ตอนที่7
ปากซอย
แว๊นนนนนนนแว๊นนนนนนนนน พอเริ่มดึกถนนย่านปทุมธานีสายในก็มีเด็กแว๊นออกมาขับขี่ซิ่งรถกันสนุกสนาน สาวๆนั่งซ้อนท้ายกันอย่างไม่มีความหวาดกลัวต่ออันตราย ในยามค่ำคืนถนนแถวนี้ก็เหมือนเป็ของเหล่าวัยรุ่นที่พากันออกมาสนุกสนานและปลดปล่อยฮอร์โมนวัยรุ่นกันวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ขี่มอไซด์มาด้วยกันโดยซ้อน 3 มา จู่ๆก็เจอวัยรุ่นอีกกลุ่มะโด่า “ห่วยแตก” แบล็กเด็กหนุ่มวัย 16ที่เป็คนขี่หันไปมอง และรีบขี่ตามทันที
แบล็ก: มึงเป็ใคร? ห้าวไรวะ
เหมือนพวกเขาจะโดนล่อให้ขี่ตามไปเพราะสักพักก็เหมือนจะเจอแก๊งใหญ่รออยู่ แบล็กรีบเลี้ยวรถกลับทันทีแต่ก็โดนเด็กพวกนั้นไล่ตามกลับมา ทั้ง 3 ตื่นตระหนกใกันมากจากนั้นแบล็ครีบเลี้ยวเข้าซอย ซึ่งซอยนี้สามารถทะลุออกได้หลายทางมากโชคดีที่พวกนั้นไม่ใช่คนซอยนี้ เลยตามมาไม่ทัน
กุ่ย: เชี้ยเอ้ย เกือบแล้วมึง
แบล็ก: กูว่าแล้ว มันมาดักล่อให้ตามไป แม่งเชี่ยจริง
ดอน: กลับเหอะมึง กูไม่อยากโดนไล่แล้ว
แบล็ก: เดี๋ยวอีกสักพักเหอะมึง จอดแถวนี้ก่อน เผื่อมันวนเวียนอยู่
ดอน: มีงรู้จักพวกมันเหรอ
แบล็ก: ไม่รู้หว่ะ มันก็คงเป็พวกขี่หาเื่คนแถวนี้ประจำแหละมั๊ง ไม่รู้แก๊งไหน
หลังจากนั้นทั้ง3 คนก็ได้ยินเสียงเบรกดังลั่น เหมือนจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
ดอน: เสียงไรวะ
แบล็ก: เหมือนเสียงรถชนเลยหว่ะ ออกไปดูดีกว่า
ทั้ง3 คนซ้อนกันออกไปปากซอยเพื่อดูว่าเป็เสียงอะไร ทั้งที่มีเสียงดังมากแต่กลับไม่มีอุบัติเหตุอะไรเลย ทั้ง 3 ประหลาดใจ เลยตัดสินใจพากันกลับบ้าน
พอถึงวันศุกร์ถัดมาทั้ง 3 คนก็พากันออกมาแว๊นเหมือนเคยโดยไม่ได้จดจำเลยว่าครั้งที่แล้วเกือบตายกันมาแล้ว
ดอน: วันนี้ไปเส้นอื่นดีกว่ามึง เดี๋ยวเข้าเมืองเจอพวกมันอีก
แบล็ก: กูเอาสปาต้ามาด้วย ถ้าเจอแม่งอีกคราวนี้กูฟันแม่งยับแน่
กุ่ย: แล้วถ้ามันมีปืนหล่ะมั๊ง
แบล็ก: มีปืนก็หนีดิมึง โงทำไม ฮ่าๆๆๆๆ
พูดไปขำไปราวกับว่าชีวิตนี้มันไม่มีความสำคัญกับพวกเขาเลยทั้ง 3 ซ้อนกันออกมาที่ปากซอยเหมือนเคย คราวนี้ ดอนมองเห็นว่าป้ายรถเมล์หน้าปากซอยมีรอยเหมือนโดนรถชนอยู่
ดอน: เฮ้ยนี้ไงมึง เมื่อคืนป่าววะ
แบล็ก: เออหว่ะ แต่กูว่ารอยแม่งเก่าไปป่าววะ ชนเมื่อคืนเอง
กุ่ย: เมื่อคืนเราออกมาไม่เห็นใครเลยนะมึง หรือมันชนหลังจากเราเข้าบ้าน
แบล็ก: กูสงสัยมากเลยนะ แม่งเสียงดังฉิบหาย กูว่าดังขนาดนี้ยังไงแม่งก็ต้องมีตายเสือกไม่มีอะไรเลย กูถามแม่ แม่ก็บอกไม่เห็นมีเพื่อนเล่าอะไรให้ฟังเลย
ดอน: แต่แม่กูเล่านะมึง แม่บอกว่าที่ป้ายรถเมล์หน้าปากซอยอ่ะ มีคนเคยขับรถชนตายอยู่และทุกๆ คืนพระจันทร์เต็มดวง จะมีคนเห็นเขามานั่งอยู่ที่ป้ายเล่ากันว่ามันจะมาหาคนเฝ้าป้ายรถเมล์แทนมัน ตรงนี้เลยมีคนตายบ่อยๆ อ่ะ
แบล็ก: งั้นวันพระจันทร์เต็มดวงวันไหนวะ
กุ่ย: ทำไมวะ มึงอย่าบอกนะว่าจะมาพิสูจน์
แบล็ก: มันก็ต้องพิสูจน์ดิวะ วัยรุ่นอย่างเรา เื่ท้าทายมันเื่ถนัด
ผ่านไป3 วันก็ถึงวันพระ และก็เป็วันพระจันทร์เต็มดวงด้วย ทั้ง 3คนนัดแนะกันอย่างดีว่าคืนนี้จะออกมาท้าผีกัน
ดอน: แบล็กกูไปไม่ได้แล้วหว่ะ
แบล็ก: ไรมึง นัดกันอย่างดี ไมมาไม่ได้วะ
ดอน: แม่กูไม่ให้ออก บอกพรุ่งนี้มีเรียน
แบล็ก: ไม่ต้องเลยมึง กูนัดไอ้กุ่ยแล้ว มึงจะไม่ไปได้ไง
ดอน: แม่กูซีเรียสมากเลยนะมึง บอกว่าวันพระจันทร์เต็มดวงด้วยไม่อยากให้ออกไปเที่ยวแม่กูเชื่อเื่ป้ายรถเมล์มากเลยนะมึง
แบล็ก: มันจะไปมีได้ไงมึง แม่มึงก็งมงาย
ดอน: อ่าวแล้วมึงจะไปทำไมถ้าไม่เชื่อ
แบล็ก: ก็ไม่เชื่อไง ถึงจะไปพิสูจน์ว่ามันไม่มีจริงๆ มึงก็ออกมาพิสูจน์กับกูดิจะได้ไปบอกแม่ว่ามันไม่มีจริงหรอกไอ้ผีป้ายรถเมล์ไรนั่นหน่ะ
ดอน: แล้วจะให้ออกไปไงวะ แม่ก็อยู่บ้านตลอด
แบล็ก: มึงแกล้งนอนเลย พอ 5 ทุ่มกูไปรอหลังบ้าน มึงหนีออกมา
พอ5 ทุ่ม แบล็คกับกุ่ยก็ไปรอดอนที่หลังบ้าน ดอนแอบแม่ออกจากบ้านมา เพื่อไปพิสูจน์ว่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้น ผีที่ป้ายรถเมล์จะออกมาจริงหรือเปล่า พอขับออกไปปากซอยก็พบว่ายังมีรถขับผ่านไปมาอยู่ ยังไม่ถึงกับวิเวกวังเวงมากนัก ทั้ง 3คนก็เลยตัดสินใจไปขี่รถเล่นกันก่อน
แบล็ก: แม่มึงบอกมั๊ยว่ามันจะออกมาตอนกี่โมง
ดอน: กูไม่ได้ถาม แต่ปกติ ผีมันจะออกตอนตี 3 นิมึง
แบล็ค: ตี 3 มึงบ้ารึเปล่า จะดึกอะไรขนาดนั้นมึง ตื่นไปเรียนไม่ไหวแน่
กุ่ย: หรือเราจะรอจนกว่าจะถึงพระจันทร์เต็มดวงที่เป็ศุกร์เสาร์ดีมึง จะได้นอนดึกได้
แบล็ก: กูรอแค่ตี 1 แล้วกัน ถ้าแม่งไม่ออกมาปล่อยผ่าน
ขับรถเล่นไปเรื่อยก็ผ่านมาถึงปากซอยพอดี
ดอน: เฮ้ยยยย
แบล็ก: เป็ไรของมึง
ดอน: เหมือนกูเห็นหว่ะ
แบล็ก: มาเหรอมึง
ดอน: ไม่รู้หว่ะ เห็นเหมือนคนนั่งอยู่ มึงย้อนกลับไปดิ
แบล็คจอดรถที่ข้างทางสองจิตสองใจว่าจะขี่กลับไปรึเปล่าเพราะตอนนี้เกือบจะตี 1 แล้วมันเกือบได้เวลากลับบ้านแล้ว ถ้ากลับก็ต้องเข้าซอยนั้น ก็แปลว่าต้องเจอ
ดอน: ไปดิมึง ไหนว่าอยากเห็น
แบล็ก: เชี่ยมึงอย่าอำกูดิ กูเริ่มขนลุกแล้วเนี้ย
ดอน: กูไม่ได้อำ ก็อาจเป็คนก็ได้มึง
แบล็ก: คนเชี่ยไรมานั่งรอรถเมล์ตอนตี 1
แล้วทั้งสามก็ตัดสินใจขี่รถกลับไปดูพอไปไกลๆ ก็มีคนนั่งอยู่ แบล็กจอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามและจ้องมอง
แบล็ก: ใช่เหรอมึง
ดอน: ไม่รู้วะ
คนที่นั่งอยู่ที่ป้ายก็เงยหน้าขึ้นมองที่พวกเขาและเขาก็ยืนขึ้นชี้หน้า
“มองเหี้ยไรวะ”
แบล็กกับดอนรีบขึ้นรถกุ่ยรีบตามขึ้นไปด้วยความใแบล็กขี่หนีทันที เขาบิดมิดเพื่อหนีให้เร็วที่สุด
ดอน: เชี่ยไรเนี้ย แม่งคนหรือผีวะ
แบล็ค: ไม่รู้หว่ะ แต่กูจะเข้าบ้านแระ หลอนสัดอ่ะ
ขับออกไปได้ไม่กี่ร้อยเมตรก็เจอพวกที่เคยมาหาเื่ครั้งที่แล้ว
แบล็ก: ฉิบหายแล้ว
แบล็กเลี้ยวรถกลับทันทีเขาเร่งเครื่อง เพื่อหนีให้ทัน เขากลับมาทางเดิมและเจอผู้ชายที่นั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์เมื่อกี้อีกครั้ง คราวนี้เขาถือมีดในมือด้วยชายคนนั้นปามีดใส่พวกเขา โชคดีที่มันอยู่ไกล เพราะแบล็กขับย้อนศรกลับมาชายคนนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยปามาไม่ถึง มีดตกอยู่ที่กลางถนนและมอไซด์ที่ไล่ตามเขามาก็เก็บมีดนั้นไป พวกมันขับตามพร้อมกับเอามีดชี้ไปที่พวกเขา
กุ่ย: เขาซอยเลยมึง
แบล็ก: ซอยแถวนี้ตันหมดอ่ะมึง ต้องกลับไปซอยมะกี้อ่ะ
ดอน: เชี่ยมะกี้กูนึกว่าผี ที่แท้พวกนั่งล่อนิเอง มึงไปวนในเมืองไปออกที่ทางเข้าหลังซอยแทนแล้วกัน
กุ่ย: สปาต้ามึงอ่ะพกมาทำไม ไม่เห็นใช้เชี่ยไร
แบล็ก: ก็กูขับรถอยู่มึงจะให้กูถือมีดไงก่อน
ด้วยความเป็คนพื้นที่ชำนาญทางแบล็กเลี้ยวเขาที่ดินเปล่าแห่งหนึ่ง เ้าของที่ปลูกกล้วยไว้ทะลุหลังที่ดินนี้ไปก็จะไปซอยอีกซอย ที่จะทะลุออกถนนอีกเส้นได้โชคดีที่เขารอดจากการตามล่าได้อีกครั้งแบบเฉียดชิวแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาเข็ดหลาบเลย พวกเขารอ จนถึงวันพระจันทร์เต็มดวงที่ตรงกับวันหยุดเพื่อที่จะไปพิสูจน์อีกครั้ง
ดอน: แม่กูไม่ให้ไปหว่ะ ครั้งที่แล้วกูโดนด่ายับเลย
แบล็ก: อะไรวะ ยังไม่ได้พิสูจน์เลยนะมึง
กุ่ย: เออ กูก็อยากรู้นะว่ามีจริงรึเปล่า
ดอน: มีหรือไม่มีมันสำคัญยังไงวะ
กุ่ย: ก็จะได้รู้ไงว่าแม่มึงโกหกรึเปล่า
ดอน: อ่าว ไมมึงพูดงี้วะสัด แม่กูดจะโกหกทำไม
แบล็ก: ก็หาเื่หลอกมึงไม่ให้ออกจากบ้านไง
ดอน: เออ แล้วแต่พวกมึง กูไม่ไป มึงอยากรู้มึงก็ไปพิสูจน์เองแล้วกัน
ดอนโกรธที่เพื่อนๆว่าแม่ของเขา เขาจึงไม่ไป ปล่อยให้กุ่ยกับแบล็กไปกันสองคน ทั้งคู่นัดกันดึกมากขึ้นเพื่อที่จะหนีไอ้พวกแก๊งก่อนหน้านี้ด้วย แบล็กไปรับกุ่ยตอนตี 2เพื่อมาที่ป้ายรถเมล์ และเขาก็เจอชายคนหนึ่ง นั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์เหมือนเคย
กุ่ย: แม่งมาล่ออีกแระ
แบล็ก: มึงเอาสปาต้ากูไป ถ้าแม่งห้าวอีกฟันแม่งเลย
กุ่ยรับมีดมาจากแบล็กถือไว้และขับรถไปใกล้ๆ ชายคนนั้น และะโเรียก “เฮ้ยมึง ห้าวนักเหรอ”ยังไม่ทันที่กุ่ยจะยกมีดขึ้นฟัน ชายคนนั้นก็ลุกขึ้น ขายาวขึ้น ยาวขึ้นเรื่อยๆแบล็กใ บิดรถอย่างแรง จนกุ่ยร่วงลงจากรถแบล็กขี่ออกไปอย่างไม่คิดชีวิตโดยไม่ได้หันกลับมาดูเลยด้วยซ้ำว่ากุ่ยตกมอไซด์หัวกระแทกพื้นเืไหลอยู่ พอขับไปได้สักแป๊บหนึ่งก็เจออริเก่าอีก
แบล็ก: ซวยอะไรอย่างนี้กู
แบล็กเลี้ยวรถกลับอย่างรวดเร็วโชคร้ายที่มีรถเก๋งขับมาข้างหลัง เขาเบรกไม่ทันชนแบล็กอย่างแรงจนเขากระเด็นตกลงบนถนน
แบล็กาเ็สาหัสสลบอยู่หลายวัน หลังจากฟื้นและพักผ่อนเต็มที่แพทย์ก็อนุญาตให้เข้าเยี่ยมและก็มีตำรวจมาสืบสวน
ตำรวจ: ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น
แบล็ก: ผมโดนรถชนครับ
ตำรวจ: เื่นั้นคนขับแจ้งผมแล้วว่าจู่ๆ คุณก็เลี้ยวรถกลับ เขาเบรกไม่ทันเลยชน
แบล็ก: ผมเจอพวกแก๊งเด็กแว๊นหน่ะครับ เลยจะขับหนี
ตำรวจ: ผมจะถามถึงเพื่อนคุณหน่ะ ที่ชื่อกุ่ย จุดที่เขาเสียชีวิตมันห่างจากคุณมากทำไมเขาถึงตายอยู่ตรงป้ายรถเมล์ปากซอยบ้านคุณหล่ะ
แบล็กไม่รู้เลยว่ากุ่ยตกรถลงไปและตายเขาแทบไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ากุ่ยเป็ยังไงบ้างด้วยความกลัวเขาขับรถออกไปโดยทิ้งเพื่อนไว้ตรงนั้น
ตำรวจ: ผลชันสูตรบอกว่าเขาหัวกระแทกพื้นและสลบไป แต่เพราะไม่มีใครเห็นและโทรแจ้งกู้ภัยเขาเลยเสียเืจนตาย ทำไมเขาถึงล้มอยู่ตรงนั้น แม่เขาบอกว่าเขาออกมากับคุณ
แบล็ก: เราเจอคู่อริ กุ่ยเลยจะไปฟันมัน ผมห้ามแล้วมันไม่ฟังไม่รู้ไอ้พวกนั้นผลักมันล้มรึเปล่า
แบล็กเอาแต่ร้องไห้และก็ร้องไห้ จนตำรวจต้องกลับไปเพราะเขาเพิ่งฟื้น และยังาเ็อยู่สรุปแล้วไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะจับตัวคนร้ายได้ เพราะแบล็กบอกแต่ว่าจำหน้าไม่ได้พวกมันมีหลายคนไม่ซ้ำหน้า การสืบสวนจึงหยุดชะงักไป
ซอยที่ว่านั้นมีรถเมล์อยู่ปากซอย โดยปกติป้ายรถเมล์จะอยู่ก่อนจะถึงซอยแต่ด้วยซอยนี้อยู่ตีนสะพานที่ตัดผ่านถนนอีกเส้นมาพอดีเลยทำให้ป้ายต้องเลื่อนออกไปจากซอยอีกหน่อย เพื่อให้รถเมล์ที่ลงจากสะพานมาจอดได้จึงมักจะมีอุบัติเหตุบ่อยๆ เพราะรถที่ลงสะพานมาก็จะเข้าซอยรถที่วิ่งตรงมาบางครั้งไม่เห็นก็จะชน รวมถึงมอไซด์ทั้งหลายที่ชอบย้อนศรมาก็จะโดนรถเมล์หรือรถที่วิ่งเข้าซอยชนเป็ประจำเป็เหตุให้ตรงนี้มีอุบัติเหตุและคนตายอยู่บ่อยๆ
หลายเดือนผ่านไปแบล็กกลับไปเรียน เจอกับดอน พวกเขาไม่พูดกัน เพราะตลอดเวลาที่แบล็กอยู่โรงพยาบาลดอนไม่เคยมาเยี่ยมเลย และเหมือนว่าดอนจะไม่เชื่อเื่ที่แบล็กเล่าแต่แบล็กก็ไม่ได้สนใจดอน เขาสามารถหาเพื่อนใหม่ได้และปล่อยให้ทุกคนสงสัยว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น
ไม่ว่าจะเกิดเื่อันตรายหรือเพื่อนตายแบล็กก็ยังไม่เลิกนิสัยแว๊น เขายังคงขับรถตระเวนราตรีเหมือนเคยและถึงแม้ว่าจะไม่มีใครไปด้วย เขาก็ขับไปคนเดียว เหมือนในคืนนี้มันไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวง แบล็กขี่มอไซด์ออกจากบ้านมาเพื่อไปแว๊นตามปกติ ตี 2กว่าแล้ว เขากำลังจะเข้าบ้าน พอมองไปที่ป้ายรถเมล์ เขาก็นึกถึงกุ่ยเขารู้สึกผิดที่เป็ต้นเหตุให้กุ่ยต้องตาย ขี่รถไปก็ร้องไห้ไป “กุ่ยกูขอโทษนะมึง”น้ำตาที่ไหลลงอาบแก้ม ปะทะกับลมที่พัดเข้ามาที่หน้าพอเข้าซอยก็เริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงตรงที่มีแสงไฟ เขามองเห็นเงาตัวเองกำลังขี่มอไซด์อยู่แต่ว่าด้านหลังนั้นก็มีเงาเหมือนมีใครบางคนซ้อนที่ด้านหลัง น้ำตาที่ไหลอยู่ยิ่งไหลออกมา แต่ไม่ใช่ด้วยความเสียใจ เป็ด้วยความกลัว เขาบิดรถแรงขึ้น แรงขึ้นเพื่อหนี แต่จะหนีไปไหน เพราะชายคนนั้นอยู่บนรถกับเขา จากนั้นก็มีมือค่อยๆโอบเอวเขาแน่นขึ้น แน่นขึ้น และเอาหน้ามาซบลงที่ไหล่
“มึงมาอยู่เป็เพื่อนกูหน่อยสิกูเหงา”
เอี๊ยดดดดดดดดดดโคร๊มมมมมมมมมมมมม