ดูเหมือนว่าคนที่มาบ้านนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่หยางเฉินไม่อยากจะพบเท่าไรนัก ไช่เอี๋ยนนั่นเอง
วันนี้ไช่เอี๋ยนไม่ได้สวมเครื่องแบบตำรวจ ส่วนบนของเธอเป็นเสื้อถักสีขาวคอกว้างที่เผยให้เห็นหัวไหล่ไปถึงแผ่นหลังอยู่ส่วนหนึ่ง ดูแล้วเป็นที่ดึงดูดสายตาของเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลาย ขาเรียวสวยของเธอใส่กางเกงยีนรัดรูปเอาไว้ ยิ่งช่วยขับความงามของขาออกมามากขึ้น ผมของเธอสั้นประมาณปกคอเท่านั้น เธอสวมรองเท้าแบรนด์เนมยี่ห้อดังที่ดูเหมือนจะต้องใช้เงินเดือนหลายเดือนเพื่อซื้อมา
เมื่อเทียบกับหลินรั่วซีที่แต่งกายสบายๆ เวลาอยู่บ้านแล้ว หลินรั่วซีก็ยังคงโดดเด่นออกมาอยู่ดีถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้แต่งกายในชุดที่สวยงามก็ตาม
“สารวัตรไช่... ไม่เจอกันนานเลยนะครับ... นานจริงๆ” หยางเฉินยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติออกมา เขาค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับเธอเพราะก่อนหน้านี้เจอหน้ากันทีไรเขาก็ถูกเธอลากตัวไปสถานีตำรวจเสียแทบทุกครั้ง
ไช่เอี๋ยนเห็นว่าหยางเฉินกำลังฝืนยิ้มออกมาแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร “ฉันมาหารือกับหลินรั่วซีเรื่องเกากัวเซียง”
หยางเฉินนึกย้อนกลับไปก่อนหน้า ดูเหมือนว่าเกากัวเซียงจะเป็นคนที่พยายามลอบวางยาหลินรั่วซีที่อาคารดี-หวัง โชคดีที่เขาสามารถไปช่วยเธอได้ทันเวลาพอดี
“เขาคิดจะทำอะไร?” หยางเฉินถามขึ้น เขาไม่คิดที่จะให้ชายน่ารังเกียจคนนั้นสามารถมาเข้าใกล้ภรรยาของเขาอีกเป็นอันขาด
หลินรั่วซีดูเหมือนว่าจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเล็กน้อย เธอหันมาตอบแทนไช่เอี๋ยน “เขาต้องการที่จะส่งทนายความมาสู้คดีกับฉัน โดยให้เอี๋ยนเอี๋ยนอนุญาตไปตามขั้นตอนกฎหมาย”
“แล้วคุณให้งั้นเหรอ!?”
หยางเฉินตบโซฟาเสียงดังด้วยความโกรธ “อย่าเพิ่งให้มันตายไปง่ายๆ ก่อนหน้านี้มันกล้าทำร้ายคุณ ผมจะไปสถานีตำรวจเพื่อฆ่ามัน!!”
หลินรั่วซีเห็นหยางเฉินโกรธเพื่อเธอก็รู้สึกวาบหวามขึ้นมาในหัวใจ แต่ยังคงตีหน้านิ่งต่อไป
“นายจะไปฆ่าเขาทำไม นั่นจะทำให้นายมีคดีติดตัวเสียเปล่า อย่าทำเหมือนการฆ่าคนมันเป็นเรื่องง่ายๆ แบบนิยายวิทยาศาสตร์สิ”
ไช่เอี๋ยนรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ลึกลับของหยางเฉิน ก่อนหน้านี้เธอคุยกับพี่สาวของเธอ ไช่หนิง และพี่ของเธอยังบอกว่าอย่าไปมีเรื่องกับหยางเฉิน นั่นทำให้เธอรู้และเข้าใจได้ทันทีว่าหากหยางเฉินต้องการจะฆ่าเกากัวเซียง ต่อให้เขาอยู่ในสถานีตำรวจหรือที่ที่มีคนคุ้มกันแน่นหนา สุดท้ายเกากัวเซียงก็ต้องตายอยู่ดี
“ใจเย็นก่อน เกากัวเซียงต้องการจะส่งทนายมาสู้กับหลินรั่วซีก็จริง แต่ว่าทนายของเขาปฏิเสธที่จะว่าความคดีของเขาไปแล้ว” ไช่เอี๋ยนกล่าว
“แล้วทำไมทนายของเขาจากสิงคโปร์จึงไม่ยอมว่าความให้ล่ะ?” หยางเฉินงุนงง
ไช่เอี๋ยนรู้สึกสนุกอยู่เล็กน้อยกล่าวขึ้น “นายไม่รู้เหรอว่าภรรยาของนายเป็นผู้หญิงที่รวยระดับโลก?”
“เอี๋ยนเอี๋ยน หยาบคายที่สุด!” หลินรั่วซีพูดพลางตีแขนไช่เอี๋ยน
หยางเฉินเข้าใจในที่สุด เขายิ้มออกมาด้วยความขบขัน “รั่วซีที่รัก คุณซื้อทนายของเขาสินะ”
หลินรั่วซีค่อนข้างจะอายที่ถูกเรียกที่รักต่อหน้าไช่เอี๋ยน เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขา จึงหันหน้าไปทางอื่นแทน
“ทนายความยังต้องกินต้องใช้ ฉันจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้เขาอยู่เงียบๆ และไม่ให้เขาช่วยเหลือเกากัวเซียงสู้คดี”
“คุณจัดการเกากัวเซียงได้อยู่หมัดจริงๆ” หยางเฉินมีรอยยิ้มขึ้นมาเมื่อได้รู้ว่าเกากัวเซียงจะไม่มีทนายช่วยว่าความอีกต่อไป แต่ความแค้นก่อนหน้าก็ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในใจเขาเงียบๆ
“ใครใช้ให้เขาทำลายความไว้ใจของฉันล่ะ ในอดีตเขาเคยร่วมมือกับอวี้เหล่ยและย่าของฉันจนมามีพวกเราในทุกวันนี้ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำเรื่องสกปรกแบบนี้ขึ้นมาได้” หลินรั่วซีพูดด้วยความโกรธ
หยางเฉินเข้าใจว่าในยามนี้เงินก็ไม่อาจสู้อิทธิพลที่มากกว่าไปได้
ทั้งสามคนคุยกันเล็กน้อยก่อนที่ป้าหวังจะเดินหายเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารกลางวัน
ไช่เอี๋ยนและป้าหวังต่างก็สนิทกันมาตั้งแต่ก่อนหน้า เธอจึงเดินเข้าไปช่วยป้าหวังทำอาหาร
“โอ้ คุณหนูไช่ ไม่ต้องช่วยป้าทำอาหารหรอกค่ะ คุณหนูเป็นแขกนะคะ ถ้ายืมแรงคุณหนูไช่ป้าก็ลำบากใจจริงๆ” ป้าหวังกล่าว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าหวัง เดี๋ยวหนูช่วยทำเอง ทำอาหารหลายคนสนุกกว่าทำคนเดียวนะคะ” ไช่เอี๋ยนตอบกลับ
“ป้าไม่เหนื่อยหรอกค่ะ แถมยังมีความสุขอีกด้วย” ป้าหวังกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ไช่เอี๋ยนเงียบไปก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “แล้วคนคนนั้นล่ะคะ?”
เมื่อพูดถึง “คนคนนั้น” ป้าหวังก็เปลี่ยนสีหน้าทันทีเธอหันกลับมาพูดกับไช่เอี๋ยนด้วยความระมัดระวังตัว
“คุณหนูไช่ อย่าไปพูดถึงคนคนนั้นเลยค่ะ เขาเป็นแค่อดีตไปแล้ว อีกอย่างความจำป้าก็เริ่มจะไม่ค่อยดี ตอนนี้ก็ลืมเรื่องแต่ก่อนไปหลายอย่างทีเดียวล่ะค่ะ”
ไช่เอี๋ยนพยักหน้าอย่างชาญฉลาด “เรื่องแบบนี้ผู้หญิงก็จะเป็นฝ่ายที่เสียใจอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดสินะ”
คำพูดของป้าหวังทำให้ไช่เอี๋ยนรู้สึกสับสนขึ้นมาในใจ
เมื่อเห็นว่าไช่เอี๋ยนและป้าหวังกำลังช่วยกันเตรียมอาหารอยู่ในห้องครัว ทำให้ตอนนี้ข้างนอกเหลือเพียงหยางเฉินและหลินรั่วซี หยางเฉินหันไปหาเธอแล้วพูดขึ้น
"รั่วซีที่รัก ดูสิคนอื่นๆ ต่างไปช่วยป้าหวังเตรียมอาหาร แม้แต่สารวัตรไช่ยังไป แล้วทำไมคุณไม่ไปช่วยพวกเธอบ้างล่ะ?”
หลินรั่วซีรู้สึกว่าเรื่องที่เขาพูดช่างไม่มีเหตุผล เธอตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แล้วทำไมนายไม่ไปช่วยพวกเขาล่ะ”
“เพราะผมเป็นผู้ชาย” หยางเฉินตอบ
“...พูดจาใหญ่โตเสียจริง” หลินรั่วซีกระซิบกับตนเบาๆ ก่อนจะลุกไปช่วยป้าหวังกับไช่เอี๋ยนเตรียมอาหารกลางวันด้วย
หยางเฉินจ้องมองเธอเล็กน้อย หรือว่าเขาจะพูดผิดไปในก่อนหน้านี้?
ช่วงเวลาอาหารกลางวันผ่านไปรวดเร็ว เพราะทั้งสี่คนนั้นก้มหน้าก้มตาทานอาหาร โดยที่ไม่พูดไม่จาออกมาเสียสักคำ
ในช่วงบ่ายไช่เอี๋ยนจะต้องกลับไปที่กรมตำรวจ การจัดการแก๊งตงซิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในจงไห่นั้นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจากการร่วมมือระหว่างสมาพันธ์หนามแดง ตำรวจและกองกำลังทหารของรัฐบาลภายใต้คำสั่งลับ นั่นทำให้ไช่เอี๋ยนค่อนข้างที่จะยุ่งอยู่ตลอดเวลา
ก่อนที่เธอจะจากไป ไช่เอี๋ยนหันกลับมาพูดกับทั้งสอง
“ขอฉันคุยกับหยางเฉินเป็นการส่วนตัวได้มั้ย?”
หยางเฉินกำลังจะขึ้นไปชั้นบนหันกลับมาหาเธอพร้อมทั้งพยักหน้าเบาๆ
หลินรั่วซีเพิ่งกล่าวลาไช่เอี๋ยนไป เมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอต้องการที่จะพูดคุยกับหยางเฉินเพียงลำพังก็ทำให้เธอรู้สึกสงสัยขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะขัดแต่อย่างใด เธอเดินไปช่วยป้าหวังทำความสะอาดโต๊ะทานข้าวแทน แล้วปล่อยให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
หยางเฉินออกไปด้านนอกกับไช่เอี๋ยน เขาถามเธอขึ้นมา “สารวัตรไช่ มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ?”
ไช่เอี๋ยนดูคล้ายจะลังเลนิดหน่อย แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจพูดขึ้นมา
“หยางเฉิน ก่อนหน้านี้ฉันมองนายผิดไปหลายๆ เรื่อง ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ นายเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับครอบครัวมากและไม่ลังเลที่จะปกป้องรั่วซีเมื่อเธอพบเจออันตราย ในฐานะที่รั่วซีเป็นเหมือนกับน้องสาวของฉัน ฉันก็อยากจะให้นายยอมรับฉันเหมือนกัน”
“ยอมรับคุณ?” หยางเฉินยิ้มแห้ง “สารวัตรไช่ นี่คุณหมายความว่าไง?”
ไช่เอี๋ยนเพิ่งรู้สึกได้ว่าคำที่เธอพูดนั้นออกจะสื่อไปถึงความหมายแปลกๆ ทำให้เธอหน้าแดงเล็กน้อย “ฉัน... ฉันหมายถึง ฉันอยากให้นายเรียกชื่อของฉัน ไม่ใช่เรียกทางการแบบก่อนหน้า มันดูห่างเหินเกินไป”
“นี่...” หยางเฉินตระหนักได้ว่าไช่เอี๋ยนต้องการให้เขาเรียกด้วยชื่อจริงของเธอ การที่เขาเว้นระยะห่างระหว่างเขากับเธอมากจนเกินไปนั้น ทำให้มันดูจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไปสำหรับทั้งสอง “ตกลง... ผมจะเรียกคุณว่าไช่เอี๋ยน”
“ขอบคุณ” ในสายตาของไช่เอี๋ยนสาดประกายความยินดีออกมา “งั้นตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่มั้ย?”
“อืม... เพื่อน” หยางเฉินคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักมาก หากไม่ใช่ว่าเธอเติบโตมาในตระกูลที่สั่งสอนให้เธอเป็นคนแข็งแกร่ง เธอก็คงจะเป็นผู้หญิงที่ทั้งงดงามและบริสุทธิ์คนหนึ่ง
ไช่เอี๋ยนยิ้มอย่างมีความสุข “ครั้งก่อนฉันต้องขอบคุณนายที่ช่วยฉันเอาไว้ ฉันนึกว่านายจะโดยยิงตายไปซะแล้ว...”
“ชู่ว ไช่ไช่ อย่าพูดเรื่องนี้ออกมาโจ่งแจ้งแบบนี้ อีกอย่างหนึ่งคุณไม่ต้องห่วงเรื่องผมจะโดนยิงหรอก ของพวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้อยู่แล้ว...” หยางเฉินพูดเสียงเบาพลางขยิบตาให้เธอ
ไช่เอี๋ยนใช้มือป้องปากก่อนหัวเราะคิกคักออกมา “ฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซะอีก”
เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่คลี่คลายลง ไช่เอี๋ยนรู้สึกดีขึ้นเป็นอย่างมาก เธอขี่รถออดี้สีส้มออกไปอย่างอารมณ์ดี
หยางเฉินหันกลับไปที่ห้องพัก เขาเห็นหลินรั่วซีเดินมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กใบหนึ่ง เธอหันไปมองรอบๆ ก่อนจะหันมาถามเขา
“เอี๋ยนเอี๋ยนกลับไปแล้วเหรอ?”
“ใช่ คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“เธอลืมกระเป๋าเอาไว้ที่โซฟา” หลินรั่วซีขมวดคิ้ว
หยางเฉินรู้สึกสงสัย หากคนเรามีความสุขมากๆ ก็สามารถลืมได้แม้กระทั่งกระเป๋าเลยทีเดียว?
“ดูเหมือนว่าข้างในอาจจะมีของสำคัญอยู่ก็ได้นะครับ”
“นี่... มันจะดีกว่าหากฉันไม่เปิดกระเป๋าเธอออกมาดู” หลินรั่วซีกล่าว
หยางเฉินยิ้มออกมาด้วยความสนใจ ดูเหมือนว่าภรรยาของเขาก็มีส่วนที่คล้ายเด็กอยู่เช่นกัน ส่วนที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์ที่น้อยคนนักจะมี เขากล่าวกับเธออีกครั้ง
“ถ้าคุณไม่เปิดเดี๋ยวผมจะเปิดเอง”
“ทำอย่างนั้นมันไม่ดีนะ...” หลินรั่วซีกระชับกระเป๋าแน่น “เดี๋ยวค่อยบอกเธอก็ได้ว่าเธอลืมกระเป๋าเอาไว้ที่นี่”
หลินรั่วซีรู้สึกผ่อนคลายอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าพวกข้อมูลและโทรศัพท์มือถือของเธอจะอยู่ที่นี่เอาไว้เจอกันครั้งหน้าค่อยคืนให้กับเธอก็ได้
หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับไปยังห้องนอนของตัวเอง หยางเฉินต้องการจะงีบหลับในตอนกลางวัน แต่เมื่อเขาออกมาแล้วพบว่าหลินรั่วซีเปลี่ยนเป็นชุดสีขาวนวลที่ดูมีชีวิตชีวา ทำให้เขารู้ได้ว่าเธอกำลังจะออกไปข้างนอก
เมื่อเห็นหลินรั่วซีแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอก หยางเฉินก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะไปที่บริษัทในเวลานี้ ยิ่งเกิดเรื่องของเกากัวเซียงขึ้นมาก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงเธอไม่ได้
“คุณจะออกไปข้างนอก?” หยางเฉินถามขึ้น
หลินรั่วซีสวมรองเท้าส้นเตี้ยเสร็จ ก็ตอบกลับเขาเบาๆ “วันนี้ฉันมีนัดนอกบ้าน นายกินอาหารเย็นกับป้าหวังไปก่อนได้เลย”
นัด?!
หยางเฉินรู้สึกแปลกใจเเละรู้สึกไม่ดีในเวลาเดียวกัน ใครบ้างจะมานัดให้เธอออกนอกบ้านในวันอาทิตย์?
หลินรั่วซีออกไปรวดเร็ว แต่เมื่อถึงประตูเสียงฝีเท้าก็ชะงักลง เธอหันกลับมาพูดกับหยางเฉิน
“ฉันนัดผู้หญิงไว้!” แล้วจึงวิ่งออกไปทันที ยิ่งเธอรีบวิ่ง หยางเฉินก็คิดว่าเธอเหมือนกับกระต่ายตัวน้อยที่กำลังวิ่งหนีหน้าตั้งเท่านั้น