คุณย่าย้อนเวลาไปแก้ไขชะตาชีวิต (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 9 กังวลและไม่พอใจ

            ฉินซูเม่ยนอนหลับสนิทตลอดทั้งคืน โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าตัวเองพูดอะไรกับฉินซิ่วหลานไปบ้าง และก่อนที่จะถึงเวลาตื่นนอนยามปกติ เธอกลับได้ยินเสียงร้องโวยวายอยู่ด้านนอก ฉินซูเม่ยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัว แต่เสียงที่อยู่ด้านนอกกลับเหมือนยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเธอก็ต้องลุกจากที่นอนเพื่อออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ดี

            “แม่คะ ใครเป็๞อะไรเหรอคะ”

            “ออกมาได้เสียที ถ้าแกไม่มัวแต่นอนตื่นสาย ซิ่วหลานก็คงไม่ต้องเข้าครัวไปทำอาหารแทนแกหรอก” หลูเหนียงบ่นเมื่อเห็นฉินซูเม่ยเดินมา

            “ฉันตื่นสายอะไรกันคะ อีกตั้งสิบห้านาทีกว่าจะถึงเวลาที่ฉันตื่นนอน อีกอย่างฉันก็ไม่ได้บอกให้ซิ่วหลานลุกขึ้นมาทำอาหารแต่เช้าเสียหน่อย เป็๞เธอที่อยากมาทำอาหารเพื่อเอาไปส่งให้ซูซ่างจิ่นเองต่างหาก” ฉินซูเม่ยพูดออกไป

            “นี่! แกอย่ามาพูดไร้สาระ เดี๋ยวใครมาได้ยินจะเข้าใจผิดคิดว่าซิ่วหลานกับซ่างจิ่นมีอะไรกันพอดี” หลูเหนียงตวาดลูกสาว

            “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าซิ่วหลานกับคู่หมั้นของฉันมีอะไรกันนี่คะ ฉันแค่บอกว่าซิ่วหลานหวังดีก็เลยอยากตื่นมาทำอาหารให้พี่เขยด้วยตัวเอง” ฉินซูเม่ยหยุดอยู่หน้าประตูห้องครัว ก่อนที่จะมองเข้าไปแล้วเห็นน้องสาวนั่งร้องไห้น้ำตาไหล เธอก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าน้ำตานั้นเป็๞แค่การเสแสร้งหรือของจริง “ตกลงว่าเธอเป็๞อะไร?”

            “พี่...ฉันเจ็บ” ฉินซิ่วหลานน้ำตาไหล “ห้องครัวมันมืดมาก ฉันไม่ทันระวังก็เลยเดินไปเตะกองฟืน สงสัยว่าข้อเท้าของฉันจะแพลงแล้วล่ะ” 

            อาการของฉินซิ่วหลานไม่เหมือนกำลังโกหก ฉินซูเม่ยจึงเดินเข้าไปดูที่ข้อเท้าของน้องสาว “เธอนั่งอยู่เฉยๆ แล้วอย่าเพิ่งไปนวดมันล่ะ เดี๋ยวฉันไปหาผ้าเย็นมาประคบให้ก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นตอนสายๆ ค่อยไปหาหมอ”

            “แต่ว่าวันนี้ฉันมีสอบย่อยในคาบเช้า ฉันขาดเรียนไม่ได้”

            “แต่เท้าเธอเป็๞อย่างนี้แล้วจะไปเรียนยังไง” ฉินซูเม่ยเอาผ้าชุบน้ำเย็นประคบที่ข้อเท้าของน้องสาว “จะให้ฉันปั่นจักรยานไปคอยรับส่งเธอไหมล่ะ แต่ถ้าเธอกลัวว่าฉันจะทำให้จักรยานเธอพัง เธอก็ให้พ่อหรือไม่ก็ให้ไห่เฉิน (น้องชายชื่อฉินไห่เฉิน) ไปส่ง แต่ถ้าเธอจะให้ฉันแบกเธอเข้าอำเภอฉันไม่ทำนะ”

            “ฉันไม่ให้พี่แบกฉันเข้าอำเภอหรอกน่า” ฉินซิ่วหลานพูดขึ้น

            “งั้นก็ให้พ่อปั่นจักรยานไปส่ง”

            “พ่อกับแม่ลางานหลายครั้งแล้ว ถ้าพ่อลางานอีก มีหวังพ่อต้องถูกตัดแต้มค่าแรงเป็๲ค่าปรับไปเปล่าๆ สองวันแน่”

            “ถ้างั้นก็ให้ไห่เฉินไปส่ง”

            “ไห่เฉินตัวเล็กนิดเดียว จักรยานฉันสูงขนาดนั้น เขาจะไม่พาฉันล้มเอาเหรอ”

            ฉินซูเม่ยขมวดคิ้ว “ตกลงเธอจะเอายังไงกันแน่ ถ้าเธอไม่ให้ฉัน ไม่ให้พ่อ หรือไม่ให้ไห่เฉินไปส่ง ก็คงจะเหลือแต่แม่คนเดียวแล้วล่ะที่ยังว่างอยู่ หรือว่าเธออยากให้แม่เข็นรถเข็นพาเธอไปส่งที่โรงเรียน”

            “แม่ลางานไม่บ่อยเท่าพ่อ ยังไงให้แม่เป็๲คนเข็นรถไปส่งลูกที่โรงเรียนก็ได้” หลูเหนียงรีบเสนอตัว “ลูกไม่ต้องกลัวว่าลูกจะไปสอบไม่ทันนะ แม่จะพาลูกเดินให้เร็วๆ เลย”

            ฉินซิ่วหลานไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดี ทำไมทุกคนถึงไม่เข้าใจเจตนาของเธอกันนะ เธออยากให้คนที่บ้านไปส่งที่ไหนกัน ถ้าทุกอย่างไม่เป็๞ไปตามแผน เธอจะไม่เจ็บตัวไปเปล่าๆ หรอกหรือ

            ฉินซูเม่ยมองหน้าน้องสาวแล้วพยายามนึกถึงความเป็๲ไปได้บางอย่าง ฉินซิ่วหลานบอกว่าในห้องครัวมันมืดมากจนเดินเตะกองฟืน แต่ห้องครัวทั้งเล็กและแคบแค่นี้ แถมไฟในเตาก็ถูกจุดแล้ว แสงสว่างยังมากกว่าตะเกียงที่เธอใช้จุดอยู่ในห้องนอนด้วยซ้ำ เ๱ื่๵๹นี้มันดูแปลกๆ

            “ไม่เป็๞ไรหรอกค่ะแม่ แม่พาฉันกลับไปที่ห้องก่อนก็ได้ค่ะ ลองนั่งอยู่เฉยๆ สักพัก ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่นาทีข้อเท้าฉันก็อาจจะหายเจ็บแล้ว” ฉินซิ่วหลานพูดกับฉินซูเม่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันเตรียมไส้ซาลาเปาไว้แล้ว ที่เหลือยกให้พี่ทำต่อก็แล้วกัน”

            ฉินซูเม่ยเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอส่งยิ้มรู้ทันให้ฉินซิ่วหลาน “ซิ่วหลาน ฉันนึกอะไรออกแล้วล่ะ”

            “พี่นึกอะไรออกเหรอ” ฉินซิ่วหลานหันไปมองพี่สาวอย่างมีความหวัง โดยที่เธอไม่สังเกตเห็นรอยยิ้มแปลกๆ ของพี่สาวเลย เพราะสิ่งที่เธอสนใจคือคำพูดต่อจากนี้ของพี่สาวต่างหาก

            “ยังไงเธอกับซ่างจิ่นก็เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ตอนที่ฉันเอาอาหารเช้าไปส่งให้เขา ฉันจะวานให้เขาช่วยรับส่งเธอใน๰่๥๹ที่เธอปั่นจักรยานไม่ได้นี้ดีไหม” 

            “มันจะดีเหรอคะ” ฉินซิ่วหลานแสร้งถาม

            ฉินซูเม่ยมองเห็นท่าทางเสแสร้งของน้องสาวยังอดที่จะชื่นชมกับความพยายามของน้องสาวไม่ได้ เมื่อคืนเธอคลับคล้ายคลับคลาว่าน้องสาวกำลังต่อว่าและหาว่าเธอพาเหอเจียวเจียวไปทำความรู้จักกับซูซ่างจิ่น เธอจำได้แค่ว่าน้ำเสียงของน้องสาวที่พูดกับเธอไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากนั้นเธอก็หลับไป หรือว่าเธอเผลอไปพูดอะไรให้น้องสาวฟัง แต่จะยังไงก็เถอะ แผนที่เธอตั้งใจให้เหอเจียวเจียวไปรู้จักกับซูซ่างจิ่นดูเหมือนจะได้ผล พอฉินซิ่วหลานเห็นว่าตัวเองกำลังจะมีคู่แข่งก็เลยรีบลงมือ การที่ข้อเท้าของหล่อนแพลงในครั้งนี้ก็คงจะเป็๲แผนทำร้ายตัวเองสินะ ‘ฉินซิ่วหลาน เธอก็ลงทุนไม่เบาเลยนี่ แม้แผนการแสร้งเจ็บตัวจะโบราณไปหน่อย แต่มันก็ดูเหมือนจะได้ผล ในเมื่อเธออยากใกล้ชิดซูซ่างจิ่น ครั้งนี้ฉันจะช่วยเธอเองก็แล้วกัน หวังว่าระหว่างที่เธอกับเขานั่งจักรยานไปโรงเรียนด้วยกันทุกวัน ความสัมพันธ์ของพวกเธอจะก้าวหน้าขึ้นไปบ้างนะ’

            “เธอกลัวว่าคนจะมองไม่ดีที่เห็นเธอใกล้ชิดกับคู่หมั้นของฉันใช่ไหม เ๹ื่๪๫นี้เธอไม่ต้องกังวล ถ้ามีคนถาม ฉันก็แค่บอกความจริงออกไป อีกอย่างพวกเธอไปไหนมาไหนกันอย่างเปิดเผยและไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน มีแต่คนจิตใจไม่ดีเท่านั้นล่ะที่จะคิดอกุศลกับพวกเธอ และที่สำคัญคือฉันไว้ใช้ซ่างจิ่น เพราะซ่างจิ่นของฉันเป็๞สุภาพบุรุษและไม่เคยทำตัวนอกลู่นอกทาง คุณป้าหูเคยบอกฉันไว้แบบนี้”

            “ถ้างั้นก็ขอบคุณพี่มากนะคะ” ฉินซิ่วหลานยิ้มตาเป็๲ประกาย แต่ในใจกลับยิ้มเยาะฉินซูเม่ย ‘เหอะ...สุภาพบุรุษและไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ทั้งหมดเป็๲แค่คำที่คุณป้าหูยกย่องลูกชายตัวเองเท่านั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าถ้าฉันได้ใกล้ชิดแล้วหว่านเสน่ห์ให้พี่ซ่างจิ่นทุกวันเขาจะไม่หวั่นไหว ถึงตอนที่เขามาขอถอนหมั้น เธออย่ามาต่อว่าฉันก็แล้วกัน เพราะเธอเป็๲คนเปิดโอกาสให้ฉันได้ใกล้ชิดกับพี่ซ่างจิ่นเอง’

     

            “๰่๥๹นี้ต้องรบกวนพี่ด้วยนะคะพี่ซ่างจิ่น” ฉินซิ่วหลานพูดอย่างเกรงใจ

            “ไม่เป็๞ไร เราเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน มีเธออาศัยมาด้วยก็ไม่ทำให้ฉันเสียเวลา” ซูซ่างจิ่นตอบก่อนที่จะหยุดคิด “พรุ่งนี้พ่อกับแม่ฉันก็จะกลับมาแล้ว เย็นนี้เธอไม่ต้องทำอาหารมาให้ฉันแล้วล่ะ”

            “ทำไมล่ะคะ พี่ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกค่ะ ฉันยังทำอาหารไปส่งให้พี่ได้ อืม...มื้อนี้ก็เป็๲มื้อสุดท้ายแล้ว พี่อยากกินอะไรเป็๲พิเศษหรือเปล่าคะ ถ้ามีพี่ก็บอกฉันมาได้เลยนะคะ”

            “ก็เพราะมันเป็๞มื้อสุดท้าย ฉันก็เลยอยากให้ซูเม่ยเป็๞คนทำอาหารให้ฉันกิน ถ้างั้นฝากเธอไปบอกซูเม่ยด้วยว่าเย็นนี้ฉันอยากกินเกี๊ยว” ซูซ่างจิ่นไม่คิดว่าคำพูดของตัวเองมีอะไรผิด เป็๞เพราะเขาไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นมากนัก เพื่อนที่โรงเรียนก็มีแค่เพื่อนนักเรียนชายไม่กี่คน กลับมาบ้านก็มีแค่พ่อกับแม่ แต่ตัวเขาเอาแต่อ่านหนังสือและทำการบ้านอยู่ในห้อง จึงไม่ค่อยได้สนทนากับพ่อและแม่เช่นกัน

            อีกอย่างมื้อเย็นวันนี้ก็จะเป็๲อาหารมื้อสุดท้ายก่อนที่แม่ของเขาจะกลับมา เขาก็เลยอยากกินอาหารฝีมือของฉินซูเม่ยอีกครั้ง แต่พอเขาหันไปเห็นฉินซิ่วหลานทำหน้าน้อยใจ แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าฉินซิ่วหลานน้อยใจเขาเ๱ื่๵๹อะไร แต่ในเมื่อฉินซิ่วหลานเป็๲น้องสาวของคู่หมั้น เขาจึงจำเป็๲ต้องพูดอะไรบางอย่าง “ซูเม่ยบอกฉันว่าอาการเจ็บขาของเธอต้องพักหลายวัน ฉันก็เลยไม่อยากจะรบกวนเธอ”

            ฉินซิ่วหลานคิดไปว่าซูซ่างจิ่นคงเป็๞ห่วงเธอ เธอเงยหน้าแล้วยิ้มให้เขา “ที่แท้พี่ก็เป็๞ห่วงฉันนี่เอง ตกลงค่ะ อาหารเย็นวันนี้ฉันจะให้พี่ซูเม่ยเป็๞คนทำก็แล้วกันนะคะ”

            บทสนทนาของซูซ่างจิ่นและฉินซิ่วหลานในแต่ละวันไม่พ้นเ๱ื่๵๹ของฉินซูเม่ย ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ฉินซิ่วหลานนั่งซ้อนท้ายจักรยานไปโรงเรียนและกลับบ้านพร้อมกับซูซ่างจิ่นกลายเป็๲สิ่งคุ้นตาสำหรับชาวบ้าน และซูซ่างจิ่นก็ไม่ได้ทำตัวห่างเหินกับฉินซิ่วหลานเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว ทั้งสองคนพูดคุยกันโดยไม่มีเ๱ื่๵๹ของฉินซูเม่ยเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ความใกล้ชิดและสนิทสนมของทั้งสองคนเป็๲ที่พอใจของฉินซูเม่ยเป็๲อย่างมาก 

            แต่เ๹ื่๪๫นี้กลับทำให้ผู้หญิงสองคนรู้สึกกังวลและไม่พอใจ นั่นคือหูเสี่ยวเถาที่กลัวว่าลูกชายจะหวั่นไหวไปกับฉินซิ่วหลาน เธอไม่อยากได้ฉินซิ่วหลานมาเป็๞สะใภ้ แต่เธออยากได้ฉินซูเม่ยมาเป็๞สะใภ้ 

            และอีกคนหนึ่งที่ไม่พอใจกับความใกล้ชิดสนิทสนมของซูซ่างจิ่นกับฉินซิ่วหลานก็คือเหอเจียวเจียว เพราะเหอเจียวเจียวพยายามเข้าหาซูซ่างจิ่น โดยที่เธอไปหาเขาที่บ้านหลายครั้ง แต่หูเสี่ยวเถากลับไม่ยอมให้ซูซ่างจิ่นออกมาพบเธอ หูเสี่ยวเถาให้เหตุผลว่าลูกชายของเธอมีคู่หมั้นแล้ว มันคงไม่เหมาะสมนักที่ลูกชายของเธอจะทำตัวสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่น แต่เพราะเหอเจียวเจียวคิดว่าหูเสี่ยวเถาจะมาเป็๲แม่สามีของเธอในอนาคต เธอจึงได้แต่ทำตัวว่าง่ายและไม่ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ

            แต่เหอเจียวเจียวกลับไม่ได้มีแค่ปัญหาเ๹ื่๪๫ว่าที่แม่สามี เพราะเธอยังมีปัญหาเกี่ยวกับศัตรูหัวใจที่เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง ยิ่งเธอได้มาเห็นซูซ่างจิ่นกับฉินซิ่วหลานนั่งรถจักรยานด้วยกันทุกวัน เธอยิ่งรู้สึกว่าเธอต้องเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่างเสียแล้ว