“เธอไปแล้วตามไปเร็ว อย่ามัวแต่คุยอยู่เลย” โอเวนบอกแล้วก็เดินนำหน้าไป
แอนนาเดินตามไป
ปกรณ์พอกลับถึงห้องพักก็เข้าห้องปิดประตูสลัดรองเท้าออกแล้วล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียง ล้วงเอาคีย์การ์ดออกมา“คืนนี้แหละกูจะเป็เศรษฐีแล้วโว้ย”
สายตาละโมบจ้องมองคีย์การ์ดอย่างวางแผนอุตส่าห์ตีสนิทมาหลายปีใช้ความเป็แฟนเก่าั้แ่สมัยเรียนทำให้เมษาตายใจก็เพื่อวางแผนขโมยทองของบริษัทที่เธอทำงานอยู่นี่แหละ
เสียงโทรศัพท์มีไลน์เข้าเขาหยิบมาดู “กรณ์ คุณพอลจองคิวคืนนี้ด่วน รับป่ะ ถ้ารับพี่จะได้บอก”
ปกรณ์รีบพิมพ์กลับไป“ไม่รับ รับงานไว้แล้ว”
“k”
เขามองข้อความแล้วก็เหยียดยิ้ม“ไอ้พอลก็หล่อดีอยู่หรอกเสียแต่แมร่งมันชอบซาดิสไปหน่อย ขึ้นเตียงกะมันทีไรผิวกูเป็รอยหมดหล่อทุกที”
เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบการ์ดอีกใบที่แอบก็อปเอาไว้ของเมษาคีย์การ์ดพนักงานของเมษาที่เขาแอบก็อปเอาไว้เมื่อสองเดือนที่แล้วสมองอันชั่วร้ายก็เริ่มวางแผนการสำหรับคืนนี้
เมษานั่งทำงานจนถึงเวลาเลิกงานก็ตรงกลับบ้านทันทีโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองตกเป็เป้าหมายของใครบางคนอยู่
พอถึงบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังเล็กๆในซอยที่แม่อุตส่าห์ทำงานผ่อนส่งทุกเดือนๆจนส่งหมดไปเมื่อปีที่แล้ว ภายในบ้านไม่มีของใช้อะไรมากนักแต่ทุกอย่างดูสะอาดสะอ้านเพราะสองแม่ลูกคอยช่วยกันทำความสะอาดเสมอระเบียง้าปลูกไม้สวนครัวใส่กระถางจัดเรียงอย่างสวยงาม เมษาคอยดูแลรดน้ำต้นไม้พอช่วยประหยัดค่ากับข้าวให้ไม่ต้องซื้อมากนักอีกทั้งสองคนแม่ลูกก็กินอยู่กันอย่างประหยัดไม่ได้ฟุ้งเฟ้ออะไรเงินเดือนจากการเป็ครูโรงเรียนเอกชนของแม่จึงพอเลี้ยงดูสองแม่ลูกให้อยู่กันได้สบายไม่ขัดสนอะไรมาก
พอเปิดประตูบ้านเข้าไปกลิ่นขนมอบก็หอมฟุ้งออกมา
“แม่ขาแองจี้กลับมาแล้วค่ะ”
“กลับมาแล้วเหรอแองจี้ไปอาบน้ำไป แล้วค่อยลงมาทานข้าวกัน” เสียงนุ่มตอบออกมาจากในครัว
เมษาวางกระเป๋าแล้วก็เดินเข้าไปในครัว“มีอะไรให้แองจี้ช่วยไหมคะ?”
“ไม่มีแล้วลูกแม่ทำเสร็จหมดแล้ว หนูไปอาบน้ำเถอะจะได้มาทานข้าวกัน”มาริสาบอกพลางถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้
“ค่ะแม่”เมษาพยักหน้ารับ แล้วก็ขึ้นห้องนอนของตัวเอง
>>>>>>>>>>ตอนเด็กๆ เมษาเคยสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงมีชื่อเล่นว่าแองจี้ ซึ่งแม่ก็อธิบายว่า“แองจี้ก็มาจากแองเจิ้ลในภาษาอังกฤษไงคะลูก แองเจิ้ลแปลว่านางฟ้าหนูก็คือนางฟ้าของแม่ไงคะ”
“แล้วชื่อเมษาล่ะคะแม่?”
“เมษาก็มาจากชื่อของคุณแม่...มา...ริ...สา...ไงลูกจากมาก็เปลี่ยนเป็เมก็กลายเป็เมษาไงคะแล้วอีกอย่างในภาษาไทยคำว่าเมษาก็เป็ชื่อเดือนด้วยไง เดือนเมษายนไงลูก”
“อ๋อ”เมษาพยักหน้ารับรู้<<<<<<<<<<
พออาบน้ำเสร็จเมษาก็ลงไปทานข้าวกับแม่แล้วก็ช่วยเก็บล้าง จากนั้นสองแม่ลูกก็แยกย้ายเข้าห้องตัวเองมาริสาต้องเตรียมการสอนในวันพรุ่งนี้แล้วยังต้องเตรียมออกข้อสอบด้วย่นี้จึงไม่ค่อยมีเวลาคุยกับลูกมากนัก
ส่วนเมษาพอเข้าห้องได้ก็นึกได้ว่าลืมคีย์การ์ดไว้ในกระเป๋าเสื้อ“อ้าวลืมเอาคีย์การ์ดออกมานี่น่า”
เธอเดินไปหยิบเสื้อออกมาจากตะกร้าล้วงหยิบคีย์การ์ด“เอ๊ะ หายไปไหนล่ะ?”
มือบางไล่ค้นกระเป๋าเสื้อทั้งสองข้างแต่ก็ไม่มีจึงหันไปค้นกระเป๋าสะพาย แต่ก็ไม่มีอีก “เอ...หรือว่าเอาใส่ไว้ที่โต๊ะทำงานรึป่ะ?”
เธอนั่งนึกไปเรื่อยๆแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก “พรุ่งนี้ค่อยไปดูที่โต๊ะล่ะกัน”
จากนั้นเธอก็หยิบหนังสือมานอนอ่านไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเวลานอนก็เก็บหนังสือวางไว้ข้างเตียงแล้วก็ปิดไฟเข้านอน
โอเวนกับแอนนาจอดรถเยื้องบ้านเมษาไปแล้วก็เฝ้าดูอยู่จนถึงเที่ยงคืนก็ขับรถกลับโรงแรมหลังจากที่นักสืบที่เขาจ้างมาได้มารับ่ต่อจากนั้นเขาก็ขับรถกลับโรงแรมถึงแม้เ้านายจะไม่เกี่ยงเื่ราคาจ้างนักสืบแต่ในฐานะลูกน้องและเพื่อนสนิทเขาก็พยายามที่จะไม่ให้เ้านายถูกนักสืบชาวไทยโก่งราคาค่าจ้างแพงเกินไปนัก
เขากลับห้องพักได้ก็อาบน้ำล้มตัวลงนอนหลับ ส่วนเ้านายของเขาน่ะเหรอคงยังนั่งทำงานอยู่แน่ๆทำงานกันมาหลายปีทำไมจะไม่รู้ว่าหมอนั่นบ้างานขนาดไหนทุกวันนี้ถึงได้ยังโสดเพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนทนนิสัยบ้างานของมันได้
ตอนเย็นปกรณ์ก็วางแผนยืมมอเตอร์ไซด์กับคนข้างห้องโดยแลกมอเตอร์ไซด์กันซึ่งคนข้างห้องก็ยินดีแลกเพราะจะได้ขี่มอเตอร์ไซด์คันใหม่ไปอวดสาว
ตกดึกปกรณ์ก็ขี่มอเตอร์ไซด์ออกจากที่พักไปซุ่มรอจังหวะลงมือพอรปภ.เผลอหลับเขาก็สวมหมวกไอ้โม่งปิดหน้าสวมถุงมือเดินเข้าไปหน้าบริษัทแล้วก็ใช้การ์ดของเมษาเปิดประตูเข้าไปด้วยความที่เคยมาหาแฟนสาวถึงที่ทำงานจึงทำให้รู้ลู่ทางภายในบริษัทบ้างเขาก้าวยาวๆตรงไปยังประตูแผนกผลิตใช้คีย์การ์ดที่ขโมยมาจากเมษาเมื่อตอนกลางวันเปิดประตูเข้าไป
เขาใช้ไฟฉายส่องไปทั่วแต่พอเห็นตู้เซฟก็กุมขมับเพราะเป็เซฟรุ่นใหม่ที่ใช้สแกนลายนิ้วมือ “แมร่งเอ้ย แล้วกูจะเปิดไงวะ”
แต่พอส่องไฟฉายเห็นตู้เซฟธรรมดาก็นึกดีใจ“เอาวะ ลองดูตู้นี้ก็ได้ ดีกว่ามาเสียเที่ยว”
เขาขยับเข้าไปใช้หูฟังแนบกับประตูตู้แล้วก็เริ่มลงมือหมุนหารหัสซึ่งวิธีเปิดตู้เซฟเขาเรียนมาจากพ่อของเขาเองซึ่งเคยเป็โจรย่องเบาตามบ้านเศรษฐีตอนนี้ถูกจับติดคุก ก็ดีแล้วที่พ่อติดคุกไม่งั้นเขากับแม่ก็คงโดนซ้อมเช้าเย็นแทนกระสอบทรายแน่ๆ แม่ก็เพิ่งตายเพราะโรคมะเร็งเมื่อปีที่แล้วชีวิตเขาจึงไม่เหลือที่พึ่งทางใจอีกแล้ว
ไม่นานนักเขาก็เปิดตู้เซฟได้ซึ่งตู้นี้ใช้เก็บชิ้นงานที่ยังทำไม่เสร็จของช่างทองปกติจะไม่ค่อยมีงานค้างอยู่ในตู้นี้มากนักแต่เพราะวันนี้ช่างทองได้เริ่มลงมือผลิตชิ้นงานโปรเจ็คใหญ่ของเศรษฐีนีจากซาอุฯซึ่งเป็ลูกค้าขาประจำของบริษัท จึงมีชิ้นงานหลายชิ้นวางอยู่ในเซฟ
ปกรณ์ตาโต“ฟลุ๊คจริงๆ เว้ยกู”
เขาหยิบชิ้นงานที่ยังทำไม่เสร็จออกมาดูแล้วก็รีบเก็บใส่กระเป๋าเป้เขากวาดหมดทั้งตู้เซฟ คำนวณราคาคร่าวๆ แล้วก็ไม่ต่ำกว่าสิบล้านแน่นอน
พอได้ของแล้วเขาก็รีบออกไปปล่อยตู้เปิดอ้าซ่าอยู่อย่างนั้น พอออกพ้นประตูแผนกผลิตออกมาได้ก็ค่อยๆ ดึงประตูปิดอย่างเบามือแล้วก็ค่อยๆ ลอบออกไปอย่างเงียบเชียบ ถึงแม้บริษัทจะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่แต่สภาพสวมหมวกปิดหน้าสวมเสื้อผ้าแขนยาวขายาวอำพรางตัวแบบนี้ต่อให้ตำรวจเก่งขนาดไหนก็ไม่มีทางจับได้แน่หากจะมีใครถูกจับล่ะก็...ก็นังเมษาหน้าโง่นั่นไงล่ะ
เมื่อกลับถึงห้องพักเขาก็ปิดม่านมิดชิด หยิบเครื่องประดับเพชรที่ยังทำไม่เสร็จออกมาดูอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
“รอให้เื่เงียบก่อนเถอะกูจะเอาไปขายซื้อรถสปอร์ตขับเย้ยไอ้พวกที่เคยดูถูกกูซะให้เข็ดห้องเช่ารูหนูนี่กูก็จะไม่อยู่แล้ว กูจะเอาไปซื้อคอนโดอยู่ ฮ่าๆๆๆๆ กูรวยแล้วโว้ย”
เขาจูบเครื่องประดับเ่าั้แล้วก็เอาใส่ถุงผ้าปีนขึ้นไปเหยียบหัวเตียงเหล็กเปิดฝ้าเพดานเอาของซ่อนไว้จากนั้นก็ถอดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่ใส่อยู่สวมชุดใหม่แล้วก็เอาชุดเก่าใส่ถุงไปทิ้งถังขยะหน้าปากซอยเื่เหล่านี้เขาเรียนรู้มาจากพ่อทั้งหมดเขาจะไม่ยอมถูกจับติดคุกเหมือนพ่อเด็ดขาด แล้วก็กลับไปนอนหลับอย่างสบายใจเฝ้าฝันถึงวันที่มีเงินไปพลางๆ
วันรุ่งขึ้น เมษาไปทำงานแต่เช้าเช่นเคยแต่ที่บริษัทมีตำรวจยืนเฝ้าอยู่ข้างหน้ากันไม่ให้ใครเข้าไป วัชระกับวราวุธกำลังยืนคุยกับตำรวจอยู่อีกด้านหนึ่งส่วนพวกพนักงานก็ยืนรวมกลุ่มกันอีกด้าน มีตำรวจยืนเฝ้าอยู่สองคน
เมษาเดินไปหากลุ่มพนักงาน“มีอะไรเหรอพี่ซิน?”
ซินดี้เห็นลูกน้องเดินมาก็รีบขยับไปคุยด้วย“เห็นว่ามีขโมยงัดเข้าออฟฟิตเมื่อคืนน่ะพี่มาถึงก็เห็นบอสใหญ่กับบอสเล็กกำลังคุยกับตำรวจแล้ว”
“ห๊า!” เมษาใ “แล้วอะไรหายไปมั่งเหรอพี่?”
ซินดี้ส่ายหน้า“ไม่รู้ซิ พี่ก็เพิ่งมาถึงซักพักนี่แหละ”
วัชระคุยกับตำรวจเสร็จแล้วก็เดินไปหาลูกน้อง“วันนี้พวกลื้อกลับบ้านไปก่อน ตำรวจต้องตรวจที่เกิดเหตุอีกนาน อ้ออาซินลื้อโทรบอกคนอื่นๆด้วยว่าวันนี้หยุดหนึ่งวัน”
“ค่ะบอส”ซินดี้รีบหยิบโทรศัพท์มาไลน์บอกเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ
วัชระเดินกลับไปคุยกับน้องชาย
พนักงานคนอื่นๆก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เมษาก็เดินตามพนักงานคนอื่นๆ ไปเช่นกัน
เมื่อถึงบ้าน เมษาก็ทำความสะอาดบ้านไปเรื่อยๆวันอาทิตย์งานทำความสะอาดบ้านจะได้ลดน้อยลงหน่อย
ด้านนักสืบก็ติดตามดูพฤติกรรมของเป้าหมายอย่างไม่ให้คลาดสายตา
ทางด้านตำรวจก็เรียกพนักงานไปสอบสวนตามขั้นตอน
อิงฟ้าถูกเรียกไปสอบปากคำเป็คนแรก
“คุณสารภาพมาดีกว่าว่าคุณเอาของที่ขโมยไปๆซ่อนไว้ที่ไหน?” ตำรวจซัก
“อ้าวนี่คุณตำรวจ เดี๋ยวนี้ตำรวจเขามีวิธีทำงานชุ่ยๆ แบบนี้เหรอคะ?ยัดเยียดข้อหาให้ผู้บริสุทธิ์ง่ายๆ แบบนี้เลยหรา” อิงฟ้าจ้องหน้าอย่างเอาเื่แล้วก็อ่านป้ายชื่อตำรวจคนนั้น “ร้อยตำรวจเอกไอศูรย์ ฤทธาเกรียงไกร”
เธอมองดาวบนบ่าเขา“3 ดาว เป็นายร้อยได้ไงฟร่ะ?”
ความหมายคือทำงานชุ่ยขนาดนี้เป็นายร้อยได้ยังไง ซื้อตำแหน่งมารึเปล่า?
ไอศูรย์มองชื่อบนแฟ้มประวัติพนักงาน“ชื่ออิงฟ้า สุริยะ จบสถาปัตย์จากจุฬาฯ เงินเดือน 23,000”เขามองเธอั้แ่หัวจรดเท้า “ชุดที่คุณใส่อยู่นี่ก็หลายพันแล้ว รองเท้าราคาหมื่นกว่าใส่นาฬิกาเรือนเฉียดล้าน ขับรถสปอร์ตคันละ 6 ล้านกว่าถ้าคุณไม่ใช่ขโมย แล้วจะเป็ใครไปได้อีกล่ะครับ อย่าบอกนะว่าบ้านคุณรวยเพราะถ้ารวยจริงคงไม่มาทำงานเป็พนักงานกระจอกๆ รับเงินเดือนแค่เดือนละ 23,000หรอก นอกเสียจากว่าคุณมาทำงานที่นี่เพื่อหาลู่ทางขโมยของๆ บริษัท”
เขาจ้องหน้าเธออย่างคาดคั้น“คุณยอมสารภาพดีกว่า แล้วก็บอกมาว่าคุณเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหน?”
อิงฟ้ายืนขึ้นเชิดหน้าอย่างหยิ่งทระนง เธอยื่อนมือไปจิ้มๆ ดาวบนบ่าเขา “นี่คุณผู้กองฉันจะบอกอะไรให้นะ เผอิญว่าบ้านฉันรวย แล้วยังไงเหรอ? ฉันจะมาเป็พนักงานกระจอกๆ ไม่ได้รึไง?มีกฎหมายข้อไหนห้ามไว้ด้วยเหรอ?ในเมื่อฉันอยากทำงานตามสายงานที่เรียนมานี่มันผิดนักเหรอ? แล้วไงล่ะรับเงินเดือน 23,000แต่อยากจะใช้ของหรูๆ แพงๆ เพราะว่ารวยอ่ะมีไรไหมอ่ะถ้าคุณไม่มีหลักฐานก็อย่ามากล่าวหาซี้ซั้วมั่วนิ่มแบบนี้ไม่งั้นฉันจะให้ทนายฟ้องให้โดนพักงานโดยไล่ออกไปเลยชิ! ดาวนี่ซื้อมารึไงฟร่ะ ถึงได้ทำงานโคตรห่วยสิ้นดี”
เธอสะบัดหน้าเดินออกไป
“นี่คุณ! คุณยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นนะ ผมยังสอบปากคำคุณไม่เสร็จ” ไอศูรย์เรียก
อิงฟ้าหันไปมองหน้าอย่างเหยียดๆ“เอาไว้คุณมีหลักฐานก่อนนะค่อยมายัดเยียดข้อหาให้ฉันแต่ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะกักตัวฉันไว้ ฉันอยากจะไปไหนฉันก็ไปรึคุณอยากโดนฟ้องก็ได้นะ ฉันจะได้เรียกทนายมาเลยเอาไหม?”
“นี่คุณ!” ไอศูรย์กำมืออย่างจนแต้ม
อิงฟ้าเดินออกไปอย่างสวยเริ่ดเชิดหยิ่ง
เกือบบ่ายสาม เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังขึ้นเมษาปิดหนังสือลุกไปชะเง้อมอง เห็นวราวุธกับซินดี้และตำรวจสองคนยืนอยู่หน้าบ้านก็ออกไปดูเธอเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน “มีอะไรเหรอคะพี่ซิน? สวัสดีค่ะบอส”
ซินดี้หน้าเจื่อนส่วนวราวุธก็ท่าทางขึงขัง ตำรวจสองคนก็ก้าวเข้ามา“คือเราขอเชิญคุณไปสอบปากคำที่โรงพักหน่อยครับ”
“อ๋อได้ค่ะ รอซักครู่นะคะขอปิดบ้านก่อนค่ะ” เมษาบอกแล้วก็หันหลังไป
เชิญคุณขึ้นรถเลยครับ”ตำรวจบอกท่าทางเคร่งเครียด
เมษาหันไปมองอย่างงงๆ“ค่ะ ขอเวลาหยิบกระเป๋าปิดบ้านแป๊บนะคะ”
“ถ้างั้นผมขอตามไปด้วยครับ”ตำรวจบอกแล้วก็ผายมือ
เมษางงหนัก“นี่มันอะไรกันคะคุณตำรวจ?”
“อาเมไปกับพวกเราดีๆเถอะ อย่าให้ต้องใช้กำลังเลยนะ” วราวุธพูดหน้าขรึม
“นี่มันอะไรกันคะบอส?ทำเหมือนว่าหนูเป็คนร้ายงั้นแหละ”
“ไปกับเราดีๆเถอะครับ คุณตกเป็ผู้ต้องสงสัยว่าขโมยทองจากตู้เซฟเมื่อคืนนี้ครับ” ตำรวจบอก
“ห๊า!” เมษาตะลึงไป
ตำรวจแตะต้นแขน“เชิญครับ”
เมษาสูดลมหายใจตั้งสติ“มีหมายจับไหมคะ?”
“ไม่มีครับเราแค่มาเชิญคุณไปสอบปากคำที่โรงพักก่อนครับ” ตำรวจบอก
“ถ้างั้นฉันก็ยังไม่ใช่ผู้ต้องหาคุณตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะจับกุมใช่ไหมคะ?”เมษาถาม
ตำรวจพยักหน้า“ครับ”
“ถ้างั้นฉันขอหยิบกระเป๋ากับโทรศัพท์แป๊บนึงขอล็อคบ้านก่อนค่ะ” เมษาบอกอย่างพยายามตั้งสติ...ใจเย็นๆไว้แองจี้ ใจเย็นๆ
“ก็ได้แต่ผมขอตามเข้าไปด้วยครับ” ตำรวจบอก
เมษาพยักหน้าแล้วก็ก้าวเข้าไปในบ้าน ตำรวจตามเข้าไปด้วย
เมษาหยิบกระเป๋ากับโทรศัพท์แล้วก็หยิบกุญแจมาล็อคบ้านให้เรียบร้อย
ตำรวจคุมเชิงตลอดเวลาตำรวจอีกคนเดินไปเปิดประตูรถข้างหลังให้ “เชิญครับ”
เมษาเดินไปนั่งในรถอย่างหวั่นใจแต่ก็พยายามตั้งสติเอาไว้...ต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ๆ เราไม่ได้เป็ขโมยอ่ะจริงซิ ต้องโทรบอกแม่ก่อน เธอรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่ตำรวจก็ดึงไปทันที“ขอยึดโทรศัพท์ไว้ก่อนครับ จะคืนให้หลังสอบปากคำเสร็จแล้วครับ”
“ห๊า! ได้ไงอะ?” เมษาใ
ตำรวจส่งโทรศัพท์ให้ตำรวจอีกคนแล้วตำรวจคนนั้นก็เข้ามานั่งประกบกันผู้ต้องสงสัยหลบหนี แล้วตำรวจก็ขับรถออกไป
วราวุธกับซินดี้ก็ขึ้นรถแล้วก็ขับตามไป
พอถึงโรงพักตำรวจก็พาเมษาเข้าไปนั่งสอบปากคำในห้อง
“เรามีหลักฐานว่าคุณเป็คนเข้าไปขโมยทองของบริษัทเมื่อคืนนี้คุณรีบรับสารภาพมาดีกว่า”
“หลักฐานอะไรคะ?ฉันไม่ได้เป็ขโมยนะคะคุณตำรวจ เมื่อคืนนี้ฉันอยู่บ้าน ไม่ใช่ขโมยแน่นอนค่ะ”เมษายืนยัน
“แต่ตามบันทึกการเปิดประตูของบริษัทบันทึกว่าคุณใช้คีย์การ์ดเปิดประตูบริษัทตอนตีสองกับตีสองครึ่ง แล้วคีย์การ์ดที่ใช้เปิดห้องเก็บตู้เซฟก็เป็คีย์การ์ดที่คุณวัชระให้คุณเมื่อวานนี้”ตำรวจบอกเสียงเข้ม
“ห๊า”เมษาใหน้าซีด “มันจะเป็ไปได้ยังไงคะ? ในเมื่อๆ คืนนี้ฉันอยู่ที่บ้านนะคะคุณตำรวจ”
“มีหลักฐานไหม?หรือมีพยานไหม?”
“มีแม่ฉันเป็พยานได้ค่ะ” เมษารีบบอกอย่างมีความหวัง
“ใช้ไม่ได้หรอกคุณแม่คุณอาจจะร่วมมือกับคุณก็ได้” ตำรวจบอก
เมษาหน้าซีด
“ถ้าคุณไม่มีหลักฐานไม่มีพยานมายืนยันความบริสุทธิ์เราก็ต้องจับคุณไว้ในฐานะผู้ต้องหาก่อนครับ” ตำรวจบอกแล้วก็หันไปพยักหน้ากับตำรวจอีกคน“หมวดพาไปขังไว้ก่อน”
“ครับผู้กอง”หมวดลุกขึ้น “เชิญทางนี้ครับคุณ”
เมษาตกตะลึงหน้าซีดเผือดจู่ๆ ก็กลายมาเป็ผู้ต้องหาในคดีที่ไม่ได้ทำ “ฉันขอโทรหาแม่ได้ไหม?”
“ไม่ได้”ผู้กองบอก “เดี๋ยวเราจะนำกำลังไปค้นบ้านคุณ ถ้าปล่อยให้คุณโทรหาแม่ของกลางอาจถูกเคลื่อนย้ายก็ได้”
เมษาหน้าจ๋อย“แต่ฉันไม่ได้เป็ขโมยจริงๆ นะคะคุณตำรวจ”
“เชิญครับคุณ”หมวดบอก
เมษาลุกขึ้นอย่างอ่อนแรงเดินตามหมวดไป
หมวดพาผู้ต้องหาสาวไปเข้าห้องๆหนึ่งล็อคประตูขังไว้แล้วก็จัดการให้สิบเวรลงบันทึกเก็บทรัพย์สินของผู้ต้องหาเอาไว้ในตู้จะพาไปขังไว้ในห้องขังก็ไม่ได้เพราะวันนี้เพิ่งจะจับกลุ่มเด็กแว๊นซ์มาได้ทั้งแก๊งรอให้ผู้ปกครองมาประกันตัวออกไป ห้องขังจึงแออัดไปด้วยกลุ่มเด็กวัยรุ่น
จากนั้นตำรวจก็ขอหมายค้นไปค้นบ้านของผู้ต้องหา
ณ โรงแรม ที่มาร์คัสพักโอเวนวางสายจากนักสืบก็รีบไปรายงานเ้านายทันที “มาร์คนักสืบโทรมาบอกว่ามิสบุญรักษ์ถูกตำรวจจับข้อหาขโมยจิวเวอร์รี่ของบริษัทน่ะ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ