จริงใจหน่อย ระรินจริงใจหน่อย
หันหน้ามาเผชิญร่างสูงก่อนจะนั่งขัดสมาธิตั้งใจฟัง
“รอให้ฉันวางแผนให้ดีกว่านี้ก่อนเดี๋ยวจะพลาดกันอีก ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
อ้าวไหงงั้น รึว่าหึหึหึ
“บอกมาเลยยยยย...กระหม่อมจะได้ทำใจ” ระรินยังคงเซ้าซี้ตามแบบฉบับของเธอ
“ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวไก่จะตื่น หนีไปเสียก่อน ว่าแต่ว่าตั้งใจฝึกการป้องกันตัวจากฮาฟซาหรือเปล่า” ระรินหน้าแดงขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงองครักษ์รูปหล่อ พูดไม่ออกเขินแป้บ^o^
“ปกติฮาฟซา เป็คนเข้มงวดมากนะ ถ้าเขาดุด่าอะไรก็อย่าถือสาเขาเลย” จะดุอะไร ทำให้หนักใจกว่าดุอีก
“นายนี่ปล่อยให้ฉันพูดคนเดียวอยู่ได้ เป็ใบ้รึอย่างไร” นิ้วชี้จิ้มเข้าที่กลางหน้าผากก่อนจะออกแรงดันจนระริน เกือบหงายหลัง
“ฉันนึกออกแล้วเรามาประลองกำลังกันดีกว่าเหนื่อยๆ จะได้หลับสบาย” น้ำเสียงราบเรียบไม่มีอะไรแอบแฝง หา ซวยแล้ว
“กระหม่อม ผม เอ้ย กระผม แขนเจ็บ” ไม่ทันขาดคำ ร่างทั้งร่างถูกผลัก ให้ลงไปนอนแอ้งแม้ง โดยที่มีร่างใหญ่ค่อมอยู่บนตัว
“มวยปล้ำ ไหล่ติดพื้น นับสามแพ้ อ่อนแอก็แพ้ไป555+” ระรินจุกแอก จนปฏิเสธไม่ออก
องค์ฟีรอสจับตัวระรินก่อนจะเตรียมกด เพื่อนับสาม ตาจ้องตา กลิ่นกายหอมละมุน ใบหน้าหวานซึ้ง งดงามจนไม่อาจละสายตาได้ ใบหน้าที่ต่างจากชายชาตรีทั่วไป ระรินหลับตาลงช้าๆ เพราะรู้สึกถึงแรงกดบริเวณหัวไหล่ เกิดอาการปวดนิดๆ องค์ฟีรอสจ้องใบหน้าขาวเนียน ก้มต่ำลงเรื่อยๆ อย่างลืมตัว จมูกโด่งเป็สัน เกือบชิดติดจมูกงอนงามของระริน อารมณ์สับสนวุ่นวาย ก่อนจะส่ายศีรษะไปมาเพื่อไล่ความคิดสับสนนั้น ปล่อยร่างบางเป็อิสระ ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ
“ไปนอนได้แล้ว” ระรินลืมตามีอาการ งง เล็กน้อย
“พระองค์ทำไหล่กระหม่อมปวดเลย เล่นแรงนะเนี้ย” องค์ฟีรอส นอนลืมตานิ่งก่อนจะผลักร่างบางถอยห่าง
“วันนี้นายไปนอนห้องนู้น ฉันอยากนอนคนเดียว”
“ไม่กลัวผี แล้วหรือกระหม่อม” เสียงตวาดดังลั่นแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว
“บอกให้ไป ก็ไปสิ” ระรินหอบที่นอนวิ่งพรวดพราดตามแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย
“แล้วอย่าออกไปยืน ที่ระเบียงอีกล่ะ” น้ำเสียงแสดงอำนาจ ระรินย่นจมูก ชิ ไม่ต้องมาสั่ง วันไหนกลัวก็เรียกเธอเข้ามาวันไหนเลิกกลัวก็ไล่หนี คนหนอคน เปลี่ยนใจง่ายจริง
อีกไม่กี่วันจะถึงเทศกาลประจำปี ผู้คนขวักไขว่มากมาย ตามถนนหนทาง เพื่อจับจ่ายใช้สอย ระรินไม่ต้องทำอะไรเวลาทั้งหมดที่มีหมดไปกับการฝึกวิชา ป้องกันตัวจน ร่างกายเริ่มซูบผอม องค์ฟีรอส ก็ไม่ได้เรียกให้เข้าไปนอนในห้องบรรทม ยามค่ำคืน เธอยังคงนอนอยู่ในห้องข้างๆ
“ระวิน องค์ฟีรอสทรงตรัสให้นายเข้าเฝ้า” ฮาฟซาเดินมาั้แ่เมื่อไหร่ระรินไม่อาจรู้ได้ ระรินหัวใจลิงโลด รีบสาวเท้าไปยังห้องบรรทม
นิสัยคิดไวทำไว ทำให้ลืมเคาะประตู พรวดพราดเข้าไปในห้องอย่างลืมตัว
“กระหม่อมมาแล้วขอรับ” ทำความเคารพก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่เห็นตรงหน้าระรินตัวชา หญิงสาวนางหนึ่งนั่งอยู่บนแท่นบรรทม โดยข้างๆ กันนั้นองค์ฟีรอส เ้านายของระรินนอนหลับใหลอยู่ข้างๆ ร่างสูงพลิกตัวมาคว้าเอวกิ่วคอดของหญิงสาวนางนั้น ระรินหลุบตาต่ำลง อ๋ออย่างนี้นี่เองถึงไม่ยอมให้เธอเข้ามานอนด้วย
“อย่าพึ่งไป ได้ไหม” น้ำเสียงอ้อนวอนไม่สนใจบุคคลที่สามที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้าแท่นบรรทม
“ก็พระองค์ทรงเอาแต่บรรทม กับ เล่นเกม บ้าบอนั่นจะให้กระหม่อมอยู่ด้วยทำไมล่ะค่ะ” น้ำเสียงเหน็บแนมกลายๆ ใบหน้าเชิดหยิ่ง ยิ่งทำให้สวยสง่า
“555 น้อยใจไปได้ เธอไม่อยู่แล้วใครจะอยู่เป็เพื่อนเราทำงานให้เราล่ะ” ระรินหันหลังเตรียมตัวคลานออกมา ด้วยความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันไป
“ใครอนุญาตให้นาย ไประวิน ฉันเรียกหาตั้งนาน พอมาถึงก็จะไปเลย ยังไม่รู้เลยว่าเราเรียกอะไร” ระรินหยุดชะงักทันควัน
“มีอะไรหรือกระหม่อม เวลานี้ไม่เหมาะมั้ง ขอรับ พระองค์มีแขก”
“เดี๋ยวนี้ นายกล้าตัดสินใจแทนฉันแล้วเหรอ” ระรินเม้มริมฝีปากเข้าหากัน
“ถอดเสื้อผ้าของนายออก เธอด้วย” หาจะบ้าเหรอโรคจิต จะทำอะไร ตั้งตัวไม่ทันนะสาวเ้าเองก็ใไม่แพ้กัน แต่คนสั่งยังคงทำเป็ทองไม่รู้ร้อน
“ถอดทำไมกระหม่อม” ระรินถามเร็วรัว
“เอาชุดนายให้เธอแล้วใส่ชุดของเธอซะ” ระรินตาโตมองหน้าสาวสวยนางนั้น ด้วยความเห็นใจ แต่ก็ผิดหวังเพราะเธอ ไม่มีทีท่าว่าจะเขินอาย สักนิดเดียว
“เธอแต่งหน้าเป็ไหม แต่งหน้าให้ระวินมันด้วย “คราวนี้ระรินอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น หญิงสาวนางนั้นพยักหน้าหงึกหงักไม่มีท่าทีขัดขืน ร่างขาวโพลน ที่มีเพียงชุดชั้นใน สีแดง ห่อหุ้มไว้โยนชุดสาหรี่ให้ระริน
“ตานาย แล้วระวิน”
“ไม่เปลี่ยนได้ไหมกระหม่อม”
“อยากตายหรืออย่างไร” ระริน ก้มลงเก็บ ชุดสวยขึ้นมาก่อนจะวิ่งแน่บเข้าไปใน ห้องนอน ห้องข้างๆ
“ไอ้นี้ ขี้อายกว่าผู้หญิงเสียอีก เฮ้อ” ระริน จับชุดมาใส่ด้วยความคิดขัดแย้งกันถ้าหากเธอแต่งหญิงแล้วความลับแตกเล่าจะทำอย่างไรดี แต่ถ้าไม่แต่งต้องทรงกริ้วแน่ ว่าแต่จะให้เธอแต่งหญิงไปทำไม หรือว่าจะระแคะระคายอะไรมา ตัดสินใจสวมชุดสาหรี่สี ฟ้าอ่อน ด้วยความจำใจ
ระรินเดินย่องทำตัวลีบออกมาจากห้องนอนของตัวเอง ด้วยชุดสาหรี่สีฟ้าอ่อน ขับผิวขาวนวลผ่อง ด้วยรูปแบบของชุดที่ออกแบบมาให้่เอวคอดกิ่ว กลมกลึงน่ามอง
สายตาคมเข้ม ขององค์ฟีอส จับจ้องอย่างลืมตัว ความรู้สึกบางอย่างถาโถมโจมตีใบหน้าขาวหวานเข้ากันได้ดีกับชุดสีฟ้าอ่อน มองแทบไม่ต่างจากหญิงสาวคนอื่นๆ ทว่าระรินกับมีความสวยประหลาดต่างจากหญิงอาหรับทั่วไป อาจเป็เพราะดวงตากลมโตไม่คมเข้มเหมือนหญิงอาหรับนั่นเอง ฮาฟซาเข้ามาั้แ่เมื่อ ตอนที่เธอไปเปลี่ยนชุดนั่นเอง สายตาพึ่งพอใจนั่น ส่งผ่านมายังระรินชัดเจนความสวยจนปิดไม่มิดของระรินทำเอาทั้งสองตกตลึง แม้แต่สาวสวยอีกนางในห้องก็แสดงอาการงงงันต่อภาพที่เห็นริรินก้มหน้าก้มตาเดิน ตายห่าสะดุดขาตัวเอง ระหว่างขั้น จากพื้นห้องอีกด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง ฮาฟซาไวกว่าใครคว้าเอวกิ่วไว้ได้ทัน องค์ฟีรอส พุ่งตัวตามไปแต่ช้ากว่า มือแข็งแรงของทั้งคู่ ช้อนอยู่บนร่างบางทั้งองค์ฟีรอสและฮาฟซา ฮาฟซา ถอย ห่างออกมา ปล่อยให้ระรินอยู่ในอ้อมแขนขององค์ฟีรอส ตาสบตา ระรินไหววูบหลบตาพัลวันความเขินอายทำเอาแก้มที่แดงระเรื่อยู่แล้วยิ่งแดงเข้าไปใหญ่
"ปล่อยเถิด ขอรับกระหม่อม" อ้อมแขนที่ไม่อยากจะคลายออกไปง่ายๆ นั้นคอยๆ ปล่อย่างบางให้ทรงตัวเอง
" เหมือนผู้หญิงเลยกระหม่อม" ฮาฟซาออกความเห็น
"ดี ยิ่งเหมือนยิ่งดี งานของเราจะได้สำเร็จนี่ขนาดยังไม่ได้แต่งหน้านะ งั้นไม่ต้องแต่งมันล่ะ แต่เสียนิดเดียวผมสั้นไปหน่อย" งานอะไรวะ ทำอะไรไม่เคยปรึกษาสักคำ ไม่ถงไม่ถามเื่สุขภาพสักคำถือว่าเป็เ้านายหรือไร
"งานอะไรกระหม่อม"ฮาฟซารับเอาชุด จากระรินยื่นส่งให้สาวชุดชั้นในสีแดง พร้อมกับซองสีน้ำตาล ใส่เงิน แล้วโบกมือให้นางออกไปข้างนอก ระรินยืนอยู่ในห้องด้วยเครื่องหมายคำถาม สองคนนี้จะทำอะไรกับเธอหนอ ข้างนอกห้องนั้นฝั่งตรงข้าม ตำหนักหรู กล้องส่องทางไกล อัฟนัน ผู้อยากรู้ยังยืนอยู่หลังกล้องไม่ไปไหนกล้องถูกเบี่ยงตามร่างของสาวสวยที่เดินออกไป ก่อนจะหันกล้องไล่ตามส่องเข้าไปยังหน้าต่างกรอบสีทองที่บังเอิญ ผ้าม่านราคาเหยียบแสนเผยอ ออกเป็ช่องพอดี ช่างพอเหมาะกับร่างสายของระรินที่ยืนอยู่ตรงช่องพอดี ดวงตา หวานนั้นเปลี่ยนเป็แววพึงพอใจก่อนจะ สาวเท้าเดินลงบันไดไปทันที