เช้าวันต่อมาเป็วันที่สำคัญอีกวันหนึ่งของเอริคในโลกใบนี้เลยทีเดียว เพราะถือว่าเป็ก้าวแรกที่เขานั้นต้องมาตามเช็ดตามถูในสิ่งที่เอริคคนก่อนนั้นได้ทิ้งเอาไว้เป็ครั้งแรก ซึ่งมันทำให้เขาหงุดหงิดเป็อย่างมาก
การประลองนั้นจะถูกจัดขึ้นตอน่สายของวันนี้ซึ่งมันจะเป็การประลองแบบเปิดซึ่งเป็ความตั้งใจของคริสตินที่พยายามที่จะหักหน้าเอริคต่อผู้คนจำนวนมาก ซึ่งเอริคนั้นก็รู้ถึงเป้าหมายของคริสตินเป็อย่างดี
แต่ว่าในครั้งนี้มันจะต้องเปลี่ยนไปเพราะว่าในครั้งนี้เอริคนั้นจะต้องใช้เวทีที่คริสตินจัดขึ้นนั้นสร้างชื่อให้กับตัวเองในครั้งนี้ นี่ถือว่าเป็โอกาสของเขาเช่นกันที่จะทำให้ชื่อเสียงของเขานั้นดูดีขึ้นมาบ้างในการประลองในครั้งนี้
ในเช้าวันนี้โอฟีเลียเดินเข้ามาเขาแล้วมองเขาอย่างแปลกๆเพราะในวันนี้นั้นเป็วันที่เอริคนั้นจะต้องไปขึ้นประลองกับคริสติน ซึ่งถ้าเป็เอริคคนเดิมแล้วละก็ป่านนี้เขาก็คงจะทำท่ากระวนกระวายใจเป็อย่างมากแน่นอน แต่เท่าที่นางเห็นในตอนนี้มันกลับไม่ใช่ เพราะเอริคในตอนนี้เอริคนั้นดูเหมือนว่าจะสงบเป็อย่างมากแล้วมันก็ไม่ใช่การแสดงอีกด้วย
เอริคในตอนนี้นั้นกำลังนั่งคิดทบทวนเื่ราวในความทรงจำของเขาอยู่ว่าทักษะการต่อสู้ของคนที่นี่นั้นมันเป็ยังไงกันแน่ เพราะจะได้จัดการวางแผนได้ถูกเมื่อต้องรับมือ
และตามที่เขาได้รับรู้นั้นมันก็มีหลักแค่สามแบบเท่านั้นที่ผู้คนบนโลกนี้นั้นได้จำกัดความมันเอาไว้นั่นก็คือ ระดับเริ่มต้น ระดับผู้เชี่ยวชาญ และ ระดับยอดฝีมือ ซึ่งแต่ละระดับนั้นไม่ได้มีกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนอะไรมาวัดเลย เพราะแบบนั้นจะต้องดูที่ฝีมือเท่านั้น คริสตินคนนั้นเป็ที่รู้กันดีว่าเขานั้นได้ฝึกสำเร็จขั้นเริ่มต้นั้แ่อายุได้ 12 ขวบเท่านั้น
แน่นอนว่าเื่นี้นั้นเป็ที่พูดถึงกันไปทั่วทั้งเมือง เพราะเมื่อเขานั้นฝึกได้สำเร็จตระกูลรอสเตอร์นั้นก็ป่าวประกาศออกมาแทบจะทันทีเพื่อให้ผู้คนทั่วทั้งเมืองนั้นได้รับรู้กัน ว่ากันว่าคริสตินนั้นใกล้ที่จะฝึกสำเร็จในขั้นผู้เชี่ยวชาญแล้วซึ่งก็อีกไม่ไกลเท่าไหร่นัก
"ท่านจะออกไปสู้กับเขาจริงๆงั้นหรอ ท่านก็น่าจะรู้นะว่าท่านกับเขานั้นแตกต่างกันมากเพียงใด"
โอฟีเลียพูดออกมาอย่างหนักใจเพราะถึงยังไงเื่นี้นั้นก็มีนางเข้ามาเอี่ยวด้วย
เพราะฉะนั้นจะไม่ให้นางเป็ห่วงมันก็คงจะเป็ไปไม่ได้
ตามความคิดของนางแล้ว ถึงแม้ว่าเอริคนั้นจะเป็คนที่ไม่เอาไหน
แต่ว่าเขานั้นก็ยังสามารถไว้ใจได้มากกว่าคริสตินคนนั้นอย่างแน่นอน อยู่ที่นี่เอริคนั้นไม่สามารถที่จะทำอะไรกับนางได้ แต่ถ้านางตกไปอยู่ในกำมือของคริสตินแล้วละก็งั้น ก็อย่าได้หวังว่านางนั้นจะรอดอีกต่อไปเลย เพราะนางนั้นรู้ดีว่าคริสตินนั้นเป็คนแบบไหน
ด้วยเหตุนี้เองมันจึงทำให้โอฟีเลียนั้นเชื่อเื่ที่เอริคนั้นพูดไป เพราะว่านางนั้นรู้ว่าคริสตินนั้นซ่อนใบหน้าอันโเี้เอาไว้ภายใต้สีหน้าที่ยิ้มแย้มของเขา ไม่งั้นนางคงจะไม่เชื่อเอริคง่ายดายขนาดนั้น
"เ้าวางใจเถอะ ข้ารู้ดีว่าข้ากับเขานั้นแตกต่างกันมากเพียงใด แต่ถึงจะเป็แบบนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าการต่อสู้นั้นจะต้องชนะด้วยทักษะของดาบและหอกเสมอไปหรอกนะ"
"ท่านหมายความว่ายังไง?"
"เดี๋ยวเ้าก็รู้ ไปกันเถอะ"
เมื่อพูดจบเอริคก็เดินออกจากห้องไป โอฟีเลียมองตามหลังของเขาไปด้วยสีหน้าที่มึนงงเป็อย่างมาก เพราะั้แ่เมื่อวานนั้นนางนั้นก็เริ่มที่จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าเอริคนั้นเริ่มที่จะเปลี่ยนไปจริงๆไม่ใช่แค่การเสแสร้งเหมือนทุกครั้ง
นางนั้นรู้ดีว่าเอริคนั้นไม่ได้มีความสามารถด้านการต่อสู้เลยแต่ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงอยากจะลองเชื่อเขาในครั้งนี้ว่าเขานั้นจะทำสำเร็จ นางนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเดินตามเขาออกไปซึ่งข้างนอกนั้นเหล่าเมดและคนที่อยู่ในคฤหาสน์นี้ก็มองไปที่นางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร
เมื่อเป็แบบนี้โอฟีเลียก็ยิ่งเชื่อเื่ที่เขาเล่ามากขึ้นว่าคริสตินนั้นเป็คนสร้างเื่พวกนี้ขึ้นมาทั้งหมด เพราะว่าเื่ราวที่มันเกิดขึ้นนั้นมันลุกลามเร็วจนเกินไปจนคนทุกคนนั้นรู้กันหมดแล้ว
เมื่อทั้งสองเดินออกมาจากคฤหาสน์พวกเขาก็เจอเข้ากับคนหลายคนที่ยืนรอทั้งสองอยู่ไม่ไกล
เมื่อเอริคเดินออกไปก็มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วหาพวกเขาทั้งสองคน
"เอริค เ้ามันไม่ใช่ผู้ชาย เ้าจะสร้างปัญหาอะไรนั่นมันเื่ของเ้าเหตุใดเ้าถึงลากเอาโอฟีเลียเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย!!!!!"
หญิงสาวคนนั้นก็คือสเตซี่ซึ่งเป็คนที่อยู่กับนางในห้องนอนของเขาเมื่อวานนี้ เมื่อนางวิ่งมาถึงนางก็สวดเขายับในทันทีโดยที่ไม่เว้นช่องว่างให้เขาได้พูดเลยสักคำ
"พอได้แล้วสเตซี่!!!!"
"ท่านพ่อ!!!!"
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งร้องออกมาเพื่อห้ามไม่ให้สเตซี่พูดมากไปกว่านี้ เพราะถึงยังไงมันก็มีคนมองอยู่มากมาย เขาคนนี้มีชื่อว่า อเล็กซ์ คอนเนอร์ เขาเป็อัศวินที่อยู่เคียงข้างกับมาคัสพ่อของเขามาอย่างยาวนานคอยปกป้องคุ้มครองคนตระกูลแฮนเดอร์สันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ซึ่งในตอนนี้ก็มาถึงรุ่นที่เอริคนั้นเหลืออยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นเขาก็ยังไม่จากไปไหน
อีกคนที่มาด้วยนั้นก็คงจะเป็ใครไปไม่ได้นั่นก็คือแฮรี่นั่นเองเขาเดินเข้ามาหาเอริคด้วยสีหน้าที่หมดหวังนิดๆก่อนที่พูดออกมา
"เอริค ท่านรู้ใช่มั้ยว่าถ้าท่านแพ้ขึ้นมาโอฟี่นั้นจะต้องเจอกับอะไร"
เอริคมองไปที่แฮรี่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าถึงแม้ว่าเขานั้นจะถามออกมาแบบนั้นแต่ในใจของเขานั้นก็เชื่อไปแล้วว่าเอริคนั้นได้แพ้ไปแล้วอย่างแน่นอนแล้วดูเหมือนว่าเขานั้นจะคิดหาทางรับมือเื่ที่จะเกิดขึ้นเอาไว้แล้วด้วยซ้ำ
เห็นแบบนั้นเอริคก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี เพราะเขานั้นก็ไม่เคยเจอคนที่ไม่ไว้เขาได้ถึงขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต เพราะฉะนั้นเขาเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไปเลยมันจะดีกว่าโดยเลือกที่จะพูดออกไปสั้นๆพอ
"ในเมื่อพวกเขานั้น้าให้ข้านั้นเป็คนเลวในสาวยตาของชาวเมือง งั้นข้าก็จะเป็ให้พวกเขาดู ในเมื่อพวกเขานั้นอยากจะให้ข้านั้นเป็ปีศาจ งั้นข้าก็จะให้พวกเขานั้นได้เห็นว่าการที่โดนปีศาจกลืนกินนั้นมันเป็เช่นไร!"
เอริคพูดออกมาอย่างสงบนิ่งก่อนที่จะเดินออกไปโดยปล่อยให้ทุกคนนั้นยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น โดยเฉพาะอเล็กซ์ที่มองไปที่นิคเขม็ง เพราะเมื่อกี้นี้นั้นเขาเหมือนจะมองเห็นเจตนาฆ่าลางๆออกมาจากตัวของเอริคแต่เขาก็สลัดความคิดนั้นออกไปเพราะเขานั้นรู้ดีว่าเอริคนั้นไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เอริคพูดออกมานั้นมันทำให้แต่ละคนนั้นสงบจิตใจได้อย่างน่าประหลาด ขนาดสเตซี่ที่เอาแต่พูดนั้นก็เงียบไปเช่นเดียวกัน
"งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ"
แฮรี่พูดพร้อมกับถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินตามเอริคออกจากคฤหาสน์ไป