ความเงียบที่ไหลวนอยู่ภายในรถคันเดิมของนัทวันนี้มันไม่ได้สงบสุขเหมือนเคย แต่มันหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินมหึมาวางทับไว้บนหน้าอก นัทในร่างของฝ้าย นั่งตัวลีบเบียดชิดติดประตูฝั่งผู้โดยสาร เขาพยายามย่นระยะห่างจาก 'ร่างเดิม' ของตัวเองให้ได้มากที่สุด สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูแสงไฟนีออนริมถนนที่วิ่งผ่านไปอย่างพร่าเลือน ในขณะที่ แม่มดในคราบนัท ยังคงทำหน้าที่คนขับได้อย่างเยือกเย็น มือข้างหนึ่งวางบนพวงมาลัยอย่างมั่นคง ราวกับเหตุการณ์ที่ร้านกาแฟเมื่อครู่นี้เป็เพียงแค่จินตนาการไปเอง
นัทแอบมองผ่านกระจกมองหลังแล้วต้องรีบหลบตาเมื่อพบว่า ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟ ที่นั่งอยู่เบาะหลัง กำลังจ้องมองเขาผ่านเงาสะท้อนในกระจกใบเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกด้วยความเป็ห่วงอย่างสุดซึ้ง ทว่าในความอาทรนั้น นัทกลับััได้ถึงรอยร้าวของความไม่มั่นใจที่แฝงอยู่ลึกๆ... รอยร้าวที่เกิดจากการเห็นภาพสามีตัวเองเกือบจะ "สมยอม" ให้กับคนอื่น
‘ทำไม... ทำไมเราถึงยังสั่นไม่หยุดแบบนี้’ นัทถามตัวเองซ้ำๆ ในใจ ความร้อนผ่าวที่จุดเดิมตรง่เอวและลำคอยังคงตกค้างอยู่บนิั มันไม่ใช่แค่ัั แต่มันเหมือนเชื้อร้ายที่ซึมลึกลงไปในเซลล์ผิวของฝ้าย เขาเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้สัญชาตญาณทางกายภาพทรยศต่อเจตจำนงของจิตใจ และที่ร้ายกาจที่สุดคือเขาเกลียดที่ต้องเห็นฝ้ายมาแตกสลายเพียงเพราะเห็น 'ภาพบาดตา' จากร่างกายของเธอเองภายใต้การควบคุมที่ไร้สติของเขา
เมื่อรถเลี้ยวเข้าจอดในรังรักที่เคยอบอุ่น บรรยากาศภายในบ้านกลับดูแปลกตาและอึดอัดจนน่าขนลุก นัทรีบก้าวลงจากรถเป็คนแรก ราวกับ้าสะบัดความรู้สึกหน่วงหนักทิ้งไว้เบาะหลัง เขาหวังเพียงจะหนีไปซ่อนตัวเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ความจริงที่โหดร้ายกว่ากลับยืนดักรออยู่ตรงหน้า
"คืนนี้... ฉันจะไปนอนที่โซฟา" นัทโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับ 'ร่างเดิม' ของตัวเองที่เดินทอดน่องตามมาติดๆ
แม่มดในคราบนัทชะงักเท้า ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอ—เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่นัทเคยภูมิใจ แต่วันนี้มันกลับเย็นเยียบไปถึงกระดูก
"คิดอะไรอยู่เหรอฝ้าย? อย่าลืมสิว่าคนแถวนี้ เขารู้กันหมดว่าเราเป็สามีภรรยาที่รักกันแค่ไหน ถ้าจู่ๆ เมียรักหนีไปนอนโซฟา แล้วเกิดใครมาเห็นเข้า เขาจะไม่สงสัยเอาเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น?"
นางก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคามที่ฉาบไว้ด้วยความใจเย็น
"ถ้าเื่สลับร่างหลุดออกไปเพราะความไม่แเีของเธอ การทดสอบนี้จะจบลงทันที... และนั่นหมายถึงเธอแพ้การทดสอบ"
"แต่ฉันไม่สบายใจ!" นัทตะคอกกลับ ความโกรธปนความกลัวพลุ่งพล่านจนไหล่บางสั่นระริก
"ความสบายใจของเธอมันราคาถูกเกินไปเมื่อเทียบกับร่างเดิมนะ" แม่มดแกล้งตีสีหน้าเคร่งขรึม—เลียนแบบท่าทางตอนนัทคุยงานได้อย่างไร้ที่ติ
"เราต้องรักษาภาพลักษณ์ให้เนียนที่สุดจนกว่าจะจบการทดสอบนี้... หรือว่าเธอกับฝ้ายอยากจะติดอยู่ในร่างนี้ไปตลอดกาล?"
ฝ้ายในร่างกิ๊ฟเดินเข้ามากุมมือที่สั่นเทาของนัทไว้แน่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหนักใจไม่แพ้กัน
"พี่นัท... ฝ้ายว่าทำตามที่เขาบอกไปก่อนเถอะค่ะ ถ้าเรามีปัญหากันตอนนี้ ยัยแม่มดอาจจะใช้เป็ข้ออ้างว่าเราไม่ผ่านการทดสอบก็ได้นะ"
แม่มดเห็นทั้งคู่เริ่มโอนอ่อนตาม จึงแกล้งผ่อนปรนน้ำเสียงลงเพื่อคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดเกินไป
"เอาเถอะ ฉันเองก็เหนื่อยกับวันนี้มามากพอแล้ว" นางจงใจถอนหายใจยาวพลางยักไหล่
"ฉันคิดว่า... บททดสอบสำหรับวันนี้มันคงจบลงไปแล้วที่ร้านกาแฟ คืนนี้ฉันแค่้าเตียงนุ่มๆ และจะไม่มีการ 'รบกวน' อะไรเธอทั้งนั้น ตราบใดที่เธอยังวางตัวนิ่งๆ อยู่ในที่ของเธอ"
นัทจ้องมองใบหน้าตัวเองผ่านดวงตาของแม่มดด้วยความระแวงสุดขีด แสงไฟในบ้านสะท้อนให้เห็นเงาของร่างเดิมที่ดูนิ่งสงบจนน่าหวั่นใจ
ทว่าเมื่อหันไปเห็นฝ้ายที่พยักหน้าให้เบาๆ ราวกับจะบอกว่า
'พี่นัท... อดทนหน่อยนะคะ คืนนี้คงไม่มีอะไรหรอก'
นัทจึงจำใจถอนหายใจยาวและยอมรับข้อตกลงอย่างเสียไม่ได้
"ก็ได้... แค่นอนเฉยๆ นะ" นัทกำชับเสียงหนัก แม้จะรู้ดีว่าคำพูดของตัวเองแทบไม่มีน้ำหนักเลยในตอนนี้
หลังจากแยกย้ายกัน นัทเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว เสียงสายน้ำจากฝักบัวไหลผ่าน ร่างกายหญิงสาว ที่เขาไม่คุ้นเคยอีกครั้ง แต่มวลความรู้สึกในการอาบน้ำครั้งนี้กลับต่างออกไป นัทไม่กล้าแม้แต่จะมองกระจกหรือสำรวจส่วนเว้าโค้งของร่างนี้อย่างที่เคยทำเมื่อเช้า เขารีบจัดการทุกอย่างด้วยความลนลาน สวมชุดนอนผ้าลื่นสีอ่อนที่ฝ้ายชอบใส่—ชุดที่จงใจขับเน้นความบอบบางของ ร่างหญิงสาว ให้ชัดเจนจนนัทรู้สึกชาไปทั้งอก—ก่อนจะรีบเดินออกมาที่เตียงนอน
เขานอนตะแคงหันหลังให้ฝั่งที่แม่มดนอนอยู่ พยายามขด ร่างกายหญิงสาวที่แสนเปราะบาง ให้ชิดริมเตียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลิ่นอโรมาในห้องที่เคยช่วยให้ผ่อนคลาย บัดนี้กลับดูฉุนจนน่าอึดอัด นัทพยายามข่มตาหลับ หัวใจใต้ทรวงอกบางยังคงเต้นแรงผิดปกติด้วยความระแวงว่า ร่างหนาที่นอนอยู่ข้างหลังจะขยับเข้ามาหาเขาเมื่อไหร่
แต่แล้ว... ความเหนื่อยล้าสะสมจากการใช้ ร่างกายหญิงสาว มาทั้งวัน ความเครียดที่บีบคั้นอารมณ์ และกล้ามเนื้อที่ประท้วงจากการทำงานหนักที่ร้านกาแฟ ก็เริ่มทำงานอย่างทรงพลัง เปลือกตาของนัทเริ่มหนักอึ้ง ความระแวงในใจค่อยๆ พ่ายแพ้ต่อความ้าพักผ่อนของสรีระที่แสนอ่อนแอ
‘ขอให้คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ... ขอให้พรุ่งนี้ตื่นมาแล้วทุกอย่างเป็แค่ฝันร้าย’ นั่นคือความคิดสุดท้ายก่อนที่นัทจะเริ่มเคลิ้มหลับไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าภายใต้ความเงียบสงบในห้องนอนนี้ พายุลูกใหญ่ที่แท้จริงกำลังตั้งเค้าเตรียมจะถล่ม ร่างของหญิงสาว ที่ไร้ทางสู้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ความมืดมิดในห้องนอนใหญ่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ นัทในร่างของฝ้ายนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเริ่มเข้าสู่จังหวะที่ราบเรียบด้วยความอ่อนเพลียที่รุมเร้า ทว่าความสงบนั้นกลับพังทลายลงเมื่อที่นอนอีกฝั่งยุบตัวลงตามแรงกดทับของน้ำหนักที่คุ้นเคย กลิ่นสบู่และไออุ่นที่เขาเคยหลงรักแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาท ก่อนที่วงแขนอันหนักอึ้งจะพาดผ่าน่เอวคอดกิ่วแล้วรั้ง ร่างกายหญิงสาว เข้าไปแนบชิดจนไร้ช่องว่าง
นัทสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันที หัวใจเต้นระรัวแรงเมื่อแผ่นหลังปะทะกับแผงอกที่เขาเคยเป็เ้าของ... หน้าอกที่เขาเคยใช้ปกป้องฝ้าย แต่วันนี้มันกลับกลายเป็กำแพงที่ขังเขาไว้
"อื้อ... บอกว่า... อย่ารบกวนไง" เขาพยายามพูดออกมาด้วยเสียงที่รำคาญ แต่ร่างกายกลับทรยศอย่างรุนแรง เพียงแค่ปลายนิ้วนั้นลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบขึ้นมาถึงใต้ฐานทรวงอก ร่างของหญิงสาว ก็สั่นสะท้านและบิดเร้าตอบสนองราวกับแม่เหล็กที่ถูกดึงดูดเข้าหาขั้วที่ถูกต้องอย่างไม่อาจต้านทาน
"รบกวนงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำของแม่มดกระซิบแ่พร่าอยู่ชิดต้นคอ ก่อนจะใช้ปลายจมูกไซร้ไปตามผิวเนียนละเอียดที่เริ่มร้อนผ่าว
"ร่างกายนี้ไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะนัท... ดูสิ มันสั่นสะท้านและโหยหาฉันจะตายไป"
นางหัวเราะหึในลำคอก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงให้หวานหยดจนน่าขนลุก
"เธอชอบให้ฉันกอดแบบนี้ไม่ใช่เหรอ... 'ฝ้าย'? ยิ่งฉันแตะตรงนี้... เธอก็ยิ่งใจสั่นใช่ไหมคะ?"
นัทชาไปทั้งอกเมื่อได้ยินชื่อของคนรักหลุดออกมาจากปากของปีศาจที่ใช้เสียงของเขาเอง เขาอยากจะะโด่า อยากจะผลักไส แต่ทุกครั้งที่มือหนานั้นััลงบนสัดส่วนที่อ่อนไหว สติของเขาก็แทบจะปลิวหายไปกับแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจากสัญชาตญาณของร่างหญิงสาวที่เขากำลังอาศัยอยู่
นัทพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่กระจัดกระจายเพื่อผลักมือนั้นออกไป แต่เขากลับพบว่าเรี่ยวแรงของหญิงสาวนั้นช่างน้อยนิดและไร้กำลัง ฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านอยู่ในกระแสเืกำลังมอมเมาสติสัมปชัญญะให้พร่าเลือน ความอบอุ่นจากมือที่เขารู้จักดีทุกสัดส่วน—มือที่เคยใช้โอบกอดและประคองฝ้ายมาตลอดหลายปี—บัดนี้กลับกำลังทำหน้าที่บรรเลงบทเพลงที่สัญชาตญาณของร่างนี้หลงลืมวิธีปฏิเสธไปเสียสิ้น
"หยุด... มันผิด..." นัทเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาที่รื้อคลอเบ้าเต็มไปด้วยความอัดอั้นและรังเกียจตัวเอง
"ผิดตรงไหนล่ะ นัท?" แม่มดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นและร้ายกาจขึ้นทุกที "นี่ไม่ใช่การนอกใจสักหน่อย ก็นี่มันคือร่างกายของนายนี่นา... นายก็แค่กำลังรักกับ 'ตัวเอง' ในเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
นางโน้มตัวลงมากระซิบย้ำที่ข้างหูเพื่อพังทลายสติที่เหลืออยู่
"แล้วดูร่างกายใหม่ของนายสิ... มันจดจำจังหวะของฉันได้แม่นยำกว่าจิตใจงี่เง่าของนายเสียอีก สรีระไม่เคยโกหกหรอกนะ ฝ้าย มันรู้ดีว่าใครคือคนที่มอบความสุขให้มันได้ถึงที่สุด"
คำพูดล่อลวงนั้นเหมือนลิ่มที่ตอกย้ำลงบนกำแพงศีลธรรมที่กำลังปริร้าว นัทรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงในพายุทรายที่มองไม่เห็นทางออก มันเป็ความย้อนแย้งที่น่าหวาดหวั่น—การฉายภาพซ้ำของความทรงจำในอดีตแต่ถูกสลับขั้วในแง่ของความรู้สึก ปลายนิ้วหนาที่สะกิดเข้าหาจุดอ่อนไหวทุกจุดอย่างเชี่ยวชาญ ราวกับแม่พิมพ์ที่สวมเข้ากับรอยหยักของความรู้สึกได้อย่างพอดีจนเขายากจะต่อต้าน
นัทเริ่มหลงลืมความผิดบาปไปชั่วขณะ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของร่างเดิมเริ่มซุกไซ้ไปตามซอกคอและลาดไหล่ กลิ่นกายที่เขาคุ้นเคยดีเวลาส่องกระจก บัดนี้กลับกลายเป็ยาปลุกกำหนัดที่ร้ายกาจที่สุด ร่างกายของหญิงสาว บิดพลิ้วตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทาน นัทเผลอแอ่นอกรับััที่จาบจ้วง มือเล็กๆ ที่เคยผลักไสเปลี่ยนมาเป็ขยุ้มเส้นผมหนาของแม่มดไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
กำแพงสุดท้ายในใจทลายลงพร้อมกับเสียงสะอื้นที่แปรเปลี่ยนเป็เสียงครางแ่ด้วยความรัญจวน ความละอายถูกชะล้างไปด้วยคลื่นตัณหาที่คุ้นเคยทว่าอยู่ในร่างที่แปลกไป เขาแยกไม่ออกอีกแล้วว่าตอนนี้เขาคือ 'นัท' ที่กำลังถูกย่ำยี หรือเขาคือ 'ฝ้าย' ที่กำลังยอมสยบให้แก่สามีตรงหน้า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกกลบฝังอยู่ภายใต้สัญชาตญาณดิบที่ร่างกายหญิงสาวเรียกร้องมาตลอดทั้งวัน
"นั่นแหละ... เด็กดี..." แม่มดพึมพำอย่างผู้ชนะ ก่อนจะพลิก ร่างบางที่ไร้ทางสู้ ให้หันมาเผชิญหน้า
ในจังหวะที่นัทปล่อยใจไปกับรสััที่แผดเผา แสงไฟสลัวจากหัวเตียงสะท้อนให้เห็นใบหน้าคมเข้มของเขาเองที่กำลังโน้มลงมาหา นัทหลับตาลงน้อมรับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ เขาส่งเสียงครางแห่งความสุขออกมาอย่างลืมตัวเมื่อริมฝีปากทั้งสองบดเบียดเข้าหากันอย่างหนักหน่วง ร่างกายทั้งสองหลอมรวมเข้าหากันในท่วงท่าที่ดูเหมือนความรัก... แต่มันคือความลวงที่แสนหฤหรรษ์
นัทปล่อยให้ความเย้ายวนมอมเมาจนมืดบอด โดยหารู้ไม่ว่า... ในขณะที่เขากำลังโหยหาอ้อมกอดนี้ที่สุด ความจริงบางอย่างกำลังคืบคลานมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู และมันพร้อมจะแผดเผาโลกทั้งใบของเขาให้มอดไหม้ เพียงแค่ใครคนนั้นตัดสินใจทำอะไรบางอย่างขึ้นมา..."
(จบบทที่ 12)