ฮ่องเต้เสวียนตี้ เป็ชายผู้ได้รับการขนานนามว่า "ผู้มีบุญญาธิการเหนือแผ่นดิน" พระองค์เป็ฮ่องเต้ที่ไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับา ั้แ่ขึ้นครองบัลลังก์ แผ่นดินกลับเต็มไปด้วยความสงบสุข แต่ความสงบที่แผ่ขยายทั่วแคว้นนั้นมิได้เกิดจากพระปรีชาสามารถของเสวียนตี้โดยตรง ทว่าเป็ผลพวงจากฮ่องเต้พระองค์ก่อน ผู้เป็ยอดนักรบสร้างความเกรงกลัวให้กับเหล่าศัตรูจนไม่มีแคว้นใดกล้าหันคมดาบเข้ามารุกราน
ในยุคที่ความมั่นคงครองเมือง ประชาชนต่างมีชีวิตที่ยากลำบาก อดอยากและขาดแคลน แต่ในขณะที่ราษฎรกำลังต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ฮ่องเต้เสวียนตี้กลับลุ่มหลงอยู่ในความหรูหราและกามารมณ์ พระองค์เป็ที่เลื่องลือไปทั่วราชสำนักว่าเป็ชายผู้กระหายในหญิงงาม สนมจำนวนมากถูกคัดเลือกและถวายตัวให้พระองค์อยู่เคียงข้างตลอดเวลา ราวกับว่าพระองค์จะไม่มีวันอิ่มเอมในเื่รักและราคะ
ด้วยความงดงามของสาวงามที่เข้ามาในวัง ฮ่องเต้เสวียนตี้ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย พระองค์หมกมุ่นอยู่กับการเสพสุขทางกามารมณ์ จนเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ถึงความหิวกระหายที่ไร้จุดสิ้นสุดของฮ่องเต้
ห้องโถงของพระราชวังงดงามประดุจดั่งฝัน สถาปัตยกรรมอันวิจิตรตกแต่งด้วยลวดลายทองคำที่ซ้อนกันอย่างประณีต เพดานสูงโปร่งทอดยาวไปไกลประดับด้วยภาพเขียนเล่าขานตำนานเก่าแก่
เสียงพึมพำของขุนนางและแม่ทัพผสมผสานกับบรรยากาศอันร้อนแรง เมื่อฮ่องเต้เสวียนตี้ยิ้มกว้างอย่างหื่นกระหาย ร่างของนางสนมที่อยู่เคียงข้างพระองค์เป็ศูนย์กลางของความสนใจ นางสนมแต่ละคนสวมใส่เสื้อผ้าที่น้อยชิ้นจนแทบไม่สามารถปิดบังความงามอันเย้ายวนได้ ชุดรัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนที่น่าหลงใหล
"ข้ามีภารกิจที่สำคัญยิ่งให้พวกเ้าไปทำ" พระองค์ประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
น้ำเสียงของฮ่องเต้เสวียนตี้ในยามนี้เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย แรงดึงดูดที่แผ่ออกมาจากพระองค์ทำให้บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดและกระตุ้นเร้า เมื่อพระองค์ประกาศด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นใจ "ข้าจะเปิดรับสมัครนางสนมคนใหม่!" เสียงของพระองค์ก้องกังวานไปทั่วห้องโถง ขุนนางและแม่ทัพทุกคนต่างสะดุดหู เต็มไปด้วยความสนใจและความคาดหวัง
สายตาของพระองค์ฉายแววความพึงพอใจและความตื่นเต้น ขณะที่แต่ละคำที่กล่าวออกมาเสมือนมีพลังดึงดูดใจให้ทุกคนรู้สึกถึงความเข้มข้นในอารมณ์ ความหื่นกระหายที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้นทำให้บรรยากาศร้อนระอุ ราวกับไฟที่ลุกโชนอยู่ในใจของผู้ที่อยู่ในห้อง
"ถ้าผู้ใดสามารถหานางสนมที่ทำให้ข้ารู้สึกพอใจได้ ข้าจะมีรางวัลใหญ่ให้!" คำพูดนั้นสั่นะเืหัวใจของทุกคน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพระองค์เผยให้เห็นถึงความทะเยอทะยานและความ้าที่จะความงามใหม่ ความเร่าร้อนและแรงดึงดูดนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและการแข่งขัน
“ฮ่าฮ่า!” แม่ทัพนายหนึ่งพูดจาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและการประจบสอพลอ “เกี่ยวกับเื่นี้ องค์ฮ่องเต้ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าค้นพบหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเื่สาวงาม ข้าจะจัดหามาให้ท่านสัก 10 คน!”
เขาแสดงออกถึงความกระตือรือร้นและตั้งใจอย่างเต็มที่ ดวงตาเป็ประกายเมื่อพูดถึงความงามที่เขาค้นพบ เสียงหัวเราะของเขาดูเหมือนจะเติมเต็มบรรยากาศรอบๆ ให้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “สาวงามเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะมีรูปลักษณ์ที่งดงาม แต่ยังมีเสน่ห์และความสามารถที่จะทำให้ใจขององค์ฮ่องเต้หลงใหล”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและมุ่งมั่น ขณะเดียวกันก็ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกถึงความตึงเครียดของการแข่งขัน ทุกคนรู้ดีว่าคำพูดของเขาอาจเป็ก้าวแรกสู่การเพิ่มพูนอำนาจในพระราชวัง
“ข้ารับรองว่าพวกนางจะทำให้ท่านพึงพอใจแน่นอน!” แม่ทัพนายหนึ่งยิ้มอย่างมั่นใจ พร้อมส่งสายตาที่แฝงไปด้วยความทะเยอทะยานให้กับองค์ฮ่องเต้ รอคอยการตอบรับที่อาจเปลี่ยนแปลงสถานะของเขาในราชสำนักไปตลอดกาล
“ฮ่า ฮ่า!” ขุนนางคนหนึ่งกล่าวเสียงดัง พร้อมยิ้มอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี “ส่วนตัวข้านั้นไม่ต้องหาคนอื่นไกล ลูกหลานข้าล้วนแล้วแต่มีสาวงามที่โดดเด่นทั้งสิ้น! พวกนางต่างยินดีที่จะถวายตัวให้พระองค์ด้วยความยินดี”
น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความมั่นใจและความตื่นเต้น ขณะสีหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความลามกอย่างถึงขีดสุด สายตาที่เปล่งประกายอย่างชัดเจนทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกถึงความปรารถนาอันร้อนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ
ความคิดและอารมณ์ที่รุนแรงก่อตัวขึ้นในกลุ่มขุนนาง ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงการแข่งขันและความทะเยอทะยานในการดึงดูดใจฮ่องเต้ ขณะที่เสียงหัวเราะและการพูดคุยผสมผสานกัน
ภายในวังหลวงแห่งนี้ อำนาจและสาวงามถือเป็สิ่งที่คู่กันอย่างแยกไม่ออก ทุกมุมของพระราชวังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการแข่งขันและความปรารถนา บางคนอาจยินดีที่จะสละฮูหยินที่อยู่เคียงข้างตัว เพื่อส่งเสริมอำนาจของตนเองเพียงแค่ฮ่องเต้องค์นี้ร้องขอ เสียงกระซิบของขุนนางและแม่ทัพก้องกังวานเต็มห้องโถง สะท้อนถึงความทะเยอทะยานที่ไร้ขีดจำกัด
ในยุคสมัยนี้ ผู้คนต่างอยู่ในสภาวะที่ลุ่มหลงและมัวเมา อารมณ์แห่งความปรารถนาและความโลภก่อตัวขึ้นอย่างเข้มข้น สาวงามกลายเป็เครื่องมือแห่งอำนาจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทุกการเคลื่อนไหวของนางสนมและผู้หญิงที่เข้ามาในวังถูกจับตามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความเสน่หา
“ฮ่าฮ่า ดีมากดีมาก ข้ารู้สึกโชคดีมากจริงๆที่มีข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ถึงเพียงนี้” องค์ฮ่องเต้หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“เอ่อจริงซิท่านแม่ทัพ คราวก่อนที่ข้าได้ร่วมรักกับฮูหยินของท่านข้าเผลอหลั่งในเข้าเป็เพราะตัวของนางนั้นเร่าร้อนจนเกินไป ไม่แน่ว่าเด็กที่อยู่ในท้องของนางอาจจะเป็ลูกของข้าท่านคงไม่ถือสานะ”
แม่ทัพยิ้มรับด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง แม้ในใจจะตื่นตระหนก
“หากเด็กคนนั้นเป็ลูกขององค์ฮ่องเต้จริง ข้าจะรู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่ง” ท่านแม่ทัพกล่าว น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความเคารพและชื่นชม “ถือเป็บุญของข้าและครอบครัวที่ได้รับพระราชทานลูกจากท่าน ผู้ซึ่งมีอำนาจอันยิ่งใหญ่และทรงปัญญา”
ฮ่องเต้หัวเราะเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า เ้าคิดอย่างนั้นรึ? ดีมาก! สมกับที่เ้าเป็ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ ข้าจะมอบรางวัลใหญ่ให้เ้า!”
“ขอบคุณพระองค์” ท่านแม่ทัพตอบทันที ใบหน้าของเขายิ้มแย้ม เมื่อรู้ตัวว่าตนเองนั้นจะได้รับรางวัลใหญ่ต่อให้ฮูหยินของตนตั้งท้องกับองค์ฮ่องเต้สักสิบคนเขาก็สามารถทำใจยอมรับได้ถ้ามันจะช่วยเปิดประตูไปสู่ในเส้นทางอำนาจของตน
ในยุคสมัยที่บ้านเมืองสงบสุขร่มเย็น ปราศจากกลิ่นคาวเืจากสนามรบ ความมั่นคงของบัลลังก์ไม่ได้วัดจากฝีมือทหารหรือการปกครองอีกต่อไป หากแต่ขึ้นอยู่กับคำประจบสอพลอและการลอบชิงดีชิงเด่นกันภายในวัง หัวใจของเหล่าขุนนางชนชั้นสูงเต็มไปด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูง พวกเขาไม่ละอายต่อการกระทำที่ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีใดๆ หากมันนำมาซึ่งอำนาจและอิทธิพลมากขึ้น
เพื่อสร้างผลงานใหญ่ให้เข้าตาฮ่องเต้ผู้ปราศจากความยุติธรรม ขุนนางบางคนถึงกับสละลูกเมียหรือสมาชิกในครอบครัวที่เป็ผู้หญิง ส่งมอบให้เป็ของเล่นหรือเพื่อสนองตัณหาของฮ่องเต้ผู้หื่นกระหาย หญิงสาวเ่าั้กลายเป็เครื่องบูชายัญในาไร้เสียง เส้นทางที่สกปรกเหล่านี้คือสิ่งที่พวกขุนนางใช้เพื่อเลื่อนขั้นและสร้างฐานอำนาจให้ตัวเอง พวกเขาปราศจากความละอายภายในหัวใจ หวังแต่เพียงจะได้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจจากฮ่องเต้ผู้ไร้ความกรุณา