“รีบมาดูเร็วเข้า นั่นคืออะไร?!”
ทุกคนกำลังดื่มด่ำและสนุกสนานอยู่กับการเก็บชา ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องใเสียงหนึ่ง ผู้คนทยอยหยุดกิจกรรมในมือลง แล้วเงยหน้าตามหาที่มาของเสียง
เห็นแค่คนที่ร้องใเมื่อครู่ อ้าปากค้างกำลังมองไปบนท้องฟ้า
“คือเฟิ่งหวงสีทอง!”
บนูเาชาเกิดเสียงตื่นใเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องเป็ระลอก ๆ ส่งต่อไปถึงทั่วทุกพื้นที่
มีเฟิ่งหวงสองตัวบินขึ้นไปบนยอดเขานั้น กระพือปีกบินขึ้นสูง หางยาวเป็สง่า ร่างกายหลากสีภายใต้แสงอาทิตย์ ส่องแสงสดใสระยิบระยับ น่ามหัศจรรย์จนทำให้คนชมกันไม่ขาดปาก
สายลมเย็นสบายของเดือนห้าพัดโชยมาตามไหล่เขาขึ้นสู่ยอด เฟิ่งหวงทะยานขึ้นสูงและรวดเร็ว จู้เจียงเจียงจินตนาการออก ผ้าใบของว่าวคงถูกพัดจนโบกสะบัด
“ชุ่ยฮวา ส่งเสียงร้องรื่นเริงกว่านี่หน่อย”
วันนี้ทิศทางลมไม่มั่นคง ทางด้านเหลียงเหวินโจวไม่ง่ายเลยที่จะหาจังหวะปล่อยว่าวได้
หลังจากสายลมระลอกหนึ่งพัดผ่านไป มีความเป็ไปได้มากที่ว่าวจะตกลงมา ดังนั้นก่อนจะแสดงพิรุธให้เห็น รีบใช้เสียงร้องดึงดูดความสนใจของแขกทั้งหลายก่อนจะดีกว่า
เป็อย่างที่คิดไว้ ในตอนที่เสียงร้องถึงท่อนที่สอง ว่าวก็ค่อย ๆ ตกลงมา
อีกฟากหนึ่งของูเา เห็นได้ราง ๆ เหลียงเหวินโจวกับชาวบ้านหลายคนที่ปล่อยว่าวกำลังรีบวิ่งไปทางที่ว่าวตกพื้น และเก็บว่าวกลับมา
เมื่อเป็แบบนี้แล้ว ถึงแม้มีแขกอยากจะไปหลังเขาเพื่อสืบค้นความจริง ก็ไม่พบอะไร
“มีเฟิ่งหวงสีทองจริง ๆ พวกเ้าได้เห็นรึยัง? เมื่อครู่พวกเ้าได้เห็นรึยัง?!”
แขกทั้งหลายบนูเาชาที่ไม่รู้เื่ ดังนั้นจึงตื่นเต้นกันไม่หาย มีถึงขั้นดึงคนในครอบครัว เพื่อนข้างตัว ให้มาคุกเข่าอธิษฐานขอโชคลาภในทิศทางที่เฟิ่งหวงสีทองโบยบินจากไป
คนที่มาช้าไปก้าวหนึ่ง ครั้นเห็นทุกคนบนูเาชาตื่นเต้นกันขนาดนี้ ก็รีบดึงคนถามด้วยความสงสัย “เกิดเื่อะไรขึ้น? พวกเ้าเห็นอะไรกัน?”
คนถูกถามไม่ลังเลที่จะแบ่งปัน ชี้ไปบนขอบฟ้า “คือเฟิ่งหวงสีทอง พวกเราเห็นเฟิ่งหวงสีทองแล้ว!”
“หา?!”
“จริง ๆ หรือ อยู่ที่ไหน?”
หลังจากที่คนมาช้ารับรู้ว่าตัวเองคงพลาดเื่ปาฏิหาริย์ ก็รู้สึกเสียใจเป็ที่สุด มีบางคนวิ่งตรงไปทิศทางที่ทุกคนบอกเอาไว้
อย่างที่คิด มีคนอยากไปสืบค้นความจริง!
จู้เจียงเจียงไม่ได้เดินเข้าไปห้าม คนโบราณงมงามมาก ถ้าหากเื่ราวเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้นำพาวิสัยทัศน์ดี ๆ ให้พวกเขาได้ นั่นก็ถือว่าไม่เลว
อีกอย่าง ตอนนี้นาง้าโอกาสเพื่อขยายความนิยมอย่างรวดเร็ว
คนส่วนใหญ่ที่ได้เห็นเฟิ่งหวงสีทองต่างพกแว่นกรองแสงกันมา พวกเขายินดีเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น ดังนั้นจึงไม่มีใครตั้งข้อสงสัย
นอกจากผู้ชายที่ขี่ม้ามาคนนั้น
“แม่นาง ละครเื่นี้แสดงได้ไม่เลว” เผยจี้เข้าไปยืนใกล้ตัวจู้เจียงเจียงอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง จู่ ๆ เมื่ออ้าปากพูดก็ทำเอานางตกอกใ
ถูกคนรู้ทันเล่ห์เหลี่ยม รอยยิ้มบนใบหน้าของจู้เจียงเจียงอดไม่ได้ที่จะเขินอายเล็กน้อย แต่ให้ตายนางก็ไม่มีทางยอมรับ
“แม่ทัพเผยพูดถึงอะไร ข้าไม่เข้าใจ”
เผยจี้รู้ว่านางกำลังแสร้งโง่ แต่เขาก็ไม่ได้พูดเปิดเผยออกมา เพียงแค่ยิ้มใจดีให้นางหนึ่งที
ในเมื่อนางเป็คนของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง ถึงแม้ไม่รู้ว่านางเป็เ้าสาวบ้านไหน แต่ถึงอย่างไรก็หมู่บ้านเดียวกัน เป็ธรรมดาที่เขาจะไม่คิดร้ายต่อนาง
แต่รอยยิ้มใจดีที่ตัวเองเข้าใจ ในมุมมองของจู้เจียงเจียงกลับดูน่ากลัวยิ่งนัก
เขาคงไม่คิดจะเปิดโปงนางใช่หรือไม่?
แบบนั้นไม่ได้!
ไม่ง่ายเลยที่นางจะสร้างผลลัพธ์เช่นนี้ออกมาได้ ทำให้ทุกคนเริ่มเข้าใจในใบชา จะมาถูกเขาทำลายไม่ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จู้เจียงเจียงก็แสดงท่าทางว่าจำใจต้องทำแบบนี้ ทำตัวน่าสงสาร พลางพูดเสียงสะอื้นว่า “แม่ทัพเผยคงไม่รู้ พวกเราเก็บชาด้วยความลำบากแค่ไหน...”
“หมู่บ้านเสี่ยวฮวงของพวกเราส่วนใหญ่มีแต่หญิงชรา เด็กผู้อ่อนแอ ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านย่าสี่ พวกเขาอายุมากขนาดนี้ ยังต้องผัดใบชาทั้งวันทั้งคืน ผลิตชา ก็เพื่อแลกเสบียงอาหารได้เล็กน้อย เติมท้องให้อิ่ม”
คิดไม่ถึง บทของสาวขายน้ำชาที่นางเตรียมเอาไว้ขำ ๆ จะมีตอนที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง
จู้เจียงเจียงยิ่งพูด เสียงสะอึกสะอื้นยิ่งดัง น้ำตาร่วงหล่นเป็เม็ด ๆ อย่างห้ามไม่ได้ ทำให้เผยจี้ใแทบขวัญหาย
“แม่นาง เ้า…เ้าอย่าร้องสิ มีอะไรพูดกันดี ๆ เ้าเป็แบบนี้คนอื่นจะนึกว่าข้าน้อยรังแกเ้าเอา...”
เผยจี้ลนลานทำอะไรไม่ถูก ทำได้แค่ถอยหลังไปสองก้าว รักษาระยะห่างกับนาง ในเวลาเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะปลอบขวัญนาง
ได้ยินคำพูดนี้ของเขา จู้เจียงเจียงเริ่มรู้สึกมีลุ้น จึงเอ่ยปากถามเขาตรง ๆ “เช่นนั้นท่านช่วยข้าเก็บเป็ความลับได้หรือไม่?”
“หา?” เผยจี้ทำหน้างง
“งั้นก็ตกลงตามนี้ ขอบคุณแม่ทัพเผยมาก อีกประเดี๋ยวเสร็จงานแล้ว ข้าเลี้ยงข้าว!” จู้เจียงเจียงลงมือรวดเร็ว ไม่ให้โอกาสเขาได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย
แต่ที่นางไม่รู้ก็คือ บทสนทนาระหว่างพวกเขา นางเข้าใจผิดไปเองทั้งหมด
เมื่อเห็นจู้เจียงเจียงวิ่งขึ้นไปบนูเาชา ท่าทางพยายามทักทายแขกที่กำลังเก็บชา เผยจี้ก็ยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย
เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?
ละครเฟิ่งหวงสีทองในวันนี้ ทำให้แขกที่เดินทางมาเก็บชาเชื่อว่าเป็เื่จริง พวกเขายิ่งรู้สึกว่าดื่มชาที่นี่แล้วจะมีโชค
กอปรกับที่จู้เจียงเจียงเคยพูดก่อนหน้านี้ ดื่มชาชำระกายได้ความเป็เซียน ทุกคนก็ยิ่งเชื่อเข้าไปอีก
ดังนั้นชาของหมู่บ้านเสี่ยวฮวง จึงขายดีเป็เทน้ำเทท่า!
ในหมู่บ้าน
แขกที่ลองเก็บชาแล้ว ก็ทยอยนำใบชาที่ตัวเองเก็บมาไปในหมู่บ้าน ให้คนของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงนำใบชาสดผลิตเป็ใบชาแห้ง
ผลิตชาต้องใช้เวลา จู้เจียงเจียงวางโต๊ะเก้าอี้เอาไว้เรียบร้อย จากนั้นก็ยกพู่กันบันทึกที่อยู่ของแขกทั้งหลายด้วยตัวเอง หลังจากผลิตใบชาเสร็จแล้ว ก็จะจัดส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้านพวกเขา
“ท่านปู่ ผลิตชายังต้องใช้เวลาสองสามวัน ที่พวกเรามีผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปขวดเล็กอยู่ที่บ้าน ท่านปู่จะซื้อไปลองดื่มก่อนไหม?”
ทุกครั้งหลังจากที่จู้เจียงเจียงบันทึกข้อมูลแขกคนหนึ่งเสร็จ นางก็จะใช้โอกาสเสนอขายใบชาของตัวเอง
หนึ่งขวดขายแค่สิบเหวิน แขกส่วนใหญ่ต่างควักเงินซื้อ แขกที่ไม่ซื้อ ก็เก็บเงินตามน้ำหนักชาสดและค่าแรง
ครึ่งค่อนวันมานี้ จู้เจียงเจียงได้หลายตำลึงเข้าบัญชี
อาจเป็เพราะคนสมัยโบราณพักผ่อนเร็ว ยังไม่ถึง่เย็น แขกที่มาเก็บชาก็พากันกลับไปหมดแล้ว
แต่ก็ดี ทุกคนในหมู่บ้านเหนื่อยกันมาค่อนวันแล้ว ข้าวเที่ยงล้วนยังไม่ได้กิน คงหิวกันสุด ๆ
“ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ วันนี้ลำบากทุกคนแล้ว ดึกหน่อยรอข้าคิดบัญชีเสร็จ ค่อยจ่ายค่าแรงให้ทุกคน”
ครั้นส่งแขกคนสุดท้ายกลับแล้ว พวกหลูชุ่ยฮวาก็กลับมาจากูเาชาพอดี ทุกคนรวมตัวกันอยู่ลานกว้างหน้าประตูบ้านตระกูลเผย จู้เจียงเจียงจึงใช้จังหวะนี้แสดงท่าทีของตัวเอง
ถึงแม้ก่อนหน้านี้ทุกคนบอกว่าจะช่วยนางแบบไม่คิดเงิน แต่ของที่ควรให้นางก็ยังต้องให้
วันนี้ขายชาได้เท่าไร เชื่อว่าคนในหมู่บ้านคงเห็นอยู่ หากไม่ให้ กลัวว่าต้องเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสียเป็แน่
“เงินค่าแรงอะไรกัน สะใภ้เล็กเกรงใจเกินไปแล้ว”
สวีเหล่าซานโบกมือเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเื่นี้ ที่เขาสนใจมากกว่าก็คือ ใบชากลับขายได้เงินจริง ๆ!
“จุ๊จุ๊ คิดไม่ถึงว่าใบไม้ที่ใช้ป้อนวัวนี้กลับเอามาชงดื่มได้ ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เชื่อ ตอนนี้ข้าเชื่อแล้วจริง ๆ”
“ใช่แล้ว ตอนสะใภ้เล็กบอกก่อนหน้านี้ ข้ายังขำความเพ้อฝันของนาง ตอนนี้ดูแล้ว สะใภ้เล็กล้วนพูดถูก มันทำได้ดีจริง ๆ!”
เหลียงเหวินโจวเปลี่ยนท่าทีที่มีก่อนหน้านี้ พยายามชื่นชมจู้เจียงเจียง ทั้งยังถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้ที่สุดออกมา
“สะใภ้เล็ก การค้าขายชานี้ พวกเราทำร่วมกับเ้าได้ไหม?”