ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เต็มศิลายังคงไล่สังหารสัตว์อสูรภายในป่ามรณะจนค่าทักษะทุกอย่างของเขาดีดขึ้นมาเต็มหนึ่งร้อยพร้อมด้วยระดับเลเวลของเขาที่ตอนนี้มากที่ถึงเก้าสิบห้า
เืของสัตว์อสูรไหลนองพื้นพสุธาเศษซากสัตว์อสูรกระจัด กระจายเต็มพื้นเกลื่อนกราดเศษซากสัตว์อสูรบ่างก็นอนตายซากเงยหน้ามองดวงตะวัน ใน่แรกๆที่ศิลาได้เริ่มลงมือตระเวรไล่สังหารสัตว์อสูรภายในป่าเขาถึงกับยอมรับเลยว่าพวกมันแข็งแกร่งผิดไปจากสัตว์อสูรทั่วไปบวกกับจำนวนของพวกมันที่เยอะจนผิดหูผิดตา
แต่สำหรับศิลาแล้วมันถือเป็เื่ดี
เพราะมันกลับยิ่งทำให้ทักษะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทว่าที่เขาเพิ่มทักษะสกิลถึงหนึ่งร้อยเต็มได้เร็วขนาดนี้เพราะส่วนหนึ่งมาจากแหวนของเขาที่มีสกิลตะกละมันส่งผลอย่างมากในการฝึกและการเลื่อนระดับ
ศิลาที่เห็นว่าสัตว์อสูรยังไม่เกิดกันขึ้นมาใหม่เขาจึงเดินไปล้างเนื้อล้างตัวตอนนี้เขาอยู่ใจกลางป่าพร้อมกับเบื้องหน้าของเขาคือลำธารทอดยาวตัดกลางป่ากว้างขนาดสิบเมตรลึกประมาณครึ่งเมตร น้ำสีฟ้าครามสะท้อนแสงเห็นเหล่ามัจฉาแหวกว่ายไปมาแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์
ศิลาได้ตั้งแค้มอยู่โครนต้นไม้ใหญ่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ในขณะที่ศิลากำลังเก็บของเข้าไอเท็มบล็อกเพราะเขาหมดธุระกับบริเวณนี้แล้วและเขาหมายจะไปยังถ้ำน้ำอัมฤทธิ์สักที
ได้มีชายฉกรรณ์สี่คนอายุราว28-29ปี คนเหล่านี้แต่งกายด้วยชุดต่างกันออกไปอาวุธที่ถืออยู่ในมือต่างกันออกไปเข้ามาลอมศิลาเอาไว้ ศิลาที่กำลังนั่งเก็บของอยู่ข้างเอวของเขาคือร่ำไห้และโหยหาคร่ำครวญพันอยู่รอบเอวเมื่อศิลาลุกยืนเกิดเสียงเคร้งๆไปมาพร้อมกับศิลาที่เอ่ยถามกับชายทั้งสี่
“พวกพี่ชายมีธุระอะไรกันหรอครับ”
ศิลาเอ่ยถามด้วยความสุภาพแต่ั์ตาฉายเเววเย็นเฉียบจิตสังหารแผ่กระจายไปทั่ว
ทว่าชายทั้งสี่กลับไม่รู้สึกเกรงกลัวดูจากการแต่งกายของชายทั้งสี่และยังทนกับจิตสังหารของเขาได้แบบสบายๆศิลาทราบได้ทันทีว่าคนทั้งสี่นี้ไม่ธรรมดา
ชายคนหนึ่งในกลุ่มแต่งกายด้วยชุดดำข้างกายมีดาบแคบยาวแขวนไว้ตรงเอวขวาพูดขึ้นตอบศิลาทันที
“พอดีว่าพวกพี่เห็นน้องมีเสื้อผ้าสวยดีคงเป็ไอเท็มชั้นเลิศอืมมม! แล้วก็ไหนจะดาบอีกคงเป็ไอเท็มชั้นเลิศเช่นเดียวกันน้องก็มีดาบต้องสองเล่มพอดีเพื่อนพี่มันไม่มีดาบกับเสื้อผ้าดีๆ
พี่เลยว่าจะขอเสื้อผ้ากับดาบของน้องชาย”
ศิลาที่ฟังจบถึงกับนึกขำขึ้นมาในใจทันทีไม่รู้ว่ามันเป็วันดีหรือวันร้ายกันแน่ซึ่งมันร้ายตรงที่ฆ่าหัวของเขาคงจะเพิ่มขึ้นอีก ส่วนที่ดีคือร่ำไห้จะได้ดื่มด่ำเืคน
“แหม่! พี่ชายนี่เล่นมุขเก่งนะครับเคยเป็ตกหมูกระทะแน่เลย แต่ว่าของผมจะให้พี่ชายได้ไงจริงไหมผมหามายากลำบาก”
ศิลาพูดพร้อมกับทำตาแป๋วแหววท่าทางที่แสดงออกชัดจนว่ากำลังกวนประสาทอีกฝ่ายก่อนที่ชายคนเดิมจะเอ่ยขึ้นต่อ
“ต้องใหสิน้องชาย เพราะถ้าน้องไม่ให้น้องก็คงต้องเจ็บตัวนิหน่อยหรืออาจจะเข้าเกมไม่ได้อีกเลยพี่ไม่ได้ขู่นะ”
“อุ้ยตายแล้ววว พวกพี่ชายน่ากลัวไม่เอ๋าไม่เอาหนูกลั๊วหนูกลัว”
ศิลาทำท่าทางอีดออดอ่อนเท้าไปมาพร้อมกับบิดตัวซ้ายขวาชะมดชะม้อย
อย่างหน้าทีบหลังจากนั้นเขาจึงตอบแบบเสียงขรึมไป
“ผมว่าพวกพี่ชายมากกว่าที่อาจจะไม่ได้กลับเข้าเกมมาอีกเลย รีดไถ่ผู้เล่นอื่นไปกี่คนแล้วล่ะ ผมก็มีค่าหัวอยู่แล้วงั้นขอฆ่าพวกพี่ทิ้งเลยได้ไหม”
ฮ้า...ฮ่า...ฮ้า...
ชายทั้งสี่ะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นเพราะพวกเขาไม่คิดว่าศิลาแค่คนเดียวจะเอาชนะพวกเขาทั้งสี่ได้ก็ไม่แปลกเพราะพวกเขาแต่ละคนล้วนมีระดับเลเวลถึงหกสิบห้ากันหมดแล้วพร้อมกับอาวุธที่ใช้ก็เป็อาวุธระดับA
และด้วยอาวุธระดับS นั้นหายากมากแสนมากพวกเขาจึงคิดว่าอาวุธที่ศิลามีก็คืออาวุธระดับA เช่นกันพวกเขาไม่รู้เลยว่าทั้งตัวยกเว้นแหวนสองวงของศิลานั้นเป็ไอเท็มระดับS
“น้องชายคงตกข่าวสินะพวกพี่คือ
กิลด์โจรเงาพราย ที่ฉกชิงปล้นไถไอเท็มเป็อาชีพน้องคงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงฝีมือพวกพี่เลยกล้าพูดแบบนั้น เอาเถอะพี่ไม่โกรธแค่ยอมส่งไอเท็มมาดีๆต่างหูนั่นก็ด้วย”
ชายคนเดิมกล่าวพร้อมกับเอามือชี้นิ้วมาที่ต่างหูของศิลาจนนิ้วชี้ของชายคนดังกล่าวโดนเข้าที่ต่างหูสีส้มฟ้าเื่พิศดารก็อุบัติขึ้น
อ๊ากกก!....
ร่างของชายคนดังกล่าวปรากฎเพลิงสีฟ้าลุกไหม้ท่วมตัวจนลงไปนอนกลิ้งกลับพื้นราวหมาถูกน้ำร้อนส่งเสียงโหยหวนจากนั้นเพื่อนอีกคนในกลุ่มได้ใช้เวทมนต์ธาตุน้ำช่วยชีวิตไว้ได้ทันพร้อมกับน้ำยาฟื้นพลังที่เริ่มทำงาน
“แกทำอะไรไอ้เวร มึงเล่นลูกไม้อะไร”
ชายอีกคนตวาดลั่นพร้อมกับยื่นขวานสีน้ำตาลมาทางด้านศิลา
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย พวกพี่ก็เห็น”
คำพูดของศิลาทำเอาทั้งหมดนิ่งก่อนที่ชายจอมเวทย์ในกลุ่มจะเอ่ยขึ้น
“จริงของมัน เมื่อกี้ฉันััไม่ได้ถึงมานาจากมันสักนิดหรือแม้แต่พลังธาตุ”
ชายในกลุ่มที่เป็จอมเวทย์ยืนยันในสิ่งที่ศิลาพูดทำให้พวกเขานั้นเริ่มมีสีหน้าแปลก ศิลานั้นไม่ได้ทำอะไรสักเล็กน้อยความจริงคือเ้านกน้อยที่สถิตอยู่ในต่างหูของเขาต่างหากที่ลงมือ
“มาเริ่มกันเถอะครับ”
ศิลาเอ่ยสร้างความงุนงงให้กลับชายทั้งสี่ทันทีชายถือขวานเอ่ยถามด้วยความสงสัยปนโกรธจนศิลาต้องฉีกยิ้มที่มุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม
“เริ่มอะไรวะ”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมจะฆ่าพวกพี่”
ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบด้วงตาฉายแววดุร้ายคล้ายสัตว์อสูร ั์ตาน้ำเงินเข้มเยี้ยงนาคราช ปรากฎลอยเกล็ดของัสีน้ำเงินเข้มรอบขอบตาสะท้อนแสงวิบวับไปมาอย่างลึกล้ำ
จนชายทั้งสี่ที่จ้องมองต่างพากันสะท้านไปทั่วร่างหนาวสั่นถึงขั้วหัวใจทันที
ศิลาเอ่ยอีกครั้งเล่นทำเอาชายทั้งสี่ผวาหน้าปั้นยากถึงขีดสุดเมื่อได้ยินศิลาพูด
“ผมว่าพวกพี่ก็ตกข่าวนะที่ไม่รู้ว่าผมเป็ใคร ชื่อของผมคือศิลาไม่ต้องห่วงหลังจากนี้พวกพี่จะไม่ได้กลับเข้าเกมอีกเด็ดขาด”
“ลุยมันเลยมันคนเดียวอย่าไปกลั!!..”
ฟึบ...ฉ๊วะ
ชายชุดดำยังสั่งเพื่อนไม่ทันจบคำพูดร่ำไห้ดาบคาตานะเขี้ยวัสีดำแดงก็แทงส่วนเข้าปากทะลุออกทางหน้าหลังตรงท้ายทอยอย่างจัง
จนทำเอาชายที่ถูกแทงตาเบิกกว้างจ้องมองศิลาด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพลังชีวิตพลังป้องกันของเขามั่นใจว่าสูงแต่ทว่าศิลากลับสังหารเขาคงได้ใบดาบเดียว
เืสีแดงสดไหลย้อย ไหลไปตามไปดาบของศิลาก่อนจะถูกดูดเข้าไปในตัวดาบเส้นสายสีแดงเเล่นเข้าหาอัญมณีตรงที่กั้นดาบทันที ร่างของชายชุดดำชักกระตุกเกร่งไปทั่วร่างก่อนจะหายกลายเป็แสง
ตูม...
เมื่อพรรคพวกชายชุดดำเห็นเพื่อนถูกฆ่าตายก็ไม่แสดงความแตกตื่นจนเกินเหตุแสดงถึงการผ่านสนามรบการฆ่าฟันมาพอสมควร ชายทั้งสามหยิบอาวุธเข้าโจมตีศิลาทันทีพร้อมกับชายจอมเวทย์ยิ่งเวทมนต์บอลไฟใส่ศิลาเกิดเสียงะเิสนั่นป่า
ย๊าก...
ชายคนที่ถือขวานพุ่งเข้าใส่ศิลาทันทีด้วยความบ้าคลั่งขวานั์ถูกยกเหนือหัวแฝงไปด้วยพลังธาตุดินสีน้ำตาลสด
ตูม...
ขวานั์ฟันใส่พื้นจนพื้นดินถึงกับแตกร้าวฝุ่นควันลอยฟุ้งในอากาศ แต่ชายถือขวานกลับต้องอึ่งไปอีกรอบเมื่อไร้ร่างของศิลา
ปัก...ปึก...อ๊าก
เท้าขวาของศิลาเตะใส่ชายถือขวานอย่างจังก่อนจะสลับขาเตะด้วยขาซ้ายทุกการโจมจีแฝงไปด้วยสำนึกพลังธาตุความมืดผสมผสานธาตุสายฟ้าเกิดเสียงประจุสายฟ้าแล่นไปมาส่งเสียงเสียดหู
ร่างของชายที่ถูกศิลาเตะลอยลิ่วกระแทกต้นไม้พร้อมกระอักเืออกมากองโต
ศิลาหมายจะพุ่งตามไปแต่ชายอีกคนในมือซ้ายถือดาบใหญ่สีเหลืองมือขวาถือโล่สีฟ้าเขียวเข้ามาขัดขวางไว้ดาบใหญ่ในมือของชายดังกล่าวโจมตีใส่ศิลาด้วยความรวดเร็วพร้อมกับด้านซ้ายของศิลาปรากฎบอลไฟลูกเท่าขนาดลูกบอลสองลูกแหวกอากาศส่งคลื่นความร้อนหมายจะเผาศิลาให้ม็อดไหม้
ตูม...
ศิลากระทืบเท้าเบาๆปรากฎกำแพงดินขึ้นต้านทานรับการโจมตีบอลเพลิงสีส้มจนเกิดการะเิอีกครั้งที่หน้าแปลกคือกำแพงดินของศิลาไม่พังทลายอย่างที่มันควรจะเป็ชายจอมเวทย์รับรู้ได้ทันทีว่าพลังธาตุของศิลาเหนือกว่าพลังธาตุและพลังเวทมนต์ของมัน
และที่ตลึงสุดขีดคือศิลาใช้พลังธาตุสายฟ้าและความมืดห่อหุ้ม ร่างกายแถมยังใช้พลังธาตุดินได้อีกมันไม่มีผู้เล่นคนไหนใช้พลังธาตุได้ถึงสามธาตุเป็แน่นั่นถึงทำให้ชายจอมเวทย์ยืนนิ่งอึนไปชั่วครู่
เคร้ง...เคร้ง
เสียงดาบใหญ่กระทบลงบนแขนของศิลาเป็เสียงของโลหะกระทบกันทำเอาชายที่ถือดาบใหญ่กำลังโจมตีศิลาถึงกับอึ้งตาเบิกกว้างด้วยความสงสัยทั้งที่ศิลาส่วมชุดหนังแท้ๆแต่ราวกับเขาฟันถูกเหล็กกล้า ต่อมาค่อยปรากฎโซ่ตรวนสีส้มฟ้าลัดพันแขนของศิลาซึ่งคร่ำครวญเองก็ได้รับการวิวัฒนาการจนสามารถทำให้มันล่องหนได้
การโจมตีแบบต่อเนื่องสอดประสานกันของกลุ่มคนทั้งสามแบบเต็มรูปแบบไม่สามารถสร้างาแให้กับศิลาได้แม้แต่น้อย ซ้ำดูท่าศิลายังคงสบายๆราวกับยังไม่ได้ออกแรงแม้แต่น้อย
ชายคนที่ถือดาบใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับศิลาเห็นแบบนั้นก็เกิดอาการหน้าซีดเผือดเม็ดเหงื่อปรากฎขึ้นเต็มใบหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เป็ไปไม่ได้อ่ะเห่อออ!..เป็ไปไม่ได้สุดหล่อไม่อยากจะเชื่อเลยเห่อออ!”
“แกมันปีศาจชัดๆไม่มีใครสามารถใช้พลังธาตุถึงสามธาตุหลอกไอ้ปีศาจ”
ชายจอมเวทย์เอ่ยขึ้นดังลั่นในระยะห่างออกไปหกเมตร
วูบ!..
ร่างของศิลาหายไปจากการรับรู้จากสายตาของทั้งสองคนวินาทีต่อมาปรากฎร่างของศิลาเบื้องหน้าชายจอมเวทย์แววตาเฉียบคมดุร้ายั์ตา
เเบบนักคาราชสีน้ำเงินสดแสนดุร้ายบาดลึก
จิตสังหารรังสีฆ่าฟันแผ่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกชายจอมเวทย์ยืนยิ่งจ้องมองั์ตาของศิลา
ชายจอมเวทย์ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกเวทมนต์สะกดทว่ามันไม่ใช่
เวทมนต์แต่อย่างใด แต่เขารู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองตายไปแล้วเพียงแค่จ้องมองั์ตาคู่นั้นของศิลามันคล้ายกับกำลังถูกพญามารจ้องมอง
หมับ...โผ๊ละ...
ศิลาจับเข้าที่หัวของจอมเวทย์พร้อมกับออกแรงเบาๆบีบหัวกระโหลกสมองของชายคนดังกล่าวแตกกระจุยจนเกิดเสียงคล้ายการผ่ามะพร้าวพร้อมกับเืสีแดงสดสาดกระจายไปทั่วบริเวณไหลอาบดาบร่ำไห้ของศิลาพร้อมกับร่างมันสมองของชายจอมเวทย์ฟาดล้มลงกับพื้น
ชายถือดาบใหญ่มองดูเพื่อนถูกบีบหัวเละด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาก่อนจะเอ่ยดังลั่น
“แกมันปีศาจไม่มีใครใช้มือเปล่าฆ่าคนได้หลอกพลังโจมตีด้วยมือเปล่าของผู้เล่นมันไม่เกินสองร้อยด้วยซ้ำมันยังไม่ทะลุพลังป้องกัน แกไอ้ปีศาจไอ้ตัวหายนะ”
ชายถือดาบใหญ่และโล่ด่าทอศิลาพร้อมสืบเท้าก้าวถอยหลังไปเลื่อยๆความจริงทุกคนก็ใช้มือเปล่าสู้ได้เพียงแต่ตอนเริ่มต้นถ้าไม่มีอาวุธพลังโจมตีจะเป็ศูนย์คนเลยคิดว่าไม่สามารถสู้มือเปล่าได้ต้องพึ่งอาวุธหากลองฝึกต่อสู้มือเปล่าสักนิดก็จะพบเองว่าแม้ไม่มีอาวุธก็สามารถสู้ได้
แต่ทว่าการจะบีบหัวผู้เล่นระดับหกสิบให้ตายคามือมันคงเป็ไปไม่ได้แต่สำหรับศิลาที่เหมือนกับว่าเขาได้รับการ อเวคร์มาแล้วถึงระดับของเขาจะอยู่ที่95แต่ค่าสถานะต่างๆมันเท่ากับระดับ165
ชายคนดังกล่าวยังคงด่าศิลาเพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้เลยเปลี่ยนเป็ด่าทอหมายจะโบ่ยให้ว่าศิลานั้นกำลังทำผิดแต่เขารู้จักศิลาน้อยไปมันไม่ได้ผลกับคนอย่างศิลาที่จิตใจแข็งแกร่งประดุจเพชร
ชายคนดังกล่าวหนีอย่างไม่อายฟ้าไม่อายดินเขาหันหลังวิ่งหนีทิ้งเพื่อนที่นอนจมกองเืโครนต้นไม้ใหญ่อย่างน่าสมเพชทั้งล้มรุกครุกคลานกลิ้งไปกับพื้นเป็ภาพที่น่าเวทนายิ่งนักขาสองข้างสั่นเพลาด้วยความไม่มีแรงมือไม้อ่อนล้าไร้กำลัง
“อย่า...อย่าเข้ามา...ถ้าแกฆ่าฉันแกจะมีค่าหัวเพิ่มแก!...แกไม่กลัวถูกนักล่าค่าหัวทั่วโลกตามล่าหรือไง เงินไอเท็มแกอยากได้ไหมล่ะข้าจะยกให้หมดเลยหรือแกอยากจะเข้ากิลด์โจรเงาพรายเอาไหมล่ะเดี๋ยวฉันขอหัวหน้าให้เป็พิเศษให้นายเป็มือขวาฉันคนนี้เอาไหม”
เขาวิ่งไปล้มไปพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นกลัวถึงขีดสุดเพราะศิลาเดินย่ามสามขุมอย่างช้าๆแต่กลับเร็วกว่าชายดังกล่าวที่กำลังวิ่งเสียอีกทั่วร่างของศิลาแผ่ออร่าสีดำน่าขนรุกพร้อมจิตสังหารที่เพิ่มทวีคูณจนแทบอาเจียน
พริบตาต่อมาศิลาประชิดด้านหลังถึงตัวของชายถือดาบและโล่ที่กำลังพยายามลุกยืนมือขวาจับเข้าที่หัวของชายคนดังกล่าวพร้อมกับอัดลงสู่พื้นธรณีเบื้องร่างเกิดเสียงะเิดังสนั่นพื้นดินแตกแยกไปทั่วบริเวณแสดงถึงพละกำลังมหาศาลพร้อมกับเืสีแดงสดไหลนองออกจากหัวที่แหลกเละกระจุยไม่มีชิ้นดี
วินาทีต่อมาชายที่ถูกศิลาเตะไปนอนจมกองเืโคลนต้นไม้ถูกศิลาประชิดตัวพร้อมกับเท้าซ้ายสำนึกแฝงไปด้วยพลังธาตุสายฟ้าเตะใส่ใบหน้าบีบอันหัวคาต้นไม้เข้าอย่างจังจนเืสีแดงกระจุยกระจายผสมกับมันสมองไหลเยื้อมเศษเนื้อเศษสมองไหลกองลงกับพื้น
จากนั้นเศษไอเท็มทั้งหมดก็ลอยเข้าแหวนของศิลาที่มือขวาและบนหัวของศิลาก็ปรากฎตัวเลขค่าหัวทันทีจากที่ไม่เคยมีมาก่อนมันมากถึง3,500เหรียญทอง
“เหอจบสักที อยู่ดีไม่ว่าดีอยากได้ของทำไมไม่หาเอาเองวะแถมคิดจะมาปล้นคนอย่างฉันเนี่ยกล้าไปแล้ว”
ศิลาสบถกับร่างที่กำลังหายกลายเป็แสงจากนั้นศิลาก็หยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาดูก่อนจะทะยานร่างหายเข้าไปในป่าลึก
ตัวละครศิลา ระดับ95
พลังโจมตี 4,300หน่วย
พลังชีวิต 350,000 หน่วย
มานา 780,000 หน่วย
ค่าหัวเงินรางวัล 3,500เหรียญทอง
ไอเท็มสวมใส่
เสื้อเกราะหนังัมารโลหิตหมื่นปี
ครบเซ็ทระดับS
ดาบมารร่ำไห้ ระดับS
กริชฟีนิกซ์โหยหา ระดับS
โซ่ตรวนฟีนิกซ์คร่ำครวญ ระดับS
(Active skil)
เพลงดาบไร้รูปแบบ ระดับ120
จิตแห่งดาบ ระดับ150
เพลงดาบสะบั่นศิลา ระดับ120
เพลงดาบทำลายอาวุธ ระดับ100
เพลงดาบศิวนาศราช ระดับ105
จิตอาคม ระดับ100
ปลุกวิญาณ ระดับ90
อวตารสายฟ้า ระดับ130
อวตารความมืด ระดับ130
อวตารแห่งไฟ ระดับ105
เขตแดนแห่งาา ระดับ1
(Passive skill)
ยมโลกหวนคืน ระดับ3
อาภรณ์แห่งั ระดับ200
กายยาัโลหิต ระดับ200
เ้าปรภพ ระดับ100
กายโลหิต ระดับ100
อวตารแห่งมารโลหิต ระดับ0
พลังธาตุดิน ระดับ120
พลังธาตุน้ำ ระดับ110
พลังธาตุลม ระดับ100
พลังธาตุไฟ ระดับ 110
พลังธาตุสายฟ้าระดับ 125
พลังธาตุแสง ระดับ100
พลังธาตุความมืด ระดับ170
พลังเวทมนต์ธาตุดิน ระดับ100
พลังเวทมนต์ธาตุน้ำ ระดับ100
พลังเวทมนต์ธาตุลม ระดับ100
พลังเวทมนต์ธาตุไฟ ระดับ100
พลังเวทมนต์ธาตุสายฟ้า ระดับ100
พลังเวทมนต์ธาตุแสง ระดับ100
พลังเวทมนต์ธาตุความมืด ระดับ100
สัตว์อสูร ฟีนิกซ์วิหคอัมตะสัตว์อสูรระดับราชันย์หนึ่งตัว
ไอเท็มในกระเป๋า 94,000ชิ้น
จำนวนเงิน 85,000,000เหรียญทอง
จำนวนเงิน2,390,000,000เหรียญเงิน
สมบัติ
พื้นที่เมือง
แกรนด์แวส3,000ไร่