รักเอยอย่าร้าวรอน

    ตอนที่ 13

     

            “แล้วเธอคิดอย่างไรบ้างหากฉันจะคบกับพี่คิวแบบจริงๆจังๆ”  

            วนิศราปรึกษาเพื่อน  จันทนีย์จึงได้ดึงมือเธอพาไปนั่งลงที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้แทนการยืนพูดคุยกันอยู่อย่างนั้น

              “เ๹ื่๪๫นี้มีแต่เธอกับพี่คิวเท่านั้นที่จะเป็๞คนตัดสินใจ  ตัวฉันเองก็คงเป็๞ได้แค่ที่ปรึกษา ว่าแต่เธอแน่ใจแล้วเหรอว่ารู้สึกอย่างไรกับเขาและเขาคิดอย่างไรกับเธอ”

              “ฉันคิดว่าเรารักกัน”  

            วนิศราตอบด้วยท่าทางครุ่นคิด

              “แต่เธอก็ต้องไม่ลืมน่ะ  ว่าพี่คิวเขาเป็๲นักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์ในขณะที่เธอเป็๲แค่เด็กสาวธรรมดาๆ เธอเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าจะต้องเจอความกดดันอะไรบ้างหากคิดจะคบกับเขาแบบจริงๆจังๆ”  

            จันทนีย์ตั้งคำถามกับเพื่อน

              “ฉันคิดว่าความรักที่เรามีต่อกันจะทำให้เราผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้”  

            วนิศราตอบอย่างมั่นใจในความรักเป็๞ที่สุด  เวลานี้โลกของเธอสวยงามเหลือเกิน

                   

    + + + + + + + + + + + + + +

           

            เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกลางดึกปลุกวนิศราให้รู้สึกตัวตื่นขึ้น เด็กสาวหันไปมองนาฬิกาเรืองแสงรูปตุ๊กตาคิตตี้ที่วางอยู่ข้างหัวนอน  มันบอกเวลาว่าล่วงเข้าตีสองแล้ว  ใครกันน่ะที่มาเรียกเอาดึกดื่นป่านนี้ และเพราะที่นี่ไม่เคยมีเ๹ื่๪๫ร้ายๆเกิดขึ้นมาก่อนเด็กสาวจึงไม่ได้นึกหวาดกลัว  เธอลุกจากที่นอนไปเปิดไฟก่อนเดินไปที่ประตูที่ยังปิดล๊อคอยู่

              “นิด  นี่พี่คิวเองน่ะ  เปิดประตูให้พี่หน่อย”   

            มีเสียงบอกมาเบาๆพอได้ยิน

              วนิศราจำเสียงเขาได้  เธอรีบเปิดประตูออกทันทีอย่างไม่ลังเล และทันทีที่ประตูเปิดออกร่างสูงของเขาก็โผเข้ามากอดเธอไว้แน่น  ท่าทางเหมือนเด็กหลงทางแล้วได้มาเจอที่พึ่ง

              “พี่คิว  เป็๞อะไรไปค่ะ”  

            เด็กสาวอุทานอย่างตระหนกแต่ก็ไม่ได้ผลักไสเขาออกไปแต่อย่างใด เธอรับรู้ได้ถึงความหวั่นไหวไม่มั่นคงจากร่างสูงนี้

              “พี่เหนื่อยเหลือเกินแล้วนิด เหนื่อยกับสิ่งที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีใครเข้าใจพี่สักคน”  

            เขารำพันขณะซบหน้าอยู่กับไหล่บอบบางของเด็กสาว

              “พี่คิวใจเย็นๆนะคะ มีอะไรพูดให้นิดเข้าใจก่อน”  

            เด็กสาวพยายามจะเรียกสติของเขาให้กลับคืนมา  สองแขนของเธอโอบกอดเขาไว้อย่างจะปลอบโยน

              คิรากรค่อยคลายอ้อมแขนที่รัดร่างเด็กสาวอยู่แล้วผ่อนลมหายใจออกช้าๆอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้สงบ เขาสบตากับเด็กสาว

              “พี่รบกวนนิดเกินไปหรือเปล่า”  

            นำเสียงของเขาบอกชัดว่าเกรงใจ