บทที่ 55 ปัญหาเรื่องการไปโรงเรียน
เหยียนฮ่าวอยากให้สวี่หรานอยู่ที่นี่จริงๆ ไม่อยากเป็นสามีภรรยากันแค่ในนาม สวี่หรานดีกับน้องๆ ของเขามาก แต่เธอเป็นคนเก่งขนาดนั้น นอกจากความใจดีแล้ว เธออาจจะไม่ได้ชอบเขาจริงๆ ก็ได้
สวี่หรานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเอง การแต่งงานโดยปราศจากความรักมันก็แค่การใช้ชีวิตไปวันๆ ฉันไม่อยากใช้ชีวิตแบบนั้นหรอก"
เหยียนฮ่าวหนักใจ ความรักเป็นสิ่งที่เขาพอจะเข้าใจอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนจะไม่เข้าใจเลย ถ้าตอนนี้สวี่หรานต้องการความรัก เขาก็ต้องทำให้เธอรู้สึกถึงความรักของเขาให้ได้
"งั้น...คืนนี้เราไปดูหนังกันไหม?" เหยียนฮ่าวเสนอ เริ่มปลูกฝังความรักตอนนี้ก็น่าจะยังไม่สายไปใช่ไหม?
"หือ? คืนนี้ฉันมีสอนนี่" สวี่หรานตอบ ช่วงนี้เธอต้องหมุนเวียนไปสอนหลายที่ ไหนเลยจะมีเวลาดูหนัง
เหยียนฮ่าวยิ้ม "ไม่ต้องห่วง คืนนี้ไม่มีสอนหรอก" ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีคนมาตามที่หน้าบ้าน บอกว่าคืนนี้จะมีประชุมเรื่องการแบ่งที่ดินทำกิน ชาวบ้านต่างก็อยากรู้เรื่องนโยบาย เลยไม่มีใครมาเรียน
รออยู่สักพักสวี่หรานก็พบว่าไม่มีใครมาเรียนจริงๆ สวี่หรานได้แต่ยิ้มแห้งๆ เหยียนฮ่าวนี่คำนวณได้แม่นจริงๆ แต่เธอก็ยังถาม "แล้วนายไม่ไปประชุมกับเขาเหรอ?"
"ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เดี๋ยวรอฟังข่าวก็พอแล้ว"
ก่อนออกจากบ้าน เหยียนฮ่าวเตรียมอาหารเย็นไว้เรียบร้อย จากนั้นก็พาสวี่หรานเข้าเมือง ในเมืองมีโรงหนังอยู่แห่งหนึ่ง หนังที่ฉายก็ไม่ใช่หนังใหม่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนใจของผู้ชมลดน้อยลงเลย
ตอนแรกว่าจะชมเหยียนฮ่าวที่ในที่สุดก็หัวไว รู้จักชวนผู้หญิงไปดูหนัง แต่หนังที่โรงหนังมีให้เลือกไม่มากนัก สุดท้ายก็ได้ดูเรื่อง "รักที่ภูเขาหลูซาน"
เหยียนฮ่าวรีบวิ่งไปที่ร้านขายของชำ ซื้อถั่วลิสงเคลือบน้ำตาล กับน้ำอัดลม ก่อนจะเอามายัดใส่มือสวี่หราน
"น้ำอัดลมมันแพงมากเลยนะ" สวี่หรานเอ่ย จริงๆ ไม่ต้องซื้อก็ได้
"ไม่แพงหรอกครับ ดื่มเถอะ"
สวี่หรานมองดูของในมือ ถึงแม้จะไม่มีของกินเล่นพวกนี้ หนังเรื่องนี้ก็น่าจะมีรสชาติไม่น้อย
เมื่อหนังจบฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว พอทั้งคู่กลับถึงบ้านเหยียนเยว่กับเหยียนชิว ก็หลับไปก่อนแล้ว
วันรุ่งขึ้นฟ้ายังไม่สางเหยียนฮ่าวก็ตื่นแล้ว เขายกสตรอว์เบอร์รีที่เตรียมไว้ใส่บนรถ สวี่หรานเห็นว่าเช้าเกินไป จึงพูดว่า "เช้าเกินไปแล้วมั้ง?"
"ผมจะเอาไปขายที่ในเมือง กว่าจะไปถึงก็คงเช้าพอดีครับ"
สวี่หรานพยักหน้า ที่จริงเธอเองก็อยากจะไปด้วย แม้ว่าตัวเองจะไม่สามารถยกของหนักได้ แต่ไปช่วยเก็บเงินก็ยังดี
เหยียนฮ่าวบอกให้สวี่หรานนอนต่อ กว่าฟ้าจะสว่างก็คงอีกพักใหญ่ให้เธอพักผ่อนอีกหน่อย
เหยียนฮ่าวรู้ดีว่าสวี่หรานเก่งแค่ไหน ตอนนี้สิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็มีแค่นี้
สวี่หรานกลับไปนอนต่อ พอรุ่งเช้าเธอก็พาเหยียนเยว่และเหยี่ยนชิวไปกินอาหารเช้า
ปีนี้เหยียนเยว่ต้องเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น ถ้าเรียนตามเขตพื้นที่ เด็กๆ ในหมู่บ้านหย่งฮุยจะได้เรียนที่โรงเรียนหมายเลข 6 แต่ถ้าเรียนเก่งก็มีสิทธิ์สอบเข้าโรงเรียนมัธยมต้นหมายเลข 3 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในเมือง เหยียนเยว่ตั้งใจเรียนมาก การสอบเข้าโรงเรียนหมายเลข 3 คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าไปเรียนที่นั่น เธอต้องไปอยู่หอพัก ถึงค่าเทอมจะไม่แพง แต่ค่าหอพักกับค่าใช้จ่ายรายวันก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยทำให้ เหยียนเยว่ค่อนข้างลังเล
"พี่สะใภ้คะ หนูไม่เรียนต่อแล้วได้ไหม?" เธอไม่อยากเป็นภาระให้ที่บ้าน ไม่อย่างนั้นโจวจินฮวาคงไม่พยายามหาทางให้เธอออกจากโรงเรียนหรอก
"ทำไมถึงไม่เรียนล่ะ? อายุเท่านี้ ถ้าไม่เรียนหนังสือแล้วจะไปทำอะไร?"
"จริงๆ ตอนนี้หนูก็พอจะออกไปทำงานได้แล้วนะคะ..." เหยียนเยว่ตอบ เธอไม่อยากเป็นภาระให้ครอบครัว