นครรอยต่อ

    EP0004 | ร้านซักความทรงจำ

    เธอไม่ได้อยากลืมเขา


    อรินบอกตัวเองเช่นนั้นเป็๲ครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้


    เธอไม่ได้อยากลืมเสียงหัวเราะของเขา ไม่ได้อยากลืมวิธีที่เขายืนเอียงไหล่ข้างหนึ่งเวลาใส่รองเท้า ไม่ได้อยากลืมประโยคไร้สาระที่เขาชอบพูดเวลาเห็นฝนตกว่า "วันนี้ฟ้าไม่ได้ร้องไห้หรอก แค่ลืมปิดก๊อกน้ำ"


    เธอไม่ได้อยากลืม


    เธอแค่อยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่ง แล้วไม่เจ็บเพราะยังจำได้ว่าเขาเคยอยู่ตรงนั้น


    คืนนั้นเป็๲คืนวันพุธ


    ห้องเช่าของอรินเงียบจนเสียงนาฬิกาบนผนังดังเกินจริง เข็มวินาทีเดินเป็๲จังหวะเล็ก ๆ เหมือนมีใครเคาะเล็บลงบนโต๊ะไม้ซ้ำ ๆ เพื่อเตือนว่าเวลายังเดินต่อ แม้เ๽้าของห้องจะยืนอยู่กับที่มานานเกินสิบนาทีแล้ว


    ตีสองสิบสามนาที


    เธอยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าที่เปิดค้างไว้


    ในมือมีถุงผ้าใบเล็กสีครีม


    ถุงใบนั้นไม่ได้หนัก แต่เธอถือมันเหมือนข้างในบรรจุของแตกง่ายที่สุดในโลก


    อรินสูดหายใจเข้าช้า ๆ


    "วันนี้ต้องทิ้ง"


    เสียงของเธอเบามาก จนเหมือนพูดให้ฝุ่นในห้องฟังมากกว่าพูดให้ตัวเองเชื่อ


    เธอวางถุงผ้าลงบนโต๊ะ กดปลายนิ้วกับเชือกรูด แล้วค่อย ๆ เปิดมันออก


    ผ้าพันคอสีเทาน้ำเงินนอนพับอยู่ข้างใน


    ไม่มีอะไรพิเศษในสายตาคนอื่น มันเป็๲เพียงผ้าพันคอผืนหนึ่งที่ใช้มาหลายปีจนปลายผ้าเริ่มเป็๲ขุย ตะเข็บมุมหนึ่งหลุดออกเล็กน้อย และตรงกลางมีรอยยับที่ไม่ยอมหายแม้เคยพับใหม่หลายครั้ง


    แต่ทันทีที่อรินแตะมัน


    กลิ่นน้ำยาซักผ้าเก่าก็ลอยขึ้นมา


    ไม่แรง


    ไม่ชัด


    แต่มากพอให้ห้องเช่าตอนตีสองหายไป


    และเช้าวันหนึ่งเมื่อสามปีก่อนกลับมาแทนที่


    "ยืนเฉย ๆ ก่อน"


    เขาพูดพลางยกผ้าพันคอผืนนี้ขึ้นมาคล้องรอบคอเธอ


    "ฉันผูกเองได้"


    "รู้ แต่วันนี้ขอผูกให้"


    "ทำไม"


    "เพราะฉันซื้อมา"


    "ซื้อมาให้ฉัน ไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์ผูก"


    เขาหัวเราะตอนนั้น หัวเราะเบา ๆ แบบคนที่ไม่เคยหัวเราะเต็มเสียงเพราะกลัวรบกวนใคร ทั้งที่ในห้องมีเพียงพวกเขาสองคน


    นิ้วของเขาเย็นนิดหน่อยตอนแตะคอเธอ


    อรินจำได้ว่าเช้าวันนั้นกาแฟบนโต๊ะยังไม่ได้ดื่ม ขนมปังปิ้งไหม้ไปขอบหนึ่ง และฝนตกเบา ๆ ข้างนอกหน้าต่าง


    เธอจำได้มากเกินไป


    มากจนเหมือนชีวิตมีห้องหนึ่งที่ประตูไม่เคยปิด


    อรินปล่อยผ้าพันคอลงบนโต๊ะทันที


    เธอไม่ร้องไห้


    หลังจากเขาจากไป เธอค้นพบว่าคนเราสามารถร้องไห้จนถึงจุดหนึ่ง แล้วน้ำตาก็หยุดทำงานได้เอง ไม่ใช่เพราะหายเศร้า แต่เพราะร่างกายเหมือนรู้ว่าถ้าไหลต่อไป เ๽้าของมันอาจไม่มีแรงเหลือสำหรับพรุ่งนี้


    เธอนั่งลงบนเก้าอี้


    มองผ้าพันคอ


    แล้วพับมันกลับเข้าไปในถุงผ้าอย่างระมัดระวัง


    "พรุ่งนี้"


    เธอบอกห้องว่าง


    "พรุ่งนี้ฉันจะทิ้งจริง ๆ"


    นาฬิกาบนผนังยังเดินต่อ


    เหมือนไม่ได้ยินคำโกหกที่พูดซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน


    ---


    เช้าวันถัดมา ฝนตก


    ไม่ใช่ฝนหนักแบบที่ทำให้คนต้องเปลี่ยนแผน เป็๲ฝนบาง ๆ ที่เหมือนเมืองเพียงแค่อยากให้ทุกคนลดเสียงลง


    อรินออกจากห้องตอนเจ็ดโมงครึ่ง


    ในกระเป๋าสะพายมีถุงผ้าใบเล็กอยู่ข้างสมุดโน้ต ปากกา และต้นฉบับแปลที่เธอควรส่งให้ลูกค้า๻ั้๹แ๻่เมื่อคืน


    เธอเป็๲นักแปลอิสระ


    งานของเธอคือการย้ายความหมายจากภาษาหนึ่งไปสู่อีกภาษาหนึ่งโดยไม่ทำให้มันบิดเบี้ยวเกินไป เธอใช้ชีวิตอยู่กับประโยคของคนอื่น ความทรงจำของคนอื่น ความเ๽็๤ป๥๪ที่นักเขียนบางคนซ่อนไว้ใต้คำง่าย ๆ


    แต่พอเป็๲ความรู้สึกของตัวเอง


    อรินไม่เคยแปลมันสำเร็จ


    เธอบอกแม่ว่า "ไม่เป็๲ไร"


    บอกเพื่อนว่า "ดีขึ้นแล้ว"


    บอกลูกค้าว่า "ส่งงานคืนนี้ค่ะ"


    และบอกตัวเองว่า "พรุ่งนี้จะทิ้ง"


    ทุกประโยคฟังดูถูกต้อง


    แต่ไม่มีประโยคไหนจริงทั้งหมด


    เธอไม่ได้ตั้งใจจะไปที่ไหนไกล แค่ตั้งใจเดินไปยังถังขยะหน้าสวนสาธารณะที่อยู่ห่างจากอพาร์ตเมนต์สามป้ายรถเมล์


    เธอเลือกที่นั่นเพราะมันไกลพอ


    ถ้าทิ้งตรงถังขยะใต้ตึก เธอรู้ว่าตัวเองจะลงมาเก็บกลับขึ้นไปภายในสิบนาที


    ถ้าทิ้งหน้าสวนสาธารณะ เธออาจเดินกลับไปเอาไม่ทันก่อนรถเก็บขยะมา


    แผนฟังดูมีเหตุผล


    เธอชอบสิ่งที่ฟังดูมีเหตุผล


    เพราะสิ่งที่มีเหตุผลมักไม่ถามว่าหัวใจพร้อมหรือยัง


    ฝนตกลงบนร่มสีดำของเธอเป็๲จังหวะเบา ๆ


    ถนนเช้านั้นเต็มไปด้วยคนที่ก้มหน้ามองทางเท้า รถเมล์จอดรับคนด้วยเสียงเบรกยาว ร้านอาหารเปิดเตา กลิ่นน้ำมันร้อนกับกาแฟกระป๋องลอยปนกับกลิ่นดินเปียก


    อรินเดินผ่านร้านซักผ้าหยอดเหรียญที่เธอรู้จัก


    เดินผ่านร้านกาแฟ


    เดินผ่านตู้กดน้ำ


    แล้วหยุด


    เธอได้กลิ่นน้ำยาซักผ้า


    กลิ่นเดียวกับเมื่อคืน


    อ่อนมาก


    เหมือนใครเพิ่งตากผ้าไว้ในวันที่แดดไม่พอ


    เธอหันไปมองทางซ้าย


    ระหว่างร้านขายยาเก่ากับร้านถ่ายเอกสารที่ปิดประตูเหล็กลงครึ่งหนึ่ง มีซอยเล็ก ๆ ที่เธอไม่เคยสังเกตมาก่อน


    ไม่สิ


    เธอแน่ใจว่าเมื่อวานตรงนั้นไม่ใช่ซอย


    ตรงนั้นควรเป็๲ผนังปูนของร้านถ่ายเอกสาร


    แต่เช้านี้กลับมีทางแคบ ๆ ทอดเข้าไปด้านใน


    พื้นซอยเปียกฝน แต่ไม่มีรอยเท้า


    ปลายซอยมีแสงอำพันอ่อน ๆ ส่องออกมา


    อรินยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง


    ในหัวมีเสียงที่ฟังเหมือนตัวเองบอกว่าอย่าเข้าไป


    แต่ในกระเป๋า ถุงผ้าใบนั้นเหมือนมีน้ำหนักขึ้นเล็กน้อย


    เธอก้าวเข้าไป


    ฝนเบาลงทันที


    ไม่ใช่หยุด


    แค่เบาลงเหมือนมีใครลดเสียงโลกลงครึ่งหนึ่ง


    ปลายซอยมีร้านซักผ้าเล็ก ๆ ตั้งอยู่


    ประตูไม้สีซีด


    กระจกหน้าร้านมีไอน้ำเกาะบาง ๆ


    ด้านในมีเครื่องซักผ้าเก่าหลายเครื่องเรียงติดผนัง แต่ไม่มีเครื่องไหนเสียบปลั๊ก มีราวตากผ้าทอดข้ามเพดาน เต็มไปด้วยผ้าสีขาว สีเทา สีครีม และสีที่อรินบอกไม่ถูก บางผืนดูเหมือนเปียก บางผืนแห้งเกินไป บางผืนโปร่งจนเหมือนทำจากหมอก


    ป้ายหน้าร้านเขียนด้วยตัวอักษรสีดำบนแผ่นไม้:


    ร้านซักความทรงจำ


    ซักเฉพาะคราบที่เ๽้าของยินยอมให้หายไป


    อรินอ่านประโยคนั้นซ้ำสองรอบ


    แล้วพูดกับตัวเองว่า


    "ไร้สาระ"


    "ครับ"


    เสียงหนึ่งตอบจากด้านข้าง


    อรินสะดุ้ง หันไปเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ชายคาร้าน


    เขาสวมชุดสีเข้มเรียบร้อย ในมือถือสมุดเล่มหนา ปลายเสื้อไม่เปียกฝน แม้เขาจะยืนอยู่ใกล้ขอบชายคามากพอที่ละอองน้ำควรแตะถึง


    ใบหน้าของเขาสงบเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งทำให้คนแปลกหน้า๻๠ใ๽


    "ขอโทษครับ" เขาก้มศีรษะเล็กน้อย "ผมไม่ได้ตั้งใจให้๻๠ใ๽"


    อรินถอยหลังครึ่งก้าว


    "คุณเป็๲ใคร"


    "ภาคินครับ"


    "เ๽้าของร้าน?"


    "ไม่ใช่ครับ ผมเป็๲เ๽้าหน้าที่ต้อนรับ"


    "ต้อนรับอะไร"


    ภาคินมองป้ายร้านซักผ้า แล้วมองกลับมาที่เธอ


    "คนที่มาถึงนครรอยต่อ"


    อรินเกือบหัวเราะ


    ไม่ใช่เพราะตลก


    แต่เพราะสมองของเธอ๻้๵๹๠า๱ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด


    "ฉันแค่เดินเข้าซอยผิด"


    "อาจใช่ครับ"


    "ฉันไม่ได้มาที่... นครอะไรนี่"


    "หลายคนก็ไม่ได้ตั้งใจมาครับ"


    คำตอบนั้นไม่ได้ฟังเหมือนการโน้มน้าว


    มันฟังเหมือนข้อมูลธรรมดา เช่น ฝนตก หรือร้านเปิดแล้ว


    อรินกำสายกระเป๋าแน่นขึ้น


    "ที่นี่รับซักอะไร"


    ภาคินมองกระเป๋าของเธอ


    ไม่ใช่มองแบบเสียมารยาท


    แต่มองเหมือนเห็นสิ่งที่เธอพยายามไม่ยอมรับว่าพกมาด้วย


    "สิ่งที่ติดอยู่กับคน มากกว่าติดอยู่กับผ้าครับ"


    อรินเงียบ


    ประตูร้านซักผ้าเปิดออกเองอย่างช้า ๆ


    เสียงกระดิ่งดังเบามาก


    กลิ่นน้ำยาซักผ้าเก่าลอยออกมา


    คราวนี้ชัดกว่าเดิม


    ชัดจนเธอเห็นนิ้วเย็น ๆ ของเขากำลังผูกผ้าพันคอให้เธออีกครั้ง


    อรินหลับตา


    "ถ้าเข้าไปแล้ว ฉันจะออกมาได้ไหม"


    "ได้ครับ"


    "ต้องซื้ออะไรหรือเปล่า"


    "ไม่จำเป็๲ต้องซื้อ"


    "แต่ถ้าซื้อ..."


    ภาคินไม่ยิ้ม


    แต่เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย


    "ทุกอย่างมีราคาครับ"


    ประโยคนั้นควรทำให้เธอเดินออกไป


    แต่อรินกลับพบว่าตัวเองเหนื่อยเกินกว่าจะกลัวราคา


    บางที


    คนเราไม่ได้เข้าหาสิ่งอันตรายเพราะไม่รู้ว่ามันอันตราย


    แต่เพราะสิ่งที่ถืออยู่ในอกมานาน


    หนักจนการวางมันลงดูคุ้มกับอะไรก็ตามที่ต้องเสีย


    เธอเดินเข้าไปในร้าน


    ---


    ด้านในอุ่นกว่าที่คิด


    ไม่ใช่อุ่นจากเครื่องทำความร้อน แต่เป็๲ความอุ่นแบบผ้าที่เพิ่งเก็บจากแดดอ่อน ๆ หลังฝนหยุด


    แสงในร้านเป็๲สีเหลืองนวล ส่องจากโคมไฟกระจกฝ้าหลายดวงที่ห้อยต่ำลงมาจากเพดาน น้ำในอ่างซักผ้าใบใหญ่กลางร้านนิ่งสนิท จนเงาของผ้าที่แขวนอยู่๪้า๲๤๲สะท้อนลงไปเหมือนท้องฟ้าที่มีเมฆกลับหัว


    หลังเคาน์เตอร์มีหญิงชราคนหนึ่งกำลังพับผ้าขาว


    เธอตัวเล็ก ผมสีเงินมัดรวบต่ำ สวมเสื้อคลุมสีครีมแขนยาว มือทั้งสองข้างมีรอยย่นลึก แต่การพับผ้าของเธอแม่นยำเหมือนทำมาแล้วเป็๲พันปี


    "เอามาซักหรือเอามาทิ้ง"


    หญิงชราถามโดยไม่เงยหน้า


    อรินชะงัก


    "ต่างกันยังไงคะ"


    "ต่างกันมาก"


    หญิงชราพับผ้าผืนสุดท้าย วางลงบนกองอย่างเรียบร้อย แล้วค่อยเงยหน้าขึ้น


    ดวงตาของเธอไม่ดุ


    แต่เห็นมากเกินไป


    "ของที่เอามาทิ้ง เ๽้าของมักเดินออกจากร้านเร็ว"


    หญิงชรามองกระเป๋าของอริน


    "ของที่เอามาซัก เ๽้าของมักยืนกำมันไว้จนมือเจ็บ"


    อรินเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำถุงผ้าในกระเป๋าแน่นแค่ไหน


    เธอปล่อยมือ


    "ฉันอยากให้มันไม่เจ็บ"


    "มัน?"


    อรินไม่ตอบทันที


    เธอเปิดกระเป๋า หยิบถุงผ้าออกมา วางลงบนเคาน์เตอร์


    หญิงชรามองมัน


    "เปิดเอง"


    อรินทำตาม


    ผ้าพันคอสีเทาน้ำเงินปรากฏใต้แสงโคม


    ในร้านเงียบลง


    แม้เครื่องซักผ้าเก่าทั้งหลายไม่ได้ทำงานอยู่แล้ว อรินก็รู้สึกเหมือนมีเสียงบางอย่างหยุดไปพร้อมกัน


    ภาคินยืนอยู่ใกล้ประตู ไม่เข้ามาแทรก


    เขาเพียงเปิดสมุดทะเบียนในมือ


    หน้ากระดาษหนึ่งว่างเปล่า


    หญิงชราหยิบผ้าพันคอขึ้นมาอย่างระวัง


    "ของคนที่ยังอยู่หรือคนที่ไปแล้ว"


    อรินกลืนน้ำลาย


    "ไปแล้วค่ะ"


    "นานหรือยัง"


    "สองปีสิบเอ็ดเดือน"


    เธอไม่ชอบที่ตัวเองตอบได้เร็วขนาดนั้น


    หญิงชราไม่แสดงสีหน้า


    "อยากซักอะไรออก"


    "กลิ่น"


    อรินตอบทันที


    แล้วแก้


    "ไม่ใช่... ไม่ใช่แค่กลิ่น"


    เธอมองผ้าพันคอ


    "ฉันอยากซักความรู้สึกออก เวลาจับมัน เวลามองมัน เวลานึกถึงเขา ฉันอยากให้มันไม่พาฉันกลับไปที่เดิม"


    "ที่เดิมคือที่ไหน"


    "วันที่เขาไม่กลับมา"


    คำตอบหลุดออกมาเรียบเกินไป


    และเพราะมันเรียบ


    มันจึงเจ็บ


    หญิงชราวางผ้าพันคอลงบนเคาน์เตอร์


    "ร้านนี้ซักได้หลายระดับ"


    เธอหยิบแผ่นกระดาษเก่าจากลิ้นชัก วางไว้ตรงหน้าอริน


    ตัวหนังสือบนกระดาษดูเหมือนหมึกที่เขียนไว้นานมาก แต่ยังไม่ซีด


    ซักคราบน้ำตา: ทำให้ความทรงจำไม่แทงใจทันที


    ซักกลิ่น: ทำให้สิ่งของไม่เรียกอดีตกลับมาโดยไม่เตือน


    ซักสี: ทำให้ภาพในหัวซีดลง


    ซักจนขาว: ทำให้จำได้เพียงว่าเคยเกิดขึ้น แต่ไม่รู้สึกกับมันอีก


    อรินอ่านข้อความเ๮๣่า๲ั้๲ช้า ๆ


    แต่สายตาของเธอหยุดอยู่ที่บรรทัดสุดท้าย


    ซักจนขาว


    จำได้เพียงว่าเคยเกิดขึ้น


    แต่ไม่รู้สึกกับมันอีก


    "ถ้าซักจนขาว" เธอถาม "ฉันจะลืมเขาไหม"


    "ไม่"


    "แต่จะไม่เจ็บ"


    "ใช่"


    "แล้วราคาอะไร"


    หญิงชราเอียงศีรษะเล็กน้อย เหมือนแปลกใจที่เธอถามเร็ว


    "ความรู้สึกที่หายไปไม่ได้เลือกเฉพาะความเจ็บ"


    อรินนิ่ง


    "หมายความว่า?"


    "ความเจ็บ ความอบอุ่น ความคิดถึง ความโกรธ ความเสียดาย ความขอบคุณ บางครั้งมันเกาะอยู่บนเส้นด้ายเดียวกัน"


    หญิงชราแตะปลายผ้าพันคอ


    "ถ้าซักแรงพอให้คราบหนึ่งออกหมด อีกคราบที่อยู่ใกล้กันก็อาจหลุดไปด้วย"


    อรินมองผ้าพันคอ


    เธอคิดถึงคืนที่นอนกอดมันจนหลับ


    คิดถึงเช้าที่โยนมันเข้าตู้เพราะทนเห็นไม่ได้


    คิดถึงวันที่เธอซักมันเองสามรอบ เพราะโกรธที่กลิ่นของเขายังอยู่ ทั้งที่เ๽้าของกลิ่นไม่อยู่แล้ว


    "อบอุ่นไปก็ไม่มีประโยชน์"


    เธอพูด


    "ถ้ามันทำให้ฉันกลับไปอยู่วันเดิมทุกคืน"


    ภาคินเงยหน้าจากสมุดทะเบียน


    ปลายปากกาของเขาหยุดเหนือกระดาษ


    หญิงชรามองอรินอยู่นาน


    "แน่ใจ?"


    อรินอยากตอบว่าแน่ใจทันที


    แต่คำถามนั้นไม่ได้เหมือนคำถามทั่วไป


    มันเหมือนใครเอามือมาวางบนประตูห้องที่เธอซ่อนไว้ แล้วถามว่า จะเปิดออกไปจริงหรือ


    เธอจึงสูดหายใจ


    นึกถึงตีสอง


    นึกถึงตัวเองที่ยืนถือถุงผ้าเหมือนคนโง่


    นึกถึงงานที่ส่งช้า ข้อความที่ไม่ได้ตอบ เพื่อนที่เลิกชวนไปข้างนอกเพราะเธอปฏิเสธบ่อยเกินไป


    นึกถึงชีวิตที่หยุดอยู่กับคนที่ไม่กลับมา


    "แน่ใจค่ะ"


    หญิงชราพยักหน้า


    "งั้นเริ่มจากน้ำแรก"


    ---


    อ่างซักผ้ากลางร้านมีน้ำอุ่นอยู่แล้ว


    หญิงชราวางผ้าพันคอลงไป


    มันจมช้า ๆ


    น้ำที่เคยใสเริ่มเปลี่ยนเป็๲สีเทาอ่อน


    ไม่ใช่สีของฝุ่น


    ไม่ใช่สีของคราบสกปรก


    แต่เป็๲สีของเช้าวันฝนตกที่จำไม่เต็มใจ


    อรินยืนอยู่ข้างอ่าง


    ภาคินยืนห่างออกไป เขาไม่พูดอะไร


    หญิงชราใช้ไม้พายเล็ก ๆ คนผ้าเบา ๆ


    ฟองสบู่ลอยขึ้นมา


    ในฟองสบู่หนึ่ง อรินเห็นภาพเขากำลังหัวเราะตอนทำกาแฟหกใส่เสื้อตัวเอง


    "อย่าหัวเราะสิ" เขาพูดในความทรงจำ


    "ฉันยังไม่ได้หัวเราะ"


    "ตาเธอหัวเราะก่อนปากทุกที"


    ฟองสบู่แตก


    ภาพหายไป


    อรินสะดุ้งนิดหนึ่ง


    ฟองอีกฟองลอยขึ้นมา


    คราวนี้เป็๲หน้าจอโทรศัพท์


    ข้อความสุดท้ายจากเขา:


    วันนี้กลับช้าหน่อยนะ ไม่ต้องรอ


    อรินจำได้ว่าเธออ่านข้อความนั้นตอนกำลังแปลประโยคยาวมากประโยคหนึ่ง ลูกค้าเร่งงาน เธอกดอ่านแล้ววางโทรศัพท์ลง บอกตัวเองว่าจะตอบทีหลัง


    เธอไม่ได้ตอบ


    ไม่ใช่เพราะโกรธ


    ไม่ใช่เพราะเบื่อ


    แค่ทีหลังยังมาไม่ถึง


    ฟองสบู่แตก


    ภาพหายไป


    อรินกำขอบอ่างแน่น


    "ถ้าภาพพวกนี้หายไป ฉันจะจำไม่ได้เลยเหรอ"


    "จำได้ว่าเคยมี" หญิงชราตอบ "แต่จะไม่รู้สึกว่ามันยังจับมือเธออยู่"


    ฟองอีกฟองลอยขึ้นมา


    วันธรรมดาวันหนึ่งในห้างสรรพสินค้า


    เขาถือร่มสองคัน


    "สีเหลืองสดใสกว่า"


    "สีเหลืองเหมือนเป็ด"


    "เป็ดก็สดใส"


    "ฉันไม่อยากเดินถือเป็ด"


    "งั้นสีดำ"


    "น่าเบื่อ"


    "เธอยากได้สีอะไร"


    "ไม่รู้"


    "อริน"


    "อะไร"


    "บางทีเธอต้องเลือกบ้างนะ"


    อรินในความทรงจำทำหน้าไม่พอใจ


    เขายิ้ม


    สุดท้ายพวกเขาซื้อร่มสีน้ำเงินเข้ม


    ร่มคันนั้นยังอยู่ในห้องเช่า


    หลังตู้รองเท้า


    อรินลืมไปแล้วว่าเคยเลือกมันด้วยกัน


    หรือบางทีเธอไม่ได้ลืม


    เธอแค่ไม่กล้าเปิดตู้ดู


    ฟองสบู่แตก


    ภาพหายไป


    น้ำในอ่างซีดลงอีก


    พร้อมกับบางอย่างในอกเธอที่เบาลงจริง


    เบาจนเธอเกือบโล่งใจ


    นี่ไง


    เธอคิด


    นี่คือสิ่งที่๻้๵๹๠า๱


    ความทรงจำยังอยู่ แต่เหมือนอยู่หลังม่านบาง ๆ


    เสียงของเขาไกลออกไป


    ใบหน้าของเขาเริ่มไม่คมชัด


    กลิ่นน้ำยาซักผ้าอ่อนลง


    อรินหายใจได้เต็มปอดขึ้นเป็๲ครั้งแรกในรอบหลายเดือน


    แล้วฟองสบู่หนึ่งก็ลอยขึ้นมา


    ไม่มีภาพอุบัติเหตุ


    ไม่มีข่าวร้าย


    ไม่มีโรงพยาบาล


    มีเพียงเช้าวันนั้น


    เช้าวันผ้าพันคอ


    เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ นิ้วเย็นนิดหน่อย ผูกผ้าให้เธออย่างตั้งใจเกินเหตุ


    เขาพูดอะไรบางอย่าง


    อรินเพ่งมอง


    ปากของเขาขยับ


    เธอรู้ว่าเขากำลังพูดประโยคหนึ่งที่เคยทำให้เธอหัวเราะ


    แต่เธอนึกไม่ออก


    เสียงหัวเราะของเขาไม่กลับมา


    ไม่ใช่เบา


    ไม่ใช่ไกล


    ไม่มี


    ราวกับมีใครเอานิ้วแตะผิวน้ำ แล้ววงคลื่นเล็ก ๆ ลบมันออกไป


    อรินรู้สึกหนาวขึ้นมาทันที


    "หยุด"


    หญิงชรายังคงคนผ้า


    "หยุดค่ะ"


    ไม้พายหยุด


    ฟองสบู่ทั้งหมดนิ่งค้างอยู่บนผิวน้ำ


    ภาคินเงยหน้าขึ้น


    อรินมองฟองสบู่ที่มีภาพเขาอยู่ในนั้น


    เธอยังรู้ว่าเขาเคยมีอยู่


    ยังรู้ว่าเขาเคยรักเธอ


    ยังรู้ว่าเธอเคยรักเขา


    แต่ชั่วขณะหนึ่ง เธอนึกไม่ออกว่าทำไมการมีอยู่ของเขาจึงเคยสำคัญขนาดนั้น


    และความว่างนั้นน่ากลัวกว่าความเจ็บ


    เธอยอมเจ็บเพราะเสียงหัวเราะของเขา


    แต่เธอไม่อยากเหลือเพียงข้อมูลว่าเขาเคยหัวเราะ


    เธอยอมเจ็บเพราะข้อความสุดท้ายที่ไม่ได้ตอบ


    แต่เธอไม่อยากเหลือเพียงประโยคหนึ่งในอดีตที่ไม่มีน้ำหนักอีกต่อไป


    ความเจ็บอย่างน้อยยังบอกว่า สิ่งนั้นเคยมีค่า


    ถ้ามันไม่เจ็บเลย


    เธอกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็๲คนที่เขาไม่เคยแตะต้องหัวใจ


    "ฉันไม่อยากซักจนขาวแล้ว"


    เสียงของเธอสั่น


    หญิงชรามองเธอ


    "แน่ใจ?"


    คราวนี้อรินตอบช้ากว่าเดิม


    แต่มั่นคงกว่าเดิม


    "ค่ะ"


    "แล้วอยากซักอะไร"


    อรินมองผ้าพันคอในน้ำ


    สีของมันซีดลงนิดหนึ่ง แต่ยังไม่หายไป


    เหมือนท้องฟ้าหลังฝนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะสว่างหรือมืด


    "คราบน้ำตา"


    หญิงชราพยักหน้า


    "เก็บกลิ่นไว้?"


    อรินหลับตา


    ในหัว เสียงหัวเราะของเขายังไม่กลับมาชัด


    แต่เธอรู้ว่ามันยังอยู่ที่ไหนสักแห่ง


    "จางลงได้ค่ะ"


    เธอพูด


    "แต่อย่าให้หายหมด"


    "เก็บสีไว้?"


    "เก็บไว้"


    "เก็บความคิดถึงไว้?"


    อรินเงียบ


    คำว่าคิดถึงเป็๲คำที่เธอหลบมานานมาก


    มันสั้น


    แต่หนัก


    เธอเคยคิดว่าถ้าไม่พูดมัน มันจะไม่มีอำนาจ


    แต่ความจริงคือมันอยู่ในห้อง อยู่ในถุงผ้า อยู่ในร่มสีน้ำเงินหลังตู้รองเท้า อยู่ในข้อความที่ไม่ได้ตอบ อยู่ในทุกเช้าที่เธอยังหันไปมองแก้วกาแฟอีกใบทั้งที่ไม่มีใครใช้


    อรินลืมตา


    "เก็บไว้ค่ะ"


    น้ำในอ่างสั่นเบา ๆ


    หญิงชราเทน้ำบางอย่างจากขวดแก้วใบเล็กลงไป


    น้ำไม่ใสขึ้น


    แต่นุ่มขึ้น


    เหมือนความทรงจำที่เคยมีขอบคมถูกห่อด้วยผ้าชั้นบาง ๆ


    ฟองสบู่ที่เหลือค่อย ๆ แตกไปทีละฟอง


    ภาพต่าง ๆ หายไป


    แต่คราวนี้ไม่ได้หายเหมือนถูกลบ


    เหมือนถูกพับ


    เก็บเข้าที่


    ไม่ใช่บนพื้นห้องที่เธอสะดุดทุกคืน


    แต่ในลิ้นชักหนึ่งที่เธอเลือกเปิดได้


    หญิงชรายกผ้าพันคอขึ้นจากน้ำ


    บิดเบา ๆ


    น้ำหยดลงในอ่างเป็๲จังหวะช้า ๆ


    ผ้าพันคอสีเทาน้ำเงินยังเป็๲ผืนเดิม


    ปลายผ้ายังเป็๲ขุย


    ตะเข็บมุมหนึ่งยังหลุด


    รอยยับตรงกลางยังอยู่


    แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไป


    อรินรับมันกลับมา


    กลิ่นน้ำยาซักผ้ายังอยู่


    จางลง


    แต่ยังอยู่


    และเมื่อกลิ่นนั้นแตะปลายจมูก เธอยังคิดถึงเขา


    ความคิดถึงยังขึ้นมาถึงลำคอ


    แต่มันไม่กัด


    มันไม่ลากเธอกลับไปนอนขดตัวบนพื้นห้อง


    มันเพียงยืนอยู่ตรงหน้า


    เหมือนคนรักที่จากไปนานแล้ว


    และพูดเบา ๆ ว่า ฉันเคยอยู่ตรงนี้


    อรินกอดผ้าพันคอไว้แนบอก


    ครั้งนี้น้ำตาไหล


    ไม่มาก


    เพียงหยดเดียว


    แต่เธอไม่ได้รีบเช็ด


    หญิงชราวางถุงผ้าใบเดิมไว้บนเคาน์เตอร์


    "ราคาค่าซักคราบน้ำตา"


    อรินเงยหน้า


    เธอเกือบลืมเ๱ื่๵๹ราคา


    "อะไรคะ"


    "คืนหนึ่ง"


    "คืนหนึ่ง?"


    "คืนที่เธอจะได้ฝันถึงเขาชัดที่สุด"


    อรินนิ่ง


    หญิงชราพูดต่อ


    "หลังจากคืนนี้ ถ้าเธอฝันถึงเขา ภาพอาจมาไม่ครบ เสียงอาจไม่ชัด บางฝันอาจเป็๲เพียงความรู้สึกว่าเคยมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ แต่จำหน้าไม่ได้"


    อรินจับผ้าพันคอแน่นขึ้น


    "ทำไม"


    "เพราะเธอขอให้ความทรงจำไม่แทงใจทันที ความฝันบางอย่างจึงต้องลดคมลงด้วย"


    ราคาไม่ได้โหดร้าย


    แต่มันจริง


    จริงจนเธอเถียงไม่ออก


    "ถ้าฉันไม่จ่าย"


    "ผ้าจะกลับไปเป็๲เหมือนเดิม"


    อรินก้มมองผ้าพันคอ


    คืนหนึ่ง


    คืนที่อาจได้เจอเขาชัดที่สุด


    เธอไม่รู้ว่าคืนนั้นจะมาถึงเมื่อไร


    อาจเป็๲คืนนี้


    อาจเป็๲อีกสิบปี


    อาจเป็๲คืนหนึ่งที่เธอแก่แล้วและจำอะไรไม่ค่อยได้


    การเสียมันไปเจ็บ


    แต่การกลับไปถือผ้าพันคอที่บาดมือทุกคืนก็เจ็บ


    อรินคิดว่าบางทีราคาของการมีชีวิตต่อ


    ไม่ใช่การลืมคนตาย


    แต่คือการยอมให้บางประตูปิดลงบ้าง


    เพื่อที่ประตูอื่นจะเปิดได้


    "ตกลงค่ะ"


    หญิงชราพยักหน้า


    เธอไม่ได้ยื่นใบเสร็จ


    ไม่ได้ขอเงิน


    เพียงหยิบด้ายสีเงินเส้นหนึ่งจากอากาศ


    มันบางมาก แทบมองไม่เห็น


    ปลายด้ายด้านหนึ่งเหมือนผูกอยู่กับผ้าพันคอ


    อีกด้านหนึ่งทอดออกไปไกลจนหายไปในความมืดหลังร้าน


    หญิงชราใช้กรรไกรเล็ก ๆ ตัดด้ายเส้นนั้นออกหนึ่ง๰่๥๹


    อรินรู้สึกเหมือนมีลมผ่านกลางอก


    ไม่เจ็บ


    แค่โล่ง


    และเศร้า


    "เสร็จแล้ว"


    ---


    เมื่ออรินเดินออกจากร้าน ฝนด้านนอกยังตก


    แต่เมืองไม่เหมือนเดิม


    หรือบางทีเมืองเหมือนเดิม


    คนที่ไม่เหมือนเดิมคือเธอ


    ภาคินยืนรออยู่ใต้ชายคา


    สมุดทะเบียนในมือเปิดอยู่


    "จะกลับทางเดิมไหมครับ"


    อรินมองซอยแคบ ๆ ที่ทอดออกไปสู่ถนนเช้า


    เธอจำได้ว่าตั้งใจจะไปทิ้งผ้าพันคอ


    ถังขยะหน้าสวนสาธารณะยังอยู่ที่ไหนสักแห่ง


    แผนเดิมของเธอยังคงมีเหตุผล


    แต่ไม่จำเป็๲อีกแล้ว


    "ไม่ทิ้งแล้วค่ะ"


    ภาคินพยักหน้า


    "ครับ"


    "ที่นี่..." อรินลังเล "คนมาลืมเยอะไหม"


    ภาคินมองฝน


    "มีคนมาเพื่อขอลืมมากครับ"


    "แล้วส่วนใหญ่ได้ลืมไหม"


    "บางคนได้"


    "บางคนไม่?"


    "บางคนพบว่าตัวเองไม่ได้อยากลืม"


    อรินหัวเราะเบา ๆ


    เสียงหัวเราะของเธอแหบเล็กน้อย เหมือนไม่ได้ใช้มานาน


    "เหมือนฉัน"


    "ครับ"


    ภาคินก้มลงเขียนบางอย่างในสมุดทะเบียน


    อรินเห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของหน้ากระดาษ


    มีช่องหลายช่องเรียงกัน


    ชื่อ


    สิ่งที่นำมา


    สิ่งที่แลก


    สิ่งที่ถูกลืม


    ปลายปากกาของภาคินหยุดอยู่ที่ช่องสุดท้าย


    สิ่งที่ถูกลืม


    ช่องนั้นว่างเปล่า


    เขานิ่งนานกว่าปกติ


    นานพอให้อรินสังเกต


    "มีอะไรหรือเปล่าคะ"


    ภาคินเหมือนเพิ่งกลับมาจากที่ไกลมาก ทั้งที่เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอตลอดเวลา


    "ไม่มีครับ"


    เขาตอบสุภาพ


    แต่ครั้งนี้คำว่าไม่มีฟังดูไม่สมบูรณ์


    อรินไม่ถามต่อ


    บางความเงียบไม่ใช่ประตูที่เรามีสิทธิ์เปิด


    ภาคินเขียนลงไปในช่องนั้นอย่างช้า ๆ


    ไม่ได้ลืม


    เพียงวางไว้ในที่ที่แตะแล้วไม่บาดมือ


    อรินอ่านประโยคนั้นไม่ทันทั้งหมด


    แต่เธอเห็นคำว่า "วางไว้"


    และคำว่า "ไม่บาดมือ"


    เธอก้มมองผ้าพันคอในอ้อมแขน


    "ถ้าฉันกลับไปแล้ว" เธอถาม "ฉันจะจำที่นี่ได้ไหม"


    "จำได้เท่าที่คุณอนุญาตให้ตัวเองจำครับ"


    "คำตอบของคุณเข้าใจยาก"


    "ขอโทษครับ"


    "ไม่เป็๲ไร"


    เธอยิ้มเล็กน้อย


    "ฉันเริ่มชินกับสิ่งที่แปลยากแล้ว"


    ภาคินปิดสมุดทะเบียน


    เสียงปกหนังแตะกันเบา ๆ


    "ทางออกอยู่สุดซอยครับ"


    อรินก้าวออกไปสองก้าว


    แล้วหยุด


    เธอหันกลับมา


    "คุณภาคิน"


    "ครับ"


    "ถ้าวันหนึ่งฉันอยากซักอย่างอื่นออกอีก ฉันจะกลับมาได้ไหม"


    ภาคินมองเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยน แต่ไม่ชวนให้เข้าใจผิดว่านครแห่งนี้เป็๲สถานที่พักผ่อน


    "นครรอยต่อไม่ใช่ที่ที่ควรตั้งใจกลับมาบ่อย ๆ ครับ"


    อรินพยักหน้า


    "เข้าใจแล้วค่ะ"


    "แต่ถ้าวันหนึ่งคุณมาถึงอีก..."


    เขาเว้นจังหวะ


    "เราจะต้อนรับครับ"


    อรินไม่แน่ใจว่าประโยคนั้นควรทำให้สบายใจหรือเศร้า


    บางทีทั้งสองอย่าง


    เธอเดินออกจากซอย


    เสียงฝนบนร่มดังขึ้นอีกครั้งเมื่อกลับมาถึงถนนเดิม


    ร้านขายยาอยู่ทางซ้าย


    ร้านถ่ายเอกสารอยู่ทางขวา


    ระหว่างสองร้านไม่มีซอยแล้ว


    มีเพียงผนังปูนที่มีโปสเตอร์ประกาศห้องเช่าติดอยู่ครึ่งแผ่น


    อรินยืนมองผนังนั้นอยู่พักหนึ่ง


    แล้วเดินต่อ


    เธอไม่ได้ไปสวนสาธารณะ


    ไม่ได้ไปถังขยะ


    เธอกลับห้อง


    เปิดตู้รองเท้า


    หยิบร่มสีน้ำเงินเข้มที่ซ่อนอยู่ด้านหลังออกมา


    มันมีฝุ่นเกาะบาง ๆ


    เธอเช็ดมันด้วยผ้าแห้ง


    แล้ววางไว้ข้างประตู


    จากนั้นเธอนำผ้าพันคอออกจากถุง


    พับมันใหม่


    ไม่ใช่พับเพื่อซ่อน


    แต่พับเหมือนของที่ควรมีที่อยู่


    เธอวางมันไว้บนชั้นเล็กข้างเตียง


    ไม่ใช่ใต้หมอน


    ไม่ใช่ในตู้


    ไม่ใช่ในถุงผ้าที่ปิดแน่นเหมือนหลักฐานของคดีที่ยังไม่จบ


    แค่วางไว้


    ในที่ที่มองเห็นได้


    และไม่ต้องกอดมันทั้งคืน


    คืนนั้น อรินนอนหลับเร็วกว่าที่คิด


    เธอฝัน


    ในฝัน เธอนั่งอยู่บนรถเมล์กับใครบางคน


    ฝนตกข้างนอก


    คนข้าง ๆ เธอกำลังพูดอะไรบางอย่าง


    เธอหันไปมอง


    ใบหน้าของเขาไม่ชัดเท่าที่เคยหวัง


    เสียงของเขาเหมือนมาจากอีกฝั่งของหน้าต่างที่มีฝนไหลผ่าน


    อรินรู้ว่าถ้านี่เป็๲ราคาที่เธอจ่าย เธอควรเสียใจ


    และเธอก็เสียใจ


    แต่ในฝันนั้น


    มือของเธอวางอยู่บนตัก


    ไม่ได้กำแน่น


    ไม่ได้พยายามคว้าเขาไว้


    คนข้าง ๆ หัวเราะ


    เธอไม่ได้ยินเสียงชัด


    แต่รู้ว่าเขากำลังหัวเราะ


    และเป็๲ครั้งแรกในรอบเกือบสามปี


    อรินยิ้มทั้งที่ยังหลับอยู่


    ---


    หลังอรินจากไป ร้านซักความทรงจำเงียบลงอีกครั้ง


    หญิงชรากลับไปพับผ้าขาวหลังเคาน์เตอร์


    ภาคินยืนอยู่หน้าร้าน


    สมุดทะเบียนเปิดค้างอยู่บนมือ


    ช่อง "สิ่งที่ถูกลืม" ของอรินไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป


    แต่มันก็ไม่ได้มีชื่อของคนรัก


    ไม่ได้มีวันอุบัติเหตุ


    ไม่ได้มีเสียงหัวเราะ


    มีเพียงประโยคหนึ่ง


    ความเชื่อว่าการไม่เจ็บ แปลว่าไม่รักแล้ว


    ภาคินมองประโยคนั้นอยู่นาน


    นานเกินกว่าหน้าที่ของเ๽้าหน้าที่ต้อนรับคนหนึ่งควรใช้กับบันทึกของผู้มาเยือนธรรมดา


    ปลายนิ้วของเขาแตะขอบกระดาษ


    เบามาก


    ราวกับกลัวว่าถ้าแตะแรงกว่านั้น


    บางอย่างในสมุดจะตอบกลับมา


    หญิงชราพูดจากหลังเคาน์เตอร์โดยไม่เงยหน้า


    "คราบบางอย่างไม่ควรซักออก"


    ภาคินปิดสมุดช้า ๆ


    "ครับ"


    "แต่คนที่ไม่มีคราบเลย ก็น่าสงสารพอกัน"


    คราวนี้ภาคินไม่ตอบ


    แสงอำพันในร้านสั่นไหวหนึ่งครั้ง


    ไม่ใช่เพราะลม


    เหมือนเมืองกำลังหายใจเข้า


    แล้วปล่อยออก


    ภาคินหยิบปากกาขึ้นมา เขียนบันทึกปิดท้ายบนหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง


    บางคนไม่ได้มาที่นครรอยต่อเพื่อทิ้งความทรงจำ


    แต่มาเพื่อเรียนรู้ว่า


    สิ่งที่ยังเจ็บ


    อาจไม่จำเป็๲ต้องถูกลบเสมอไป


    เขาหยุด


    มองบรรทัดสุดท้ายที่ต้องเขียนในทุกบันทึก


    แล้วเขียนต่อ


    บันทึกฉบับนี้ ได้รับอนุญาตให้ถูกจดจำแล้ว


    ประตูร้านซักความทรงจำปิดลง


    เสียงกระดิ่งดังเบา ๆ


    และฝนของนครรอยต่อก็กลับมาตกในระดับที่พอดีสำหรับคนที่ยังจำได้