ไม่ต้องเอ่ยถึงความตื่นตระหนกของข้ารับใช้เลยเอาแค่เซียวจิ่งหยวนตอนนี้ก็ไม่สู้ดีนัก
แมลงพันรอบตัวเขาแหวกไปในอากาศอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าอากาศหวีดหวิวราวกับมีดที่แหลมคมกรีดผ่านร่างกายและใบหน้าของเขาหากไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งถอดรกเปลี่ยนกระดูกมาได้ไม่นาน สภาพร่างกายยังคงดีอยู่เกรงว่าร่างกายคงจะเต็มไปด้วยาแไปแล้ว
ลมพัดโหมกระหน่ำเสียงดังเสียดแก้วหูทำให้เซียวจิ่งหยวนลืมตาไม่ขึ้น รู้สึกเพียงว่าตนเองถูกลากขึ้นที่สูงจิตใจของเขากระเจิดกระเจิง ไม่แน่ใจในสถานการณ์ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงถูกลักพาตัว
ครู่หนึ่งเขาถึงฝืนปรับตัวเข้ากับสภาวะบนที่สูงได้เมื่อลืมตาขึ้นเล็กน้อยก็เห็นตนเองภายใต้แสงสีเขียวที่กำลังแหวกลมทะลุเมฆมายังถนนในเมืองจนมาถึงูเาอันสูงตระหง่านระหว่างชานเมือง
“เ้าโจรปล่อยเขาเสีย...”
ขณะเดียวกันเณรน้อยก็ตามมาร่างกายของเขากลายเป็สำแสงเร็วกว่าสายฟ้า ตอนที่กำลังตำหนิว่ากล่าวก็ปล่อยบาตรสีม่วงทองให้ลอยออกไปห่างหลายร้อยจั้งกลายเป็กำแพงอากาศอ่อนนุ่มหยุดแสงสีเขียวนั้นเอาไว้ได้
ปึ้ง!
เซียวจิ่งหยวนรู้สึกเหมือนตนชนเข้ากับตาข่ายขนาดั์ที่ยืดหยุ่นอย่างจังแม้เขาจะไม่ได้าเ็แต่แรงดีดกลับที่แม้นุ่มนวลแต่ก็ทำให้เขาเวียนหัวหัวหมุนติ้วไปชั่วขณะ
แต่เซียวจิ่งหยวนดีใจเร็วเกินไปเพราะตอนนี้เอง...
ฟิ้ว!
พลันมีแสงสะท้อนสีเขียวงดงามพุ่งออกมาดย่างไม่คาดคิดแสงสีเขียวจางๆ แต่ละเส้นแปรสภาพเป็แมลงประหลาดอยู่กลางอากาศ แล้วบินชนเข้ากับบาตรสีม่วงทอง
กริ๊งๆ ...
สิ่งที่ตามมาคือเสียงดังใสคล้ายกับโลหะและอัญมณีร่วงหล่นใส่จานอย่างไพเราะเสนาะหู เมื่อเห็นดังนั้นเณรน้อยที่บินมาก็ตกตะลึง
บาตรสีม่วงทองนี้เป็สมบัติพลังหยางบริสุทธิ์ที่ล้ำค่าที่สุดแห่งพุทธะเขาขัดเกลามันมาหลายปีจนสามารถปลดปล่อยพลังของอาวุธวิเศษออกมาได้สองถึงสามส่วนแล้วและพลังเพียงสองถึงสามส่วนนี้ล่ะที่ปราบตะขาบแปดร้อยปีลงได้
ในขณะที่จับตะขาบตะขาบตัวนั้นดิ้นรนสุดชีวิตอยากตอบโต้ก่อนตายแต่ก็ไม่อาจทำอะไรบาตรนี้ได้เลยแม้แต่น้อยทว่ายามนี้แมลงตัวเล็กคล้ายแมลงเม่าหลายสิบตัวบินกระแทกบาตรครั้งแล้วครั้งเล่ากลับไม่ตายกลับกันยังชนจนบาตรขยับถอยกลับมาเรื่อยๆ
สถานการณ์เช่นนี้เป็ธรรมดาที่ฝ่าเซี่ยงจะใ
ตึงๆๆ ...
บาตรสีม่วงทองลอยออกไปแสงสีเขียวสิบกว่าเส้นรวมตัวอยู่ในอากาศ ปรากฏเป็เหรียญทองแดงที่มีรูสี่เหลี่ยมตรงกลาง
เซียวจิ่งหยวนมีสายตาที่แหลมคมมองออกได้ชัดเจนว่าเหรียญทองแดงที่มีรูสี่เหลี่ยมเหล่านี้มีทั้งหมดแปดสิบเอ็ดเหรียญแต่ละเหรียญสลักเป็รูปแมลงประหลาดดูเสมือนจริง แม้เขาจะไม่รู้ว่าแมลงประหลาดเหล่านี้คืออะไรกันแน่แต่เขามั่นใจว่าเหรียญทองแดงเหล่านี้ไม่ธรรมดา ต้องเป็อาวุธเวทลึกลับแน่นอน
ซึ่งเขาเดาถูกอีกแล้ว
ในตอนที่แสงสีเขียวะเิพุ่งตรงขึ้นไปบนฟ้าเหรียญทองแดงแปดสิบเอ็ดเหรียญก็รวมตัวกันกลายเป็กระบี่สีเขียวยาวสามฉื่อส่องแสงแวววาวอวดโฉมความคมของมัน
กระบี่โบราณรูปร่างแปลกประหลาดมีอักขระจูเหวินจ้วนสามตัวอยู่ในนั้นส่องแสงเจิดจ้าเคลื่อนไหวไปมา
เณรน้อยหรี่ตามองหัวใจของเขาเต้นไม่เป็จังหวะ เขากล่าวด้วยความใว่า “กระบี่ชิงฝู นักพรตชั่ว...”
“ฮ่าๆ !”
เสียงหัวเราะดังอยู่นานแล้วก็ปรากฏเงาเลือนรางในขณะที่กระบี่ชิงฝูส่องแสงสว่างไสวร่างเสมือนจริงร่างนั้นราวกับของจริง ทั้งรูปร่าง ลักษณะใบหน้าดึงดูดสายตาของเซียวจิ่งหยวนนักเขาเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง เห็นว่าชายผู้นั้นสวมจีวรเต๋าสีน้ำเงินอมเทาดูเรียบง่ายแต่ถ้ามองให้ละเอียดจะเห็นว่าภายใต้จีวรเต๋าที่ไม่ดึงดูดสายตาของคนผู้นั้นกลับมีร่องรอยของไหมสีทองอร่ามตัดสีเงินสว่างไสวและขาวบริสุทธิ์ประดับประดาไปด้วยอัญมณีที่หรูหรา
“สหายเต๋า เชิญ!”
ชายในชุดจีวรสีน้ำเงินมีรอยยิ้มบนใบหน้าคิ้วหนา ดวงตากลมโต ท่าทางธรรมดาดูซื่อตรงแต่หลังจากเณรน้อยเหาะไปเรียกบาตรสีม่วงทองกลับมาเขาก็ดูระแวดระวังมากขึ้นราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ
“เ้าคือหลี่ว์โฮ่วนักพรตชั่วใช่หรือไม่”
“ไม่ได้ชั่ว ดีต่างหาก” หลี่ว์โฮ่วกล่าวแก้ไขด้วยรอยยิ้มจากนั้นก็ส่ายศีรษะพร้อมถอนหายใจ “สหายเต๋าแม่น้ำและทะเลสาบนั้นลึกล้ำ แต่ใจคนยากแท้หยั่งถึงพวกเขาพูดในสิ่งที่พวกเขาอยากพูด อันที่จริงข้ามีชื่ออื่นนามว่าผู้เปี่ยมด้วยศีลตัวข้าซื่อสัตย์ยุติธรรมมาทั้งชีวิต เพื่อเป็คนที่เปี่ยมด้วยศีลข้าไม่รู้ว่าผิดใจกับผู้คนไปมากเท่าใด ทำให้คนเ่าั้มองว่าข้าเป็ศัตรูดังนั้นจึงวิจารณ์และใส่ร้ายลับหลัง...”
หลี่ว์โฮ่วคร่ำครวญ“เป็คนนั้นยาก แต่เป็คนดียากยิ่งกว่าจริงๆ”
“คนดีอย่างนั้นหรือ”
ฝ่าเซี่ยงขมวดคิ้วไม่หลงคารมโดยง่าย เขากล่าวเยาะ “หากเ้าเป็คนดีเหตุใดต้องลักพาเขาไปด้วย”
เซียวจิ่งหยวนพยักหน้าหงึกๆสถานการณ์ของเขาในตอนนี้เลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีกคนทั้งคนถูกยึดไว้กลางอากาศด้วยพลังที่มองไม่เห็น ขยับเขยื้อนไปที่ใดก็ไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะตะเกียกตะกายอย่างไรก็ไม่อาจหลุดจากการควบคุมนี้ได้เลย
การบุกเข้าไปในบ้านพักส่วนตัวและกักขังหน่วงเหนี่ยวคนอย่างไม่ชอบธรรมคนที่ทำเื่เช่นนี้จะเป็คนดีได้อย่างไร เซียวจิ่งหยวนสงสัยเป็อย่างมากตีให้ตายก็ไม่เชื่อ
“เฮ้อพวกเ้านี่ไม่รู้จักคนดีจริงๆ” หลี่ว์โฮ่วถอนหายใจยาวๆผายมือกล่าวว่า “ดังนั้นข้าถึงได้บอกอย่างไรเล่าว่าพวกเ้ายังไม่รู้จักความร้ายกาจของยุทธภพแห่งนี้หรือพวกเ้าจะบอกว่าไม่รู้ว่าทั่วทั้งเมืองซูโจวในยามนี้กลายเป็สนามแห่งการแย่งชิงป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ไปแล้ว”
“พวกเ้าทำได้ดี พูดคุยเกี่ยวกับป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์โดยปราศจากการป้องกันใดๆช่างไม่ต่างอะไรกับเด็กสามขวบถือทองเดินทะเล่อทะล่าอยู่กลางเมืองที่วุ่นวาย”
หลี่ว์โฮ่วพูดอย่างโกรธเคืองว่า“ดังคำกล่าวที่ว่ากำแพงมีหูประตูมีช่องพวกเ้าไม่กลัวว่าจะมีคนมาได้ยินแล้วนำเื่เดือดร้อนมาสู่ตนเองหรือ”
“เอ่อ...อามิตตาพุทธดูเหมือนจะเป็เช่นนั้น”
ฝ่าเซี่ยงเกาหัวกลมๆของเขาแล้วพยักหน้าด้วยความงุนงง
เซียวจิ่งหยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและรีบเตือนว่า“ไต้ซือ เขาแอบฟังเรามาตลอด มีเจตนาชั่ว อย่าไปฟังคำพูดหลอกล่อของเขารีบช่วยข้าด้วย...”
เขาะโเรียกอยู่หลายครั้งก็รู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ พลังควบคุมที่ไร้รูปร่างนี้ไม่เพียงแต่จำกัดการกระทำของเขาเท่านั้นยังจำกัดเสียงของเขาไม่ให้ออกไปด้วย
ดังนั้นหลี่ว์โฮ่วจึงไม่ตื่นตระหนกและยังกล่าวต่อไปด้วยรอยยิ้มว่า“สหายเต๋า มีพวกอวิชชามากมายในเมืองซูโจวแห่งนี้หากป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขาล่ะก็มันจะเป็หายนะสำหรับคนจำนวนมากนะ ด้วยเหตุนี้ เพื่อไม่ให้ข่าวรั่วไหลข้าจึงต้องลงมืออย่างอดไม่ได้...”
หลี่ว์โฮ่วยิ้มและกล่าวว่า“ข้าลักพาตัวคนมาเพียงเพื่อรักษาความลับก็เท่านั้นไม่มีความคิดร้ายแต่อย่างใด หากสหายไม่เชื่อข้า ข้าขอสาบานต่อหน้าพระผู้เป็เ้า ว่าหากโกหกแม้เพียงน้อยนิดขอให้ถูก์ลงทัณฑ์ให้ไม่ตายดี...”
เมื่อได้ยินดังนั้นเณรน้อยก็หวั่นไหว
ในโลกที่มีทั้งเซียนและพระพุทธเ้าคำสาบานไม่อาจพูดพล่อยๆ เพราะมันจะเป็จริงแต่ปัญหาคือเซียวจิ่งหยวนฟังออกว่ามีสิ่งผิดปกติอยู่ในนั้นได้อย่างง่ายดาย หลี่ว์โฮ่วไม่เชื่อในพุทธศาสนาไม่มีใจเคารพพระพุทธเ้าแม้แต่น้อย ดังนั้นคำสาบานนี้จึงไม่มีทางเป็ไปได้
เณรน้อยเพิ่งลงจากูเายังขาดประสบการณ์ไม่เข้าใจในเต๋า จึงอาจถูกหลอกได้โดยง่าย
เซียวจิ่งหยวนจิตใจกระวนกระวายแต่ก็มิอาจส่งเสียงออกมา ร่างกายก็ขยับเขยื้อนไม่ได้อีกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกระพริบตาแรงๆโดยหวังว่าเณรน้อยสมองทึบจะฉลาดขึ้นมาบ้าง
แม้เณรน้อยจะยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เซียวจิ่งหยวน้าจะสื่อแต่เขาก็ฉลาดขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเซียวจิ่งหยวนกระพริบตาก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจึงเอ่ยขึ้นทันทีว่า “อาตมาไม่สนว่าเ้าจะเป็คนดีหรือไม่ขอเพียงเ้าปล่อยตัวเขาไปก่อนค่อยว่ากัน”
“ควรจะเป็เช่นนี้ตั้งนานแล้ว...”พอเซียวจิ่งหยวนได้ฟังดังนั้น น้ำตาของเขาก็แทบปริ่ม
“ฮ่าๆ พูดได้ดีๆ” หลี่ว์โฮ่วพยักหน้าอย่างพึงพอใจและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายจริงๆ ข้าจะปล่อยเขาเดี๋ยวนี้แหละ...”
ในระหว่างที่พูดเขาก็ลอยมาอยู่ด้านหลังเซียวจิ่งหยวนและปรบมือเบาๆพลังที่มองไม่เห็นในอากาศก็กระเพื่อมเป็ระลอก...
นี่เป็สัญญาณของการยกเลิกคำสั่งควบคุม
มองแวบแรกเณรน้อยก็เชื่อ จิตใจจุงคลายกังวลลงเล็กน้อย แต่เมื่อคลื่นแสงสว่างจ้าขึ้นมาเป็ระลอกทำให้เขาต้องหลับตาโดยสัญชาติญาณ
“แย่แล้ว ข้าโดนหลอก!”
เมื่อเณรน้อยรู้สึกตัวจึงรีบรวมรวมสมาธิแต่เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นเพียงความว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้าทั้งเซียวจิ่งหยวนและหลี่ว์โฮ่วหายตัวไปแล้ว
“เ้าโจรชั่วเ้ากล้าหลอกข้า!”
เณรน้อยตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็กล้ำกลืนความอัปยศนี้ โกรธเืขึ้นหน้า ทั้งอับอายและโกรธเคือง เขาโกรธมากเสียจนอยากจะคิดบัญชีกับหลี่ว์โฮ่วเสียเดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอดทว่าบนท้องฟ้านั้นว่างเปล่า เมฆสีขาวลอยอยู่ทั่วทิศเป็ทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามไม่มีร่องรอยของหลี่ว์โฮ่วเลยแม้แต่น้อย
ฝ่าเซี่ยงมองอย่างขมขื่นและไม่คิดอะไรอีกต่อไปเขายกบาตรสีม่วงทองขึ้นมา มันส่องแสงสีม่วงดังสายสายฟ้า แล้วพุ่งตรงไปยังูเาลึก หายไปจากท้องฟ้าในทันที
“อ่อนหัดก็คืออ่อนหัดมักจะถูกหลอกได้โดยง่าย หลอกง่ายเช่นนี้ไม่สนุกเลยสักนิด”
แวบเดียวสายลมก็พัดเอาเมฆหนาทึบสีขาวให้กระจายตัวออกจากนั้นร่างของหลี่ว์โฮ่วและเซียวจิ่งหยวนก็ปรากฎขึ้นเห็นได้ชัดว่าทั้งสองไม่ได้หนีไปที่ใดแต่หลี่ว์โฮ่วใช้อุบายอันชาญฉลาดเพื่อพรางตาเณรน้อยและหลอกให้เขาจากไปก็เท่านั้น
“อืม ก็ไม่นับว่าหลอกน่าจะเรียกว่าชนะได้โดยไม่ต้องสู้รบเสียดีกว่า การฆ่าแกงกันมักจะทำลายความสงบสุขจริงไหม”
หลี่ว์โฮ่วหันหลังกลับมากล่าวด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ“เฮ้ เด็กน้อย เ้าว่าใช่หรือไม่”
เซียวจิ่งหยวนยิ้มอย่างมีเลศนัยและถามง่ายๆ ว่า “เ้าคิดจะทำอะไร”
“ฮ่าๆ เด็กน้อยข้ารู้ว่าเ้าเป็คนฉลาดคนหนึ่ง คนฉลาดที่เท่าทันสถานการณ์นับว่าเฉลียวดังนั้นข้าไม่จำเป็ต้องพูดให้เปลืองน้ำลาย” หลี่ว์โฮ่วหัวเราะลั่นทันใดนั้นก็ตบบ่าเซียวจิ่งหยวน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปน้ำเสียงจริงจังน่าสะพรึงกลัว “ป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์อยู่ที่ใด”
“อยู่ที่...”
เซียวจิ่งหยวนรู้เท่าทันสถานการณ์รู้หลบเป็ปีก รู้หลีกเป็หาง แต่เมื่อกำลังจะเอ่ยปากก็ถูกขัดจังหวะด้วยสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางวันแสกๆ