‘เธอคือคนที่ถูกเลือก’
“ถูกเลือกจากอะไร?”
‘เธอคือฉัน’
“เธอคือใคร”
‘ไปทำหน้าที่’
“หน้าที่อะไร?”
ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน!
ความเ็ปที่วิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงที่สาดส่องเข้ามา ทำให้ฉันต้องกะพริบตาอยู่หลายครั้งเพื่อปรับระดับการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น
“เจ็บจัง” ขาทั้งสองข้างรู้สึกเจ็บแปลบราวกับว่ามีมีดนับพันเล่มปักอยู่ก็ไม่เชิง สายตาของฉันเลื่อนลงไปมองยังขาของตัวเอง ก่อนจะใกับสิ่งที่ได้เห็น “นี่มันอะไรกัน!”
ไม่ใช่เพราะาแที่ฉันคาดว่าจะได้เห็นมันเป็สิ่งแรกที่มองลงไปยังขาของตัวเอง แต่มันกลับเป็ชุดกระโปรงซึ่งยาวเกือบคลุมข้อขาที่ฉันสวมอยู่ต่างหาก ทำฉันใยกใหญ่
ชุดใคร?
แล้วฉันอยู่ที่ไหน?
มือทั้งสองข้างค่อยๆ พยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงให้ลุกขึ้นยืน สิ่งแรกที่สายตาของฉันมองเห็น คือ ทิวเขาซึ่งทอดยาวกันออกไปไกลสุดสายตาที่คนธรรมดาจะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นอกเหนือจากทิวเขาพวกนั้นที่ทำเอาหัวใจฉันเต้นไม่เป็จังหวะ สวนผักที่ปลูกพืชแปลกๆ พวกนี้ยิ่งทำเอาสติของฉันแทบหลุดออกจากร่าง
ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย!
“เ้าน่ะ”
เสียงทุ้มต่ำที่ไม่น่าจะใช่เสียงของผู้หญิงดังขึ้นมาจากอีกฟากของแปลงผักแสนอลังการนี่
คน!
นั่นมันคนตัวเป็ๆ นี่น่า อย่างน้อยๆ ก็ยังมีคนอยู่ในที่บ้าๆ ที่ฉันเพิ่งตื่นขึ้นมา ไม่ได้การล่ะ ฉันจะต้องเดินไปถามเขาว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน ใช่แล้วฉันต้องไปถามเขา สองขาเดินตรงไปยังชายปริศนาซึ่งยืนนิ่งเป็หุ่น
ใกล้เดินถึงแล้ว อีกแค่นิดเดียว
“คุณค่ะ คุณพอจะบอกฉันได้ไหมคะว่าที่นี่มันคือที่...”
“หยุด!”
ดาบเล่มเงินหลายสิบเล่มจ่อมาตรงหน้าราวกับว่าหากฉันเดินหน้าเข้าใกล้ตัวผู้ชายคนนี้อีกแค่ก้าวเดียว ร่างของฉันต้องถูกเสียบจนพรุนแน่ๆ
“จะ ใจเย็นสิคะ มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันสิ” ในใจอย่างกลัวเลย ดาบพวกนี้สงสัยจะเป็ของจริง “ฉันแค่จะเดินมาถามทางเท่านั้น”
“ถอยออกไป!”
ขาทั้งสองข้างของฉันก้าวถอยไปด้านหลังทันที ไม่ต้องดุกันถึงขนาดนี้ก็ได้ ผู้ชายตรงหน้าที่สวมหมวกสานใบโตคนนี้เป็ใคร? ต้องหวงเนื้อหวงตัวขนาดนี้เลยหรือไงไม่ทราบ ขนาดนายกแถวบ้านฉันยังไม่มีคนคอยเดินตามเยอะขนาดนี้
สายตาของฉันมองกวาดไล่สำรวจคนชุดดำซึ่งยืนเรียงแถวคล้ายป้อมปราการ สองมือของพวกเขาล้วนถืออาวุธคมกริบแน่น ใบหน้าสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอีกชั้น สงสัยจะเป็พวกโจรสินะ
โจร!
ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ต้องเป็เป้าหมายคนพวกนี้สิ
เออ... แต่เดี๋ยวนะ ถ้าฉันเป็เป้าหมายของพวกเขา พวกเขาคงไม่หันปลายดาบพวกนี้มาทิ่มหน้าฉันอย่างนี้หรอก
“พวกเ้าถอยไปก่อน”
“ขอรับนายท่าน”
นายท่านหรอ?
คนชุดดำถอยหายกันไปราวกับกลุ่มขวัญภายในพริบตาเดียว
“เ้าคงใไม่น้อย” ชายตรงหน้ายื่นมือมาตรงหน้าฉัน
“ขอโทษนะคะ คือฉันไม่ได้คิดร้ายอะไรกับคุณนะ” ฉันรีบตอบทันควัน เมื่อกี้ดาบ ต่อไปจะเป็อะไร ไม่อยากคิดเลย “ฉันแค่หลงทาง แล้วฉันเห็นคุณอยู่ตรงนี้เข้าพอดี ก็เลยจะเดินเข้ามาถามทาง อยู่ๆ คนของคุณก็วิ่งกรูเข้ามาเหมือนจะฆ่าฉันให้ได้ ฉันแค่จะเดินมาถามทางเท่านั้นเอง”
คิ้วของเขาขมวดมุ่นเข้าหากัน ใบหน้าของชายตรงหน้าฉันดูขาวซีด ถึงแม้จะมองเห็นแค่ครึ่ง้าก็เหอะนะ เขาเป็คนมีโรคประจำตัวแน่เลย ถึงต้องสวมชุดที่ทั้งหนา และปกปิดมิดชิดถึงขนาดนี้เอาไว้
“เ้าไม่ใช่คนแถวนี้หรอกหรือ?”
คนแถวนี้? ไอคำว่าแถวนี้ที่เขาใช้เรียกเนี่ย มันคือที่ไหน ฉันเองก็ยังไม่ทราบเลยค่ะพ่อคุณ
“ถ้าฉันจะบอกว่า ฉันนั่งกินส้มตำกับเพื่อน แล้วจู่ๆ ยัยเลขาหน้าเืโทรมาให้ฉันเข้าออฟฟิศด่วนเพื่อ...”
ดะ ดะ ดะ เดี๋ยวก่อนนะ ตอนนั้นฉันกำลังโทรหาเลขาของคุณพ่อตอนที่กำลังเดินเข้าประตูแผนกบัญชี แล้วอยู่ๆ ฉันก็มาโผล่ที่นี่ หรือว่าฉันกำลังฝัน ต้องเป็ความฝันแน่ๆ เลย
เสียงเพี้ยะดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง
“เจ็บนี่น่า”
“เ้าตบหน้าตัวเองทำไม” เขาถามขึ้นอย่างสงสัย
“เื่ของฉัน ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน”
มันไม่ใช่ฝันหรอ? เขาก็ยังอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ใช่ความฝัน แล้วฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี
“จับตัวนางไป”
“อะไรนะ!” ชายชุดดำซึ่งไม่รู้ว่าโผล่กันมาพรึบพรับได้ยังไง เดินเข้ามาจับแขนทั้งสองข้างของฉันมัดเอาไว้อย่างรวดเร็ว “นี่เดี๋ยวสิ นี่มันอะไรกัน นายจะจับฉันมัดแบบนี้ไม่ได้นะ ปล่อยฉัน”
“ปิดปากนาง”
“นายจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ”
ชายชุดดำไม่ยอมให้ฉันปฏิเสธ เขาเดินตรงเข้ามาเอาผ้าก้อนใหญ่ยัดใส่ปากของฉันทั้งก้อน หลังจากนั้นฉันก็ถูกแบกขึ้นบนหลังม้าตัวใหญ่ตัวหนึ่ง
“อ่อยอันอ่า อ้าอันออกไออ้าย อันจะแอ้งอำอวจอับใอ้อดเอย”
สติของฉันเริ่มหลุดลอย ต่อให้ฉันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีะโออกไปยังไง คนพวกนี้ก็ไม่น่าจะปล่อยฉันง่ายดายขนาดนั้น ดูแล้วพวกเขาจะฟังคำสั่งของผู้ชายหน้าขาวคนนั้นเพียงคนเดียว
ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน?
ชายชุดดำพวกนี้เป็ใคร?
แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
แสงเบื้องหน้าเริ่มมืดดับลง ไม่ใช่เพราะมันเป็่เวลากลางคืนหรอกนะ เพราะฉันกำลังจะหมดสติ และไม่รู้ว่าฉันจะมีชีวิตรอดจากฝันร้ายนี้ไปได้หรือเปล่า
ขอให้ฉันลืมตามาอีกครั้ง แล้วพบว่ามันเป็เพียงแค่ความฝันด้วยเถอะนะ
โปรดติดตามตอนต่อไป