ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 83 โกรธจัด

            “เหอะ” ฮ่องเต้ร้องเหอะเสียงเย็นออกมา “เรื่องนี้มันชัดเจนแล้วไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเรื่องนี้องค์ชายไม่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่ง”

            “แค่คำพูดจากคนที่ไม่มีที่มาที่ไปคนเดียว ฝ่าบาทจะเชื่อง่ายๆ ได้อย่างไร?”

            “แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้าตอนนี้แล้ว” สีหน้าของฮ่องเต้ดำคล้ำกำลังโกรธอย่างเต็มที่“เรื่องนี้องค์ชายไม่จำเป็นต้องพูดมากอีก เจิ้นมีความคิดตัดสินใจของเจิ้น”

            สายตาขององค์ชายห้าจ้องไปที่จี๋โม่หานอยู่ตลอด คิ้วขมวดแน่น จี๋โม่หานคนนี้ช่วยซูหมิงเยว่มาสองสามครั้งแล้วและทำลายแผนของเขาจะให้เขาพอใจได้อย่างไร

            ซูหมิงเยว่รู้ว่าวันนี้องค์ชายห้าจะต้องเตรียมตัวมาอย่างดีอีกทั้งเดิมทีฮ่องเต้ก็เกลียดตนอยู่แล้วสถานการณ์ในตอนนี้จะไปดีต่อตัวนางได้อย่างไร

            ถึงแม้จี๋โม่หานจะพูดอะไร สถานการณ์ก็ไม่มีทางเปลี่ยนไม่แน่ว่ายังเพิ่มเรื่องยุ่งยากให้จี๋โม่หานเข้าไปอีก

            จี๋โม่หานเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทุกคนในตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

            “ฝ่าบาท” จี๋โม่หานเอ่ยเสียงเข้ม “ฝ่าบาทได้โปรดให้เวลากระหม่อมหนึ่งวันกระหม่อมจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ออกมาให้ชัดเจน”

            ทุกคนในงานเลี้ยงก็แตกตื่นเสียงดังไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์ชายสามถึงได้ลำเอียงปกป้องซูหมิงเยว่

            จ้าวอวี้ถิงเห็นว่าแม้แต่จี๋โม่หานก็กำลังช่วยซูหมิงเยว่อย่างออกหน้าออกตาความริษยากับความไม่พอใจในแววตาจึงแทบจะทะลักออกมา

            ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจคำขอของจี๋โม่หาน “องค์ชายสาม เจิ้นจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งอย่ายื่นมือเข้ามายุ่ง เจิ้นจะไม่ปล่อยผ่านไปแล้ว”

            ซูหมิงเยว่ส่ายหน้าน้อยๆ ไปให้หลิงชวน นางรู้ว่าเรื่องนี้หากฝืนต่อไปจะไม่ดีต่อจี๋โม่หาน

            โชคดีที่จี๋โม่หานยังถือว่าใจเย็น เขารู้ว่าไม่ควรบุ่มบ่าม รู้ว่าการทำอะไรผลีผลามในตอนนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

            หลิงชวนก็พลันเข็นจี๋โม่หานไปหาซูหมิงเยว่องครักษ์พวกนั้นต่างพากันระมัดระวังและขวางตรงหน้านาง

            นางขมวดคิ้วแล้วมองจี๋โม่หานอย่างไม่เข้าใจ เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงเบาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนไม่เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ “เชื่อข้า”

            เสียงของเขาไม่ดังมาก มีแค่ซูหมิงเยว่กับองครักษ์ไม่กี่คนที่ได้ยินนางชะงักไป หัวใจที่ร้อนรนก็พลันสงบลงอย่างน่าประหลาด

            คนในงานต่างมองไปทางนั้นอย่างไม่เข้าใจไม่รู้ว่าจี๋โม่หานพูดอะไรกับซูหมิงเยว่

            หลังจากที่เขาพูดจบก็ใช้น้ำเสียงเย็นชาอีกครั้งแล้วพูดกับฮ่องเต้ที่อยู่ตำแหน่งสูงกว่า“ฝ่าบาท กระหม่อมรู้สึกไม่สบาย ขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้หรี่ตาลงแล้วโบกมือ “ไปเถิด”

            หลิงชวนเข็นจี๋โม่หานออกไปงานเลี้ยงที่เงียบสงบก็กลับมามีเสียงซุบซิบอีกครั้ง พวกเขาล้วนไม่เข้าใจกับท่าทีขององค์ชายสามเมื่อครู่

            พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าองค์ชายสามจี๋โม่หานกับซูหมิงเยว่นั้นมีความสัมพันธ์อะไรกันแต่วันนี้ทุกคนต่างพากันคาดเดาว่าระหว่างทั้งสองคนต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาแน่ 

            “เอาล่ะ” สีหน้าฮ่องเต้เต็มไปด้วยความรำคาญ เขากวาดตามองไปรอบๆ“พาซูหมิงเยว่ไปขัง แล้วรอฟังคำตัดสิน”

            “พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หลายคนจับซูหมิงเยว่พาเดินไปด้านนอก สุดท้ายซูหมิงเยว่ทำเพียงหันไปมองเสี่ยวอวี่ที่ร้องไห้เป็นเผาเต่า

            หลังจากซูหมิงเยว่ถูกจับตัวไปแล้ว องครักษ์ที่ล้อมงานเลี้ยงก็พากันออกไป

            มุมปากขององค์ชายห้ามีรอยยิ้มที่ดูออกไม่ชัดเจนเล็กน้อยเพียงครู่เดียวก็ซ่อนกลับไป เขามองไปทางฮ่องเต้ “วันนี้ลูกเข้าวังมาโดยไม่ขออนุญาตขอเสด็จพ่อโปรดลงโทษด้วย”

            ฮ่องเต้โบกมืออย่างรำคาญ “ช่างเถิด ช่างเถิดเรื่องในวันนี้เห็นแก่ความดีของเจ้า เจิ้นจะไม่คิดเล็กคิดน้อย”

            เขาพูดแล้วมองไปทางนักพรตก่อนจะถาม “ของสาปแช่งนั้นจะทำอย่างไร?”

            “เรื่องนี้ฝ่าบาทโปรดวางใจ อาตมาจะไปกำจัดให้สะอาด”นักพรตพูดพร้อมกับหยิบดาบไม้ออกมาแทงไปที่ตุ๊กตาตัวเล็ก

            ต่อมาก็หยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาแปะที่ตุ๊กตาตัวเล็ก ก่อนที่ยันต์จะเผาตุ๊กตาตัวเล็กทันใดเพียงครู่เดียวก็มีกลิ่นเหม็นไหม้ของผ้าลอยออกมา ไม่นานตุ๊กตาตัวเล็กก็ถูกเผาจนหมด

            ฮ่องเต้มองพื้นที่เหลือเพียงเศษผ้าพลางขมวดคิ้ว “แค่นี้ก็ได้แล้วหรือ?”

            นักพรตพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ ของสาปแช่งได้ไหม้ไปจนหมดจากการร่ายมนต์ของอาตมาฝ่าบาทสามารถวางใจได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้พิงเก้าอี้แล้วนวดหว่างคิ้วอย่างปวดหัวเล็กน้อย เขาโบกมือออกคำสั่งกงกงที่อยู่ด้านข้าง“ตบรางวัล”

            นักพรตหลังจากได้รางวัลแล้วก็ตามองค์ชายห้าออกไป สุดท้ายงานเลี้ยงก็จบลงเช่นนี้ทุกคนยังสลดใจอยู่เล็กน้อย

            “งานเลี้ยงวันนี้ก็จบลงแค่นี้แล้วกัน ทุกท่านกลับไปได้แล้ว”ฮ่องเต้เหนื่อยล้าเล็กน้อย พอพูดจบก็ลุกขึ้นโดยมีกงกงคอยพยุงออกไป

            ไทเฮาเองก็มีนางกำนัลพยุงออกไป

            “เชิญเสด็จฝ่าบาท เชิญเสด็จไทเฮาเหนียงเหนียง”

            สุดท้ายขุนนางก็ได้ทยอยกันออกไป ตอนที่ออกไปยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ใครจะไปคาดคิดว่าวันนี้จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

            จี๋โม่หานที่นั่งอยู่บนรถเข็นไม่พูดออกมาสักคำ ใบหน้าปกคลุมไปด้วยไอเย็นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น บนตัวแผ่ไอเย็นออกมาบรรยากาศรอบตัวราวกับมีพายุขนาดใหญ่

            หลิงชวนก้มหน้าเข็นรถเข็นเงียบๆเขายังไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองโกรธขนาดนี้มาก่อน

            จนกระทั่งออกจากวังมาถึงที่จอดรถม้าหน้าประตูวัง จื๋อหลันที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็เข้ามาหาเมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสองคนดูแปลกๆ โดยเฉพาะจี๋โม่หานที่มีสีหน้าดำคล้ำจนแทบจะมีหมึกหยดลงมาทั้งยังแผ่ไอเย็นออกมาอีกด้วย

            จื๋อหลันขมวดคิ้ว รู้สึกว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน“เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”

            “เกิดเรื่องกับคุณหนูซูแล้ว”

            คิ้วของจื๋อหลันขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ?”

            หลิงชวนถอนหายใจ เขาพยุงจี๋โม่หานขึ้นรถม้าก่อน แล้วค่อยอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น

            จื๋อหลันตบไปที่ขอบประตูรถม้า สีหน้าคล้ำลงไปเหมือนกัน“เรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับองค์ชายห้าเป็นแน่จะต้องเป็นเขาที่หาคนมาใส่ร้ายคุณหนูซู”

            “เรื่องนี้พวกเราต่างก็รู้” หลิงชวนมองไปในรถม้า จนถึงตอนนี้จี๋โม่หานก็เงียบอยู่ตลอดแม้แต่ประโยคเดียวก็ไม่พูด

            “ประเด็นคือตอนนี้พวกเราไม่มีหลักฐาน แถมคุณหนูซูยังถูกจับเข้าคุกไปแล้ว ไม่รู้ว่าเบื้องหลังพวกเขาจะมีแผนอะไรอีกหรือไม่ตอนนี้พวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว”

            จื๋อหลันเม้มปาก เขาไม่กล้าคิดว่าหากเกิดเรื่องกับซูหมิงเยว่จริงๆ ท่านอ๋องของตนเองจะเปลี่ยนไปอย่างไร จี๋โม่หานในตอนที่ตาบอดมาหลายปีนั้นก็ไม่เหมือนกับตอนนี้

            นิสัยของจี๋โม่หานนั้นเย็นชา แต่พออยู่กับซูหมิงเยว่นานเข้าบนตัวก็เพิ่งจะมีกลิ่นอายความสดใสขึ้นมาอย่างหาได้ยาก ทว่าตอนนี้ก็กลับมาเป็นแบบเก่าเสียแล้ว

            หลิงชวนถอนหายใจเงียบๆ “กลับจวนก่อนเถิด จากนั้นค่อยวางแผนกัน”

            “ไปที่จิ่นชางเก๋อ”

            จี๋โม่หานที่อยู่ในรถม้าซึ่งเงียบมาตลอดก็โพล่งออกมา “ไปจิ่นฉางเก๋อบอกพวกจิ่งฉือให้ไปเจอข้าที่นั่น”

            “พ่ะย่ะค่ะ”

            อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวอวี่กลับจวนสกุลซูด้วยสภาพวิญญาณหลุด

             

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159