เป็ของครอบครัวของภูมิ เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ซึ่งเชิญทุกคนมาค้างคืนใน่สุดสัปดาห์เพื่อหลีกหนีจากชีวิตในเมืองและการเรียนที่เหนื่อยล้า
"ถึงแล้ว!" ภูมิประกาศด้วยเสียงร่าเริงขณะหยุดรถหน้าประตูเหล็กสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยสนิม เขาะโลงจากรถก่อนใครด้วยความกระตือรือร้น "บ้านหลังนี้เป็ของปู่ทวดฉันเอง ไม่มีใครมาอยู่ที่นี่นานแล้ว แต่ฉันคิดว่ามันน่าจะสนุกดีถ้าพวกเรามาพักกัน"
ธันวามองไปที่คฤหาสน์อย่างครุ่นคิด ตัวอาคารสูงสามชั้นดูเหมือนเป็เงาอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า วัชพืชขึ้นตามทางเดินและหน้าต่างบางบานก็ถูกปิดด้วยไม้ "คฤหาสน์นี้ดู...เก่าและน่ากลัวมาก" เขาพูดเบาๆ แต่เสียงของเขาก็ถูกกลบด้วยเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้
มินตราเองก็รู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ แต่เธอยิ้มให้ภูมิ "มันมีเสน่ห์แบบเก่าๆ ดีเหมือนกันนะ ฉันว่ามันน่าจะเป็ประสบการณ์ที่น่าสนใจ"
น้ำฝนกับนพเดินตามลงมาพร้อมๆ กัน "ใช่ มันอาจจะดูน่ากลัวนิดหน่อย แต่ก็น่าสนุกนะ" น้ำฝนพูดพลางถือกระเป๋าของเธอไว้แน่น ส่วนนพเพียงแค่พยักหน้าเงียบๆ แต่ดวงตาของเขาก็จับจ้องไปที่คฤหาสน์อย่างไม่วางตา
กลุ่มเพื่อนเดินไปที่ประตูใหญ่ของคฤหาสน์พร้อมกับกระเป๋าสัมภาระของพวกเขา ประตูไม้หนักเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ก้องไปทั่วลานคฤหาสน์ ภายในนั้นเป็ทางเดินยาวที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้ดูเหมือนจะเล่าเื่ราวในอดีตที่ถูกลืมเลือน
"เอาล่ะ พวกเราแยกย้ายกันไปห้องของแต่ละคนกันดีกว่า แล้วเดี๋ยวเจอกันที่ห้องนั่งเล่น!" ภูมิกล่าวขณะที่พวกเขาเริ่มเดินไปตามทางเดินที่มีแต่เงามืด
แต่เมื่อพวกเขาเริ่มสำรวจคฤหาสน์ ความรู้สึกแปลกๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของทุกคน ราวกับว่าพวกเขาถูกเฝ้ามองโดยบางสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้...